แอน แอ่น แอ้น ในที่สุด คืนนี้หลังเที่ยงคืน ล่วงเข้าสู่วินาทีแรกของวันที่ 1 สิงหาคม คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไปกว่า 50 ล้านคน จะได้ลงทะเบียนรับสิทธิ “โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” จากรัฐบาลเสียที เพื่อใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่าน “แอปทางรัฐ” ของรัฐบาล ไม่รู้จะล่มตั้งแต่วินาทีแรกเลยหรือไม่ เพราะปกติมีคนใช้วันละ 5-6 หมื่นราย ถ้าผู้ใช้พุ่งพรวดขึ้นมาทีเดียวหลายล้านคน “แอปทางรัฐ” ยังไม่เคยรองรับคนมากขนาดนั้นมาก่อน จะรับไหวหรือไม่ ขนาด “แอปโมบายแบงกิ้ง” ของธนาคารเอกชน ช่วงวันเงินเดือนออกก็ยังล่มกันเป็นว่าเล่น เพราะมีคนมาถอนเงินพร้อมกันหลายล้านคนคุณประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ 24-29 ก.ค. มีคนเข้ามาใช้งาน “แอปทางรัฐ” เพิ่มขึ้นเป็นวันละ 8-9 แสนครั้ง จากเดิมวันละ 5-6 หมื่นครั้ง คาดว่าช่วงที่เปิดให้ลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะมีผู้เข้ามาใช้งานถึงวันละ 5-6 ล้านคน ก็ต้องรอดูหลังเที่ยงคืนวันนี้ และ 1 สิงหาคม วันหวยออก “แอปทางรัฐ” จะล่มหรือไม่คุณเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยคลัง เปิดเผยถึงขั้นตอนการรับสิทธิว่า ต้องดาวน์โหลด “แอปทางรัฐ” ก่อน ทั้งระบบ IOS และแอนดรอยด์ แล้วกดปุ่มลงทะเบียนรับสิทธิ กดปุ่มยอมรับเงื่อนไขต่างๆ กรอกรายละเอียดส่วนบุคคล ถ่ายรูปยืนยันอัตลักษณ์ และทำตามคำแนะนำของแอปพลิเคชัน ส่วนผู้ที่มี “แอปทางรัฐ” เคยยืนยันตัวตนแล้ว ให้กดปุ่มลงทะเบียนรับสิทธิ อนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล กดปุ่มยอมรับเงื่อนไขโครงการ โดยต้องใช้สิทธิภายในวันที่ 15 กันยายน ซึ่งเป็นวันลงทะเบียนวันสุดท้าย และจะแจ้งสิทธิภายใน 22 กันยายน ผ่านทางแอปพลิเคชัน เพื่อให้ผู้ผ่านเกณฑ์กดรับสิทธิอีกครั้งผู้ที่ไม่ผ่าน จะมีการชี้แจงว่าไม่ผ่านเพราะอะไร พร้อมกับแนะนำวิธีการอุทธรณ์สิทธิผ่านเว็บไซต์ www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย www.Digital wallet.go.th หรือโทร.สายด่วน 1111รัฐมนตรีช่วยเผ่าภูมิ ชี้แจงว่า เหตุผลที่ลดวงเงินดิจิทัลวอลเล็ตจาก 500,000 ล้านบาท เหลือ 450,000 ล้านบาท มาจากการประเมินว่า จะมีผู้มาใช้สิทธิ 80-90% โครงการนี้ไม่เหมือนโครงการที่ผ่านมา ไม่มีการทำรีเสิร์ช กระบวนการนี้เป็นกระบวนการใหม่ จึงไม่สามารถเอาผลการวิจัยมาคำนวณผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ แต่เป็นการมองในมุมกว้าง และยืนยันว่าการทำโครงการนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ กระทรวงการคลังได้มีการประเมินไว้สำหรับตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ 1.1-1.2% มาจากการเก็บภาษีก็เป็นครั้งแรกที่ได้ยินจากรัฐบาล คุณเผ่าภูมิ รัฐมนตรีช่วยคลัง เปิดเผยว่า โครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ได้มีการวิจัยถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ แต่เป็นการมองในมุมกว้าง ตัวเลขจีดีพีที่รัฐบาลแถลง จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัว 1.1-1.2% ก็เป็นตัวเลขจากการเก็บภาษีก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักวิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกัน ว่า โครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท 50 ล้านคน วงเงิน 500,000 ล้านบาท ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เพียง 0.4-0.7% ไม่ถึง 1% อย่างที่รัฐบาลแถลง แต่รัฐบาลก็ยืนยันว่า สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตได้ 1.1-1.2% ทำให้เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจถึง 4 ลูกใครที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ก็ลองคิดกันเล่นๆ เงิน 5 แสนล้านบาท ที่แจก เท่ากับ 2% ของจีดีพี ไม่มีอานุภาพทำให้เศรษฐกิจไทยโตเกินกว่า 1% แน่นอน ตรงกันข้าม มีอานุภาพทำให้คนไทยมีหนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 1%ประเด็นที่ผมเป็นห่วงมากที่สุด ก็คือ ข้อมูลส่วนบุคคลของคนไทย 50 ล้านคน การสมัคร “แอปทางรัฐ” ต้องสมัครด้วย “บัตรประชาชน” ต้องถ่ายรูปหน้าบัตรและหลังบัตรที่มีรหัสลับส่วนบุคคล มีการสแกนใบหน้าด้วย ถ้าถูกแฮ็กไปเมื่อไหร่ รับรองว่าหายนะกันทั้งประเทศ เพราะ แอปทางรัฐเป็นระบบเปิดที่เชื่อมต่อไปถึงบัญชีธนาคารของทุกคน ซึ่ง แบงก์ชาติ ได้ท้วงติงแล้วถึงเรื่อง ระบบความปลอดภัย แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ และยังไม่มีใครรู้ว่า “แอปทางรัฐ” ที่เก็บข้อมูลคนไทย 50 ล้านคน ใคร บริษัทไหนเป็นคนทำระบบ?“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ "หมายเหตุประเทศไทย" เพิ่มเติม