“เศรษฐา” ส่งคำแถลงปิดคดี บอกอย่าเพิ่งคิดไกลหานายกฯสำรอง ชี้ภาพ “ทักษิณ-อนุทิน” สนิทสนม เรื่องปกติของอดีตเจ้านาย-ลูกน้องเก่า ไม่ปิดประตูดึง “นายใหญ่” ช่วยงาน วิป รบ.รอถกพรรคร่วมฯ ยึดเก้าอี้รอง ปธ.สภา ก.ก.นัดฟัง “ชัยธวัช-พิธา” แถลงปิดคดี 2 ส.ค. “ปกรณ์วุฒิ” ทำใจดีสู้เสือเชื่อไม่ถูกยุบ “โรม” เซ็งเอาแต่โฟกัสยุบก้าวไกล จี้สังคมจับตา กกต. “ปิยบุตร” โวยสื่อหลุดประเด็น จ้องดราม่าพรรคสำรอง “จุลพันธ์” ยันทำงบเหลื่อมปีโปะดิจิทัลวอลเล็ตถูกต้อง วิปรัฐบาลล็อบบี้พรรคร่วมฯไฟเขียว 1.22 แสน ล. “จุรินทร์” เย้ยรัฐบาล “ลิงแก้แห” “ผู้กอง” กำราบ “สามารถ” ปากไม่มีหูรูด ยกหู “ลุงป้อม” ปรามเด็กในสังกัด จ่อขับพ้นพรรค เจ้าตัวดี๊ด๊ามี “ลุง” ให้ท้าย สส.ไม่พอใจชงรีบแก้ ป.ป.ช.เปิดผลจัดอันดับโปร่งใส มี 9 หน่วยงานได้ระดับดีเยี่ยม ทร.ติดอันดับ 2พลพรรคค่ายส้มใจดีสู้เสือ ไม่สิ้นหวังรอดบ่วงยุบพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นัดฟังคำแถลงปิดคดี ขอสังคมอย่ารีบด่วนสรุปก้าวไกลถูกยุบแน่ ขอให้ดูข้อต่อสู้หลักกฎหมาย รวมถึงความชอบธรรมของกระบวนการยุติธรรม“เศรษฐา” ยันไม่หานายกฯสำรองเมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 30 ก.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งคำแถลงปิดคดีที่กลุ่ม 40 อดีต สว.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ จากกรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า พร้อมแล้วทุกอย่าง เหลือแค่เซ็นลงนาม จะส่งภายในเวลา 16.30 น.วันนี้ เมื่อถามว่าจนถึงวินาทีนี้ยังมั่นใจว่าจะได้ไปต่อใช่หรือไม่ นายเศรษฐาหัวเราะก่อนตอบว่า “ทุกอย่างเราส่งไป ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรมแล้ว ไม่อยากก้าวล่วง วันนี้ผมจะทำ Closing Statements (คำแถลงปิดท้าย)” เมื่อถามว่าเริ่มมีการมองหานายกฯสำรอง หวาดหวั่นหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า “ไม่ครับ” เมื่อถามย้ำว่าหนึ่งในนั้นมีชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายกฯตอบว่า ประเทศไทยมีบุคคลคุณภาพหลายคน ยืนยันว่าปฏิบัติตามกฎหมายทุกอย่าง และน้อมรับคำตัดสินอย่าเพิ่งคิดไปไกลให้เรื่องเกิดก่อนผู้สื่อข่าวถามว่า หากคำตัดสินออกมาเป็นลบ คนที่จะมาเป็นนายกฯคนใหม่ควรมาจากพรรคเพื่อไทยหรือพรรคร่วมรัฐบาล นายเศรษฐาตอบว่า อย่าเพิ่งไปไกล อย่าเพิ่งไปคิดเรื่องนั้น เรามีกลไกรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้แล้ว ถ้าเกิดออกมาเป็นอย่างนั้นก็ต้องเป็นไปตามที่ว่ากัน เมื่อถามว่านับจากเหตุการณ์ตั้งแต่เขาใหญ่ ถึงช่วงจัดงานวันคล้ายวันเกิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทั้งที่ซอยรางน้ำ จนถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า ได้พูดคุยกับนายทักษิณบ้างหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า ตอนวันเกิดได้โทรศัพท์ไปแต่ท่านไม่ได้รับสาย คาดว่าติดทำบุญอยู่ จึงส่งดอกไม้ไปอวยพร และช่วงบ่ายวันเดียวกันหลังกลับจาก จ.นครพนม โทรศัพท์ไปอวยพรอีกครั้งให้ท่านมีความสุขและสุขภาพแข็งแรง ก็พูดคุยกันโดยไม่ได้พูดเรื่องสถานการณ์การเมือง วันเกิดของท่านอยากให้ท่านมีความสุข ส่วนเรื่องเขาใหญ่หรือที่อื่นเป็นการพบปะกันธรรมดา เนื่องจากรู้จักกันมานาน นายอนุทินก็เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านมาก่อน การไปตีกอล์ฟร่วมกันก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาไม่ปิดประตูดึง “ทักษิณ” ช่วยงานเมื่อถามว่ามีการจับตาช่วงเดือน ส.ค. ที่นายทักษิณจะพ้นการพักโทษเป็นผู้บริสุทธิ์ จะดึงมาช่วยงานรัฐบาลด้านใดหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า เรื่องแรกคือต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมถึงจะได้รับการพ้นโทษ ไม่ทราบว่าอยู่ในขั้นตอนใดแล้ว ส่วนเรื่องจะให้มาช่วยงานรัฐบาล ยืนยันว่ายังไม่มีการพูดคุยกัน ขอให้เป็นไปตามขั้นตอน เมื่อถามย้ำว่าไม่ปฏิเสธที่จะให้เข้ามาใช่หรือไม่ นายกฯตอบว่า “ไม่ปฏิเสธที่จะพูดคุยกัน คงมีการพูดคุยกัน แต่ไม่ทราบเหมือนกัน เรื่องนี้ต้องเป็นไปตามความประสงค์ของท่านด้วย ไม่ใช่ของผมฝ่ายเดียว ยืนยันนะครับว่ายินดี และพร้อมรับฟังความคิดเห็นของทุกท่าน” เมื่อถามว่าคิดว่านายทักษิณยังเป็นกระแสที่ประชาชนต้องการหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า คนที่เป็นนายกฯมานานขนาดนี้และได้รับความนิยมชมชอบสูงสุด ท่านก็ยังคงมีคนรักรับเวลาเปลี่ยนปัญหายิ่งซับซ้อนเมื่อถามต่อว่าความนิยมผ่านมาเกือบ 20 ปี วันนี้นายทักษิณยังตอบโจทย์สถานการณ์ทั้งเศรษฐกิจและการเมืองปัจจุบันหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า เชื่อว่าทุกคนมีความหวังดี มีความปรารถนาดีกับประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้น แต่แน่นอนว่าระยะเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป องค์ประกอบหลายๆอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป ฉะนั้นแต่ละปีแต่ละช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปจะมีความยากความซับซ้อน วิสุทธิ์ ไชยณรุณวิป รบ.ไม่มีแผนสำรองคดีนายกฯนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า วิปรัฐบาลไม่มีการเตรียมแผนสำรองใดๆ มั่นใจมากว่าคดีของนายกฯไม่มีอะไร เพราะทำถูกต้อง หารือทุกฝ่ายแล้ว ไม่กังวลอะไรจึงไม่ได้มีแผนสำรอง เป็นความสุจริตของนายกฯ และนายกฯไม่ได้ทำเอง มีการปรึกษาคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว แต่ในเมื่อมีปัญหาต้องว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม เชื่อว่านายกฯจะทำงานให้ประชาชนต่อไปได้รอถกพรรคร่วมฯยึดเก้าอี้รอง ปธ.นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ส่วนกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกลวันที่ 7 ส.ค. อาจมีผลกระทบต่อตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ในฐานะเป็นกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลขณะนั้น คงต้องว่าไปตามกระบวนการ แต่เหตุยังไม่เกิดไม่อยากก้าวก่ายให้เกิดความเสียหาย เป็นมารยาททางการเมือง ไม่ควรก้าวก่ายให้บาดหมางกัน ขอให้ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม ถ้ามีปัญหาค่อยมาว่ากัน ต้องดูความเหมาะสมของสัดส่วนต่างๆ รัฐบาลมีทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ การเป็นรัฐบาลจะตัดสินใจเรื่องใดแค่พรรคเพื่อไทยไม่ได้ เมื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาลต้องปรึกษาหารือกัน ยังไม่คิดไปไกลว่าพรรคก้าวไกลจะถูกยุบ พริษฐ์ วัชรสินธุก.ก.แถลงปิดคดียุบพรรค 2 ส.ค.ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า วันที่ 2 ส.ค. นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค จะเปิดแถลงคำแถลงปิดคดีคำร้องยุบพรรคก้าวไกล เพื่อยืนยันแนวทางการต่อสู้และปกป้องพรรคว่าเป็นอย่างไร ยืนยันไม่ถอดใจไม่อยากให้สังคมด่วนสรุปพรรคจะถูกยุบ จะพยายามทำเต็มที่เพื่อปกป้องพรรค เนื้อหาสาระเป็นคำแถลงปิดคดีที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เป็นความพยายามยืนยันแนวทางการต่อสู้อีกครั้ง แบ่งเป็น 9 ข้อตามที่นายพิธาเคยแถลงไว้ ทั้งการต่อสู้เรื่องกระบวนการไม่ชอบในการยื่นยุบพรรคของ กกต. ยืนยันว่าสิ่งที่พรรคก้าวไกลทำไม่ได้ล้มล้างการปกครอง หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พรรคโฟกัสให้ความสำคัญ 2 เรื่อง คือ 1.พยายามทำเต็มที่ภายใต้ช่องทางที่เหลือไม่ให้พรรคถูกยุบ 2.พรรคเดินหน้าทำงานต่อ ผ่านกลไกสภาผู้แทนราษฎร ผลักดันกฎหมาย ใช้กลไก กมธ. รวมทั้งกระทู้ตรวจสอบการทำงานรัฐบาล เดินหน้าทำงานระดับท้องถิ่นเช่นกัน การเลือกตั้งนายกอบจ.ราชบุรี น่าจะเป็นสนามแรกที่พรรคส่งลงเลือกตั้ง“ปกรณ์วุฒิ” ทำใจดีสู้เสือไม่ถูกยุบนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เรื่องตำแหน่งรองประธานสภาฯ ของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา หากเกิดอุบัติเหตุอะไรค่อยพูดคุยกัน ยังไม่ได้คิดไปถึงจุดนั้น ยังมองในแง่ดีมั่นใจพรรคก้าวไกลไม่ถูกยุบ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 1 ส.ค.นี้ จะมีการพิจารณารายงานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง เรื่องข้อเสนอการส่งเสริมสถาบันพรรคการเมืองให้ยึดโยงกับประชาชน ที่มีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นประธาน จะมีเรื่องกฎหมายยุบพรรคที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันการเมือง คิดว่า สส.คงอภิปรายอย่างกว้างขวาง เรื่องความเข้มแข็งของพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ส่วนการตั้งพรรคใหม่นั้น พูดด้วยความสัตย์จริงว่าไม่ทราบ เพราะไม่ใช่กรรมการบริหารพรรค ไม่มีส่วนตัดสินใจ ส่วนตัวก็ไม่อยากทราบ ผลออกมาเป็นอย่างไรก็ตามนั้น ไม่มีเงื่อนไข จะร่วมงานกับพรรคต่อไป รังสิมันต์ โรม“โรม” เซ็งเอาแต่โฟกัสยุบ ก.ก.นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า คดียุบพรรคก้าวไกล เชื่อมั่นถ้าว่ากันตามกฎหมายพยานหลักฐาน ไม่น่านำไปสู่การยุบพรรคได้ คดีนี้เป็นคดีสำคัญสังคมจับตามอง เพราะพรรคก้าวไกลมี สส.มากสุด ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน 14 ล้านคน การที่พรรคการเมืองถูกยุบง่ายๆจึงไม่ใช่สิ่งที่สังคมอยากเห็น ควรหมดไปได้แล้วใน พ.ศ.นี้ เพราะมีแต่สร้างความขัดแย้ง คาดหวังวันที่ 7 ส.ค. จะเป็นวันที่ไม่มีการยุบพรรคอีกต่อไป การยุบพรรคโดยกระบวนการศาลควรหมดไปได้แล้ว ขอให้การยุบพรรคเกิดขึ้นโดยประชาชน ส่วนเรื่องพรรคสำรองคงดูได้จากพรรคการเมืองต่างๆที่เคยถูกยุบว่าต้องจัดการอย่างไรจี้สังคมจับตาการทำงาน กกต.นายรังสิมันต์กล่าวว่า ส่วนกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความพร้อมขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น เป็นแค่การพูดถึงความพร้อมทั่วไปเท่านั้น ไม่อยากให้สังคมโฟกัสว่าต้องถูกยุบแน่นอน เพราะเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจอยากให้เป็น ทำให้การทำงานการเมืองอยู่บนพื้นฐานความกลัว การทำนโยบายต่างๆไม่สามารถทำได้เต็มที่ วันนี้สังคมมาโฟกัสก้าวไกลถูกยุบจนลืมไปว่ามีการใช้อำนาจวิธีการที่อาจไม่ถูกต้องหรือไม่ แต่บุคคลเหล่านี้ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร อยากให้สังคมช่วยกันโฟกัสกระบวนการที่ กกต.ทำถูกต้องเป็นธรรมหรือไม่ ส่วนคดีถอดถอนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ แม้พรรคฝ่ายค้านไม่สนับสนุนให้เป็นนายกฯ แต่เมื่อเป็นแล้ว การสิ้นสุดความเป็นนายกฯไม่ควรเป็นไปโดยกลไกศาล ควรใช้กระบวนการทางการเมือง เมื่อถามว่าช่วงเดือน ส.ค. จะมีสมการของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาเกี่ยวข้องด้วย นายรังสิมันต์ตอบว่า การเมืองเปลี่ยนแปลงทุกช่วง สุดท้ายนายทักษิณไม่ได้กลับมาเลี้ยงหลาน แต่เข้ามามีบทบาททางการเมืองมากขึ้น “พระอาทิตย์มีดวงเดียว ถ้าจะมีพระอาทิตย์ 2 ดวง ก็ไม่รู้จะอยู่กันอย่างไร เป็นความยากที่รัฐบาลเศรษฐาต้องบริหารจัดการ”“ปิยบุตร” โวยสื่อหลุดประเด็นนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การที่สื่อมวลชนและนักวิเคราะห์ ต่างให้ความสนใจแต่ประเด็นที่ว่า เมื่อพรรคก้าวไกลถูกยุบใครจะขึ้นมาเป็นแกนนำพรรคถัดไป มี สส.ย้ายไปพรรคอื่นกี่คน โดยไม่ได้สนใจเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ กกต. การต่อสู้คดี ประเด็นข้อกฎหมาย หรือความถูกต้อง สะท้อนว่า 1.ไม่มีใครสนใจเรื่องกฎหมายเรื่องหลักการกันแล้ว 2.การยุบพรรค กลายเป็นเครื่องมือของนิติสงครามโดยสมบูรณ์ 3.วิเคราะห์การเมืองว่าใครเป็นแกนนำ ใครย้ายพรรค สนุกกว่าเยอะ ดราม่ากว่าเยอะ สื่อสารง่ายกว่าเยอะ 4.ทำข่าวง่ายดี แค่เอาไมโครโฟนไปไล่ถาม สส.พรรคก้าวไกล ไม่ต้องมาเสี่ยงเผชิญหน้ากับศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เสี่ยงโดนข้อหาละเมิดอำนาจศาล ถ้าปรากฏการณ์เช่นนี้ยังคงดำเนินต่อไป อาวุธที่ชื่อยุบพรรคก็ยังคงมีอานุภาพต่อ“อ๋อง” ทำใจอาจต้องพ้นหน้าที่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า คดียุบพรรคมีความเป็นไปได้หลายทาง ตอนนี้พยายามดูว่างานในความรับผิดชอบทั้งหมด มีอะไรที่ทำได้ก่อน-หลังวันที่ 7 ส.ค. แต่ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ เท่าที่คุยกับเพื่อนๆในพรรคก้าวไกล น่าประหลาดใจว่าไม่มีใครหวั่นเกรงอะไรเลย ทุกคนยังทำงานเต็มที่ หากคำวินิจฉัยออกมาให้ยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคด้วย คุณสมบัติรองประธานสภาฯระบุว่าต้องเป็น สส. หากสภาพสส.สิ้น การทำงานของรองประธานสภาก็สิ้นเช่นเดียวกัน เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่ารัฐบาลอยากได้ตำแหน่งรองประธานสภา นายปดิพัทธ์ตอบว่า เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของสภาฯ เพราะตำแหน่งในสภาทั้งหมดมาจากการเสนอชื่อโดย สส. แต่คิดว่าตำแหน่งนี้คงไม่มีใครอยากได้มาก เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์โพดผลทางการเมืองอะไร ขออย่างเดียวคนที่มาแทน หากเห็นด้วยกับแนวทางที่ตนพยายามพัฒนาสภาอยู่ ให้พัฒนาต่อ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์“จุลพันธ์” ยันทำงบเหลื่อมปีถูกต้องที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ให้สัมภาษณ์ว่า คงไม่นำโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เข้าสู่ที่ประชุม ครม.อีก เพราะเคยรับทราบหลักการไปแล้ว สามารถดำเนินการลงทะเบียนได้ในวันที่ 1 ส.ค. คาดว่าจะนำเข้าที่ประชุม ครม.ให้รับทราบอีกครั้ง เมื่อได้ยอดผู้ลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ชัดเจน เมื่อถามถึงข้อกังวลหากสภาฯผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2567 วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท ในวาระ 2-3 อาจสุ่มเสี่ยงต่อข้อกฎหมาย เพราะมองว่าเป็นการใช้งบเหลื่อมปี นายจุลพันธ์ตอบว่า ในการพิจารณาชั้น กมธ. มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึง 8 หน่วยงานมาชี้แจงทำความเข้าใจ ที่ยังมีข้อห่วงใยว่าสุ่มเสี่ยงต่อข้อกฎหมาย เป็นการชี้ชัดแล้วว่าดำเนินการทุกอย่างถูกต้องดีอีอำนวยสะดวกดิจิทัลวอลเล็ตนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า กระทรวงดีอีเตรียมให้คำปรึกษาแก่ประชาชน ในการลงทะเบียนเพื่อร่วมโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ณ ที่ทำการไปรษณีย์ไทยที่มีอยู่ทั่วประเทศ ยังมีศูนย์ดิจิทัลชุมชนอีก 2,000 แห่งทั่วประเทศ และสายด่วน 1111 ของสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนมาตรฐานความปลอดภัยของแอปพลิเคชันที่จะนำมาใช้ ตั้งแต่เริ่มให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบสิทธ์ิ ยังไม่มีสิ่งผิดปกติอะไร หน่วยงานที่ตรวจสอบ คือสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ยืนยันไม่ต้องเป็นห่วง และเชื่อมั่นว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2567 จำนวน 1.2 แสนล้านบาท จะผ่านความเห็นชอบล็อบบี้พรรคร่วมฯผ่าน 1.22 แสน ล.นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม กรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า ได้ประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ทำความเข้าใจรายละเอียดโครงการดิจิทัลวอลเล็ตทั้งหมดแล้ว เชื่อว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจะผ่านความเห็นชอบ เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลเห็นตรงกัน สถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ต้องการกระตุ้นเร่งด่วน นอกจากนี้ รัฐบาลจะส่งเสริมให้ประชาชนนำเงินไปประกอบกิจการ มีมาตรการส่งเสริมการลงทุน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ให้คำปรึกษา ให้ประชาชนที่ประสงค์จะนำเงินจากโครงการไปรวมตัวกันเพื่อประกอบกิจการ รัฐบาลเตรียมความพร้อมโครงการดิจิทัลวอลเล็ตทุกมิติ ไม่ได้คิดให้เงินประชาชนไปจับจ่ายใช้สอยเพียงอย่างเดียว แต่มองถึงการรวมตัวกันเพื่อประกอบธุรกิจด้วย มั่นใจว่าเมื่อเงินเข้าสู่ระบบจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมามีเสถียรภาพ บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยกลับมาคึกคัก มีตัวเลขทางเศรษฐกิจด้านบวกเพิ่มมากขึ้น แพทองธาร ชินวัตร“อิ๊งค์” ให้กล่องรับขวัญเด็กเกิด 28 ก.ค.ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มอบกล่องรับขวัญเด็กที่เกิดในวันที่ 28 ก.ค.2567 แก่ผู้ปกครองในพื้นที่ กทม. ที่เดินทางมาที่พรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ น.ส.แพทองธารได้เซ็นชื่อลงในกล่องรับขวัญด้วย ขณะที่อีก 76 จังหวัด กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ส่งกล่องรับขวัญให้โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า การแจกกล่องรับขวัญนี้ จัดขึ้นเนื่องในวโรกาสเทิดพระเกียรติ 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันนี้เริ่มมีคนทยอยเข้ามารับกล่องรับขวัญ อยากให้เด็กๆที่ได้รับกล่องรับขวัญ เริ่มพัฒนามาจากสมองตั้งแต่แรกเริ่ม หวังว่ากล่องรับขวัญจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและหวังจะขยายผลต่อไป“จุรินทร์” เย้ยรัฐบาล “ลิงแก้แห”ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การออก พ.ร.บ.งบรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2567 วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท เอาไปทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล แต่ปัญหายังคงค้างอยู่ที่เดิมอย่างน้อย 3 ข้อคือ 1.แหล่งเงิน จนวันนี้รัฐบาลยังไม่กล้าบอกว่าจะเอามาจากส่วนไหน ด้วยวิธีไหนอย่างไร และไม่มีความชัดเจนว่าจะใช้เงินของ ธ.ก.ส.หรือไม่ 2.หากนำเงิน ธ.ก.ส.มาแจก อาจมีปัญหาข้อกฎหมายตามมาอีก โดยเฉพาะการใช้งบเหลื่อมปีที่ฝ่ายค้านเคยตั้งข้อสังเกตไว้ 3.เรื่องวันเวลาแจกที่แน่นอน เพราะยิ่งทอดเวลายิ่งไม่ชัดเจน เพราะระบบยังไม่พร้อม และไม่แน่ว่ายังจะมีอะไรเปลี่ยนไปจากนี้อีกหรือไม่ “สะท้อนว่าจนถึงวันนี้ปัญหายังคงค้างอยู่ที่เดิม รัฐบาลยังคงต้องเล่นบทลิงแก้แหต่อไป ประชาชนรอคำตอบอยู่ จะได้แน่ๆกี่โมง”“ผู้กอง” กำราบ “สามารถ” ไม่มีหูรูดวันเดียกัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตร และสหกรณ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงพฤติกรรมนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช สมาชิกพรรค พปชร.ที่ออกมาโจมตีรัฐบาลเป็นระยะ จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันในกลุ่มไลน์ สส.พรรคว่า เป็นเรื่องปกติทางการเมืองที่ สส.สะท้อนความเห็น เมื่อถามว่าจะพูดคุยกับนายสามารถโดยตรงหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสย้อนถามว่า ทำไมต้องคุย เขาเป็นใคร เห็นว่าการประชุมพรรควันนี้ สส.บางคนอาจหยิบยกขึ้นมาคุย มาถกเถียงกัน เมื่อถามว่าถ้านายสามารถยังไม่หยุดแล้วทำให้พรรคเสียหาย จะดำเนินการอย่างไร ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า กก.บห.พรรคคงต้องคุยกัน วันนี้ต้องทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่พูดไปเรื่อยทำไปเรื่อยไม่มีทิศทาง คณะกรรมการนโยบายของพรรคก็ไม่ค่อยสบายใจ เมื่อถามว่าต้องมีการกำราบกันหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า พรรคเราเป็นสถาบันการเมือง ทำอะไรต้องผ่าน กก.บห.พรรค มิเช่นนั้นคงอยู่ด้วยกันไม่ได้ยกหู “ลุงป้อม” ปรามเด็กในสังกัดผู้สื่อข่าวถามว่า นายสามารถเป็นผู้พานายวัน อยู่บำรุง มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร. ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า เรื่องบุคคลอื่นที่หัวหน้าพรรคตัดสินใจไม่ใช่ประเด็น แต่การออกมาเคลื่อนไหวในนามพรรคไม่ได้เด็ดขาด เพราะหากไปทำอะไรผิดพรรคต้องรับผิดชอบ เสี่ยงต่อการถูกยุบพรรค เมื่อถามถึงประเด็นไลน์หลุดของนายสามารถ มีการนำไปพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร.หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ได้โทร.ไปหา พล.อ.ประวิตรว่าให้ปรามบ้างเรื่องพวกนี้ เมื่อถามว่านายสามารถท้าว่าหากจะต้องพ้นจากพรรค ต้องให้ พล.อ.ประวิตร เป็นคนปลด ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ไม่ใช่ ต้องเป็น กก.บห.พรรค ถ้านายสามารถยังไม่จบ ไม่หยุด จะใช้มติ กก.บห.พรรค ขับไล่ออกไป เคยขับไล่ออกไปแล้วรอบหนึ่ง เมื่อถามว่าหัวหน้าพรรคกับเลขาธิการพรรค ยังเดินในทิศทางเดียวกันหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า เดินในทิศทางเดียวกัน ทุกคนไม่มีความแตกแยก สส. 40 คนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีแต่คนนอกที่เข้ามาแส่จ่อขับพ้นพรรคเคยถูกไล่มาแล้วเมื่อถามย้ำว่า มีความพยายามทำให้เห็นว่าหัวหน้าพรรคกับเลขาธิการพรรค มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า “ไม่หรอกครับ ผมคุยกันทุกวัน” เมื่อถามว่าการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล สส.ต้องอยู่ด้วยกันทั้งพรรคใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ต้องอยู่ทั้งพรรค ไปแยกได้อย่างไร อย่าไปตีความเป็นอย่างอื่น คนคนเดียวที่แสดงออกมา ไม่ใช่การตัดสินใจของพรรค ตรงนี้ชัดเจน คุณเคยกระทำผิด พรรคเคยขับไล่ไปครั้งหนึ่งแล้ว คุณกลับเข้ามาก็สร้างปัญหาอีก ไม่ได้เด็ดขาด เมื่อถามว่า ที่ออกมาเตือนนี้จะรวมไปถึงเพลงที่นายสามารถนำมาเผยแพร่ที่เนื้อหาพูดถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ด้วยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า “ไม่รู้ จะเพลง อะไรก็ตามผมไม่ชอบเพลงนี้ แต่ชอบเพลงเชื่อฉัน”เจ้าตัวดี๊ด๊ามี “ลุง” ให้ท้ายอยู่ต่อด้านนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช สมาชิกพรรค พปชร. กล่าวว่า การแต่งเพลงให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. เป็นเรื่องของ พล.อ.ประวิตรไม่ใช่เรื่องพรรค และ พล.อ.ประวิตรไฟเขียวให้ทำ ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์นายกฯ กระทำในนามส่วนตัว ยืนยันไม่ได้มีปัญหากับ กก.บห.พรรค หรือเลขาธิการพรรค ยังไม่แน่ใจว่าไม่พอใจตนเรื่องอะไร ถ้าจะใช้มติ กก.บห.พรรคขับออก ไม่ต้องออกเลย ถ้า พล.อ.ประวิตรสั่งให้ออก วันนี้วิดีโอคอลกับ พล.อ.ประวิตร ถามไปว่าจะให้ลาออกจากสมาชิกพรรคหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ต้องลาออก จะลาออกทำอะไร ต่อมานายสามารถโพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า “ไม่ต้องขู่ ไม่ต้องไล่ ให้ลุงป้อมโทร.บอกคำเดียวลาออกเลย”สส.ไม่พอใจชง “บิ๊กป้อม” รีบแก้ต่อมา พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรค พปชร.กล่าวภายหลังการประชุมพรรคว่า ที่ประชุม กก.บห.พรรค และ สส.พรรค พปชร. มีการหารืออย่างไม่เป็นทางการ มีความรู้สึกกังวลต่อความเข้าใจในบทบาทของพรรค พปชร. จากการให้สัมภาษณ์ของนายสามารถช่วงที่ผ่านมา จึงอยากให้หัวหน้าพรรคและ กก.บห.พรรคได้รับทราบ ยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำส่วนตัว ไม่ใช่การกระทำของพรรค หรือมติพรรคแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรค พปชร. เป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล มารยาททางการเมืองต้องเดินหน้าสนับสนุนรัฐบาลทุกเรื่องที่ชอบด้วยกฎหมาย เรื่องนี้ค่อนข้างเห็นตรงกันว่าที่ผ่านมามีการพยายามทำให้เข้าใจผิด แล้วยังทำให้เกิดผลกระทบกับพรรคอย่างมาก จะได้นำเรียนหัวหน้าพรรคเพื่อหาแนวทางและมาตรการแก้ปัญหานี้ต่อไปสว.น้ำเงินลดบทบาทตรวจสอบอีกเรื่อง นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. สายสีน้ำเงิน กล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาว่า มี สว.ร่วมรับรองเกือบครบแล้วกำลังทำความเข้าใจและรับฟังจากทุกกลุ่ม ส่วนตัวมองว่าการปรับลดจำนวนคณะกรรมาธิการสามัญ เหลือ 20 คณะ และมีคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำงานประจำอีก 3 คณะ น่าจะเพียงพอ ส่วนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องเฉพาะ หรือพิจารณากฎหมายต่างๆ ยังสามารถตั้งเพิ่มได้ ส่วน สว.กลุ่มอื่นที่เตรียมเสนอร่างข้อบังคับประกบ ทั้ง นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.กลุ่มอิสระ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ ถือเป็นสิทธิที่เสนอได้ ส่วนบทบาท สว.ใหม่ ต่อการตรวจสอบรัฐบาลนั้น สว.ชุดปัจจุบันควรถอยห่าง เนื่องจากในสภาผู้แทนราษฎรมีฝ่ายตรวจสอบคือฝ่ายค้าน บทบาท สว.คือสภากลั่นกรอง ทำหน้าที่เป็นสภาวิชาการ ดังนั้น การตรวจสอบรัฐบาล สว.ปัจจุบันจะไม่เข้มข้นเหมือนที่ผ่านมา“หมอเปรม” ชงตั้งเพิ่ม 28 คณะนพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.แถลงว่า ได้ยื่นญัตติขอแก้ไขร่างข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ต่อประธานวุฒิสภา ถือเป็นญัตติแรกของวุฒิสภาชุดนี้ เพื่อขอให้ที่ประชุมพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาฉบับใหม่ มี สว.ร่วมลงชื่อ 21 คน เป็นผู้เสนอ สาระสำคัญคือ การพิจารณาเพิ่มเติมคณะกรรมาธิการสามัญ วุฒิสภา จากเดิม 26 คณะ เพิ่มเป็น 28 คณะ ให้มีคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ มาทำหน้าที่ดูแลภาพรวมเศรษฐกิจประเทศโดยเฉพาะ แยกออกจากคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง และสถาบันการเงิน อีกคณะที่แยกมาคือ กมธ.ตำรวจ แยกออกจาก กมธ.กฎหมายและการยุติธรรม เพราะมีหน้าที่แตกต่างกัน เป็นการเพิ่มความเข้มข้นตรวจสอบรัฐบาล หากยึดตามสภาผู้แทนราษฎร จะตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างไรนายกฯจับเข่า “อันวาร์” คุยมั่นคงที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายก รัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อพบปะหารือนายอันวาร์ อิบราฮิม นายก รัฐมนตรีมาเลเซีย วันที่ 3 ส.ค.ว่า ไปคราวนี้จะไปดูเรื่องความมั่นคงโดยเฉพาะ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย และ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.ทบ. ร่วมเดินทางไปด้วย สุทิน คลังแสง“สุทิน” โอ่โยกย้ายทหารไม่สนรุ่นขณะที่นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหมให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมสภากลาโหม ร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพว่า คงเน้นย้ำกรอบและหลักคิดการทำโผโยกย้ายนายทหารประจำปี 2567 เมื่อถามว่าตำแหน่งสำคัญ เช่น ผบ.ทบ. และ ผบ.ทร. จะให้หลักคิดในการเลือกคนอย่างไร นายสุทินตอบว่า คงต้องรับฟังจากหลากหลายแนว คนในกองทัพยอมรับใคร รวมถึงความคิดเห็นของคนเก่า ผลงาน ฝีมือ ความรู้ ความสามารถ ยอมรับว่าเรื่องรุ่นถือเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณา แต่ไม่ใช่ประเด็นหลัก หากที่ประชุมบอร์ดปรับย้ายนายทหารตกลงกันไม่ได้ ก็ต้องโหวต แต่ที่ผ่านมาไม่เคยต้องมีการโหวต เราจะทำให้ดีโดยยึดหลักความเป็นธรรม เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่มีการพูดถึง ผบ.เหล่าทัพ ควรเป็นทหารรุ่นที่ 24 ทั้งแผง เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวในการทำงาน นายสุทินตอบว่า ขอย้ำว่าเรื่องรุ่นไม่ใช่ประเด็นหลัก เราดูที่ความรู้ ความสามารถ การยอมรับในกองทัพ ส่วนจะบังเอิญไปตรงกับรุ่นไหนไม่เป็นไร หรือจะบังเอิญตรงกับรุ่นเดียวกันทั้งหมด เราก็ต้องยอมรับ ส่วนการมีผลต่อการเมือง ในอดีตอาจใช่ แต่ต่อไปคิดว่าไม่มีผล ปัจจุบันบรรยากาศการเมืองเปลี่ยน ทหารก็ไม่เข้ามายุ่งแล้ว ทั้งนี้ นัดส่งโผทหารไม่เกินวันที่ 15 ส.ค.ผลจัดลำดับโปร่งใสหน่วยงานรัฐที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการประกาศผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ประจำปีงบประมาณ 2567 พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า มีหน่วยงานรัฐเข้าร่วมประเมิน 8,325 หน่วยงาน เริ่มประเมินตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย.2567 มีเจ้าหน้าที่รัฐในหน่วยงานภาครัฐ และประชาชนผู้มาติดต่อรับบริการจากหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 1,369,235 คน มีส่วนร่วมตอบแบบวัดการรับรู้ ผลคะแนนประเมิน ITA ในภาพรวมระดับประเทศ พบว่ามีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 93.05 คะแนน มีแนวโน้นดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา 2.86 คะแนน มีหน่วยงานภาครัฐผ่านการประเมิน 7,696 หน่วยงาน คิดเป็น 92.44% ผลการประเมินเฉลี่ยอยู่ที่ 93.05 ถือว่าผ่านตามค่าเป้าหมายทร.มาอันดับ 2 ผ่านระดับดีเยี่ยมกลุ่มหน่วยงานที่มีคะแนนผลการประเมินสูงสุด มีดังต่อไปนี้ กลุ่มหน่วยงานศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ และหน่วยงานในรัฐสภา ได้แก่ สำนักงานศาลปกครอง ได้ 97.62 คะแนน กลุ่มราชการระดับกรม ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ได้ 99.31 คะแนน กลุ่มรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ได้ 98.96 คะแนน กลุ่มองค์การมหาชน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ได้ 97.02 คะแนน กลุ่มหน่วยงานอื่นของ รัฐ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้ 97.27 คะแนน กลุ่มราชการส่วนภูมิภาค (จังหวัด) ได้แก่ จ.แพร่ ได้ 100 คะแนน กลุ่มองค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ได้แก่ อบจ.พระนครศรีอยุธยา ได้ 99.73 คะแนน สำหรับหน่วยงานรัฐที่มีผลการประเมิน คะแนนผ่านระดับดีเยี่ยม มีทั้งสิ้น 9 หน่วยงาน ตามลำดับ ดังนี้ 1.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ได้ 99.31 คะแนน 2.กองทัพเรือ 99.21 คะแนน 3.ธนาคารออมสิน 98.96 คะแนน 4.การประปานครหลวง 98.84 คะแนน 5.องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย 98.46 คะแนน 6.กรมการศาสนา 98.30 คะแนน 7.ธ.ก.ส. 97.94 คะแนน 8.สำนักงาน กสทช. 97.27 คะแนน 9.การยาสูบแห่งประเทศไทย 97.22 คะแนนอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่