มติ กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. ใน 3 พื้นที่ “กทม.” หน่วย 9 เขต 15 คันนายาว “น่าน” เฉพาะ สส.เขต “อุดรฯ” เฉพาะ สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนปทุมฯ ให้นับคะแนนใหม่ “ชลบุรี” ไม่นับ-ไม่เลือกตั้งใหม่
เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าว “การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ” ณ ศูนย์การเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ประธาน กกต. กล่าวในช่วงเริ่มต้นว่า เราจะแถลงเรื่องความจริงทุกประเด็นไม่มีปิดบัง และยินดีให้ซักถามในทุกประเด็น เพราะถือว่า กกต. ทำหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายและตามระเบียบทุกอย่าง
จากนั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร แถลงสรุปภาพรวมว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติเรื่องสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ที่แรก คือ กรุงเทพมหานคร หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 (เขตคันนายาว) เนื่องจากคืนนั้นมีเหตุฝนตกและพายุ ทำให้บัตรเลือกตั้งและแบบขีดคะแนนเกิดความชำรุดเสียหาย ซึ่ง กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากการรายงานของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร “มีมติสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ในการเลือกตั้งของหน่วยดังกล่าว ทั้ง สส.แบบแบ่งเขต, แบบบัญชีรายชื่อและการออกเสียงประชามติ” โดยกำหนดให้เลือกตั้งใหม่ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569
...
กรณีที่ 2 จังหวัดน่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองน่าน บริเวณตำบลไชยสถาน กรณีคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ประกาศงดการนับคะแนน สืบเนื่องจาก กปน. มีการฉีกบัตรเลือกตั้งคร่อมกับหมายเลขผู้สมัคร ทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าบัตรเลือกตั้งเป็นบัตรดีหรือบัตรเสียอย่างไร ทำให้กระบวนการนับคะแนนไม่สามารถดำเนินการได้ จึงได้ประกาศงดการนับคะแนน และรายงานคณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง ซึ่งได้เสนอความเห็นต่อ กกต. สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ “กกต. พิจารณา อาศัยอำนาจตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. จึงมีคำสั่งให้จัดการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ในการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ของเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองน่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3” ซึ่งจะได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์เช่นกัน
กรณีที่ 3 จังหวัดอุดรธานี มีการฉีกบัตรคร่อมหมายเลขพรรคการเมือง คือบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ กปน. ไปตรวจพบในขั้นตอนการนับคะแนน จึงได้ประกาศงดการนับคะแนน และรายงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต ซึ่งเสนอ กกต. เพื่อสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ “โดยสรุปของอุดรธานี เป็นการสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่แบบบัญชีรายชื่อ ของหน่วยเลือกตั้งที่ 4 เขตเลือกตั้งที่ 6 อำเภอไชยวาน” ซึ่งกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์
“ทั้งนี้ ในกรณีจังหวัดน่านและจังหวัดอุดรธานี ได้สั่งให้มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการชุดใหม่เพื่อทำหน้าที่ เพื่อไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้น”
กรณีที่ 4 จังหวัดมหาสารคาม มีการทักท้วงเรื่องป้ายรวมคะแนน ซึ่งติดตั้ง ณ บริเวณหน้าศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองมหาสารคาม เนื่องจากผลคะแนนของผู้สมัครบางพรรคมีความคลาดเคลื่อน ซึ่ง กกต.ประจำเขต ตรวจสอบรายงานผลการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งแล้ว พบว่ามีผลคะแนนของหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตำบลท่าสองคอน มิได้นำมารวมเป็นคะแนนแก่ผู้สมัคร เมื่อตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องแล้ว จึงได้ดำเนินการแก้ไขป้ายรวมคะแนนบริเวณหน้าศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งให้ได้รับทราบ “ซึ่งกรณีนี้ กกต. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องนี้ไม่เป็นเหตุให้ต้องสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 124 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.”
กรณีที่ 5 จังหวัดปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ 7 สืบเนื่องจากมีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น โดยนักศึกษาประท้วงคัดค้านเพราะไม่สามารถสังเกตการนับคะแนนได้ชัดเจนเพราะมีการนับในอาคาร เมื่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และ กกต.ประจำเขต รับทราบ ได้มีการสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ โดยมีการแต่งตั้งกรรมการซึ่งประกอบไปด้วยนักศึกษาร่วมดำเนินการนับคะแนน ทั้งนี้ ย้ำว่าการนับคะแนนทั้ง 2 รอบ ไม่ได้ทำให้ผลการนับคะแนนเปลี่ยนแปลงไป เพียงแต่การสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่เป็นอำนาจของ กกต. “เพราะฉะนั้น กกต. จึงได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 124 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ที่หน่วยเลือกตั้งนับบัตรนอกราชอาณาจักรและนอกเขตเลือกตั้งของจังหวัดปทุมธานี ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย”
กรณีที่ 6 จังหวัดชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 นายครรชิต เปิดเผยผลสอบข้อเท็จจริง หลังมีผู้ยื่นคำร้อง 10 ราย แต่มาให้ถ้อยคำ 6 ราย รวมยก 3 ประเด็นคือ ไฟฟ้าดับ ผู้มาแสดงตนไม่ตรงกับบัตร และการนับคะแนนไม่ถูกต้อง กรณีไฟดับ คลิปที่เผยแพร่ไม่ใช่เหตุในจังหวัดชลบุรี แต่เป็นจังหวัดนนทบุรี แต่ก็พบว่าในพื้นที่ชลบุรี มีไฟฟ้าดับจริง 4 หน่วย คือ 36-39 นาน 40 นาที แต่มีเพียงที่หน่วยที่ 36 ที่ยังนับไม่เสร็จ จึงหยุดนับและรอไฟฟ้ากลับมาจึงนับต่อ โดยไม่มีผู้ทักท้วง ส่วนหน่วยที่ 37-39 นับเสร็จสิ้นก่อนไฟดับ ส่วนประเด็นที่ 2 จำนวนผู้มาแสดงตนไม่ตรงกับบัตร ผู้ร้องไม่ระบุหน่วยชัดเจน ตรวจสอบหน่วยที่ 11-15 วัดเสม็ด ไม่พบความผิดปกติ ประเด็นที่ 3 การอ่านบัตรคะแนนไม่ถูกต้อง กรณีนี้ผู้ยื่นคำร้องไม่ได้ระบุว่าจุดไหน เราตรวจสอบจากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 160 กว่าหน่วย ไม่มีการทักท้วงการนับคะแนนเพราะฉะนั้นการันตีว่าการนับคะแนนถูกต้องแล้ว (อ่านกรณีจังหวัดเพิ่มเติม : มติ กกต. “ชลบุรี เขต 1” ไม่นับคะแนนใหม่)
ส่วนข้อสงสัยเรื่องเอกสารในโรงยิมและการไม่ใช้สายรัดหีบบัตร ชี้แจงว่าเป็นขั้นตอนยุบรวมหีบก่อนขนย้ายไปศาลาประชาคมซึ่งอยู่ห่าง 500 เมตร โดยสาเหตุที่มาใช้โรงยิมเพราะศาลาประชาคมคับแคบ ซึ่งเอกสารที่พบเป็นเพียงเอกสารอีก 10% รอจัดเก็บ ไม่ได้ทิ้งในถังขยะ และจะรัดสายเมื่อจัดเก็บครบถ้วนที่ปลายทางศาลาประชาคมที่มีสายรัดรอไว้แล้ว ซึ่งขั้นตอนการยุบรวมหีบบัตรจะต้องตัดสายรัด โดยที่พบสายรัดในโรงยิมเป็นสายรัดที่ใช้มาแล้ว และมีบางส่วนที่เหลือ เพราะฉะนั้นสายรัดตรงโรงยิมจะไม่มี “สรุปผลการไต่สวน ยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนไม่ถูกต้อง จึงไม่มีเหตุสั่งเลือกตั้งใหม่”
ทางด้าน ประธาน กกต. กล่าวเสริมว่า เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้น กกต. นัดประชุมทันที ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่บางเรื่องเราต้องมีข้อมูลเพียงพอในการวินิจฉัย จึงแต่งตั้งให้ไปสอบข้อเท็จจริงโดยใช้เวลา 2 วัน จากสำนวนมีการสอบข้อเท็จจริงมาทั้ง 2 ฝ่าย คือฝ่ายผู้ร้องและฝ่ายปฏิบัติหรือฝ่ายที่เห็นเหตุการณ์ ก็มาชั่งน้ำหนักดูว่าน้ำหนักไปทางไหน เราชั่งน้ำหนักเหมือนการเขียนคำพิพากษา ดูความเชื่อมโยงของพยาน ประเด็นที่ได้แถลงไปตามคำร้องมี 3 ประเด็น แต่ กกต. ได้มอบหมายให้ไปหาข้อเท็จจริงอีกว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ ในการนับคะแนน มีความสุจริตมีความเที่ยงธรรมหรือไม่ จากข้อเท็จจริงที่ได้รับรายงานมา กกต. ทุกท่านใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงในการดูประเด็นต่างๆ
“เรายืนยันได้ว่า กกต. ไม่เอาเกียรติยศชื่อเสียงของเราไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้ และเราก็ไม่จำเป็นต้องทำ เพราะฉะนั้นยืนยันได้ว่านอกจากตรวจสอบตามคำร้องแล้ว เราตรวจสอบเรื่องความชอบในการนับคะแนนด้วย ในการรวมผลคะแนนด้วย ขอยืนยันเฉพาะตรงนี้ แต่เรื่องอื่นก็ว่ากันไป ยืนยันว่าในเรื่องการที่ร้องเรียนต่างๆ ประเด็นต่างๆ ที่เป็นข่าว เราก็ชี้แจงไปแล้วทุกประเด็น ซึ่งเรากังวลว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะมองว่าเราไม่ตรวจสอบ มีความชัดเจนว่าเราตรวจสอบทุกมิติ ดูอย่างละเอียด เพราะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ”