king10
ข่าว
Thairath Talk
100 year

ซ้อมริ้วขบวน เสมือนจริง งดงามสง่ายิ่ง มีทั้งชาวบ้าน นักท่องเที่ยว แห่ไปเฝ้าชม

การฝึกซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ผ่านพ้นไปอย่าง สง่างามสมพระเกียรติ ท่ามกลาง สายตาประชาชนทั้งไทยและต่างชาติที่ปักหลักร่วมชื่นชมความยิ่งใหญ่ของริ้วขบวนประวัติศาสตร์ตลอดเส้นทาง โดยมีนายกรัฐมนตรีนำ ครม.ผบ.ทุกเหล่าทัพร่วมฝึกซ้อม ด้าน ทอ.ซ้อมยิงสลุตหลวงและสลุตหลวงพิเศษ ขณะที่วัดโพธิ์เตรียมเปิดโรงครัวทำอาหารให้ประชาชนที่มาร่วมเฝ้าฯรับเสด็จวันละ 1 หมื่นกล่อง ช่วง 2-7 พ.ค.นี้

ที่พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 28 เม.ย.คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ที่มี พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน จัดให้มีการฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ อัญเชิญพระสุพรรณบัฏ ดวงพระราชสมภพ และพระราชลัญจกรประจำรัชกาล และริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พยุหยาตราทางสถลมารค เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยเป็นการซ้อมใหญ่เสมือนจริงในสถานที่จริงและเวลาปฏิบัติจริงตามพระราชพิธี เป็นครั้งสุดท้าย โดยก่อนการซ้อมจะเริ่มทุกหน่วยงานได้ร่วมกันทำความสะอาดถนนทุกเส้นทางที่ริ้วขบวนยาตราผ่าน พร้อมตกแต่งดอกไม้สีเหลือง ธงชาติไทย และธงพระปรมาภิไธยว.ป.ร.สีเหลือง อย่างสวยงาม

กระทั่งเวลา 10.19 น. ที่พระบรมมหาราชวัง การซ้อมริ้วขบวนแห่พระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราช สมภพ และพระราชลัญจกร จากพระอุโบสถวัด พระศรีรัตนศาสดาราม ไปยังพระแท่นมณฑลพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ซึ่งเป็นริ้วขบวนที่ 1 ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในวันที่ 3 พ.ค. เริ่มขึ้นโดยริ้วขบวนประกอบด้วยกำลังพล 113 นาย จาก 5 ส่วนราชการประกอบด้วย ชาวพนักงานตีกลองเงิน กลองทอง แตรงอน แตรฝรั่ง สังข์ เครื่องสูงหน้าและหลัง พระแสงหว่างเครื่อง อินทร์ พรหมเชิญจามร พระราชยานกงแห่เชิญพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกร ออกจากเกย หลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ยาตราริ้วขบวนไปตามจังหวะกลองผ่านศาลาสหทัยสมาคม ประตูพิมานไชยศรี ไปยังเกยหน้าพระทวารเทเวศรรักษา แล้วเชิญไปประดิษฐานณ พระแท่นมณฑล ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ระยะทางประมาณ 220 เมตร

จากนั้นเวลา 16.00 น. เป็นการฝึกซ้อมริ้วขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร ซึ่งเป็นริ้วขบวนที่ 3 ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 5 พ.ค. โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.สส. พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกลาโหม และ พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชาญชัย ช้างมงคล รมช.กลาโหม ฯลฯ ร่วมฝึกซ้อมในแถวตอนผู้อำนวยการขบวน

สำหรับริ้วขบวนประกอบเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ขบวนหน้าเป็นขบวนนำ ตามด้วยตอนพระราชยาน ทั้งนี้ในส่วนของชุดแบกหามพระราชยานพุดตานทอง ที่เป็นส่วนสำคัญที่สุดในริ้วขบวนนั้น กำหนดให้ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์เป็นเจ้าพนักงานแบกหามพระที่นั่งราชยานพุดตานทอง 16 นาย จัด 5 ผลัด เปลี่ยนแบกหามทุก 500-800 เมตร จากนั้นเป็นขบวนหลัง รวมความยาวของริ้วขบวนที่ 3 นี้ เกือบ 500 เมตร โดยขบวนที่ 3 เริ่มฝึกซ้อมในเวลา 16.30 น. ตั้งแต่จำลองเหตุการณ์เมื่อสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาถึงพระราชยานพุดตานทอง เทียบเกยพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท จำลองเหตุการณ์ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯประทับพระที่นั่งพุดตานทอง ต่อมาเลขาธิการพระราชวัง กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ยาตราริ้วขบวน เจ้าพนักงานให้สัญญาณกรับ เวลาประมาณ 16.34 น. ริ้วขบวนที่ 3 ก็ยาตราจากพระบรม มหาราชวังมุ่งหน้าไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นสถานที่แรกระยะทางราว 2 กม. ผ่านประตูพิมานไชยศรี ประตูวิเศษไชยศรี เลี้ยวขวาถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายถนนราชดำเนินใน เลี้ยวขวาถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลาง เลี้ยวซ้ายถนนตะนาว เลี้ยวขวาถนนบวรนิเวศ เลี้ยวขวาถนนพระ สุเมรุ โดยลักษณะการเดินในริ้วขบวนเป็นแบบกึ่งสวนสนาม ตามจังหวะดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์ 6 เพลง ที่บรรเลงโดยวงดุริยางค์ คือ มาร์ชราชวัลลภ ยามเย็น ใกล้รุ่ง สรรเสริญเสือป่า สรรเสริญพระนารายณ์ และมาร์ชธงชัยเฉลิมพล

ระหว่างนั้น ที่ท้องสนามหลวง กองทหารเกียรติยศยิงสลุต ได้ซ้อมยิงสลุตหลวง จำนวน 21 นัด ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่กองทัพอากาศ โดยกรมทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน จัดกองทหารเกียรติยศยิงสลุต ซ้อมยิงสลุตหลวง ที่ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช ถนนพหลโยธิน เขตสายไหม กทม.โดยใช้ปืนใหญ่ จำนวน 4 กระบอก ซ้อมยิงสลุตหลวง จำนวน 21 นัด ตามเวลาจริง ประกอบการซ้อมขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค จังหวะการยิงตามเนื้อเพลงสรรเสริญพระบารมี จนจบเพลง

สำหรับการซ้อมใหญ่ ริ้วขบวนเสด็จพระราช ดำเนินเลียบพระนคร เมื่อถึงยังวัดบวรฯและหยุดพักเพื่อซ้อมเทียบพระราชยาน ที่เกยหน้าวัดบวรฯและลำดับขั้นตอนการเสด็จพระราชดำเนินในพระอุโบสถ วัดบวรฯเสร็จสิ้นแล้ว จึงเคลื่อนต่อไปยังวัดราชบพิธฯ ระยะทางประมาณ 3 กม. ผ่านถนนพระสุเมรุ เลี้ยวขวาที่ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ เข้าถนนราชดำเนินกลาง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายถนนบำรุงเมือง เลี้ยวขวาถนนเฟื่องนคร เมื่อถึงวัดราชบพิธฯ ในเวลาประมาณ 19.50 น. แล้วเทียบพระราชยานที่เกยข้างวัดราชบพิธฯ เพื่อซักซ้อมขั้นตอนเสด็จพระราชดำเนิน ในวัดราชบพิธฯ

กระทั่งเวลาประมาณ 20.23 น. ริ้วขบวนที่ 3 ยาตราต่อไปวัดพระเชตุพนฯ ระยะทางประมาณ 650 เมตร ผ่านถนนเฟื่องนคร เจริญกรุง โดยถึงที่หมายเวลา 20.40 น.แล้วเทียบพระราชยานที่เกย ตามลำดับการเสด็จพระราชดำเนินเข้าพระอุโบสถ วัดพระเชตุพนฯ เมื่อสิ้นสุดขั้นตอนตามหมายกำหนดการแล้ว ริ้วขบวนได้เคลื่อนกลับสู่พระบรมมหาราชวัง ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร ผ่านถนนท้ายวังเลี้ยวขวาถนนมหาราช เลี้ยวขวาถนนหน้าพระลาน แล้วเลี้ยวขวาเข้าพระบรมมหาราชวัง เข้าสู่ประตูวิเศษไชยศรี ในเวลาประมาณ 21.50 น. แล้วผ่านเข้าประตูพิมานไชยศรี เทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท การฝึกซ้อมจึงยุติ รวมระยะทางการเคลื่อนริ้วขบวนรวมประมาณ 7 กม.ใช้เวลาซ้อมรวมประมาณ 5 ชม.50 นาที มีระยะการก้าวอยู่ที่ 20-30 เมตรต่อนาที

สำหรับในวันที่ 29 เม.ย.คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค จัดให้มีการฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เสด็จพระราช ดำเนินไปทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก ซึ่งเป็นริ้วขบวนที่ 2 ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 4 พ.ค.นี้ด้วย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดเส้นทางที่การฝึกซ้อมริ้วขบวนเคลื่อนผ่านนั้น มีประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รอชมความสง่างามของการซ้อมใหญ่ริ้วขบวนทั้งสองฟากถนน โดยที่ วัดบวรนิเวศวิหาร ผู้คนที่สวมเสื้อเหลืองมานั่งตามจุดที่เจ้าหน้าที่อนุญาตบนริมฟุตปาทจนเต็ม และทันทีที่ริ้วขบวนเคลื่อนมาถึงวัดบวรฯ รวมถึงช่วงที่ริ้วขบวนเคลื่อนออกจากวัดบวรฯ เพื่อไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประชาชนบางคนได้ยกมือไหว้เหนือหัวเพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งจากการสอบถามนายวัยวุฒิ เสริมสกุลวัฒน์ อายุ 62 ปี ที่มาพร้อม กับครอบครัว เพื่อร่วมชมการซ้อมใหญ่ริ้วขบวนในครั้งนี้ กล่าวว่า เดินทางมาจากซอยลาดพร้าว 122 กทม. ตั้งใจพาครอบครัว มาชมขบวนซ้อมใหญ่งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพราะคิดว่าในวันจริงคงไม่ได้มีโอกาสเข้ามาชมความยิ่งใหญ่ใกล้ชิดแบบนี้ เพื่อเก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์สำคัญถึงงานยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ ขณะที่ ด.ญ.ชมพู อายุ 10 ขวบ ลูกสาว กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นมาก ที่ได้เห็นขบวนพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกของชีวิต แม้เป็นการซ้อม แต่ก็ถือว่ายิ่งใหญ่ สวยงามมาก และไม่เคยเห็นขบวนยิ่งใหญ่แบบนี้มาก่อน รู้สึกดีใจมาก และจะนำประสบการณ์นี้ ไปถ่ายทอดในเวทีแลกเปลี่ยนนานาชาติ ที่ประเทศสิงคโปร์ ในเดือน ก.ค.นี้

ส่วนที่วัดราชบพิธฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการจัดโต๊ะบูชารับเสด็จไว้ภายในบริเวณวัดสำหรับราชสกุล และคณะสงฆ์ ที่จะมาเฝ้าฯรับเสด็จ โดยที่วัดราชบพิธฯ จะเป็นพื้นที่ที่คณะสงฆ์จีนนิกาย และอนัมนิกาย มาเฝ้าฯรับเสด็จ ทั้งนี้ ที่วัดราชบพิธฯ จะเป็นเพียงวัดเดียวที่เมื่อขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคมาถึงแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงสวมพระรัศมีทองคำลงยาราชาวดี ถวายพระพุทธอังคีรส พระประธานพระอุโบสถวัดราชบพิธฯพร้อมกันนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเตรียมถวายพระพุทธรูปทองคำปางห้ามญาติ ประจำวันจันทร์ อันเป็นวัน พระราชสมภพของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครฯ ซึ่งพระพุทธรูปดังกล่าว สมเด็จพระสังฆราชทรงประกอบพิธีเททองหล่อ เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา

ด้านวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) พระอารามหลวง ท่าเตียน ซึ่งเป็น 1 ใน 3 วัดที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาทรงประกอบพิธีทางศาสนา ในวันที่ 5 พ.ค. ได้มีการเตรียมนิทรรศการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในราชวงศ์จักรี ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ให้กับประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ บริเวณหน้าพระวิหารพระนอน หรือพระพุทธไสยาสน์ โดยนิทรรศการจัดทำขึ้นเป็น 2 ภาษาคือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้ความสนใจชมนิทรรศการอย่างมาก ทั้งนี้ พระราชปริยัติมุนี, ผศ.ดร. (เทียบ สิริญาโณ ป.ธ.9) ผช.เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ กล่าวว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพิธีสำคัญที่จัดขึ้นในรอบ 69 ปี หลายคนยังไม่มีโอกาสได้เห็นมาก่อน ดังนั้น วัดโพธิ์จึงได้จัดทำนิทรรศการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในราชวงศ์จักรี เพื่อเป็นการย้อนรอยและเผยแพร่เรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ของราชวงศ์จักรีให้คนทั่วโลกได้รับทราบ เพราะพิธีประวัติศาสตร์นี้มีเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

นอกจากนี้ บริเวณฝั่งกุฏิพระวัดโพธิ์ได้มีการจัดเตรียมเต็นท์สำหรับทำโรงครัวประกอบอาหารให้กับเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ตลอดจนประชาชนที่มาร่วมในพระราชพิธีสำคัญครั้งนี้ โดยจะเปิดโรงครัวในวันที่ 2-7 พ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 07.00 น.เป็นต้นไป เบื้องต้นได้มีการจัดเตรียมอาหารกล่องวันละ 1 หมื่นกล่อง

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562ในหลวงร.10รัชกาลที่ 10ซ้อมริ้วขบวนข่าวหน้า1บรมราชาภิเษก
thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 05:06 น.