“ทีมอัยการสูงสุด” ตั้งโต๊ะแถลงคำสั่งฟ้อง “ทักษิณ” ฟันผิด ม.112 พ่วง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นัดให้มาพบพนักงานอัยการ นำส่งฟ้องศาล 18 มิ.ย. หลังอดีตนายกฯ ยื่นใบรับรองแพทย์ติดโควิดขอเลื่อนฟังคำสั่งคดีไป 25 มิ.ย. “วิญญัติ” ไม่กังวล เตรียมหลักทรัพย์ยื่นขอประกัน ยัน “ทักษิณ” พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ไร้เจตนาก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ยกผลงานตลอดชีวิตการันตีความจงรักภักดี ตั้งข้อสังเกตโต้แย้งจับพิรุธใช้คลิปตัดต่อไม่ใช่ต้นฉบับ ต้องพิสูจน์ทราบใครนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ กล่าวหาเลื่อนลอย สื่อปักหลักหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า มีแต่รถในบ้านวิ่งเข้าออก ทนายส่วนตัวยันอดีตนายกฯ อยู่ในบ้าน ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้อง พท.ใช้นโยบายแจกเงินหมื่นหาเสียง ยอมให้ “ทักษิณ” ครอบงำ พร้อม ยกคำร้อง กกต.ปล่อย “ก้าวไกล” ชูยกเลิกมาตรา 112 เศรษฐารับตั้ง “วิษณุ” เป็นที่ปรึกษาของนายกฯจากกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอเลื่อนนัดฟังคำสั่งฟ้องคดีมาตรา 112 อ้างเหตุผลป่วยติดโควิด-19 ด้านอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง ให้มาพบพนักงานอัยการนำตัวส่งฟ้องศาลวันที่ 18 มิ.ย.อัยการแถลงสั่งฟ้อง “ทักษิณ” คดี ม.112เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 พ.ค. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) นายประยุทธ เพรชคุณ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ รองโฆษกฯ นายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ร่วมกันแถลงข่าว อัยการสูงสุดมีคำสั่งคดีที่กล่าวหานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีให้สัมภาษณ์สื่อชื่อดังในต่างประเทศ เป็นการกระทำผิดตาม ป.อาญา มาตรา 112 เหตุให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลี 21 พ.ค.58นายประยุทธกล่าวว่า คดีนี้เมื่อวันที่ 16 ก.พ.59 สำนักงานอัยการสูงสุดได้รับสำนวนจาก พ.ต.อ.โอฬาร สุขเกษม กล่าวหานายทักษิณ ชินวัตร กระทำความผิดนอกราชอาณาจักร มีกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เป็นพนักงานสอบสวนที่ได้รับมอบหมาย โดยกล่าวหานายทักษิณร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาต มาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 พ.ค.2558 ที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) และประเทศไทย เกี่ยวพันกันเป็นคดีความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทย ได้กระทำนอกราชอาณาจักรไทย จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของอัยการสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินคดี โดยในชั้นแรกนายทักษิณ หลบหนี ยังไม่ได้ตัวมาทำการสอบสวน ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริการ อัยการสูงสุดในขณะนั้นพิจารณาแล้วได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 19 ก.ย.59 มีคำสั่งให้ฟ้องหลังสอบสวนเพิ่ม อสส.มีคำสั่งฟ้องนายประยุทธกล่าวอีกว่า ต่อมานายทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยและถูกควบคุมตัวไว้ในคดีอื่น และในวันที่ 17 ม.ค.67 อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวนและคณะร่วมกับพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี ได้เข้าแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมกับพฤติการณ์และข้อเท็จจริงทางคดีนี้ให้กับนายทักษิณทราบแล้ว ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ พร้อมยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ต่อมานายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสด ได้มีคำสั่งสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นที่ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรม และพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมครบถ้วนแล้ว พร้อมได้ส่งบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนเพิ่มเติมให้กับอัยการสูงสุดพิจารณาเชือดผิดอาญาพ่วง พ.ร.บ.คอมฯ“อัยการสูงสุดตรวจพิจารณาสำนวนแล้วมีคำสั่งฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร ฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอม พิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 112 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ต.ค.19 ข้อ 1 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 3, 14 (3) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 มาตรา 8นัด 18 มิ.ย. พบอัยการยื่นฟ้องศาลนายประยุทธกล่าวต่อว่า แต่วันเดียวกันนี้พนักงานอัยการไม่สามารถยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร ต่อศาลได้ เนื่องจากนายทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มาพบ พนักงานอัยการตามกำหนดนัด โดยมอบอำนาจให้ ทนายความมายื่นขอเลื่อนการฟังคำสั่งของพนักงาน อัยการ ออกไปเป็นวันที่ 25 มิ.ย.67 เวลา 09.00 น. พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าป่วย เนื่องจากติดโควิด โดยแพทย์ให้หยุดพักงานและสังเกตอาการเป็นเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.-3 มิ.ย.67 นายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายจาก อัยการสูงสุดให้เป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า เหตุขอเลื่อนคดีมีการอ้างการป่วยเพราะติดโควิด โดยหมอให้พักเพื่อสังเกตอาการ ถึงวันที่ 3 มิ.ย. จึง อนุญาตให้เลื่อนไปวันที่ 18 มิ.ย.67 เวลา 09.00 น. ให้นายทักษิณ ชินวัตร มาพบพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลในวันดังกล่าวต่อไปถ้าขอเลื่อนอีกต้องดูประวิงเวลาหรือไม่ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใดที่ทำให้พิจารณาออกคำสั่งฟ้อง ยืนตามอดีต อสส. นายประยุทธกล่าวว่า เปิดเผยไม่ได้เป็นเรื่องในสำนวน ขอยืนยันว่ามีพยานหลักฐานพอฟ้องตามหลักกฎหมาย เมื่อถามว่าวันนัดครั้งต่อไปจะขอเลื่อนได้อีกหรือไม่ หากก่อนหน้านี้นายทักษิณได้เดินทางไปยังสถานที่ ต่างๆ ทางอัยการจะนำมาเป็นเหตุผลในการประกอบพิจารณาให้เลื่อนอีกครั้งหรือไม่ นายประยุทธกล่าวว่า ต้องดูเหตุผลอย่าเพิ่งคาดเดา ต้องรอดูวันที่ 18 มิ.ย.ก่อน แต่การอธิบายประกอบเหตุผลการมาหรือไม่มา มีขั้นตอนการปฏิบัติของสำนักงานอัยการสูงสุดที่ชัดเจน รวมถึงข้อกฎหมายชัดเจนไม่ต้องกังวลตรงนั้น ส่วน หลังจากนี้จะยื่นร้องขอความเป็นธรรมเพิ่มเติม หรือขอเพิ่มพยานหลักฐานในคดีได้หรือไม่ นายประยุทธกล่าวว่า หากไม่ใช่การประวิงคดีต้องให้อัยการสูงสุด เป็นผู้พิจารณา ขึ้นอยู่กับระเบียบของสำนักงานอัยการ สูงสุด รวมถึงจะอนุญาตให้ประกันชั่วคราวหรือไม่ ต้องพิจารณาว่าเป็นไปตามหลักกฎหมายหรือไม่ปัจจุบัน นายทักษิณได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมมา 1 ครั้ง และได้สอบครบถ้วนทุกประเด็นแล้วแจงต้องนำตัวส่งศาลพร้อมสำนวนด้านนายวิพุทกล่าวว่า ได้เตรียมคำฟ้องไว้เรียบร้อยแล้วทั้งหมด แต่ยังไม่ได้เสนอผู้บังคับบัญชาอยู่ระหว่างนำตัวมาส่งฟ้อง ส่วนใบรับรองแพทย์ที่ออกให้นั้นลงวันที่ 28 พ.ค.67 ขณะที่นายนาเคนทร์กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่สามารถ ยื่นฟ้องนายทักษิณได้ในวันที่ 29 พ.ค. เนื่องจากนายทักษิณเป็นผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนจนถึงชั้นอัยการ กรณีดังกล่าวในการฟ้องจะต้องนำตัวส่งศาลพร้อมกับสำนวนเพื่อส่งฟ้อง มิฉะนั้นศาลจะไม่รับฟ้อง ส่วนในวันที่ 18 มิ.ย. หากนายทักษิณไม่มาและไม่มีการแจ้งเหตุขัดข้อง ทางอัยการจะมีหนังสือแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือพนักงานสอบสวนให้นำตัวผู้ต้องหามาฟ้องภายใน กำหนดเวลาต่อไป สำหรับสิทธิของจำเลยในวันที่ยื่นฟ้องต่อศาล สามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลได้ และเป็นดุลพินิจของศาลที่พิจารณา ทนายยัน “ทักษิณ” พร้อมพิสูจน์ไร้เจตนาด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความกล่าวภายหลังรับทราบนัดคำสั่งเลื่อนว่า ได้ทราบคำสั่งอสส.เเล้ว ขอบคุณอัยการที่ให้เลื่อนวันมาพบ ที่ผ่านมา ได้สอบตามที่ได้ร้องขอความเป็นธรรม ผลคำสั่งฟ้อง เป็นเรื่องปกติของกระบวนการยุติธรรม การขอความเป็นธรรมมีหลายประเด็น ก่อนหน้านี้ไม่ได้เปิดเผยแต่หลังจากนี้น่าจะเปิดเผยได้ ทีมทนายความได้ตั้งข้อสังเกตและพิรุธของพยานหลักฐานและพยานบุคคล การรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนและการสั่งของอัยการสูงสุดในสมัยนั้น ช่วงการยึด อำนาจ อยากให้สื่อไปตรวจสอบดูว่าเป็นอย่างไร ในฐานะผู้ต้องหาต้องดำเนินการต่อ ในฐานะทนายความ เชื่อว่านายทักษิณพร้อมจะเข้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม พิสูจน์สิ่งที่ท่านพูดว่า ท่านมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาพาดพิงถึงสถาบันฯ เป็นหน้าที่ของฝ่ายจำเลยต้องหักล้างพยานหลักฐาน เพื่อทำให้เห็นว่าการสั่งฟ้องของอัยการสูงสุดไม่สมเหตุสมผลอย่างไรนั่นคือหน้าที่ของเราเลื่อนฟังคำสั่งไม่ใช่สิทธิพิเศษนายวิญญัติกล่าวต่อว่า ต้องขอบคุณอัยการที่ได้ให้โอกาสนายทักษิณในฐานะผู้ป่วยได้พักรักษาตัวเนื่องจากติดโควิด-19 เป็นเรื่องต้องขอบคุณมาก ไม่ใช่สิทธิพิเศษอะไร เป็นปกติตามกระบวนการของผู้ต้องหา สาเหตุที่ป่วยไม่สามารถก้าวล่วงได้ โดยมีใบรับรองแพทย์ยืนยันชัดเจน รับทราบโดยทั่วกัน ส่วนข้อสงสัยว่าอาการป่วยของนายทักษิณเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ความสงสัยเราห้ามไม่ได้ เเต่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่จะนำมาพิสูจน์ เป็นความเห็นแต่ละท่านไป เเต่เรามีพยานหลักฐานเป็นใบรับรองเเพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพนำเสนอต่อคณะทำงานอัยการและอธิบดีอัยการคดีอาญาอันนี้คือความจริงที่ปรากฏตามเอกสารจากสถาบันการแพทย์หรือ รพ.ที่มีแพทย์ที่มีใบอนุญาตรับรองแล้ว การตรวจก็เป็นการตรวจอย่างถูกต้องไม่เปิดเผยใบรับรองแพทย์ รพ.ใดนายวิญญัติกล่าวว่า ก่อนมีคำสั่งนายทักษิณไปภารกิจที่ จ.นครราชสีมา และกลับมาก็ไม่สบาย ไม่แน่ใจว่าติดโควิดเวลานั้นหรือไม่ เเละเมื่อไปพบแพทย์พบว่าติดโควิด จากที่ทราบนายทักษิณมีไข้ 38 องศา เจ็บคอ และผลตรวจที่ปรากฏ แต่วันนี้ยัง ไม่ได้เจอ วิธีการรักษาส่วนตัวเหมือนคนไข้รักษาตัวโควิดทั่วไป เมื่อตัวร้อนกินยาตามแพทย์สั่งเเละพักผ่อน ก่อนหน้านี้นายทักษิณเคยป่วยหนักมากตอนอยู่ต่างประเทศ ครั้งนี้จะหนักหรือไม่ต้องดูอาการต่อไป เพราะหมอบอกให้สังเกตอาการหลัง 7 วันจะมีผลข้างเคียงอย่างไร ถ้าจะมาวันนี้คนอื่นอาจจะติดเชื้อและการเป็นไข้เป็นเรื่องปกติ ขอให้เห็นใจทุกคนอยากพักผ่อนทั้งนั้น ใบรับรองแพทย์ที่ออกมาขออนุญาตไม่เปิดเผยว่าเป็นสถาบันการแพทย์ใด แต่เป็นแพทย์ที่มีใบอนุญาตและเป็นสถาบันที่ได้รับความเชื่อถือ ที่ผ่านมากรณีใบรับรองแพทย์ศาลให้ความเคารพ เพราะไม่มีแพทย์คนใดที่จะรับรองเรื่องเท็จ วันที่ 18 มิ.ย. นายทักษิณจะมาได้หรือไม่ต้องรอดูวันนั้น ตอบได้เเต่เพียงว่าท่านมีหน้าที่ต้องมาแย้งคลิปวิดีโอตัดต่อไม่ใช่ต้นฉบับนายวิญญัติกล่าวอีกว่า ทีมทนายขอตั้งข้อสังเกตความสงสัยในพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนมีหลายประเด็น เช่น ประเด็นที่นำคลิปวิดีโอที่นำมากล่าวหา ไม่ใช่คลิปที่วิดีโอต้นฉบับ เเต่เป็นคลิปวิดีโอที่มีการตัดต่อ ต้องไปพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เเต่หากในอนาคตที่สู้คดีกันเเล้วพบว่าเป็นคลิปตัดต่อท่านต้องรับผิดชอบ มั่นใจให้มีการตรวจสอบว่าเป็นคลิปตัดต่อไม่ใช่ต้นฉบับ เเม้ไม่มีสิทธิ์จะไปวินิจฉัยชี้ขาด เเต่ถ้าสุดท้ายเเล้วมีการตัดสินพิสูจน์ว่าเป็นคลิปตัดต่อเเละเป็นเท็จ จะรับผิดชอบอย่างไร พนักงานสอบสวนได้เดินทางไปสอบสวนหาคลิปต้นฉบับที่ถูกต้องเเล้วหรือไม่ ถ้าคิดว่าคลิปที่กล่าวหาไม่ใช่การตัดต่อ ทั้งที่สำนักข่าวดังกล่าวปัจจุบันยังดำเนินกิจการอยู่ ขอถามว่าได้แสวงหาข้อเท็จจริงตรงนี้หรือไม่ หลังจากนี้กระบวนการเข้าสู่ศาลได้เตรียมพยานหลักฐานไว้ค่อนข้างสมบูรณ์ อัยการต้องไปพิสูจน์กันในศาลเห็นว่ามีไม่กี่อย่าง พยานวัตถุคือคลิปที่ดูจากภาพอินเตอร์เน็ตกล่าวหาว่าท่านหรือนำเข้า ไม่สมเหตุสมผลย้ำจงรักภักดี ไม่มีเจตนาก้าวล่วง“ข้อมูลที่มีการนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีและสิ่งที่พนักงานสอบสวนใช้เป็นหลักฐานคือคลิปการให้สัมภาษณ์นั้น มีการตัดต่อไม่ใช่ต้นฉบับจริง และการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ พนักงานสอบสวนต้องพิสูจน์ทราบให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ ไม่ใช่มากล่าวหานายทักษิณแบบเลื่อนลอย อีกประเด็นคือการสัมภาษณ์ของสื่อต่างประเทศ เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร มีการพิสูจน์ทราบว่าขั้นตอนและเนื้อหาทั้งหมดของการสัมภาษณ์เป็นอย่างไรหรือไม่ ที่สำคัญองค์ประกอบความผิดและเจตนาในการกระทำผิด นายทักษิณไม่มีเจตนาก้าวล่วง เพราะที่ผ่านมาตลอดชีวิตการทำงานพิสูจน์แล้วว่านายทักษิณมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด” ทนายความของนายทักษิณกล่าวไม่กังวลเตรียมพร้อมยื่นประกันตัวนายวิญญัติกล่าวด้วยว่า ในวันที่ 18 มิ.ย.เชื่อว่าจะมีการยื่นฟ้องได้เตรียมพร้อมการประกันตัวแล้ว เตรียมหลักทรัพย์ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ในฐานะทนายที่เห็นหลักฐานข้อกล่าวหาและเหตุผลในการสั่งฟ้องคร่าวๆ ไม่มีความกังวลในการขอประกันตัวมาตรา 112 เมื่อถามว่าระหว่างนี้จะยังยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมก่อนวันนัดส่งตัวหรือไม่ นายวิญญัติกล่าวว่า ยังไม่ทราบ คิดคนเดียวไม่ได้ ต้องปรึกษาและพูดคุยกับนายทักษิณและทีมทนายความ นายทักษิณกังวลมากน้อยแค่ไหนไม่เคยถาม ส่วนเหตุผลคำฟ้องฉบับเต็มยังไม่เห็น คงจะได้เห็นในวันส่งตัวฟ้อง จึงยังไม่ทราบเหตุผลที่โดนสั่งฟ้อง ทราบเเต่รายละเอียดสั้นๆ วันนี้ทนายได้เซ็นรับทราบคำสั่งฟ้องเรียบร้อยแล้ว ครั้งหน้าจะมีสิทธิ์ขอเลื่อนอีกหรือไม่เป็นเรื่องอนาคต เพราะท่านพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ถูกกล่าวหา เมื่อศาลยังไม่พิพากษาจนถึงที่สุดยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ยังไม่พิพากษายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่อยู่ระหว่างพักโทษ ไม่ไปรับฟังคำสั่งฟ้องที่สำนักงานอัยการสูงสุด อ้างเหตุผลติดโควิด-19 รพ.ราชทัณฑ์และ รพ.ตำรวจจำเป็นต้องส่งแพทย์เข้าไปดูอาการหรือไม่ว่า กระทรวงยุติธรรมจะเข้ามาดูแลหลังมีคำพิพากษา เมื่อศาลตัดสินแล้วจะมีหมายขังมา ถือว่านายทักษิณยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนกระบวนการยุติธรรมของการพิพากษาเป็นของตำรวจ ในคดีที่นายทักษิณถูกฟ้องเป็นคนละส่วนกัน ไม่มีผลต่อการพักโทษ หากมีอะไรเกิดขึ้นหลังมีคำพิพากษากระทรวงยุติธรรมจึงจะเข้าไปรับผิดชอบส่วนนั้น การทำงานของกระทรวงยังยึดหลักว่าตราบใดที่ศาลยังไม่พิพากษายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนกรณีที่นายทักษิณเดินสายลงพื้นที่ต่างจังหวัดระหว่างพักโทษจนติดโควิด ต้องกำชับการเดินทางหรือไม่ การพักโทษจะมีเงื่อนไขหากปฏิบัติขัดหรือแย้ง กรมคุมประพฤติจะแจ้งมา แต่เท่าที่ทราบนายทักษิณยังไม่ได้ทำผิดเงื่อนไข ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าไม่อยู่ในพื้นที่ตามที่กำหนดบ่อยเกินไปหรือไม่ อาจไปน้อยกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ เพราะมีข้อมูลว่าคนอื่นไปถี่กว่านี้ เพราะการพักโทษหากจะไปไหนขึ้นอยู่กับ ผอ.คุมประพฤติในเขตจะอนุญาตรถวิ่งเข้าออกบ้านจันทร์ส่องหล้าด้านความเคลื่อนไหวที่หน้าบ้านจันทร์ส่องหล้าของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในจรัญสนิทวงศ์ซอย 69 ตลอดทั้งวันยังคงปิดสนิทไม่มีบุคคลสำคัญทางการเมืองเข้าพบ มีเพียงรถยนต์ของสมาชิกในครอบครัวของนายทักษิณ และรถยนต์ประจำบ้านจันทร์ส่องหล้า อาทิ รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน 4 ขณ 4007 วิ่งเข้าออกอยู่หลายรอบ และยังมีรถตู้ Mercedes Benz ทะเบียน ภษ 1414 กรุงเทพมหานคร รถส่วนตัวของนายทักษิณที่ใช้ในภารกิจลงพื้นที่ต่างจังหวัด ได้ขับออกจากบ้านจันทร์ส่องหล้า โดยปิดม่านหลังที่นั่งคนขับทั้งหมด ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบอกสั้นๆว่าเป็นเพียงรถเปล่า ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.บางพลัด ขับรถเวียนมาดูแลความสงบเรียบร้อยเป็นระยะ ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งมาเฝ้าสังเกตการณ์“วิญญัติ” ยันนายใหญ่อยู่ในบ้านต่อมานายวิญญัติ ชาติมนตรี ในฐานะทนายความของนายทักษิณ เปิดเผยว่า ทีมทนายไม่ได้เดินทางเข้าหารือกับนายทักษิณที่บ้านพัก เพราะท่านติดโควิดไม่สามารถเข้าพบได้ มีเพียงโทรศัพท์ชี้แจงรายละเอียดหลังสำนักงานอัยการสูงสุดสั่งฟ้องในทุกคดี ยืนยันว่านายทักษิณยังคงอยู่ภายในบ้านพักส่วนตัว ไม่ได้เดินทางออกไปไหนนายกฯย้ำแจกเงินหมื่นกระตุ้นจีดีพีเมื่อเวลา 10.45 น. (เวลาท้องถิ่นฮ่องกงเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) ที่ห้อง Grand Ballroom โรงแรม Four Seasons เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน นายเศรษฐา ทวิีสิน นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมกล่าวปาฐกถาหัวข้อ “Wisdom: An eye on the past, a view to the future” ในงาน UBS Asian Investment Conference (AIC) 2024 ว่านโยบายทางการเงินการคลังที่สำคัญของรัฐบาลไทย คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัล ให้คนไทย 50 ล้านคน จะช่วยอัดฉีดเงินกว่า 5 แสนล้านบาทเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย สามารถกระตุ้นจีดีพีได้ 1.2-1.8% และตั้งเป้าหมายให้ไทยเป็นพันธมิตรที่สำคัญสำหรับ Supply Chain ทั่วโลก โดยลดข้อจำกัดการนำเข้า-ส่งออก เร่งการเจรจา FTA กับเขตเศรษฐกิจสำคัญๆ สร้างกลไกปรับปรุงกฎระเบียบ ส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น สนามบิน และโครงการแลนด์บริดจ์ ควบคู่กับการเสริมสร้างบุคลากรดึงดูดปรับปรุงการออกใบอนุญาตทำงาน กระบวนการขอวีซ่า เสนอสิทธิประโยชน์กับชาวต่างชาติ และชักชวนภาคเอกชนที่เชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาด มาร่วมลงทุนในไทยมากขึ้น ตีปี๊บตราสารหนี้ 3 หมื่น ล. คุมหนี้ ปท.นายเศรษฐากล่าวว่า ปีนี้รัฐบาลมีแนวทางที่จะใช้เงินทุนจำนวนเกือบ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (3 หมื่นล้านบาท) เพื่อออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน รักษาระดับหนี้สาธารณะ การขาดดุลทางการคลัง และด้วยทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพียงพอของไทยจะยังคงรักษาการเติบโตและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจได้ ยังมีวิสัยทัศน์ Ignite Thailand 8 วิสัยทัศน์ ที่จะขับเคลื่อนให้ไทยเป็นศูนย์กลาง ทั้งด้านการบิน ท่องเที่ยว รักษาพยาบาลและสุขภาพ เกษตรและอาหาร ขนส่ง ผลิตยานยนต์แห่งอนาคต เศรษฐกิจดิจิทัล และการเงิน ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ เป็นสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคของบริษัททางการเงิน เชื่อมั่นว่าจะทำให้ทุกฝ่ายสร้างอนาคตที่เจริญรุ่งเรืองยั่งยืน เปิดประตูต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติ เพื่อประโยชน์และความสำเร็จร่วมกันกล่อมนักลงทุนจัดคิวดีลต่อในไทยต่อมาเวลา 11.15 น. ที่ห้อง Victoria II โรงแรม Four Seasons นายเศรษฐา พบหารือกับนายริชาร์ด หลี่ นักธุรกิจฮ่องกง ด้านประกันชีวิตและสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านโทรคมนาคม ที่มีบริษัทในเครือหลายบริษัท ถึงความร่วมมือการลงทุนโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในไทย จากนั้นนายเศรษฐา เดินทางไปยังสำนักงานผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เพื่อพบหารือกับนายจอห์น ลี คา-ชิว ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง โดยนายจอห์น ลี คา-ชิว ชื่นชมนายกฯที่มีวิสัยทัศน์ที่เอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุน และยินดีที่ไทยมาจัดงานสงกรานต์ที่ฮ่องกง ทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และร่วมมือกันทางการค้าและการลงทุนให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ขณะที่นายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์ว่า จากนี้จะมีนักลงทุนจากสถาบันการเงิน UBS มาพูดคุยต่อที่ประเทศไทย ส่วนการพูดคุยกับนายจอห์น ลี คา-ชิว ได้แลกเปลี่ยนเรื่องของนักท่องเที่ยว และขอบคุณที่ไทยจัดงานสงกรานต์ในฮ่องกง และดูแลคนไทยเป็นอย่างดี“เศรษฐา” เชื่อไม่กระทบรัฐบาลเมื่อเวลา 17.35 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในคดีมาตรา 112 ให้เลื่อนมาพบอัยการวันที่ 18 มิ.ย. ว่า พูดมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นคดีของตนที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ให้ความเคารพกระบวนการยุติธรรม รายละเอียดต่างๆผู้สื่อข่าวทราบอยู่ว่าไม่อยากจะพูดอะไรมากมาย ต้องเคารพในระบบตุลาการด้วย ส่วนของนายทักษิณเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว เป็นหน้าที่ของฝ่ายจำเลยต้องไปชี้แจงให้ชัดเจน ขอให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ส่วนที่นายทักษิณติดโควิดยังไม่ได้โทรศัพท์ไปหา เพราะยังติดภารกิจอยู่ที่ฮ่องกง ไม่ได้พูดคุยเลย เมื่อถามว่าบั่นทอนกำลังใจของคนในพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามคนในพรรค พท. ตนมีหน้าที่ทำงานต่อไป เมื่อถามว่าปฏิเสธไม่ได้ว่าพรรค พท. รัฐบาลและนายทักษิณ เป็นกลุ่มเดียวกัน เมื่อเกิดคดีนี้จะกระทบต่อภาพลักษณ์รัฐบาลหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า เชื่อว่าไม่กระทบ แต่หากถามว่าจะกระทบกับพรรค พท.หรือไม่ ต้องไปถามกันเอง แต่ในแง่ของบุคคลกระทบจิตใจของหัวหน้าพรรค พท. ในแง่ของพรรคการเมือง ในแง่ของรัฐบาล ในแง่ของนายทักษิณแยกแยะกันชัดเจนไม่เคยพูดจะลงพื้นที่พร้อมอดีตนายกฯเมื่อถามว่าที่ผ่านมานายกฯมีแผนลงพื้นที่ร่วมกับนายทักษิณต้องหยุดไว้ก่อนหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นเรื่องของอนาคต จะเป็นเมื่อไหร่ 1 หรือ 2 ปี ไม่แน่ใจ ไม่ทราบ หากถามตนแต่ท่านออกมา และตนมาเป็นนายกฯไม่เคยมีการพูดคุยว่าจะมีการลงพื้นที่พร้อมกัน ต้องใช้คำนี้ว่า ไม่เคย ไม่ทราบว่านายทักษิณมีความประสงค์อย่างนั้นหรือเปล่า อยู่ดีๆจะไปทึกทักเอาเองว่านายทักษิณอยากจะลงพื้นที่กับตนมันไม่ถูก แต่ขอยืนยันได้ว่าตั้งแต่ท่านออกมา และตั้งแต่ตนมาเป็นนายกฯไม่เคยพูดคุยกันเรื่องนี้ นายกฯแจงตั้ง “วิษณุ” กุนซือส่วนตัวเมื่อเวลา 17.30 น.ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางกลับจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกงว่า ขอพูดในฐานะส่วนตัว แน่นอนเรามีความเห็นกับการแต่งตั้งนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ เป็นที่ปรึกษาของนายกฯที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นหลายๆเรื่องในอดีตที่ตนพูดไปหลายๆเรื่อง เป็นเรื่องของความ ไม่ใช่เรื่องของคน เหมือนกับทุกท่านเราอยู่ด้วยกันกับคนที่บ้านหรือเพื่อนๆเรา สิ่งที่เราไม่เห็นด้วยก็มีใช่หรือไม่ อันนี้เป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตยเห็นต่างแต่อยู่ด้วยกันได้ ฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ คือท่านเป็นคนมีความรู้ความสามารถ อดีตเรื่องที่เราไม่เห็นด้วย แต่เชื่อว่าเราสามารถสื่อสารและอยู่ร่วมกันได้ มาทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน เมื่อถามว่าชาวเน็ตขุดคำพูดของนายกฯที่มีทัศนคติในเชิงลบต่อนายวิษณุ ตรงนี้จะทำให้เกิดความกินแหนงแคลงใจระหว่างนายกฯกับนายวิษณุหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า เชื่อว่าวันที่ไปหาท่านที่บ้านพูดคุยกัน เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในประเด็น ไม่มีปัญหาปัดไม่ได้ดึงมาช่วยสู้คดีถอดถอนเมื่อถามว่า เป็นการดึงนายวิษณุมาช่วยในคดี 40สว.ใช่หรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า ไม่ได้บอกว่าดึงเข้ามาทำคดี 40 สว. แต่มาเป็นที่ปรึกษาของนายกฯ มีหน้าที่คุยราชการได้ ให้สัมภาษณ์ได้ เข้าที่ประชุม ครม. ได้ หลายๆเรื่องท่านมีความชำนาญไม่ได้บอกว่าเอามาช่วยเรื่องใดเรื่องหนึ่งเฉพาะ เป็นเรื่องที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯ เหมือนที่ปรึกษาของนายกฯหลายๆท่าน เมื่อถามว่าขั้นตอนของคำสั่งเสร็จแล้วหรือยัง นายเศรษฐาตอบว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ค. เซ็นไปแล้ว แต่เห็นบอกมีสะกดผิดอะไรสักอย่าง มีประเด็นนิดนึง เช้าวันที่ 30 พ.ค.เข้าทำเนียบฯ จะไปดู คงให้ความกระจ่างได้ดีขึ้นผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เป็นที่แน่นอนแล้วว่า นายกฯลงนามคำสั่งแต่งตั้งให้นายวิษณุ เป็นที่ปรึกษาของนายกฯ และมอบหมายดูแลงาน สลค.หน้าที่หลัก ช่วยพิจารณากลั่นกรองงานกฎหมายเข้าที่ประชุมครม. และให้คำปรึกษานายกฯด้านกฎหมาย เป็นต้นศาล รธน.ไม่รับคำร้องฟัน พท.แจกเงินเมื่อเวลา 12.09 น. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่เอกสารข่าวว่า วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีสำคัญ กรณีนายคงเดชา ชัยรัตน์ (ผู้ร้อง) ขอให้วินิจฉัยว่าพรรค พท.(ผู้ถูกร้องที่ 1) นำนโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ใช้หาเสียง ยินยอมให้นายทักษิณ ชินวัตร (ผู้ถูกร้องที่ 4) ชี้นำกิจกรรมของพรรค ครม. (ผู้ถูกร้องที่ 2) ไม่ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้โครงการเงินดิจิทัล เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ (ผู้ถูกร้องที่ 3) บริหารราชการแผ่นดิน ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอันเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพทางการเมือง เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชา ธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอ และยังไกลเกินกว่าเหตุที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้ถูกร้องทั้ง 4 กระทำการล้มล้างการปกครองฯตามรัฐธรรมนูญ คำร้องเป็นเพียงการแสดงความเห็นต่างของผู้ร้องเท่านั้น มีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัยตีตก กกต.ปล่อย ก.ก.ชูยกเลิก ม.112ศาลรัฐธรรมนูญยังพิจารณาคำร้องที่นายธรณิศ มั่นศรี ให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ละเลยให้พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นำประเด็นการแก้ไข ป.อาญา มาตรา 112 มาใช้หาเสียงเลือกตั้ง เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เสมือนหนึ่งสนับสนุนให้พรรค ก.ก.กระทำผิดล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่งหรือไม่ ศาลเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้อง และเอกสารประกอบไม่ปรากฏว่าผู้ร้องประสงค์ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งการใดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสอง กรณีไม่เป็นคำร้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 มีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัยสส.ไม่น้อยหน้า สว.ดูงาน ตปท.คึกคักผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงการทำงานของ สส. ช่วงปิดสมัยการประชุมสภาฯ ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.- 2 ก.ค.67 สส.ส่วนใหญ่ต่างลงพื้นที่พบประชาชน มีบางส่วนเข้าสภาฯประชุมคณะกรรมาธิการสามัญชุด ต่างๆตามปกติ แต่ปรากฏว่าช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.67 คณะ กมธ.หลายคณะมีโปรแกรมเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศ ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงการใช้งบฯ สิ้นเปลือง ไม่คุ้มค่าตามรอย สว.ที่ถูกวิจารณ์ใช้งบฯไปดูงานต่างประเทศช่วงใกล้หมดวาระ อาทิ กมธ. กิจการสภาฯ ที่มีนายประเสริฐ บุญเรือง สส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานเพิ่งกลับจากดูงานด้านนิติบัญญัติและระบบงานรัฐสภา ระบบงานกรรมาธิการและสวัสดิการสมาชิกรัฐสภา ที่ประเทศเดนมาร์ก สวีเดนและโปแลนด์ 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 20-29 พ.ค. กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนที่มีนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรค ประชาชาติ เป็นประธาน ไปดูงานด้านศาลรัฐธรรมนูญและสหประชาชาติ ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนี ช่วงกลางเดือน พ.ค. กมธ.กิจการศาล องค์กร อิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและ กองทุน ที่มีนายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นประธาน ไปประเทศฝรั่งเศส วันที่ 16-24 พ.ค. รวม 9 วัน เพื่อศึกษาการเบิกจ่าย งบฯ และการตรวจลงตราและออกวีซ่าเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรกมธ.หลายคณะปักหลักทัวร์ยุโรปยาวขณะที่ กมธ.หลายคณะอยู่ระหว่างไปดูงานต่างประเทศ อาทิ กมธ.อุตสาหกรรม มีนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นประธาน ไปดูงานอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการป้องกันผลกระทบภาคอุตสาหกรรมจากภัยธรรมชาติ ที่ประเทศเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ วันที่ 22-30 พ.ค. 9 วัน กมธ.พลังงาน ที่ น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ สส.สุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นประธาน ไปดูงานด้านพลังงานที่ประเทศฝรั่งเศสและเบลเยียม วันที่ 26 พ.ค.-3 มิ.ย. 9 วัน กมธ.มั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ที่มี นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นประธาน กมธ. เตรียมไปดูงานที่ประเทศโปแลนด์ ศึกษาแนวทางการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ การเสริมสร้างความมั่นคง และการบริหารกิจการชายแดน แต่ยังไม่ได้ระบุวันที่ กมธ.การสวัสดิการการสังคม ที่มีนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล เป็นประธาน เตรียมนำคณะไปศึกษาดูงานด้านการสวัสดิการ วันที่ 8-15 มิ.ย. ที่ประเทศเดนมาร์กและสวีเดน กมธ.ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ที่มีนางเทียบจุฑา ขาวขำ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน จะไปดูงานแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องการส่งเสริมให้แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเป็นมรดกโลก ที่ประเทศโปรตุเกสและสเปน วันที่ 8-16 มิ.ย. เป็นเวลา 9 วันกกต.คัดทิ้งผู้สมัคร สว. 2,020 คนผู้สื่อข่าวรายงานจาก กกต.ว่า กกต.ปิดประกาศรายชื่อผู้สมัคร สว. จาก 20 กลุ่มอาชีพ และตรวจสอบคุณสมบัติแล้วเสร็จภายใน 5 วัน หลังปิดการรับสมัคร โดยสรุปยอดจำนวนผู้สมัคร สว. ทั้งหมด 48,226 คน เป็นชาย 27,839 คน หญิง 20,387 คน ผู้สมัครที่คุณสมบัติผ่าน หลังปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 24 พ.ค.2567 มีจำนวน 48,117 คน เป็นชาย 27,779 คน หญิง 20,338 คน โดยมีผู้สมัครที่คุณสมบัติผ่านหลังการตรวจสอบ ณ วันที่ 29 พ.ค. จำนวน 46,206 คน เป็นชาย 26,727 คน หญิง 19,479 คน ทั้งนี้ ในการตรวจสอบคุณสมบัติตั้งแต่รับผู้สมัครมีผู้ขาดคุณสมบัติทั้งสิ้น 2,020 คน เป็นชาย 1,112 คน เป็นหญิง 908 คน ทั้งนี้ มีผู้สมัครถึง 1,402 คน ที่ถูกระบุว่า ขาดคุณสมบัติเพราะสังกัดพรรคการเมืองงัด พ.ร.บ.ข่าวสารขอวงจรปิดปม “บุ้ง”เมื่อเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ มีนายกมลศักดิ์ ลีวามะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ (ปช.) ประธาน กมธ.ฯ เป็นประธานการประชุมพิจารณากรณีการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ “บุ้ง ทะลุวัง” จากนั้นนายกมลศักดิ์แถลงว่า ตัวแทนกรมราชทัณฑ์ รพ.ราชทัณฑ์ ทัณฑสถานหญิงกลาง รวมถึง น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง มาชี้แจง โดย กมธ.ซักถามประเด็นที่ญาติ น.ส.เนติพร ต้องการกล้องวงจรปิดในวันที่ น.ส.เนติพรเสียชีวิต ผู้แทน รพ.ราชทัณฑ์ชี้แจงว่า แม้ รมว.ยุติธรรมอนุญาต แต่ตามระเบียบให้ไม่ได้ เนื่องจากมีการมอบอำนาจไม่ถูกต้อง ดังนั้น กมธ.ฯ หาทางออกให้ใช้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ที่ รพ.ราชทัณฑ์บอกต้องทำให้ถูกต้องคือให้แม่ของ น.ส.เนติพร มอบอำนาจให้ทนายความขอกล้องวงจรปิด กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่าถ้ามอบอำนาจถูกต้องพร้อมให้ภาพกล้องวงจรปิดให้เพื่อคลายข้อสงสัยยันไร้สัญญาณชีพที่ รพ.ราชทัณฑ์นายกมลศักดิ์กล่าวว่า ผอ.รพ.ราชทัณฑ์ชี้แจงว่า น.ส.เนติพรเริ่มมีอาการไม่ค่อยดีตั้งแต่เวลา 06.00 น. สัญญาณชีพไม่มีตั้งแต่ 06.27 น. พยายามปั๊มหัวใจและโทรศัพท์หาพี่สาว น.ส.เนติพร แจ้งให้ส่งตัวไป ที่ รพ.ธรรมศาสตร์ พูดง่ายๆคือ น.ส.เนติพร ไม่มี สัญญาณชีพตั้งแต่ที่ รพ.ราชทัณฑ์แล้ว ไม่ได้เสียชีวิตที่ รพ.ธรรมศาสตร์ ขั้นตอนต่างๆที่เคลื่อนย้ายจาก รพ.ราชทัณฑ์ไปยัง รพ.ธรรมศาสตร์ จะสรุปรายละเอียดส่งให้ กมธ.ในวันที่ 30 พ.ค. โดย กมธ.จะติดตามรายละเอียด ทั้งเรื่องกล้องวงจรปิดและขั้นตอนการส่งตัวไป รพ.ธรรมศาสตร์ หากมีปัญหาจะเชิญมาชี้แจงอีกครั้ง ถ้าได้กล้องวงจรปิดและรายงานการเสียชีวิตมาคิดว่าจะคลี่คลายปัญหาได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่