คุณเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและรัฐมนตรีคลัง บินถึงนิวยอร์กเช้ามืด 19 กันยายน เพื่อเข้าร่วมประชุม สมัชชาสหประชาชาติครั้งที่ 78 เป็น วันเดียวกับที่ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ถูก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก ปฏิวัติยึดอำนาจในวันที่ 19 กันยายน 2549 พอดี ขณะที่ อดีตนายกฯทักษิณ ไปร่วมประชุมสหประชาชาติที่นิวยอร์ก แต่ครั้งนี้ไม่มีเหตุการณ์ซ้ำรอยแน่นอน การไปประชุมที่ยูเอ็นครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรก ของ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ต่อเวทีผู้นำระดับโลกที่สหประชาชาติทีมงานสำคัญของ นายกฯเศรษฐา ในเวทียูเอ็นครั้งนี้ก็คือ ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯและรัฐมนตรีต่างประเทศ หลานเขยอดีตนายกฯ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ผู้นำไทยที่ใช้ “ยุทธศาสตร์การทูต” ทำให้ฐานะประเทศไทยโด่งดังไปทั่วโลก แม้แต่ ประธานาธิบดีจอร์จ บุช ผู้นำสหรัฐฯ สมัยนั้น ก็ยังให้ความเกรงใจเชิญไปเป็นแขกให้พักที่แบลร์เฮ้าส์ เข้าพบหารือที่ทำเนียบขาว ไม่เหมือน 9 ปีที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐฯบินข้ามหัวไทยไปตลอดการไปร่วมประชุมยูเอ็นที่นครนิวยอร์กของ นายกฯเศรษฐา ครั้งนี้ จะมีการเดินสายพบผู้บริหารภาคเอกชนสหรัฐฯ เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ เช่น ไมโครซอฟท์ กูเกิล เจพีมอร์แกน แบล็คร็อก ซิตี้แบงก์ เอสเต ลอว์เดอ และ เทสลา โดย นายกฯเศรษฐา ให้สัมภาษณ์บนเครื่องบินว่า อีลอน มัสก์ ซีอีโอเทสลา ได้ตอบรับการพบกันแล้ว เราต้องการให้เทสลาเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย เขากำลังเลือกระหว่าง อินเดีย มาเลเซีย และ ไทย หน้าที่ของผมคือไปขาย ประเทศเรามีอะไรดีๆหลายอย่างผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า นายกฯเศรษฐา จะใช้ ยุทธศาสตร์การทูต แบบ อดีตนายกฯชาติชาย ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ การทูตที่ดีต้องพูดแล้วเสียงดังพอให้ผู้นำทั่วโลกได้ยิน ไม่ใช่การทูตแบบเงียบกริบ พูดแล้วไม่มีใครได้ยิน เก่งแต่กับคนในประเทศช่วง 9 ปีที่ผ่านมา ชื่อประเทศไทยที่เคยยิ่งใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน แทบจะหายไปจากจอเรดาร์ ผู้นำประเทศที่มาจากการปฏิวัติ ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก คุณพิศาล มาณวพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา อดีตทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เคยระบุว่า เป็น “การทูตแบบเงียบ” ใน 9 ปีที่ผ่านมา มันเงียบจนเราไม่ได้ยินอะไรเลยคุณสีหศักดิ์ พวงแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อดีตทูตไทยที่กรุงปารีส อดีตประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ก็เคยให้สัมภาษณ์ว่า ระยะหลังนี้บทบาทประเทศไทยในเวทีโลกลดลงไปมาก เมื่อพูดถึง อาเซียน หรือผู้นำระดับโลกจะมาเยือนอาเซียน จะสังเกตว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นอันดับแรกๆที่เขาจะมาเยือน และเมื่อมีการพูดถึงประเทศที่ก้าวขึ้นมามีบทบาทนำ มี จีน อินเดีย อาเซียน แต่คำว่า “อาเซียน” จะหมายถึง อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ส่วน ประเทศไทย มักไม่ได้รับการกล่าวถึงในฐานะบทบาทนำ เห็นไหมครับ ฐานะของประเทศไทยบนเวทีโลก 9 ปีที่ผ่านมา ตกต่ำลงมากขนาดไหนรัฐบาลก่อนพยายามเผยแพร่ข่าวว่า ต่างชาติชื่นชมไทยเป็นประเทศน่าลงทุน เพจไทยคู่ฟ้า ก็มีการโพสต์ล่าสุดว่า สื่อสหรัฐฯจัดอันดับไทยเป็น “ประเทศที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นธุรกิจประจำปี 2566” โดย อยู่อันดับ 2 ของโลก รองจาก อินเดีย ดีกว่า เวียดนาม แต่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ เสร็จจากการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ที่อินเดีย ก็บินข้ามหัวไทยตรงไปยัง กรุงฮานอย เวียดนาม ลงนาม ความร่วมมือห่วงโซ่อุปทานด้านเซมิคอนดัคเตอร์ ที่เตรียมย้ายจากจีนไปลงทุนที่เวียดนามแทนการพยายามนัด ผู้บริหารบริษัทเทคและสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก ของ นายกฯเศรษฐา ในสหรัฐฯครั้งนี้ ก็ยิ่งพิสูจน์ชัดเจนว่า 9 ปีที่ผ่านมาไทยเสียโอกาสไปมาก จีดีพีไทยจึงเติบโตต่ำกว่าศักยภาพทางเศรษฐกิจที่แท้จริงจากนี้ไปผมก็หวังว่า นายกฯเศรษฐา จะใช้ “การทูตระหว่างประเทศ” ให้เป็นประโยชน์ อดีตนายกฯชาติชาย ชุณหะวัณ เคยใช้การทูต “เปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า” สำเร็จมาแล้ว ถ้านำยุทธศาสตร์การทูตกลับมาใช้ใหม่ ในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกมีการแบ่งขั้ว ผมเชื่อว่าประเทศไทยจะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณแน่นอน.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ "หมายเหตุประเทศไทย" เพิ่มเติม