“ชัยชนะ” อภิปรายก่อนโหวตนายกฯ ย้ำ ประชาธิปัตย์คัดค้านพรรคแก้ ม.112 ถึงที่สุด ด้าน “ส.ว.คำนูณ” ถาม ถอยเรื่อง ม.112 ได้หรือไม่ ด้าน “ชาดา” หน้าเครียด ลุกขึ้นไปคุยกับพรรคก้าวไกล
การอภิปรายในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา วาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่ง นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล เพื่อลงมติเป็นนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ในช่วงหนึ่ง นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ลุกกล่าวอภิปรายว่า การโหวตเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นสิทธิเสรีภาพ เรียกร้องให้คนโหวตเลือกท่านเป็นนายกรัฐมนตรี แต่กลับไม่ยอมรับความเห็นต่าง จึงสนับสนุน นายพิธา ไม่ได้ เพราะจุดยืนต่างกันในเรื่องประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศว่าใครก็ตามที่คิดแก้ไขมาตรา 112 พรรคจะคัดค้านถึงที่สุด
จากนั้น นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. อภิปรายว่า ประเด็นที่ติดใจคือ มาตรา 112 แม้ว่าการเซ็น MOU ของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล จะไม่มีเรื่องมาตรา 112 แต่ นายพิธา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรียังยืนยันว่า พรรคก้าวไกลจะยังเสนอแก้ไขมาตรา 112 เช่นเดิม การละเมิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ เป็นการลดระดับการคุ้มครองสถาบัน โดยการลดการคุ้มครองอย่างเด็ดขาด มาเป็นคุ้มครองอย่างมีเงื่อนไข ถ้าการแก้ไขสำเร็จ ต่อไปการดูหมิ่น การอาฆาตมาดร้ายสถาบัน จะไม่เป็นความผิด
พร้อมทั้งระบุถึง 3 ประเด็นสำคัญของการแก้มาตรา 112 ว่า การแก้ไขกระทบต่อการดำรงอยู่ของสถาบัน, เสมือนการแก้ไขรัฐธรรมนูญทางประตูหลัง และเสมือนเป็นการนิรโทษกรรมผู้ต้องหามาตรา 112 ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ส.ว. มีคำถามว่าอยากให้ถอยเรื่องนี้ได้หรือไม่
...
ทั้งนี้ บรรยากาศในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อเวลาประมาณ 15.20 น. พบว่า นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกจากเก้าอี้ตรงไปยังแถวที่นั่งของพรรคก้าวไกล โดยไปยืนอยู่บริเวณด้านหน้าแถวที่มี นายพิธา นั่ง ซึ่งจากการสังเกตท่าทางลักษณะภาษากายของ นายชาดา ค่อนข้างเคร่งเครียด ขณะที่ฝ่ายของพรรคก้าวไกลที่นั่งอยู่มี นายพิธา, นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ส.ส.กทม., นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึง นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ยืนอยู่ ท่าทางคล้ายกับกำลังอธิบายอะไรบางอย่างให้ นายชาดา ได้รับฟัง ด้วยลักษณะที่ไม่ได้เคร่งเครียดมาก โดย นายชาดา ได้ยืนพูดคุยประมาณ 3 นาที ก่อนจะเดินกลับที่นั่ง.