ที่ตุรกีได้ประธานาธิบดีคนใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากมีการเลือกตั้งรอบที่ 2 ปรากฏว่า “เออร์โดกัน” วัย 69 ปี สามารถรักษาเก้าอี้เอาไว้ได้ครองตำแหน่งต่อไปอีก 5 ปี หลังจากเป็นผู้นำตุรกีมาอย่างยาวนาน 20 กว่าปี ปรากฏผู้นำประเทศทั่วโลกต่างส่งสารแสดงความยินดีกันถ้วนหน้าเพราะ “เออร์โดกัน” นั้นมีบทบาททางการเมืองระหว่างประเทศค่อนข้างสูง แม้ตุรกีจะเป็นสมาชิกนาโตแต่ก็แตะมือกับรัสเซียอยู่บ่อยๆนั่นทำให้เขายืนอยู่บนตำแหน่งผู้นำอิทธิพลของโลกคนหนึ่ง ที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องพึ่งพาเขาเมื่อยามที่เกิดปัญหา“ตุรกี” เป็นประเทศมุสลิม ซึ่งมีพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างยุโรปกับเอเชีย แต่ดูเหมือนจะมีความพยายามที่จะยกระดับให้เป็นประเทศที่พัฒนาและเจริญแล้วเคยขอเข้าเป็นสมาชิกอียูแต่ไม่ผ่านการรับรองพูดถึงตุรกีแล้วมาดูประเทศไทยที่เลือกตั้งเสร็จสิ้นไปแล้วกว่าครึ่งเดือนแต่ยังไม่ได้ตัวนายกรัฐมนตรี เพราะกติกามีความยุ่งยากและซับซ้อนอีกอย่างก็คือปัญหาของผู้ที่จะดำรงผู้นำประเทศ“พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ได้รับการเลือกตั้งมาอันดับ 1 มี ส.ส. 151 คน แม้จะจับมือกับอีก 7 พรรครวมเสียงสนับสนุน 312 เสียงเกินกึ่งหนึ่งแต่ยังไม่สามารถเข้าสวมตำแหน่งได้ได้แค่ว่าที่แต่ได้แสดงตัวเป็นนายกฯจนนึกว่าเต็มตัวแล้วทั้งๆที่ยังไม่ถึงขั้นนั้น เพราะต้องผ่านขั้นตอนอีกหลายอย่าง1. ต้องได้รับการโหวตสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภา 750 เสียง กึ่งหนึ่งก็คือ 376 เสียง จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะสอบผ่านหรือไม่?เหตุผลสำคัญก็คือ ส.ว.ไม่ให้การสนับสนุน2. มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ เนื่องจากมีผู้ร้องว่าถือ “หุ้นสื่อ” ซึ่ง กกต.กำลังพิจารณาว่าขัดกับข้อกฎหมายหรือไม่เบื้องต้นหากพบว่าไม่ถูกต้องก็ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ในขั้นตอนนี้อาจจะมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้นั่นคืออุปสรรคขวากหนามที่ไม่รู้ว่าจุดจบจะลงเอยอย่างไรว่าไปแล้วเรื่องการถือครองหุ้นสื่อนั้นก็มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วว่าจะเกิดปัญหา ดังนั้น บุคคลที่เดินบนถนนการเมืองและมีความคาดหวังว่าจะได้ดำรงตำแหน่งสำคัญหนทางที่ดีที่สุดก็คือแก้ไขเสียแต่แรกแต่นี่คิดเอาเองว่าไม่มีปัญหาก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้และโทษใครไม่ได้อีกด้วยแน่นอนว่าการตั้งรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆแม้จะมีเสียงอันดับหนึ่งแต่ก็ไม่ถือว่าชนะอย่างเด็ดขาดยิ่งพรรคอันดับ 2 ซึ่งมีคะแนนเสียงห่างกันแค่ 10 เสียงทำให้เกิดการต่อรองได้แทบจะทุกเรื่องจนนำไปสู่ความขัดแย้งได้แม้จะอยู่ในซีกเสรีประชาธิปไตยเหมือนกันก็ตามสำคัญยิ่งก็คือการประกาศตัวว่าจะไม่ร่วมกับพรรคนั้นพรรคนี้ แม้จะดูดีดูเท่ที่มีหลักการแต่ในทางการเมืองแล้วเขาว่าเป็นพวก “โง่” มากกว่าเพราะเท่ากับปิดกั้นโอกาสของตัวเองโดยที่ไม่มีใครบังคับแต่เลือกที่จะเดินทางนี้ก็ต้องยอมรับในความเป็นไปคือไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี!“สายล่อฟ้า”