ทุกครั้งที่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะรัฐบาลผสมหลายพรรคมักจะเกิดความขัดแย้งในพรรค บ้างก็แย่งเก้าอี้รัฐมนตรี บ้างก็สนับสนุนหรือคัดค้านการร่วมรัฐบาล แม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่าพรรคใดๆ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรค โพสต์ข้อความว่า เพิ่งได้ยินว่า สส.ปชป.แบ่งเป็น 2 กลุ่มกลุ่มที่ 1 พูดเก่ง ตำหนิเก่ง แต่ทำงานไม่เก่ง กลุ่มที่ 2 พูดไม่เก่ง ตำหนิไม่เก่ง แต่ทำงานเก่ง และรอเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อสร้างผลงานให้ประเทศชาติ ประชาชน เท่ากับสร้างผลงานให้พรรคด้วย คนที่แบ่ง สส.เป็น 2 กลุ่ม เป็นถึงเลขาธิการพรรค นายสามารถจึงถามว่าทำไมผู้ใหญ่ของพรรคจึงพูดแบ่งแยกพรรคอย่างนี้นายสามารถเตือนด้วยว่า การเป็นฝ่ายค้านก็สามารถสร้างผลงานให้ประเทศชาติ ประชาชน และพรรคได้ถ้ามุ่งมั่นค้านอย่างสร้างสรรค์ ปกป้องผลประโยชน์ประเทศและประชาชนขณะที่นายชวน หลีกภัย บอกตรงๆว่า คัดค้านการร่วมรัฐบาล เพราะรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเคยประกาศว่าจะช่วยเหลือแต่จังหวัดที่เลือกพรรคตนนายชวน หลีกภัย อยู่พรรคประชาธิปัตย์มาอย่างน้อย 55 ปี เคยเป็นทั้ง สส. เป็นประธานสภา และนายกรัฐมนตรี เคยต่อสู้กับพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่ยังเป็นพรรคไทยรักไทย นายชวนเคยให้นิยามของ “ระบอบทักษิณ” ไว้ว่า ชอบแทรกแซงองค์กรอิสระและสื่อมวลชน ทุจริตเชิงนโยบาย ผลประโยชน์ทับซ้อน และการเมืองคือธุรกิจแต่นายชวนไม่ขัดข้อง ถ้า ปชป. จะมีมติเข้าร่วมรัฐบาลตามกติกาประชาธิปไตย เนื่องจากพรรค ปชป.ยึดหลักประชาธิปไตย สส.ของพรรคมีเสรีภาพเต็มที่ จึงเกิดการแตกแยกในพรรคหลายครั้ง รวมทั้งการลาออกของอดีตนายก รัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายวีระ มุสิกพงศ์ อดีตเลขาธิการ และการสูญพันธุ์ใน กทม. และบางส่วนของภาคใต้ในด้านอุดมการณ์ทางการเมือง ในยุคที่ต้องต่อสู้กับพรรคคณะรัฐประหาร พรรค ปชป. อาจเป็น “ฝ่ายเสรีนิยม” เพราะยึดมั่นในระบบรัฐสภา แต่ในปัจจุบันกลายเป็น “อนุรักษ์นิยม” มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรค เพราะตั้งขึ้นในขณะที่กระแสพรรคฝ่ายซ้ายกำลังฟู่ฟ่า ขณะนี้ยึดอุดมการณ์คล้ายกับพรรคเพื่อไทย และพรรคอนุรักษ์อื่นๆไม่ว่าจะอยู่ในยุคอนุรักษ์นิยม หรือเสรีนิยม สส.พรรคประชาธิปัตย์ได้รับยกย่องเป็นนักการเมืองที่ “พูดเก่ง ตำหนิเก่ง” มาแทบจะทุกยุคทุกสมัย เพราะส่วนใหญ่เป็นฝ่ายค้าน ปชป. จึงต้องมี สส.พูดเก่ง ด่าเก่ง วาทะของนายชวนได้รับยกย่องเป็น “ใบมีดโกนอาบนํ้าผึ้ง” ปชป.จึงต้องรักษามรดก “พูดเก่ง” ซึ่งเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของ ปชป.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม