มติ กกต. ไม่สั่งนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ “ชลบุรี เขต 1” ยืนยันไม่นิ่งนอนใจ สั่งสอบสวนตรวจสอบทุกมิติ ชี้ ผู้ยื่นคำร้องไม่ได้เห็นเหตุการณ์เอง ย้ำ 160 กว่าหน่วย ไม่มีการทักท้วงนับคะแนน
เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าว “การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ” ณ ศูนย์การเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร แถลงถึงจังหวัดชลบุรี ว่า เกิดขึ้นหลังนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว มีมวลชนบางส่วนเข้ามาสังเกตการณ์บริเวณสถานที่ยุบรวมหีบบัตร บริเวณโรงยิมของเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ขณะนั้นเป็นขั้นตอนของการยุบรวมหีบบัตร ปรากฏว่าอาจจะมีการไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น จึงมีการไปเสนอขอให้มีการสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ ซึ่งเพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงได้มอบให้ นายครรชิต ไปดำเนินการเพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณาของ กกต. ที่จะดูว่าจะเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ จะสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่หรือไม่
...
ส่วนขั้นตอนในการดำเนินการสอบสวนไต่สวน นายครรชิต กล่าวเสริมว่า ตามที่ได้รับมอบหมายให้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอนับคะแนนใหม่ในการเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีผู้ชุมนุมก็จริง แต่มีผู้ยื่นคำร้องเพียง 10 คน ทั้งหมดมีอยู่ 3 ประเด็นที่ตั้งไว้ตามคำร้องคือ โดยใน 10 คน มาให้ถ้อยคำ 6 คน และให้ถ้อยคำว่าไม่ได้พบเห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง
ประเด็นที่ 1 เรื่องไฟฟ้าดับในที่ลงคะแนนเลือกตั้ง ผู้ที่ยื่นคำร้องอ้างถึงคลิปที่ไฟดับแต่พัดลมยังติดอยู่ ซึ่งเหตุการณ์นั้นไม่ได้เกิดที่จังหวัดชลบุรี แต่เกิดที่จังหวัดนนทบุรี กกต. ได้ตรวจสอบเพิ่มเติมว่าในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี มีไฟฟ้าดับหรือไม่ ไปสอบถามที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาบางแสน ยืนยันว่ามีไฟฟ้าดับจำนวน 4 หน่วย คือหน่วยที่ 36, 37, 38 และ39 ในตำบลแสนสุข ไฟดับ 40 นาที แต่มีเพียงที่หน่วยที่ 36 ที่ยังนับไม่เสร็จ จึงหยุดนับและรอไฟฟ้ากลับมาจึงนับต่อ โดยไม่มีผู้ทักท้วง ส่วนหน่วยที่ 37-39 นับเสร็จสิ้นก่อนไฟดับ
ประเด็นที่ 2 ผู้มาแสดงตนกับบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกัน กรรมการบวกคะแนนช้า ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ปรากฏว่า ได้สอบสวนทั้งหน่วยที่ 11-15 ใช้เวลาใกล้เคียงกัน ไม่มีอะไรผิดปกติ และออกจากหน่วยประมาณ 19.00-20.00 น.ไปถึงที่ส่งหีบบัตรเสร็จประมาณ 24.00 น. เวลาใกล้เคียงกัน ไม่มีเหตุผิดปกติ
ประเด็นที่ 3 การอ่านบัตรคะแนนไม่ถูกต้อง กรณีนี้ผู้ยื่นคำร้องไม่ได้ระบุว่าจุดไหน เราตรวจสอบจากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 160 กว่าหน่วย ไม่มีการทักท้วงการนับคะแนนเพราะฉะนั้นการันตีว่าการนับคะแนนถูกต้องแล้ว
ในกรณีหีบบัตรเลือกตั้งทำไมไม่มีการใช้สายรัด และบัญชีแบบเขียนคะแนนไปอยู่ในถังขยะ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงคือ เดิมหีบบัตรจะไปที่ศาลาประชาคม แต่เนื่องจากพื้นที่แคบ ลงไม่สะดวก ทางผู้อำนวยการเขตและ กกต.เขต จึงใช้โรงยิมสนามแบดมินตันของเทศบาล เพื่อรถเข้า-ออกสะดวก เอาบัตรไปส่งและยุบรวมหีบบัตร เจตนาคือเพื่อความสะดวก จากนั้นจะขนไปที่ศาลาประชาคม ก่อนจะส่งไปที่โกดังที่สำนักงาน กกต.จังหวัดชลบุรี เช่าอยู่ ซึ่งทุกเขตจะไปรวมกันที่นั่น
แต่ระหว่างที่กำลังยุบรวมหีบบัตรดำเนินการไปแล้ว 90% เหลืออีก 10% เอกสารต่างๆ ยังกองอยู่กับพื้นที่สนามแบดมินตัน ระหว่างที่กำลังจะขนมีมวลชนเข้าไปตรวจสอบว่าการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ถูกต้องหรือไม่ และมีมวลชนจำนวนมากจึงไม่สามารถเคลื่อนรถออกมาได้ อีกทั้งมวลชนเข้าไปในสนามแบดมินตัน เจอเอกสารที่ยังจัดเก็บไม่เรียบร้อย 10% ที่เหลือ ยืนยันว่าในโรงยิมไม่มีถังขยะ มีแต่กองเอกสารที่เตรียมจะเคลียร์ เพราะฉะนั้นเอกสารเหล่านี้ยังไม่ได้ทิ้ง แต่ถูกจัดเก็บอยู่ตรงนั้น
ส่วนกรณีที่มีข้อสงสัยว่าทำไมไม่ใช้สายรัด เนื่องจากระยะทางจากโรงยิมไปถึงศาลาประชาคมประมาณ 500 เมตร การไม่ใช้สายรัดและกล่องไม่เรียบร้อย เนื่องจาก ผอ.เขต และ กกต.เขต ขอใช้พื้นที่ของเทศบาลถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ และเทศบาลมาเร่งว่าต้องเสร็จในวันดังกล่าวจึงต้องรีบเอาออก โดยตั้งใจว่าจะไปใช้สายรัดที่ศาลาประชาคม ส่วนสายรัดที่ยังไม่ถูกใช้ เหลือมาจากหน่วยเลือกตั้งที่มีเผื่อไว้ เมื่อบรรจุเอกสารในหีบบัตรแล้วรัดสายรัดมาส่งที่นี่เพื่อยุบรวมหีบ ขั้นตอนนี้ก็ต้องตัดสายรัดออกโดยใส่ถุงรวมกันไว้
“จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดจึงสรุปได้ว่า ยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 124 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ประกอบกับข้อ 223 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. เหตุควรยุติเรื่อง”
ทางด้าน ประธาน กกต. กล่าวเสริมว่า เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้น กกต. นัดประชุมทันที ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่บางเรื่องเราต้องมีข้อมูลเพียงพอในการวินิจฉัย จึงแต่งตั้งให้ไปสอบข้อเท็จจริงโดยใช้เวลา 2 วัน จากสำนวนมีการสอบข้อเท็จจริงมาทั้ง 2 ฝ่าย คือฝ่ายผู้ร้องและฝ่ายปฏิบัติหรือฝ่ายที่เห็นเหตุการณ์ ก็มาชั่งน้ำหนักดูว่าน้ำหนักไปทางไหน เราชั่งน้ำหนักเหมือนการเขียนคำพิพากษา ดูความเชื่อมโยงของพยาน ประเด็นที่ได้แถลงไปตามคำร้องมี 3 ประเด็น แต่ กกต. ได้มอบหมายให้ไปหาข้อเท็จจริงอีกว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ ในการนับคะแนน มีความสุจริตมีความเที่ยงธรรมหรือไม่ จากข้อเท็จจริงที่ได้รับรายงานมา กกต. ทุกท่านใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงในการดูประเด็นต่างๆ
“เรายืนยันได้ว่า กกต. ไม่เอาเกียรติยศชื่อเสียงของเราไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้ และเราก็ไม่จำเป็นต้องทำ เพราะฉะนั้นยืนยันได้ว่านอกจากตรวจสอบตามคำร้องแล้ว เราตรวจสอบเรื่องความชอบในการนับคะแนนด้วย ในการรวมผลคะแนนด้วย ขอยืนยันเฉพาะตรงนี้ แต่เรื่องอื่นก็ว่ากันไป ยืนยันว่าในเรื่องการที่ร้องเรียนต่างๆ ประเด็นต่างๆ ที่เป็นข่าว เราก็ชี้แจงไปแล้วทุกประเด็น ซึ่งเรากังวลว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะมองว่าเราไม่ตรวจสอบ มีความชัดเจนว่าเราตรวจสอบทุกมิติ ดูอย่างละเอียด เพราะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ”
อีกทั้ง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ยังสรุปทิ้งท้ายอีกว่า การเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 กรณีจึงไม่เป็นเหตุให้มีการสั่งให้เลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 124 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.