“โสภณ” ปลื้มผลงานสภาผู้แทนราษฎร ออกกฎหมายมากสุด ไม่มีล่ม  ฟุ้งอยู่ 4 เดือน ลดค่าไฟฟ้าได้ 4 ล้านบาท


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงผลงานหลังตนเองเข้ารับตำแหน่งประธานสภาฯ ในชื่องาน “รายงานผลการดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎรต่อประชาชน : 122 วัน พลิกโฉมของสภาฯ แก้ปัญหาของประชาชน” ที่ห้องโถงสัมมนา ชั้น B1 อาคารรัฐสภา ตอนหนึ่งว่า ในหนึ่งสมัยประชุมงานนิติบัญญัติภายใต้การกำกับของตนและ รองประธานสภาฯอีกสองคน เป็นที่พึ่งในการแก้ปัญหาของประชาชน ทั้งกฎหมายที่สมัยที่ผ่านมาได้ผ่านร่างกฎหมายรวม 14 ฉบับ ถือว่ามากที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งเป็นความร่วมมือของทุกฝ่าย ส่วนที่วิจารณ์ว่า สภาฯไม่มีผลงานถือว่าวิจารณ์ด้วยความอคติ 

ส่วนการตอบกระทู้ของรัฐมนตรีก็มาตอบมากที่สุด คือ มีกระทู้สดด้วยวาจา 36 กระทู้ มาตอบ 33 กระทู้ เป็นการขอความร่วมมือให้มาตอบ ส่วนกรณีที่บางคนไม่มาตอบ ตามข้อบังคับเขียนให้มอบหมายได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น ครม. ที่มีหน้าที่เห็นสมควรก็มีมอบหมาย แต่สำคัญคือ ความรับผิดชอบมาตอบความเดือดร้อนของประชาชน ในสภาฯชุดที่ 27 ยุคของตน ไม่มีสภาล่ม เป็นพัฒนาการของ สส. รวมถึงประธานในที่ประชุมที่ควบคุม ส่วนกรณีที่มีข้อทักท้วงถึงการไม่อนุญาตให้ฉายวิดีโอ หรือนำเสนอภาพระหว่างการอภิปราย ที่ผ่านมาการเซ็นเซอร์มีมาทุกยุค และมีกรรมการพิจารณา หากพบการทำงานบกพร่องตนต้องรับผิดชอบ กรณีที่เกิดขึ้นในสภาฯ รับผิดชอบทุกกรณีตามอำนาจหน้าที่ การเซ็นเซอร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องเกิดมานานแล้ว แต่ที่มีปัญหาเพราะไม่ยอมรับสิ่งที่กระทบสิทธิของบุคคลอื่นทำให้กรรมการไม่อนุญาต

ฟุ้งอยู่ 4 เดือน ลดค่าไฟฟ้าได้ 4 ล้าน

...

นายโสภณ กล่าวถึงกรณีที่มีผู้วิจารณ์ว่าตนให้ทำกิจกรรมที่ไม่ควรทำ หรือโครงการที่อยู่นอกเหนือหน้าที่ เช่น ให้เคารพธงชาติ แอโรบิก กิจกรรมปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ทั้งนี้เป็นแนวทางของการพัฒนาบุคคลที่ตรงปก เพราะหากยืนเคารพธงชาติเพียง 1 นาทีไม่ได้ ไม่เชื่อว่าจะรักชาติจริง หรือ กรณีทำโครงการแก้ปัญหายาเสพติด แม้ไม่ใช่ภารกิจของประธานสภา แต่ตนไม่ได้ใช้เวลาของสภาลงพื้นที่ ทั้งนี้ตนมองว่า สภาต้องทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน และในเร็วๆนี้ จะทำเวิร์กช็อปการศึกษา ในวันที่ 3 ส.ค. ซึ่งไม่เกี่ยวพรรคการเมือง แต่ได้หารือกับทุกภาคส่วนเพื่อแก้วิกฤตประเทศ ขณะที่มาตรการประหยัดพลังงานของสภาฯ ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาลดการใช้ไฟได้รวม 4 ล้านบาท

รับประกันงานก่อสร้าง ยังมีปัญหา 

“อนาคตของสภาในยุคของผม ผมอยากเห็นฝ่ายนิติบัญญัติร่วมแก้ปัญหาโดยกระบวนการนิติบัญญัติ มาลงแรง ไม่ต้องลงทุนมาแก้ปัญหายามวิกฤต กฎหมายใดที่มีผลกระทบ เป็นอุปสรรคต่อประเทศต้องแก้ไขปรับปรุง กฎหมายใดที่ส่งเสริมการลงทุนต้องบรรจุโดยเร็ว ดังนั้นการใช้เวลาของสภาต้องใช้ให้คุ้มค่าเพื่อทำกฎหมายให้ประชาชน ส่วนรัฐบาลต้องลงทุนเดินหน้าแก้กฎหมาย เพื่อให้ประเทศเดินหน้า ถือเป็นภารกิจหลัก ส่วนภารกิจรอง คือ ทำให้สภาเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ในอดีตที่ผ่านมาผมไม่รู้ แต่สัปปายะสภาสถานต้องเป็นหน้าเป็นตา เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ มุ่งหวังดันเต็มที่เพื่อให้สภาฯ เป็นแหล่งท่องเที่ยว ศึกษาดูงาน บ่มเพาะประชาธิปไตย เดินหน้า อย่าติดอยู่กับอดีต เมื่อสมัยแรกทำได้ขนาดนี้ ผมขอยกความดีให้ส่วนรวมทั้งหมด” นายโสภณ กล่าว

เมื่อถามถึงการประกันงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาที่หมดสัญญา เมื่อ 15 ก.ค. ที่พบความชำรุด แต่ไม่ได้ถูกแก้ไข นายโสภณ กล่าวว่า เมื่อ 2 เดือนก่อนให้เร่งแจ้งให้ผู้รับจ้าง เป็นนโยบายให้แก้ไข ดังนั้นเร่งรัดไปแล้ว ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร ตนไม่ก้าวล่วง หรือแทรกแซง แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย