ประวัติ “เกรียง กัลป์ตินันท์” แม่ทัพภาคอีสานพรรคเพื่อไทย เริ่มต้นเส้นทางการเมืองเป็น สส. ตั้งแต่ปี 2538 ก่อนปิดฉากในวัย 73 ปี หลังถึงแก่อนิจกรรม 

ปิดตำนาน “แม่ทัพอีสาน” แห่งพรรคเพื่อไทย

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ปิดฉากชีวิตนักการเมืองแม่ทัพภาคอีสานของพรรคเพื่อไทย หลังทราบข่าวว่า นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดอุบลราชธานี เสียชีวิตแล้วอย่างสงบในวัย 73 ปี ช่วงสายของวันที่ 11 สิงหาคม ซึ่งครอบครัวโพสต์แจ้งข่าวและแสดงความอาลัย (อ่านเพิ่มเติม : “เกรียง กัลป์ตินันท์” อดีต รมช.มหาดไทย เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 73 ปี ครอบครัวอาลัย)

ประวัติ “เกรียง กัลป์ตินันท์”

สำหรับประวัติของ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ มีชื่อเล่นว่า เบี้ยว เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2495 ก่อนที่จะเสียชีวิตในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 สิริอายุ 73 ปี เจ้าตัวเกิดที่ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี สมรสกับ นางรจนา กัลป์ตินันท์ อดีตนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี มีบุตรสาว 1 คน (เสียชีวิต) และมีบุตรชาย 2 คน คือ นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และนายอภิสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ 

การศึกษา นายเกรียง จบปริญญาตรีทางด้านศิลปศาสตร์ และปริญญาโท สาขาการบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี มีน้องชายชื่อ นายกานต์ กัลป์ตินันท์ เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี 2 สมัย ต่อมาในวันที่ 3 มกราคม 2567 นายเกรียง ได้รับพระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดนเป็น นายกองเอก

เส้นทางการเมือง ก้าวแรกสู่สภาฯ ปี 2538

นายเกรียง ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.อุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ 1 สมัยแรกในการเลือกตั้งปี 2538 ขณะนั้นสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ โดยเอาชนะ นายไชยศิริ เรืองกาญจนเศรษฐ์ เจ้าพ่ออีสานใต้ นับเป็นการโชว์ฝีไม้ลายมือในสนามการเลือกตั้งแรก ต่อมาในการเลือกตั้ง สส. ปี 2539 เจ้าตัวได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 แต่ย้ายมาสังกัดพรรคความหวังใหม่ ก่อนจะย้ายไปสังกัดพรรคไทยรักไทย ในการเลือกตั้ง สส. ปี 2544 และปี 2548 จากนั้นในปี 2550 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไทยรักไทย และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 5 ปี ซึ่ง นายเกรียง เป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรค

บทบาทในพรรคไทยรักไทยและการได้รับเลือกตั้ง

ในเวลาต่อมา นายเกรียง หวนคืนสู่สนามการเมืองอีกครั้ง โดยปี 2555 นายเกรียง กลับมาดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และในการเลือกตั้ง สส. ปี 2557 ลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 42 แต่ภายหลังรัฐประหารเมื่อปี 2557 วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ได้เรียก นายเกรียง ในฐานะรักษาการรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รวมทั้ง นายวรสิทธิ์ และนางพิทยา กัลป์ตินันท์ (ภรรยานายวรสิทธิ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี) เข้าพบเพื่อพูดคุยถึงนโยบายเรื่องผู้มีอิทธิพล ก่อนที่จะลาออกจากพรรคไทยรักษาชาติ เมื่อ 23 พฤศจิกายน 2561 และวันถัดมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย

ขณะที่ในการเลือกตั้ง สส. เมื่อปี 2562 นายเกรียง ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 10 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพึงมีตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และในปี 2563 นายเกรียง ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ให้เป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง

ผลงานที่น่าจดจำในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กระทั่งในการเลือกตั้ง สส. ปี 2566 นายเกรียง ลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 6 และได้รับการเลือกตั้ง ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย” เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566 ในรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 โดยนายเกรียง ได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ให้เป็นผู้สั่งการและปฏิบัติราชการในกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรุงเทพมหานคร รวมถึงกำกับดูแลองค์การตลาดและองค์การจัดการน้ำเสีย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

พ.ศ. 2547 - เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

พ.ศ. 2544 - เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)

พ.ศ. 2568 - เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ 2 ประเภทที่ 2 (ส.ช.)

พ.ศ. 2510 - เหรียญสนองเสรีชน (ส.ส.ช.)

อย่างไรก็ตาม นายเกรียง มีคดีค้างอยู่ โดยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด นางรจนา กัลป์ตินันท์ อดีตนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี พร้อมพวก กรณีแบ่งจ้างโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายผิวจราจร ปีงบประมาณ 2549 วงเงินรวม 43.221 ล้านบาท ออกเป็น 26 โครงการ โครงการละไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคา และเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางรายเข้ารับงาน โดยผลไต่สวนระบุว่า นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ซึ่งขณะนั้นเป็นสามีของนางรจนา มีบทบาทสั่งการให้แบ่งโครงการและแทรกแซงการดำเนินงานของเทศบาล รวมถึงกำหนดให้บริษัทของเครือญาติและผู้ใกล้ชิดเข้ารับงาน โดยมีการจัดทำผู้เสนอราคาและคู่เทียบล่วงหน้า ก่อนให้นางรจนาลงนามอนุมัติสัญญาจ้าง 

โดย ป.ป.ช. จะส่งสำนวนพร้อมความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อมแจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับทราบ และส่งเรื่องให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยตามกฎหมาย (อ่านเพิ่มเติม : ป.ป.ช. ฟันอาญา “รจนา-เกรียง กัลป์ตินันท์” ฮั้วประมูลถนน จ.อุบลฯ เอื้อเครือญาติ)



ขณะที่ล่าสุด นายวรสิทธิ์ ลูกชายของนายเกรียง มีการแจ้งยืนยันว่า บิดาถึงแก่อนิจกรรมที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เมื่อเวลา 10.35 น. ของวันที่ 11 สิงหาคม คาดว่าจะเคลื่อนร่างถึง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 12 สิงหาคม และมีพิธีสวดอภิธรรมวันแรก 13 สิงหาคม พร้อมทั้งขอบคุณพี่น้องชาวอุบลราชธานี ที่รักและไว้วางใจ นายเกรียง และครอบครัวกัลป์ตินันท์เสมอมา