พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำตั้งรัฐบาล ณ ปัจจุบัน ต่างจาก การตั้งรัฐบาลพรรคก้าวไกล 2-3 ประการ เพื่อไทยไม่มีเงื่อนไขในการโหวตนายกฯ จาก ฝั่ง สว. และเสียงสนับสนุนของ สส. แต่ต้องโหวตนายกฯก่อนแล้วค่อยมาคุยกันเรื่องของ พรรคร่วมรัฐบาล ทีหลัง ส่วน ก้าวไกล จับมือ พรรคร่วมรัฐบาลก่อน 8 พรรค 312 เสียง แล้วค่อยมาหาเสียงสนับสนุนจาก สว.และ สส.ในการโหวตให้เป็นนายกฯ โดย ก้าวไกล มีการตั้งเงื่อนไขหลายข้อเอาไว้ในเอ็มโอยู ที่ใช้เป็นข้ออ้างในการตัดสินใจโหวตเลือกนายกฯ และรัฐบาลก้าวไกล

ก้าวไกลได้เปรียบเพื่อไทย คือ เป็นการตั้งรัฐบาลในขั้วเดียวกันคือฝ่ายค้าน ทำให้นโยบายและการหาเสียงไปด้วยกันได้ โดยเฉพาะ การแก้รัฐธรรมนูญ ที่ถูกมองว่า เป็นเครื่องมือของเผด็จการ และ การอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ฝ่ายค้านชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้

เมื่อ เพื่อไทย จะต้องเปลี่ยนข้าง ตั้งรัฐบาลสลับขั้ว ก็ไม่ต่างจากการตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 การที่ ประชาธิปัตย์ ภายใต้การนำของ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งที่ตอนหาเสียงได้ประกาศโดยอดีตหัวหน้าพรรค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าจะไม่จับมือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ประชาธิปัตย์ได้มาประมาณ 50 ที่นั่ง อภิสิทธิ์ ต้องรับผิดชอบโดยการลาออกจากหัวหน้าพรรค

การเลือกตั้งเที่ยวนี้ประชาธิปัตย์เลือก สส.เพียง 25 คน และถ้าประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทยที่เคยเดินขบวนขับไล่เพราะอ้างว่ามีการทุจริตคอร์รัปชัน การเลือกตั้งครั้งต่อไปประชาธิปัตย์จะได้ สส.มากี่คน

...

วันนี้เงื่อนไขการตั้งรัฐบาลมีอยู่สองเงื่อนไขใหญ่คือ การแก้ไข ม.112 และ มีลุงไม่มีเรา เพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล ไม่ได้เป็นเจ้าของเงื่อนไข แต่จะต้องเป็นคนเลือกแทนก้าวไกล ที่จะต้องไปเป็น เพื่อไทย ตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ โดยที่เพื่อไทยก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเช่นกัน

ถ้าจะจับมือกับก้าวไกลต่อไปอีกเกือบ 10 เดือน เพื่อให้ สว. ชุดนี้ครบวาระ ในระหว่างทางก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เหตุการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปอีกกี่ฉากทัศน์

หรือจะ ตั้งรัฐบาลสลับขั้ว ก็ไม่รู้ว่าจะต้องแลกกับอะไรบ้างและจะไปสิ้นสุดแค่ไหน ความมีเสถียรภาพและอายุของรัฐบาล จะสั้นจะยาว มีการเสนอสูตรรัฐบาลมาหลายสูตร ยกมือให้ก่อนเข้าร่วมรัฐบาลทีหลัง มีแต่พรรคไม่มีลุง มาแต่คนพรรคไม่มา สารพัดจะดีลลับ ดูมั่วๆชอบกล

แม้เพื่อไทยจะจับขั้วรัฐบาลได้ทั้งฝั่งประชาธิปไตยและอนุรักษนิยม ก็ต้องแลกกับมวลชนที่เคยสนับสนุนพรรค ถึงเพื่อไทยจะตั้งรัฐบาลสลับขั้วได้สำเร็จ ทักษิณ ชินวัตร ได้กลับบ้าน

แต่โจทย์สำคัญคือ แล้วจะอยู่อย่างไร แล้วจะไปต่ออย่างไร ทุกอย่างจะราบรื่นจริงไหม โดนัทยังมีรูศัตรูยังเต็มคาราเบล ตราบใด ที่ยังมี ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ยังมี จตุพร พรหมพันธุ์ หรือคนอื่นๆ ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง

ชนะการเลือกตั้งก็ไม่ชนะเกมการเมืองอยู่ดี.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th

คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม