“พริษฐ์” เกาะติด ปธ.รัฐสภา ยังไม่ส่งคำร้องต่อ ป.ป.ช. คดีซุกหุ้น “ศักดิ์สยาม” ไปที่ศาล เพิ่งตั้ง คกก. มากลั่นกรอง มองซื้อเวลา-ฟอกขาวหรือไม่ เย้ยบางผลงานที่แถลงอาจเป็นเพียงภาพลวงตาทางสถิติ


วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา 16.34 น. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้าน โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า ในงานแถลงผลงานของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาวันนี้ เราได้รับความชัดเจนแล้วว่า หลังจากผ่านไป 41 วัน นับแต่วันที่พรรคฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) บางส่วน ได้ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภาเพื่อกล่าวหาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีที่ ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทางประธานรัฐสภายังไม่ได้ส่งคำร้องต่อไปที่ศาลฎีกาเพื่อให้เกิดการตั้งคณะไต่สวนอิสระ และมีท่าทีจะยืดเวลาออกไปอีก

ทั้งนี้ หลังจากถูกสอบถามโดยสื่อมวลชน ทางประธานโสภณ บอกว่าเมื่อวาน (15 กรกฎาคม) เพิ่งได้เซ็นแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อกลั่นกรองและเสนอแนะว่าประธานรัฐสภาควรจะส่งคำร้องต่อไปที่ศาล หรือปัดตกคำร้องและตัดตอนให้เรื่องไปไม่ถึงศาล โดยนายพริษฐ์ มีข้อสังเกตดังนี้

1. การตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองชุดนี้ เป็นความพยายามในการ “ซื้อเวลา” เพื่อให้เรื่องไปถึงศาลช้าที่สุดหรือไม่ ในเมื่อ 

  • 1.1 ครั้งล่าสุดที่มีการยื่นคำร้องตามกลไกนี้ ประธานรัฐสภา ณ เวลานั้น ใช้เวลาไม่ถึง 41 วัน ในการส่งเรื่องไปที่ศาล แต่พอมาครั้งนี้ 41 วันผ่านไป เรื่องยังไปไม่ถึงศาล แต่เรากลับได้เพียงการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง
  • 1.2 นายโสภณ ยอมรับเองบนเวทีว่าไม่ได้กำหนดกรอบเวลาใดๆ เลย ว่าคณะกรรมการชุดนี้จะต้องกลั่นกรองและเสนอบทสรุปต่อประธานภายในกี่วัน

...

2. การตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองชุดนี้ เป็นความพยายามในการ “ฟอกขาว” การตัดตอนการตรวจสอบให้เรื่องนี้ไปไม่ถึงศาลหรือไม่

  • 2.1 นายโสภณ แจ้งว่า คณะกรรมการชุดนี้ประกอบไปด้วยคนนอกเป็นหลักที่ได้ไปทาบทามเอง แต่กลับไม่เปิดเผยรายชื่อคนนอกให้สังคมได้รับรู้และตรวจสอบเรื่องความเหมาะสม ความเชี่ยวชาญ ความเป็นกลางทางการเมือง

ขณะเดียวกัน นายพริษฐ์ มีข้อเสนอว่า หากการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ ไม่ใช่ความพยายามในการซื้อเวลา หรือฟอกขาว การตัดตอนการตรวจสอบ ตนเสนอว่าขั้นต่ำที่ประธานรัฐสภาทำได้ เพื่อเริ่มต้นพิสูจน์ให้สังคมเห็น คือ 

1. เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการชุดนี้ให้สังคมได้ร่วมกันตรวจสอบ 

2. กำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจนตั้งแต่วันนี้ ว่าคณะกรรมการจะต้องกลั่นกรองเสร็จภายในกี่วัน

3. เชิญผู้เสนอคำร้องเข้าไปชี้แจง เพื่อประกอบการพิจารณา

4. เปิดเผยบันทึกการประชุมทุกนัด และผลการตรวจสอบโดยละเอียด (เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ)

นอกจากนี้ ประธานวิปฝ่ายค้าน ยังเผยถึงผลงานอื่นที่ นายโสภณ พูดถึงบนเวที มีบางผลงานที่เราต้องระมัดระวังในการตีความ เพราะอาจเป็นเพียง “ภาพลวงตาทางสถิติ” ตัวอย่าง 1 การผลักดันกฎหมาย ประธานพูดว่าสมัยแรกของสภาฯ ยุคโสภณ เป็นสมัยประชุมที่มีการผ่านกฎหมายมากที่สุดในรอบ 10 ปีนั้น แม้ในเชิงสถิติอาจจะใช่ แต่เหตุผลหลักที่เป็นเช่นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายหรือการบริหารสภาฯ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (สภาฯ ชุดที่ 27) แต่เป็นเพราะว่าเรามีกฎหมายค้างท่อ ที่ค้างจากสภาฯชุดก่อน (ชุดที่ 26) เป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายฉบับผ่านหลายวาระมาแล้ว และเหลืออีกเพียงไม่กี่ขั้นตอนก็จะเสร็จ ก่อนจะมีการยุบสภา

ดังนั้น เมื่อมีการยืนยันกฎหมายที่ค้างจากสภาฯ ชุดที่แล้วให้เข้ามาพิจารณาต่อในสภาฯ ชุดนี้ จำนวนกฎหมายที่ผ่านไปได้ก็ย่อมต้องเยอะเป็นปกติ ส่วนเหตุผลที่เยอะกว่าสภาฯ ชุดก่อนในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ก็เพราะเป็นเพียงการเทียบสภาทั้งหมด 3 ชุด (25 / 26 / 27) ซึ่งสภาฯ ชุดที่ 25 เป็นสภาฯ ที่มาจากการเลือกตั้งชุดแรกหลังรัฐประหาร และสภาฯ ชุดที่ 26 ไม่ได้มีกฎหมายค้างท่อที่เข้าสู่การพิจารณา เพราะการตั้งรัฐบาลมีความล่าช้าจนทำให้เลยกรอบเวลาที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะสามารถมีมติยืนยันกฎหมายค้างท่อได้ทัน

ในทางกลับกัน สิ่งที่นายโสภณ พูดแล้วยังไม่ทำ คือการเพิ่มวันประชุมสภาฯ ที่ใช้สำหรับการพิจารณาร่างกฎหมายของ สส. หรือภาคประชาชน (ที่ไม่ใช่กฎหมายของ ครม.) เป็นการเฉพาะ หากทำเช่นนั้นถึงจะพูดได้อย่างเต็มปากว่าสภาฯ ชุดนี้มีการยกระดับประสิทธิภาพในการผลักดันกฎหมายได้จริง ซึ่งตนหวังว่าเราจะได้เห็นสิ่งนี้ในสมัยประชุมหน้า

ตัวอย่าง 2 การตอบกระทู้สดของรัฐมนตรี ประธานพูดว่าสมัยแรกของสภาฯ ยุคโสภณ เป็นสมัยประชุมที่รัฐมนตรีมาตอบกระทู้สดมากหรือมากที่สุด (33 จาก 36 กระทู้) นายพริษฐ์ ระบุว่า แม้สถิติในระบบอาจจะบ่งบอกเช่นนั้น แต่สถิติดังกล่าวเป็นสถิติ “ลวงตา” เพราะแม้ข้อบังคับกำหนดให้ฝ่ายค้านยื่นกระทู้สดในช่วงช่วงเช้าวันพฤหัสบดีว่าจะถามรัฐมนตรีคนไหน เรื่องอะไร แต่ทางวิปรัฐบาลมีการขอให้วิปฝ่ายค้านอำนวยความสะดวกด้วยการแจ้งก่อนล่วงหน้าตั้งแต่วันจันทร์-วันอังคาร ว่าเราจะถามใคร

ดังนั้น หากสัปดาห์ไหนฝ่ายรัฐบาลแจ้งกลับมาว่ารัฐมนตรีคนใดที่ฝ่ายค้านอยากถาม ติดภารกิจหรือไม่สะดวกมาตอบ (ซึ่งความจริงไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะรัฐมนตรีควรวางแผนล่วงหน้าได้ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยจริงๆ) ทางฝ่ายค้านก็อาจจำเป็นต้องยอมเปลี่ยนไปถามรัฐมนตรีคนอื่น เพื่อไม่เสียโควตากระทู้สด เมื่อเป็นแบบนี้สถิติการตอบกระทู้สดที่ขึ้นมาในระบบเลยดูเหมือนจะดี แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้สะท้อนความเป็นจริง เกี่ยวกับความรับผิดชอบของรัฐมนตรีในการจัดสรรเวลามาตอบกระทู้ของฝ่ายค้าน ในหัวข้อที่ฝ่ายค้านต้องการถามเป็นหลัก.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง