king10
Thairath Logo
กีฬา

เปิดเรื่องเล่าตำนานแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์

ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะมีการใช้ “น้ำอภิเษก” และ “น้ำสรงมุรธาภิเษก” ในการประกอบพระราชพิธี ซึ่งการเตรียมพิธีทำน้ำอภิเษกและน้ำสรงมุรธาภิเษก จะต้องมีการตักน้ำจากแหล่งสำคัญหรือแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศไทย

แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ สำหรับทำน้ำอภิเษก มีจำนวน 108 แหล่งน้ำ ประกอบด้วย แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัด 76 จังหวัด และน้ำศักดิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคม ในพระบรมมหาราชวัง จำนวน 1 แหล่งน้ำ

แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ สำหรับน้ำสรงมุรธาภิเษก มีจำนวน 9 แหล่งน้ำ ประกอบด้วย 4 สระน้ำ ใน จ.สุพรรณบุรี คือ สระแก้ว สระคา สระยมนา และสระเกษ และ 5 แม่น้ำ คือ 1.แม่น้ำบางปะกง ตักที่บึงพระอาจารย์ ต.พระอาจารย์ อ.องครักษ์ จ.นครนายก 2.แม่น้ำป่าสัก ตักที่บ้านท่าราบ ต.ต้นตาล อ.เสาไห้ จ.สระบุรี 3.แม่น้ำเจ้าพระยา ตักที่บริเวณปากคลองบางแก้ว ต.บางแก้ว อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง

4.แม่น้ำราชบุรี ตักที่บริเวณสามแยกคลองหน้าวัดดาวดึงษ์ ต.บางช้าง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม และ 5.แม่น้ำเพชรบุรี ตักบริเวณท่าน้ำวัดท่าไชยศิริ ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี

การตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ จะต้องจัดพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ตามความเชื่อที่ว่า สิ่งต่างๆ บนโลกนี้ล้วนมีเทวดา เป็นผู้ปกป้องดูแลรักษาอยู่ การจะทำสิ่งใดๆ จำเป็นจะต้องขออนุญาตเทวดาที่ดูแลรักษาสิ่งนั้นๆ เช่น พิธีพลีกรรมตักน้ำ คือ การทำพิธีขออนุญาตเทวดาที่ปกป้องรักษาแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละจังหวัด เพื่อตักน้ำในแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นไปทำเป็นน้ำอภิเษก และน้ำสรงมุรธาภิเษก

“อภิเษก” หมายถึง การรดน้ำเสมือนผู้น้อยรดน้ำอวยพรผู้ใหญ่ หรือเป็นการยอมรับผู้ที่ขึ้นมาเป็นใหญ่

“มุรธาภิเษก” แปลว่า การรดน้ำที่พระเศียร น้ำที่รดเรียกว่า “น้ำสรงมุรธาภิเษก” หมายถึงการยกให้หรือการแต่งตั้งโดยการทำพิธีรดน้ำ ตามคติความเชื่อของพราหมณ์ถือว่า การยกให้ผู้ใดเป็นใหญ่ ทรงสิทธิ์อำนาจ จะต้องทำด้วยพิธีรดน้ำศักดิ์สิทธิ์

หลังจากได้จัดพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์มาเก็บรักษา และบรรจุน้ำอภิเษกและน้ำสรงมุรธาภิเษกลงในคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ และอัญเชิญคนโทน้ำอภิเษก จำนวน 86 ใบ มาจัดพิธีเสกน้ำอภิเษกรวม เพื่อจัดทำน้ำสรงอภิเษก ประกอบด้วย น้ำพระพุทธมนต์และน้ำเทพมนต์ และจัดริ้วขบวนแห่เชิญคนโทน้ำอภิเษก จำนวน 86 ใบ ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อนำไปใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 4 พ.ค.2562

*******************

พิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ เริ่มตั้งแต่ช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ได้สร้างความตื่นตัวของประชาชน เกี่ยวกับแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ ขณะที่จังหวัดต่างๆได้ใช้โอกาสนี้ประชาสัมพันธ์แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ด้านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงคิดโครงการโปรเมตให้คนไปเที่ยวยังแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากแต่ละสถานที่มีทั้งความสวยงาม เรื่องเล่า ตำนาน และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดทั่วประเทศไทย

“ทีมเศรษฐกิจ” ถือโอกาสนี้ชวนคนไทยท่องเที่ยวตามรอย แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ โดยได้หยิบยกบางส่วนของเรื่องเล่า และความศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละสถานที่มาให้รับรู้กัน

ภาคเหนือ

เริ่มจากจังหวัดเหนือสุดของประเทศไทย บ่อน้ำทิพย์ วัดพระธาตุดอยตุง จ.เชียงราย จากคำเล่าขานต่อกันมา การอุบัติขึ้นของบ่อน้ำทิพย์ ไม่ปรากฏว่ามีบุคคลใดไปขุดไว้ เป็นเรื่องที่นำความแปลกประหลาดอัศจรรย์ใจแก่ผู้มาพบเห็น โดยเฉพาะที่ตั้งของบ่อน้ำ ณ บริเวณที่จะเข้าไปยังเขตสถานที่ตั้งขององค์พระบรมธาตุดอยตุง

มีลักษณะพิเศษ คือ น้ำในบ่อเป็นน้ำที่ใสสะอาด และบริสุทธิ์ ผู้มาพบเห็นต่างสรุปกันว่า คงจะเป็นเทพารักษ์รักษาสถานที่แห่งนี้ได้เนรมิตบ่อน้ำขึ้นมา เพื่อที่จะนำน้ำที่บ่อนี้ไปสรงแด่องค์พระบรมธาตุดอยตุง ในช่วงเทศกาลประกอบพิธี ปัจจุบันน้ำในบ่อน้ำทิพย์แห่งนี้ได้ถูกนำไปใช้การประกอบพิธีกรรมต่างๆที่สำคัญ รวมทั้งงานประเพณีสรงน้ำและสักการะพระบรมธาตุดอยตุง

จ.พะเยา มีแหล่งน้ำ 2 แห่ง ในครั้งโบราณเมื่อต้องการใช้น้ำพระพุทธมนต์ประกอบพระราชพิธี เช่น น้ำอภิเษก น้ำบรมราชาภิเษก และน้ำพระพิพัฒน์สัตยา เจ้าเมืองก็จะให้ราชบุรุษไปพลีกรรม เพื่อเอาน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ 2 แหล่ง คือ ขุนน้ำแม่ปืม อยู่ใน ต.บ้านเหล่า อ.แม่ใจ และ น้ำตกน้ำคะ หรือ น้ำคะ อยู่ใน ต.ผาช้างน้อย อ.ปง

น้ำตกน้ำคะ หรือ น้ำคะ ถือกำเนิดมาจากภูเขาสองภู คือ ภูลังกา และภูเทวดา (ฟินจาเบาะ) เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในเทือกเขาสันปันน้ำ ไทย-ลาว เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำยม มีลำห้วยน้อยใหญ่หลายสายไหลมารวมกัน เกิดเป็นต้นกำเนิดน้ำคะ มีบ่อน้ำใสสะอาด บริสุทธิ์ ที่ชาว อ.ปง ถือเป็น บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

จ.สุโขทัย มีแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ 3 แหล่ง ได้แก่ บ่อแก้ว วัดเขาอินทร์ บ่อทอง อ.ศรีสัชนาลัย และตระพังทอง อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

บ่อแก้ว เป็นบ่อน้ำโบราณ กรุด้วยศิลาแลง น้ำในบ่อใสสะอาด ส่วนบ่อทองตั้งอยู่ห่างไปประมาณ 3 กิโลเมตร ขุดลึกลงไปในชั้นหินแลง น้ำมีตะกอนแร่เหล็กปนอยู่จึงมีสีออกเหลือง เรียกกันว่าบ่อทอง น้ำทั้งสองบ่อถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์เชื่อว่ามีเทวดาพิทักษ์รักษา นิยมนำไปประกอบพิธีสำคัญ โดยเฉพาะเสกทำน้ำอภิเษกมาตั้งแต่โบราณกาล

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จ.กาฬสินธุ์ พิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ บริเวณสะดือกุดน้ำกิน ที่เป็นจุดที่ลึกที่สุดถึง 5 เมตร “กุดน้ำกิน” อยู่ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ มีพื้นที่ 26 ไร่ เป็นผืนน้ำ 20 ไร่ อีก 6 ไร่ เป็นพื้นดินที่มีการสร้างอาคาร ในอดีตกุดน้ำกินเป็นแหล่งน้ำโบราณ เป็นจุดน้ำขังที่แตกแขนงออกมาจากลำน้ำปาว น้ำจากกุดน้ำกินนี้ในสมัยโบราณเป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคมาอย่างยาวนานกว่า 200 ปี

จ.อุดรธานี บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์คำชะโนด อ.บ้านดุง เป็นบ่อน้ำอยู่ในกลางเกาะคำชะโนด เป็นบ่อน้ำขนาดเล็ก กลับมีน้ำซึมออกมาตามธรรมชาติตลอดเวลา เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เลื่องชื่อของคำชะโนด ที่นักท่องเที่ยวต่างพากันเดินทางไกลมาเพื่อกราบไหว้ขอบารมีของพ่อปู่ศรีสุทโธ และเจ้าย่าศรีปทุมมา เพื่อขอโชคลาภ เลขเด็ด และดื่มน้ำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ตำนานกล่าวไว้ว่า ที่ตรงนี้ เป็น “ปล่องพญานาค” เชื่อมโลกสวรรค์และโลกบาดาล

จ.หนองคาย สระมุจลินท์ หรือสระพญานาค วัดพระธาตุบังพวน ตามตำนานอุรังคธาตุกล่าวว่า ในสมัยพุทธกาลพื้นที่แห่งนี้คือ “ภูเขาลวง” ริมน้ำบางพวน เป็นที่อยู่อาศัยของพญานาค ครั้นเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับยังดินแดนแถบลุ่มน้ำโขง พญานาคได้มาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ ทำให้ดินแดนแห่งนี้ถูกยกให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

ในหนังสือใบลานที่เขียนเป็นภาษาเขมร เรียกชื่อว่า “สระมังคละน้ำเที่ยงหมั่น” เมื่อครั้งสถาปนาพระธาตุบังพวนไว้ที่ภูลวงแห่งนี้ แล้วได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บรรจุไว้ในองค์พระธาตุ พระภิกษุที่ดูแลองค์พระธาตุนามว่า พระมหาเทพหลวง และพระมหาเทพพล ได้สังเกตเห็นน้ำพวยพุ่งออกมาเป็นสายตลอดเวลาจากปากปล่องภูพญานาคที่เฝ้ารักษาองค์พระธาตุบังพวน จึงได้ชักชวนญาติโยมขุดสระรองรับน้ำเอาไว้

ภาคกลาง

จ.พระนครศรีอยุธยา น้ำในพระเศียรหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดตูม เป็นวัดที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยใช้เป็นที่สำหรับลงเครื่องพิชัยสงคราม ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมาและได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงในรัชกาลที่ 4 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญภายในวัดตูม คือ หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปสำริดทรงเครื่องปางมารวิชัย บนพระเศียรขององค์พระสามารถเปิดออกลึกลงไปเกือบถึงพระศอ และมีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลา เชื่อกันว่าเป็นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์

จ.สิงห์บุรี สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดโพธิ์เก้าต้น อ.ค่ายบางระจัน สถานที่เกิดวีรกรรมของชาวบ้านบางระจันอันเลื่องชื่อเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 สระน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นเครื่องรางของขลังของชาวบ้านบางระจันในการออกรบกับพม่า ทุกวันนี้ชาวสิงห์บุรีและประชาชนจากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศมาเที่ยวชมวัดโพธิ์เก้าต้น และมักจะเห็นผู้คนหาบน้ำเติมในสระ หลังจากที่ได้มาบนบานศาลกล่าวแล้วสมปรารถนา

ภาคตะวันออก

จ.จันทบุรี นำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ 3 แหล่ง คือ สระแก้ว อ.ท่าใหม่ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดพลับ และธารนารายณ์ อ.เมือง สำหรับวัดพลับ เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมานานกว่า 250 ปี มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้นำกองทัพทหารมาพักแรมที่วัดพลับในคืนก่อนเข้าตีเมืองจันท์ ได้สั่งให้ทหารทุบหม้อข้าวหม้อแกง เป็นกุศโลบายให้ทหารฮึดสู้ให้ได้ชัยชนะมาเพื่อความอยู่รอด และจากหลักฐานพบว่า ได้มีการประกอบพิธีประพรมน้ำมนต์ แจกพระยอดธง ที่เรียกว่า “พระเสาธงกรุวัดพลับ” ให้แก่เหล่าทหารเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ

ภาคใต้

จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ถึง 6 แหล่ง ได้แก่

1.ห้วยปากนาคราช หรือห้วยเทวดานาคราช น้ำจากลำห้วยนี้ไหลออกมาจากซอกหิน ลักษณะเหมือนปากพญานาค และไหลคดเคี้ยวไปมาเหมือนตัวพญานาค ชาวบ้านถือกันว่าเป็นแหล่งน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์

2.ห้วยเขามหาชัย เป็นแหล่งน้ำที่มีโชคชัย

3.บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดประตูขาว ในสมัยโบราณได้รับการปลุกเสกจากเจ้าอาวาสวัดประตูขาวหลายรูป จึงถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์

4.บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดเสมาชัย อยู่ทางทิศเหนือวัดเสมาเมือง ใช้ทำน้ำพระพุทธมนต์ น้ำในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และน้ำพระพิพัฒน์สัตยา มาแล้วหลายรัชกาล

5.บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดเสมาเมือง ใช้ในพิธีสำคัญของบ้านเมือง ใช้ประกอบทำน้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในสมัยโบราณ

6. บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดหน้าพระลาน ในครั้งโบราณชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ น้ำใสสะอาด มีการนำน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้เพื่อเข้าสู่พิธีและพระราชพิธีต่างๆ ตั้งแต่สมัยอยุธยา

จากเหนือจรดใต้ยังมีแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่น่าสนใจอีกจำนวนมากที่ยังเอ่ยมาไม่หมด นอกจากนั้นประชาชนที่ไปท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด ยังสามารถเที่ยวชมสถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งล้วนแต่เป็นสถานที่สำคัญของแต่ละจังหวัดได้ด้วย.

ทีมเศรษฐกิจ

ทั่วประเทศจัด “พิธีพลีกรรมตักน้ำ” จากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ 107 แหล่งน้ำ ทั้งหมด 19 ภาพ

ผู้ว่าราชการฯ 76 จังหวัดทั่วประเทศประกอบ “พิธีพลีกรรมตักน้ำ” ในแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ 107 แหล่งน้ำ เพื่อทำ “น้ำอภิเษก” รวมถึงน้ำจากสระ 4 แห่ง ในสุพรรณบุรี และจากแม่น้ำ 5 สาย เพื่อทำน้ำสรงมุรธาภิเษก ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ด้วยเวลาฤกษ์ 11.52-12.38 น. ท่ามกลางหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงและลุล่วงด้วยความเรียบร้อย โดยแต่ละจังหวัดจะจัดพิธีทำน้ำอภิเษกและน้ำสรงมุรธาภิเษก ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของจังหวัด พร้อมกันทั่วประเทศในเวลา 17.00 น. วันที่ 8 เม.ย.นี้ ต่อด้วยเวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษกพร้อมกันในวันที่ 9 เม.ย. จากนั้นอัญเชิญน้ำอภิเษกและน้ำสรงมุรธาภิเษกเข้ากรุงเทพฯ มาเก็บรักษาที่กระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 10 เม.ย.
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเกร็ดความรู้พระราชพิธีร.10น้ำอภิเษกพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์น้ำสรงมุรธาภิเษกแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์บรมราชาภิเษก