มองข้ามช็อตไปข้างหน้าว่าด้วยนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ผันแปรจาก “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แคนดิเดตจาก “ก้าวไกล” ที่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน“เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตจาก “เพื่อไทย” ที่เป็นตัวเต็งได้รับการการันตีจาก “อุ๊งอิ๊ง” ว่านี่คือตัวจริงเสียงจริงที่ส่งเข้าประกวดหลังจากรำป้อมาสักพักระหว่างที่ “พิธา” กำลังคั่วแห้งจนที่สุดไม่ผ่านความเห็นชอบจึงต้องยกเปิดทางให้พรรคอันดับ 2 เข้ามาทำหน้าที่แทนมันก็เป็นอย่างนี้แหละ...ปัญหาที่จะตามมาซึ่ง “เพื่อไทย” ต้องรับหน้าเสื่อก็คือจะผลักดันอย่างไรให้สมปรารถนาได้ โดยมี “ก้าวไกล” เป็นตัวอย่างสดๆร้อนๆคือจะต้องได้เสียงสนับสนุน 376 เสียงขึ้นไปจึงจะสัมฤทธิผลปมที่จะเป็นอุปสรรคระหว่าง “ก้าวไกล” กับ “เพื่อไทย” นั้นแตกต่างกัน เมื่อ “พิธา” ติดกับดักตัวเองเน้นยํ้าไปที่ ม.112 ที่ ส.ว.รับไม่ได้ ส่งผลสอบไม่ผ่านทั้งตัวหัวหน้าและพรรคคือไม่รับทั้ง “พิธา” และ “ก้าวไกล”!นี่เป็นโจทย์ที่ “เพื่อไทย” จะต้องตอบให้ได้เมื่อ “ก้าวไกล” ยังเกาะขาติดแหมะขอร่วมรัฐบาลไปไหนขอตามไปด้วย“เพื่อไทย” นั้นเปิดหน้ากว้างอยู่แล้ว แม้ยังไม่ได้ลงสนามชิง แต่กองเชียร์จาก ส.ว.ก็ประกาศล่วงหน้าแล้วว่าเอาไปเลยเสียงสนับสนุนแต่มีข้อแม้ต้องสลัดทิ้ง “ก้าวไกล” มิฉะนั้นก็ผ่านไปไม่ได้จึงเป็นเรื่องที่ “เพื่อไทย” ต้องหาวิธีที่จะทิ้ง “เพื่อน” ด้วยความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะมิฉะนั้นก็ไปไม่เป็นเหมือนกันมีการเขียนลายแทงเอาไว้ว่าเริ่มต้นก็จับมือกับ 8 พรรคเดินหน้าต่อไปแล้วผลักดันให้ “เศรษฐา” เป็นนายกรัฐมนตรีคือยังเอาใจ “ก้าวไกล” ว่าไม่ทิ้งกันแต่ ส.ว.ประกาศล่วงหน้าไปแล้วว่าถ้ามี “ก้าวไกล” ก็ผ่านไปไม่ได้ ก็เลยมีการชงสูตร 2 ทำนองว่าเขี่ย “ก้าวไกล” ทิ้งไปจับขั้ว 188 เสียงที่แต่งตัวรออยู่ชง “อุ๊งอิ๊ง” เป็นนายกรัฐมนตรีแทนเป็นลีลาแบบดูดีรั้งไมตรีหรือจะพูดว่า “ถีบทิ้ง” อย่างมีศิลปะ...ว่างั้นเถอะทว่านั่นเป็นเรื่องที่วงนอกพยายามขีดเส้นให้เดิน แต่ทั้งหลายทั้งปวงขึ้นอยู่กับ “เพื่อไทย” เองจะคิดตัดสินใจอย่างไรเพราะถ้าเป็นแบบนั้นมันดูลิเกเกินไปนี่เป็นวาระประเทศวาระประชาชนที่ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวเอาไว้ แทงใจดำ “ก้าวไกล” ที่พยายามจะยื้อไม่ยอมรับว่าตัวเองหมดทางเลือกแล้วมีอยู่ 2 ทางออก1. “ก้าวไกล” เห็นความจริงและยอมรับด้วยการประกาศตัวเป็นฝ่ายค้าน ก็จะจบลงตัว เปิดทางให้ “เพื่อไทย” ดำเนินการอย่างอิสระ2.“เพื่อไทย” ต้องชิงเจรจาอย่างเปิดอกขอให้ “ก้าวไกล” เปิดทางให้ มิฉะนั้นจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้อย่างที่เคยปฏิบัติอย่างเพื่อนมาแล้วว่าโดยรวมแล้วเหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องมีนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลบริหารประเทศโดยเร็วนั้นมีความสำคัญยิ่งเพราะเวลานี้ไทยกำลังมีปัญหาเนื่องจากเหลือเพียงท่องเที่ยวเพียงเครื่องยนต์เดียวที่ขับเคลื่อนอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นยังหวังจากจีนที่เกิดปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวไม่ได้เป็นวาระของประเทศที่เป็นเหตุเป็นผล!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ "กล้าได้กล้าเสีย" เพิ่มเติม