สุดท้ายก็ต้องพักยกแบบ “ถอย” แต่ไม่ “ถอน”!เพราะถ้าขืนเดินหน้าต่อไม่ฟังเสียงคัดค้านที่ดังกระหึ่มไปรอบด้านไม่ใช่แค่ในเมืองหลวงเท่านั้น แต่ขยายวงกว้างไปยังจังหวัดต่างๆทั่วประเทศพูดง่ายๆว่าแค่ไม้ขีดก้านเดียวก็ลุกพรึ่บแน่นั่นคือสถานการณ์สถานบันเทิงครบวงจร (กาสิโน) ที่รัฐบาลเพื่อไทยจัดหนักจัดเต็มเพื่อหวังให้กฎหมายคลอดออกมาให้เร็วที่สุดที่บอกว่าไม่เร่งรีบนั้นไม่มีใครเชื่อ?ก็เพราะพฤติกรรมที่แสดงออกหลายวาระนั้นคือท่วงทำนองที่ทำให้เห็นว่าต้องการที่จะให้ทุกอย่างดำเนินการให้เร็วที่สุดเพราะขืนช้าออกไปอาจจะเกิดตัวแปรทำให้ติดขัดและสะดุดได้ โดยเฉพาะเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาลที่ฝ่าศึกซักฟอกมาด้วยกันสดๆร้อนๆแต่พอเหลือบตาขึ้นมาเห็นกระแสคัดค้านที่แรงขึ้นกว้างขึ้นก็ชักไม่มั่นใจเพราะอาจเกิด “อุบัติเหตุ” ขึ้นมาได้เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายการเงินที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.และรัฐบาลเป็นผู้เสนอเข้าสภาเองหากไม่ผ่านสภาแค่วาระแรก!นายกรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบ ไม่ “ลาออก” ก็ต้อง “ยุบสภา” มี 2 ทางเลือกเท่านั้นจึงไม่แปลกที่นายกรัฐมนตรีต้องแก้ไขปัญหาก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น ทำให้เก๋หน่อยก็ตรงที่บอกว่า “รอได้” วันนี้บ้านเมืองมีปัญหาสำคัญคือแผ่นดินไหวและการขึ้นภาษีของสหรัฐฯต้องไปแก้ไขตรงนั้นก่อนนายกรัฐมนตรี “แพทองธาร ชินวัตร” ได้เรียกหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคหลังประชุม ครม.เพื่อหารือเรื่องนี้โดยหัวหน้ารัฐบาลได้เอ่ยขึ้นมาก่อนตั้งแต่เกิดเสียงคัดค้านมากคงเพราะรัฐบาลไม่ได้ชี้แจงทำความเข้าใจอย่างกว้างขวางทำให้เกิดความเข้าใจผิดจึงจำเป็นต้องทำเรื่องนี้ก่อนอีกทั้งสถานการณ์บ้านเมืองไม่เอื้ออำนวย หากเดินหน้าต่อไปก็จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลเกิดความไม่สบายและไม่สบายใจที่จะยกมือสนับสนุนยิ่งกำลังจะถึงเทศกาลสงกรานต์ทุกคนคงอยากมีความสุขเนื่องในโอกาสวันปีใหม่ของไทยจึงไม่น่าจะทำให้เกิดความกังวลใจเดี๋ยวเปิดสภาสมัยประชุมหน้าค่อยว่ากันดีกว่ามีรัฐมนตรีบางคนถึงกับบอกว่าหากมีเสียงคัดค้านกันมากรัฐบาลก็ถอนกฎหมายฉบับนี้ออกมาก็ได้พูดง่ายๆก็คือรัฐบาลไม่ได้แคร์อะไร!ต่างกับเจ้าของไอเดีย “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” ที่บอกว่ามีความพยายามจากคนบางกลุ่มบางฝ่ายที่อิจฉาพยายามบิดเบือนเรื่องนี้ว่ารัฐบาลจะเปิด “กาสิโน” สามารถเล่นการพนันได้อย่างถูกกฎหมายทั้งๆที่เป็นสถานบันเทิงครบวงจรมีกาสิโนเพียงแค่ 10% เท่านั้นจึงจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจในเจตนาที่ต้องการกระตุ้นให้เกิดการลงทุน เพิ่มแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทยมากขึ้น“ทักษิณ” ให้ความเห็นไม่มากนักนี่ถ้าไม่ใช่ประเด็นคอขาด บาดตายคงผรุสวาทอัดฝ่ายคัดค้านไม่เหลือดีแน่ถึงตอนนี้คงต้อง “ดอง” เอาไว้ก่อนไม่ต่างกับเรื่อง “เอ็มโอยู 44” กับกัมพูชาว่าด้วยเรื่องผลประโยชน์ใต้ทะเลความเป็นไปของเรื่องนี้ก็คงต้องดูจากสถานการณ์ว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นมาบ้างจากช่วงนี้จนถึงเปิดสภาประเด็นสำคัญคือเสียงคัดค้านจะเบาลงหรือไม่?พรรคร่วมรัฐบาลยังยืนยันที่จะยกมือสนับสนุนหรือไม่?เพราะ 2 ประเด็นนี้คือหัวใจสำคัญของปัญหา!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม