วันพฤหัสบดีที่ 12 ที่ผ่านมา เป็นวันที่นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร แถลงผลงาน 3 เดือนที่ผ่านมา พร้อมทั้งประกาศนโยบายใหม่ภายใต้หัวข้อ “2568 โอกาสไทยทำได้จริง” ไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะเคยฉายหนังตัวอย่างมาบ้างแล้ว ภายใต้คำขวัญ “มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” นโยบายใหม่ๆของปีหน้า มีทั้งเรื่องบ้านเช่ามีการแจกเงินดิจิทัลเหมือนเดิม ให้คนที่ยังไม่ได้รับแจก มีเรื่องค่าโดยสารรถไฟฟ้าใน กทม. 20 บาทตลอดสาย พร้อมทั้งสัญญาว่าปี 2568 เป็นปีแห่งโอกาส แต่ไม่มีคำสัญญาที่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ไม่พูดถึงการออกกฎหมายสกัดรัฐประหาร ที่ยังมีความเห็นต่าง โดย เฉพาะกับพรรคภูมิใจไทยความเห็นต่างเป็นธรรมชาติของนักการเมืองที่มีอุดมการณ์ที่ต่างกัน พรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ ที่เคยร่วมรัฐบาลแต่ถูกขับออกไป ยึดแนวทางอนุรักษ์นิยม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และรองนายกรัฐมนตรี คัดค้าน สส.พรรคเพื่อไทย ที่เสนอร่างกฎหมายถาโถมเพื่อสกัดรัฐประหารนายอนุทินยืนกรานไม่ต้องมีกฎหมายสกัด รัฐประหารก็จะหายไปเอง ถ้านักการเมืองไม่ทุจริตโกงกิน เป็นทฤษฎีที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งยังร่วมรัฐบาลอยู่กับพลังประชารัฐ ส่วนหนึ่งเป็นฝ่ายค้านไปแล้ว คัดค้านกฎหมายสกัดรัฐประหารทั้งสองพรรค เพราะเคยมีระดับผู้นำคณะรัฐประหารทั้งสองพรรคถ้าไปคัดค้านกฎหมายสกัดรัฐประหาร เพราะเปิดทางให้นักการเมืองแทรกแซงกองทัพ ถามว่าคัดค้านกองทัพแทรกแซงการเมือง ถึงกับยึดอำนาจหรือไม่ หรือว่ายึดลัทธิหรือหลักการอะไรกันแน่ หลักการเผด็จการหรือประชาธิปไตย ถ้ายึดหลักการอำนาจนิยมหรือเผด็จการ ย่อมเสี่ยงต่อการทำผิดคำปฏิญาณตนก่อนรับตำแหน่ง สส.นั่นก็คือคำปฏิญาณที่ว่า “ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาและปฏิบัติ ตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” สส.ผู้ผิดคำปฏิญาณถือว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องถูกยื่นศาลฎีกาให้ถอดถอนรัฐธรรมนูญระบุว่า นักการเมืองที่จงใจใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญอาจถูกร้องต่อศาลฎีกาให้ถอดถอนจากตำแหน่ง หรือให้เพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งทุกตำแหน่งการเมืองตลอดชีวิต ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ถือว่าเป็น “การประหารชีวิตทางการเมือง” ที่นักการเมืองไทยโดนมาหลายคน ไม่ใช่เรื่องเล็กๆคลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม