ประชาชนแห่ร่วมล้นชื่นชมประวัติศาสตร์
กระทรวงมหาดไทยเชิญคนโทน้ำอภิเษกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ ไปประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ยังพระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวรารามอย่างสมพระเกียรติ โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) ทรงเป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ และนายกรัฐมนตรีเป็นประธานฝ่ายฆราวาส “บิ๊กป้อม” เปิดกองอำนวยการร่วมราชพิธี สแกน 3 มิติทุกตารางนิ้ว ตั้ง ผบช.6 โซนคุมพื้นที่ติดตามทุกข่าวเคลื่อนไหว ย้ำไม่น่าห่วง มีแต่พวกก่อกวนจิตไม่ปกติ มท.1 เผยทุกจังหวัดพร้อมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ
หนึ่งในพระราชพิธีสำคัญในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก คือพิธี “เสกน้ำอภิเษก” ที่กระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายให้ดำเนินการจัดทำน้ำอภิเษกจากทุกจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้เชิญคนโท น้ำอภิเษกจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 86 ใบ มาเก็บรักษาไว้ที่ห้องดอกแก้ว ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.นั้น
ที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 18 เม.ย. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยเป็นประธานในพิธีเชิญคนโทน้ำอภิเษกจาก 76 จังหวัดรวม 86 ใบ จากกระทรวงมหาดไทยไปยังวัดสุทัศนเทพวราราม โดยมีนายสุธี มากบุญ รมช. มหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารกระทรวง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดร่วมในพิธี
โดยก่อนเคลื่อนขบวนผู้เชิญคนโทน้ำอภิเษกจำนวน 86 คน ได้เชิญคนโทน้ำอภิเษกลงจากห้องดอกแก้วชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทยนำไปวางเรียงบนรถเชิญน้ำอภิเษก แล้วเคลื่อนขบวนเดินจากกระทรวงมหาดไทยไปตามถนนอัษฎางค์ เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนบำรุงเมืองตรงไปยังวัดสุทัศนเทพวราราม เชิญคนโทน้ำอภิเษกทั้งหมดเข้าไปในวิหารหลวงเพื่อประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ในช่วงเย็นวันเดียวกัน
ต่อมาในช่วงเย็น ที่พระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม มีการจัด “พิธีเสกน้ำอภิเษกรวม” ตามพระฤกษ์ เวลา 17.19-21.30 น. โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส พิธีเริ่มต้นขึ้นในเวลา 17.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ร่วมกันถวายพัดรองที่ระลึกพระสงฆ์จำนวน 68 รูป และพระสงฆ์สวดภาณวาร 4 รูป พระนั่งปรก จำนวน 5 รูป จากนั้นนายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพระศรีศากยมุนี พระประธานพระวิหารหลวง ถวายความเคารพหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เวลา 17.00 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) เสด็จถึงมณฑลพิธีพระวิหารหลวง นายก รัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมด้วยประธานศาลฎีกา เฝ้ารับเสด็จ และร่วมกันถวายพัดรองที่ระลึกพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จำนวน 68 รูป และพระสงฆ์สวดภาณวาร 4 รูป พระนั่งปรก จำนวน 5 รูป จากนั้น นายกรัฐมนตรี ไปยังหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะ ถวายความเคารพ เจ้าหน้าที่กรม การศาสนาอาราธนาศีล สมเด็จพระสังฆราชให้ศีล นายกรัฐมนตรี ไปยังตู้เทียนชัย สมเด็จพระสังฆราช ทรงเจิมเทียนชัย เจ้าหน้าที่มอบเทียนชนวนที่จุดไฟให้นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ถวายเทียนชนวนแด่สมเด็จพระสังฆราช
เวลา 17.19 น. สมเด็จพระสังฆราช ทรงจุดเทียนชัยพระสงฆ์ 68 รูปเจริญชัยมงคลคาถาจุดเทียนชัย เจ้าพนักงานลั่นฆ้องชัยภูษามาลา แกว่งบันเฑาะว์ ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ จุดธูปเทียนบูชาเทพยดาแล้ว พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณอ่านประกาศชุมนุมเทวดา เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ 68 รูป เจริญพระพุทธมนต์ เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ถึงบทเสกทำน้ำ นายกรัฐมนตรีจุดเทียนที่ครอบสัมฤทธิ์ แล้วถวายสมเด็จพระสังฆราช เมื่อเสกทำน้ำพระพุทธมนต์จบแล้ว สมเด็จพระสังฆราช เสด็จลงจากอาสน์สงฆ์ที่ประทับ ทรงโปรยข้าวตอก ดอกไม้ ทรงประพรมน้ำพระพุทธมนต์ที่คนโทน้ำพระพุทธมนต์จากจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา เจ้าพนักงานลั่นฆ้องชัย ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์
จากนั้นพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ ถวายคันประทีป สั่นกระดิ่งและโปรยข้าวตอกดอกไม้ ที่คนโทน้ำพระพุทธมนต์จากจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ เสร็จแล้วนายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา ร่วมกันถวายจตุปัจจัยไทยธรรมและย่ามปักตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก นายกรัฐมนตรี ไปยังหน้าพระสวดภาณวาร จุดเทียนทองและเงินพร้อม เครื่องบูชากระบะมุก เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนา พระสวดภาณวารจุดเทียนพุทธาภิเษก ข้างตู้เทียนชัยซ้ายขวาเสร็จแล้วนายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา เดินทางกลับ และในเวลา 20.19 น.สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออกเป็นประธานดับเทียนชัย
สำหรับพระสงฆ์นั่งปรก (เจริญจิตตภาวนา) จำนวน 5 รูป เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ได้แก่ พระเทพสังวรญาณ วัดบวรนิเวศวิหาร กทม. พระภาวนาวิสุทธิโสภณ วัดประดู่ จ.สมุทรสงคราม พระโสภณพัฒนคุณ วัดพุน้อย จ.ลพบุรี พระบวรรังษี วัดระฆังโฆสิตาราม กทม. พระนันทวิริยาภรณ์ วัดใหญ่สว่างอารมณ์ จ.นนทบุรี และพระสงฆ์สวดภาณวาร จากวัดสุทัศน์ จำนวน 4 รูป ได้แก่ พระประสิทธิสุตคุณ พระครูสุนทรโชตยานุวัตร พระมหากรวิกอหึโก และพระมหาคำแสน มงคลเสวี
ขณะที่บรรยากาศโดยรอบพระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม มีประชาชนจำนวนมากสวมใส่เสื้อสีเหลืองมาเข้าร่วมพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยกระทรวงมหาดไทยจัดเต็นท์ไว้รองรับประชาชนแต่ไม่เพียงพอ ทำให้ประชาชนบางส่วนต้องนั่งในบริเวณระเบียงวิหารคตเพื่อเข้าร่วมพิธีครั้งประวัติศาสตร์ ขณะที่ประชาชนอีกส่วนหนึ่งรับชมพิธีประวัติศาสตร์นี้ จากการถ่ายทอดสดของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ
น.ส.ประคอง ตอโนนสูง อายุ 64 ปี จากย่านคลองตัน กรุงเทพฯ กล่าวว่า ปลื้มปีติอย่างมากที่ได้ร่วมพิธีครั้งนี้ เพราะถือเป็นครั้งแรก ครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้มีโอกาสชมพิธีศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่ทราบว่ามีพิธีดังกล่าวก็ตั้งใจแล้วว่าจะมาร่วมพิธีให้ได้ แม้อากาศร้อนมากแต่มาด้วยใจ ตั้งใจจะเข้าร่วมพิธีไปจนเสร็จสิ้นไม่ว่าจะดึกขนาดไหน จะได้ไปเล่าให้ลูกหลานฟังว่าเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เหล่านี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ประชาชนรู้สึกปลื้มปีติมากขนาดไหน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเสร็จสิ้นพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ ในเช้าวันที่ 19 เม.ย. จะมีพิธีเชิญคนโทน้ำอภิเษกออกจากพระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวราราม ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยจะเคลื่อนขบวนไปตามถนนดินสอ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินใน ตรงไปยังประตูสวัสดิโสภา จากนั้นจะเชิญคนโทน้ำอภิเษกลงจากรถเชิญน้ำอภิเษก ไปยังด้านหน้าปราสาทพระเทพบิดร และเชิญคนโทน้ำอภิเษกไปวางในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง
อีกด้านเมื่อเช้าวันเดียวกัน ที่ห้องยุทธนาธิการ กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวย การกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัยการจราจร งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัยฯ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 30 หน่วยงาน เพื่อเปิดศูนย์อำนวยการปฏิบัติงานทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
เมื่อถามว่า ห่วงสถานการณ์ใดเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง มีพวกก่อกวนนิดหน่อย เราติดตามอยู่ขณะนี้เรียบร้อยดี เมื่อถามย้ำว่าเป็นกลุ่มที่มาจากต่างประเทศหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ใช่ แต่เป็นกลุ่มคนที่จิตไม่ปกติ เมื่อถามว่า เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวแบบไหนหรือการเคลื่อนไหวผ่านโซเชียล พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ทราบเพียงแต่เราหาข่าวมาได้ เมื่อถามย้ำว่า จะมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองในขณะนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่เกี่ยวๆ
จากนั้น พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. นายวิทยา ยาม่วง ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางน้ำ รักษาการผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ร่วมกันแถลงผลการประชุมกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัย และอำนวยการการจราจรพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า นับตั้งแต่วันนี้กองอำนวยการร่วมฯจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะงานการถวายความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ส่วนงานด้านการข่าวประชาชนคนไทยต่างมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมทุกจังหวัดเป็นอย่างดี ยังไม่ปรากฏข้อมูลข่าวสารใด ที่ส่งผลกระทบต่อพระราชพิธีต่างๆ พล.อ.ประวิตรได้สั่งการให้ 1. มีการประชุมทุกวันเวลา 09.00 น. และก่อนเวลา 12.00 น. จะสรุปผลการประชุมรายงานให้รองนายกฯได้รับทราบเพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหา
พล.ต.ท.ปิยะกล่าวอีกว่า 2.ให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องติดตามข่าวสารข่าวกรอง ข้อมูลต่างๆอย่างใกล้ชิด เกาะติดการข่าวทุกๆสถานการณ์ 3.ให้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โซน ในการดูแลความปลอดภัยและการจราจร โดยมอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจภาค 6 พร้อมตัวแทนฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ร่วมปฏิบัติหน้าที่ด้วยกันทั้ง 6 โซน ต้องไปพิสูจน์ทราบข้อมูลส่วนบุคคลยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์สิ่งของเครื่องใช้ ทั้งบนฟ้า ในน้ำ ในอากาศ บนดิน สแกนทุกอย่าง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนสิ้นสุดพระราชพิธี 4.ซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติงานทุกระดับ ผู้ปฏิบัติและผู้บังคับบัญชา รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมปฏิบัติ ผู้ใต้บังคับบัญชาในขั้นตอนปฏิบัติเมื่อมีสถานการณ์เกิดขึ้น
พล.ต.ท.ปิยะกล่าวต่อว่า 5.การปฏิบัติหน้าที่ทั้ง 6 โซนและจุดคัดกรองทั้ง 21 จุดให้นำเทคโนโลยีทั้งของตำรวจและทหาร ฝ่ายข่าวกรอง กสทช. รวมถึงโทรคมนาคมต่างๆทั้งระบบสแกนใบหน้า การพิสูจน์ทราบบุคคลระบบฐานข้อมูล CCTV ต่างๆให้ติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลาในการเชื่อมโยงข้อมูลทุกจุดมายังกองอำนวยการร่วมฯ ตลอด 24 ชั่วโมง 6.ผู้บังคับ-บัญชาทุกระดับ โดยเฉพาะผู้บัญชาในระดับโซนและจราจรต้องลงลึก เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติทุกหน่วย เป็นการทำงานในรายละเอียดจริงๆทุกพื้นที่ ต้องตรวจดูทั้งสี่แยก ในซอย บุคคล รถยนต์เข้า-ออกที่เป็นประจำ 7.ข้าราชการทุกนายถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูงสุด ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ขอให้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ที่สุดให้สมพระเกียรติและเป็นไปตามพระราชประสงค์
พล.ต.ท.ปิยะกล่าวด้วยว่า ที่ประชุมได้พูดถึงจิตอาสาประชาชน จิตอาสาจากส่วนราชการ จิตอาสาเฉพาะกิจ จะมีการฝึกอบรมตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. อยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของพิธีอันยิ่งใหญ่ของคนไทย กองอำนวยการร่วมฯ จะทำหน้าที่ ดูแลรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ เพราะถือว่าพี่น้องประชาชนทุกคน เป็นแขกของพระองค์ท่าน โดยจะจัดไฟส่องสว่างเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน ที่จะต้องอยู่ในช่วงเวลากลางคืน รวมถึงการจัดที่รองนั่งเช่นเดียวกับช่วงที่ประชาชนมาร่วมงาน ร.9
พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.กล่าวถึง การปิดการจราจร ว่า ในวันที่ 19 เม.ย.จะมีพิธีเชิญน้ำอภิเษกจากวัดสุทัศน์ ไปพระบรมมหาราชวัง จะมีการปิดช่องทางจราจร 16 เส้นทางตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 11.00 น. ระยะทาง 1,890 เมตร ที่ริ้วขบวนเดินผ่านใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง วันที่ 21 เม.ย.จะซักซ้อมริ้วขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค จะปิดเส้นทาง 40 เส้นทาง ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ถึง 22.00 น. ประชาชนสงสัยสอบถามได้ที่เบอร์ 1197 และ www.police.go.th
ด้านนายวิทยา ยาม่วง ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางน้ำ รักษาการผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขสมก. เตรียมรถโดยสารทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 960 คัน ใน 27 จุด จาก 16 เส้นทางเพื่อนำประชาชนเข้าร่วมพระราชพิธี พื้นที่ภายในกรุงเทพฯ จะจัดรถชัตเติ้ลบัสรับส่งใน 16 เส้นทาง ระหว่างวันที่ 2-6 พ.ค. การรถไฟฯก็เพิ่มขบวนรถพิเศษจากนครปฐม มหาชัย อยุธยา และฉะเชิงเทรา รวมทั้งจัดเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเดินทาง
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยกล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กระทรวงและทุกจังหวัด ดำเนินโครงการและจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 3 โครงการคือโครงการ 1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพระ เกียรติ โครงการฟื้นฟูพัฒนาลำน้ำคูคลองเพื่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต โครงการสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ โดย น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางร่วมพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน ขณะนี้ทุกจังหวัดเริ่มดำเนินกิจกรรมโครงการเฉลิมพระเกียรติทั้ง 3 โครงการแล้ว และภายในสิ้นเดือน เม.ย. หรือก่อนวันพระราชพิธี ทุกจังหวัดจะเชิญต้นรวงผึ้งต้นไม้มงคลประจำรัชกาลที่ 10 ที่ทุกจังหวัดได้รับพระราชทานไปปลูก สำหรับโครงการฟื้นฟูพัฒนาลำน้ำคูคลองและโครงการสวน สาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ในอนาคตอันใกล้ทุกจังหวัดจะมีถนนคลองและสวนสาธารณะที่สวยงาม

