คลื่นใต้น้ำก่อตัวแรง เพื่อไทยเปิดศึกชิงเก้าอี้ประธาน สภาฯกับก้าวไกล “ชลน่าน” ฉะ “ปิยบุตร” ปิดช่องเจรจา ยัน พท.มีบุคลากรพร้อมประสบการณ์ “อดิศร” โวย ก.ก. อย่าคิดกินรวบ มีแค่ 152 เสียง ยังชี้เป็นชี้ตายไม่ได้ อาจไปจบที่โหวตแข่งกันในสภา ขู่ถอนตัวก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ “เศรษฐา” รับบทรีแบรนดิ้งพรรค ปรับทัพสู้สมรภูมิโซเชียล “หมอชลน่าน” ไม่ยอมจบศึกกับ “ศิธา” เดือดจัดบอกถ้าชกได้ชกไปแล้ว บีบพรรคแกนนำต้องลงมาเคลียร์เรื่องนี้ ตอก “เรืองไกร” MOU ไม่เข้าข่ายครอบงำ “อุ๊งอิ๊ง” เมินให้เขาว่าไป “โรม” เสียงแข็ง ปธ.สภาฯต้องของก้าวไกล แถลงการณ์ย้ำทุกตำแหน่งเพื่อวางอนาคต พปชร.ตีมึนบทตัวแปรพลิกขั้ว รทสช.ปลุกใจลูกพรรคอย่าท้อ ปชป.นัดโหวตหัวหน้าคนใหม่ไม่เกิน 13 ก.ค. กลุ่มป้องสถาบันประท้วงสหรัฐฯปัญหาคลื่นใต้น้ำในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ เริ่มโถมกระหน่ำแรงขึ้น โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนมาเป็นอันดับ 2 เปิดศึกแย่งชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรกับพรรคก้าวไกล และอาจต้องไปจบ ที่การโหวตกันในสภาฯ ว่าพรรคไหนจะได้ พท.สัมมนาปลอบใจผู้สมัคร ส.ส.เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 24 พ.ค. ที่ชั้น 7 อาคารโอเอไอ ทาวเวอร์ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย (พท.) มีการจัดสัมมนา “ประสานกำลังใจ ก้าวเดินต่อไปเพื่อพี่น้องประชาชน” เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองหลังการเลือกตั้ง มีแกนนำพรรค คณะกรรมการบริการพรรค รวมทั้งผู้สมัคร ส.ส.แบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อเข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่พา “น้องธิธาร” ลูกสาวคนโตมาด้วย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำพรรค และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ“เศรษฐา” ปักหลักอยู่เพื่อไทยต่อมาเวลา 10.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าร่วมสัมมนาพร้อมกับถือกระเป๋าเอกสารหนังมาด้วย ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามว่าทำไมวันนี้หิ้วกระเป๋ามาแปลกๆ นายเศรษฐาชี้แจงว่ากระเป๋าไม่แปลก กระเป๋าใบนี้อยู่กันมา 35 ปี ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน มันคือกระเป๋าทำงานที่จะเอามาทำงานที่นี่เหมือนเดิม เมื่อถามว่ามีใครเข้ามาพูดคุยทาบทามตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า “ไม่มีครับ ตามมารยาทก็ไม่ได้ด้วย พูดไปแล้วต้องให้เกียรติคนที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล” เมื่อถามว่า แกนนำพรรคก้าวไกลยังไม่เข้ามาพูดคุยใช่หรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า “ไม่มีแน่นอน ไม่เคยคุยด้วยเลย ไม่มีเบอร์ใครในก้าวไกลสักคน ไม่มีใครติดต่อมา และไม่ได้หวังว่าจะติดต่อมาด้วย เป็นหน้าที่เขาที่ต้องจัดการตั้งรัฐบาลให้สง่างาม”ลุยงานรีแบรนดิ้งพรรคสู้ต่อเมื่อถามว่าเคยประกาศว่าจะดำรงตำแหน่งนายกฯเท่านั้น แต่พรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาล คิดเปลี่ยนไปทำงานในตำแหน่งอื่นหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า ไม่ได้มีความต้องการ วันนี้มาทำงานที่พรรคก็เอากระเป๋าทำงานมา และพรรคทำนามบัตรให้ด้วย 30 ปีที่ผ่านมามีนามบัตรตลอด วันนี้ก็มีนามบัตรชัดเจน มาทำงานมีห้องทำงานที่พรรค มาดูเรื่องรีแบรนดิ้ง มาดูเรื่องปัญหาพี่น้องประชาชนตามที่ให้สัญญาไว้ว่าจะไม่ไปไหนยังอยู่ที่นี่ต่อไป วันนี้มาให้กำลังใจผู้สมัครของพรรคทุกคน ที่ทำงานหนักในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมายังไม่คุยเรื่องเก้าอี้รองนายกฯเมื่อถามย้ำว่าถ้านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เป็นนายกฯ แล้วพรรคเพื่อไทยมอบหมายให้นั่งรองนายกฯหรือตำแหน่งอื่นจะรับหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า ตรงนี้ยังไม่มีการคุยกัน เมื่อถามว่า 8 พรรคจะสามารถจัดจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า ฟังข่าวยังอยู่ในขั้นตอนจัดตั้งกันอยู่ เป็นกำลังใจให้ หวังว่าทุกคนจะช่วยกัน ซัพพอร์ตเพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วที่สุด เมื่อถามว่า มองอนาคตการเมืองของตัวเองอย่างไร นายเศรษฐา ตอบว่า ต้องให้เกียรติพรรค ยินดีรับมอบหมายทุกอย่าง ที่พรรคมอบให้ พร้อมกับยกนามบัตรให้ผู้สื่อข่าวดู และแจกนามบัตรให้สื่อมวลชนด้วยเรียนรู้จากการพ่ายศึกเลือกตั้งจากนั้น นพ.ชลน่านแถลงว่า แม้ผลเลือกตั้งจะได้ ส.ส.มาเป็นอันดับสอง แต่เรายังชื่นชมผู้สมัครที่ทำงานหนักให้กำลังใจกัน ชี้แจงทิศทางพรรคว่าจะเดินต่อไปอย่างไร ทั้งงานในฐานะพรรคร่วม งานในสภา ที่สำคัญต้องทำพื้นที่ต่อเนื่อง และเน้นย้ำถึงการประเมินผลการเลือกตั้งมีคณะทำงานที่มีนายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรค เป็นหัวหน้าทีม มอบภารกิจให้ผู้สมัครแต่ละคนไปประเมินตัวเองว่ามีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร และให้พื้นที่ประเมินส่วนกลาง เราจะไม่ชี้หน้าด่ากันแต่จะร่วมกันทำโดยยอมรับข้อเท็จจริงทั้งหมด แล้วนำข้อเท็จจริงมาปรับให้ก้าวเดินกันต่อไป แคนดิเดตนายกฯทั้ง 2 ท่านให้กำลังใจทุกคน ยอมรับว่าเราแพ้ในการเลือกตั้ง แต่ทำอย่างไรจะก้าวไปให้ได้ไม่ทิ้งตัวตนตามรอยก้าวไกลนพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า น.ส.แพทองธารกล่าวในวงสัมมนาว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่การล่มสลาย แต่เป็นแรงขับสำคัญให้เราคงอยู่ต่อไป พรรคพร้อมเดินหน้าสนับสนุนผู้สมัคร ขณะที่นายเศรษฐาพูดถึงภารกิจที่ต้องทำต่อ โดยเฉพาะเรื่องการรีแบรนด์พรรค จะมีคณะทำงานมาดูว่ามีแนวทางทำเรื่องนี้อย่างไร เมื่อถามว่าการรีแบรนด์ครั้งนี้จะเหมือนของพรรคก้าวไกลที่ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้หรือไม่ นพ.ชลน่านตอบว่า ยังไม่ได้คุยถึงรูปแบบว่าจะเป็นอย่างไร แต่ต้องไม่ลืมความเป็นตัวตนของพรรคไม่ก้าวล้ำจนทิ้งความเป็นตัวตนของพรรคไป และจะไม่เลียนแบบใคร เรามีอัตลักษณ์เป็นของเราเอง“ประเสริฐ” ปรับทัพลุยโซเชียลนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในวงสัมมนามีการให้แนวทางผู้สมัครทั้งผู้ที่ได้รับเลือกตั้งและไม่ได้รับเลือกตั้ง ว่าก่อนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประกาศรับรองผล มีเรื่องร้องเรียนทั้งเราเป็นคนร้องและถูกร้อง ฝ่ายกฎหมายของพรรคจะไปอำนวยความสะดวก รวมถึงการยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายที่ต้องดำเนินการภายใน 90 วัน รวมถึงเตรียมความพร้อมในการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นอกจากนี้ ยังให้ข้อคิดในเรื่องนโยบายกระแสการเมือง และการลงพื้นที่ ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง เน้นให้ทุกคนลงพื้นที่ต่อเนื่อง เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้โซเชียลมีเดียมีผลอย่างยิ่ง สิ่งที่เห็นอีกอย่างคืออุดมการณ์การเมืองฝ่ายประชาธิปไตยยังคงสำคัญ คนที่ย้ายออกจากพรรคเพื่อไทย 10 กว่าคนสอบตกเกือบหมด รอดมาแค่ 1-2 คน เป็นอุทาหรณ์แก่นักการเมืองที่ไร้อุดมการณ์ เรามองไกลไปถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป โซเชียลยังเป็นสมรภูมิที่ต้องต่อสู้กันรุนแรงมากขึ้น เพราะทุกพรรคหันมาทำตรงนี้ “ชลน่าน” ไม่ยอมจบศึก “ศิธา”นพ.ชลน่านให้สัมภาษณ์อีกครั้งกรณีพรรคก้าวไกลระบุว่าไม่สามารถขึ้นค่าแรง 450 บาทได้ทันทีว่าขอไม่วิจารณ์ยังไม่มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนโยบาย ในมุมของเราอะไรที่อยู่ในเอ็มโอยูแล้วไม่บรรลุผลสัมฤทธิ์ของการจัดตั้งรัฐบาลและนายก รัฐมนตรี เราขอเอาออก เช่น ข้อ 1 และข้อ 2 ที่เราขอสงวนสิทธิ์ หากมีอะไรไปกระทบต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเราขอสงวนสิทธิ์ เมื่อเขาไปปรับแก้เราก็ไม่ว่าอะไร เมื่อถามถึงข้อขัดแย้งกับ น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) นพ.ชลน่านตอบว่า ถ้าเจตนาของ น.ต.ศิธากลัวการสืบทอดอำนาจอย่างที่ว่าจริง ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ไม่ได้โกรธแค้นอะไร เพียงแต่มองว่าไม่ควรไปตั้งคำถามในวงสื่อ เพราะ ทสท.มีส่วนเสนอแก้ไขและปรับปรุงร่างเอ็มโอยูเยอะมาก ถ้าเป็นสื่อมวลชนถามยินดีและพร้อมจะตอบ แต่เมื่อเป็นคนในวงมาถามจึงยากที่จะประเมินวัตถุประสงค์ ขอเพียงให้เรามีมารยาทต่อกันบีบก้าวไกลต้องเคลียร์เรื่องนี้นพ.ชลน่านกล่าวว่า การมาใส่ร้ายว่าไปรับบรีฟมา ถ้ายังมีพฤติกรรมเช่นนี้การทำงานร่วมกันคงลำบาก ต้องพูดความจริงถ้าคุณเป็นนักการเมืองที่มาจากประชาชน หากดราม่าเกินไปไม่ดี พร้อมให้อภัยทุกคนไม่เคยโกรธใครอยู่แล้วแค่ขอให้พูดความจริง อะไรที่ทำแล้วไม่เหมาะไม่ควรแค่ขอโทษกันก็จบ ไม่สบายใจถ้าพรรคแกนนำไม่จัดการเรื่องนี้ “คุณต้องจัดการพรรคร่วมของคุณให้อยู่ในร่องในรอย ถ้าเห็นเขาสำคัญแล้วเห็นผมไม่สำคัญ ก็คงต้องย้อนถามกัน นี่คือสิ่งที่ผมพยายามจะสื่อสาร” เมื่อถามย้ำว่าหมายถึงต้องเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านตอบว่า ไม่ได้คิดแบบนั้น เป้าหมายหลักคือการจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ เรื่องเล็กๆน้อยๆ ไม่ควรมาเป็นประเด็น ถ้าเขาสำนึกได้ขอโทษก็จบ และเป็นหน้าที่ของพรรคก้าวไกลที่ต้องมาเคลียร์ เอ็มโอยูเขียนไว้ทุกพรรคต้องมีความจริงใจต่อกัน ต้องให้เกียรติกัน เพิ่งลงนามกันแต่เพียงชั่วข้ามคืน ซัดจะสร้างซีนอะไรไปทำทีหลัง“ก็สำนึกบ้างว่าเราทำอะไรไปบนพื้นฐานอะไร คือมันไม่ได้เกิดแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว เราก็เลยอ่านเจตนาเขาออกว่าต้องการอะไร ยอมรับจริงๆวันนั้นผมมีอารมณ์ แต่พยายามควบคุมอารมณ์ลงมาก็เพียงแต่ชี้หน้าเขา คุณทำตัวให้ถูก ว่าคุณจะเป็นสื่อหรือเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเอาให้แน่ ผมตำหนิเขาเลยนะ และไปกล่าวหาว่าโดนกดดันโดนบรีฟ ผมยิ่งโกรธใหญ่เลย มันหมายถึงว่าดูหมิ่น ด้อยค่า ทั้งตัวผมและพรรคผมด้วย เจตนามันบ่งว่าเขาทำอะไร เพื่ออะไร แต่ถ้าเขาขอโทษ ผมจบนะ ไม่มีปัญหาอะไร เราเป็นผู้ใหญ่แล้ว เข็มมุ่งเราคือจัดตั้งรัฐบาล”นพ.ชลน่านกล่าว เมื่อถามว่าจะเป็นปมร้อนให้เพื่อไทยถอนตัวหรือไม่ นพ.ชลน่านตอบว่า ฝากพรรคแกนนำอย่าให้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาบั่นทอนการทำงานร่วมกันของเรา แต่ถ้าเห็น 6 เสียงมากกว่า 141 เสียง ตนก็ยอม แต่ขอเถอะกำลังจับมือจัดตั้งรัฐบาล อะไรช่วยกันได้ควรช่วยกันทำจะไปสร้างฉากสร้างซีนอะไรไปทำทีหลัง ให้เรื่องนี้จบก่อน เดือดจัดถ้าชกได้ชกไปแล้วเมื่อถามว่าถึงขั้นไม่ให้ น.ต.ศิธา รับตำแหน่งใดๆหรือไม่ นพ.ชลน่านตอบว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องของพรรคแกนนำ แต่ถ้ามีพฤติกรรมแบบนี้ทำงานร่วมกันยาก ทั้งนี้ระหว่างให้สัมภาษณ์เห็นได้ชัดว่าเวลาพูดถึงเรื่องนี้ นพ.ชลน่านจะชักสีหน้าแสดงความไม่พอใจ ผู้สื่อข่าวซักถามว่าเป็นเพราะเดือดในเรื่องนี้มากหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า “ผมเดือด ผมมีอารมณ์ ถ้าชกได้ผมชกไปแล้ว”โต้ “ปิยบุตร” พท.มีตัว ปธ.สภาฯเมื่อถามถึงกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำ คณะก้าวหน้า ส่งสัญญาณว่าตำแหน่งประธานสภาฯ ควรเป็นของพรรคก้าวไกลว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นของคนทั่วไป ยังไม่มีการพูดคุยกันถึงตำแหน่งต่างๆ ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นการเจรจาเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เป้าหมายแรกคือการเลือกนายกฯ แต่มีการให้ข่าวเสมือนกดดันและปิดช่องไม่ให้มีการพูดคุยกัน ดูแล้วไม่ใช่แง่บวกเท่าไหร่ ตำแหน่งประธานสภาฯ อยู่ที่การตกลงและพูดคุยกันด้วยความเหมาะสมในแต่ละสมัยไม่เหมือนกัน เมื่อถามว่ามีการปล่อยชื่อตัวบุคคลที่พรรคก้าวไกลวางตัวไว้แต่มีพรรษาน้อย นพ.ชลน่านตอบว่า ไม่ขอวิพากษ์ วิจารณ์ เชื่อว่าบุคคลที่ได้รับเลือกจากประชาชนมาย่อมมีความรู้ ความสามารถ และมีวุฒิภาวะ ส่วนจะทำงานเหมาะสมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติงานของเขา เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยมีบุคคลที่เหมาะสมใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านตอบว่า พรรคเราอยู่มา 22 ปี มีบุคลากรที่ผ่านการทำงานมาเยอะ คงไม่บอกว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม แต่เรามีบุคลากรพร้อม ต้องย้ำว่ายังไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องตำแหน่งต่างๆตอก MOU ไม่เข้าข่ายครอบงำเมื่อถามว่านายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นเรื่องให้ กกต.ให้ส่งศาลรัฐ ธรรมนูญพิจารณายุบ 8 พรรคการเมืองที่ร่วมลงนามใน MOU จัดตั้งรัฐบาล นพ.ชลน่านตอบว่า เป็นสิทธิของนายเรืองไกร กำลังดูว่าเป็นคำร้องเท็จหรือไม่ ขัดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 101 หรือไม่ คือร้องเท็จใส่ร้ายพรรคการเมือง การลงนาม MOU เป็นการทำร่วมกันอย่างเป็นอิสระภายใต้ความเห็นชอบแต่ละพรรคที่จะตกลงร่วมกัน ไม่เห็นว่าเป็นการครอบงำชี้นำตรงไหน และมั่นใจว่าไม่เข้าข่ายถูกยุบพรรคแน่ 8 พรรคมีอิสระที่จะทำเพื่อบ้านเมือง “อิ๊ง” เมิน “เรืองไกร” ชงยุบพรรคขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมสัมมนาถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่น กกต.ยุบ 8 พรรคการเมืองที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่า เขาจะยุบพรรคการเมืองหรือ ให้เขาว่าไป เมื่อถามถึงกระแสมินต์ช็อกและลิปสติกฟีเวอร์ จนคนแห่ซื้อตาม น.ส.แพทองธารตอบว่า ยอมรับว่ากระแสเกินคาดมาก มั่นใจว่ามินต์ช็อกที่นี่อร่อย และลิปสติกแบรนด์นั้นดีจริง พร้อมกับกล่าวติดตลกว่า “ไม่ได้รับรีวิวสินค้านะคะ” อาจเป็นเพราะการเมืองหนักๆมาช่วงหนึ่ง พอมีเรื่องสนุกสนานเฮฮา จึงทำให้ใครหลายคนเข้ามาสนใจเรื่องดังกล่าว“อดิศร” โวยก้าวไกลอย่ากินรวบนายอดิศร เพียงเกษ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ระบุว่าตำแหน่งประธานสภาฯควรเป็นของพรรคก้าวไกลนั้น อยากบอกว่าจะกินรวบทุกตำแหน่ง โดยเข้าใจว่าตัวเองเป็นเสียงข้างมาก ความจริง 152 เสียงยังไม่เกินครึ่ง ถ้าอยากได้ทุกตำแหน่งต้องทำให้ได้แบบพรรคไทยรักไทย 377 เสียง ที่จะชี้เป็นชี้ตายเอาตำแหน่งไหนก็ได้ เพื่อไทยยินดีสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ แต่ไม่ใช่ว่าได้ฝ่ายบริหารแล้ว จะไม่ให้ตำแหน่งฝ่ายนิติบัญญัติพรรคอื่น ต้องดูความเหมาะสมแต่ละช่วงเวลา และต้องดูบุคลากรของทั้ง 2 พรรค คิดว่าเพื่อไทยน่าจะมีความเหมาะสมในตำแหน่งประธานสภาฯมากกว่า ยืนยันไม่ใช่การแก่งแย่ง แต่เพื่อให้เป็นประชาธิปไตย ตำแหน่งประธานสภาฯควรไปโหวตกันในสภาฯว่าพรรคไหนจะได้ ควรมีคนที่เหมาะสมให้เป็นหน้าเป็นตาไม่แพ้ฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารเราได้คนหนุ่มแล้ว แต่ประธานสภาฯพรรคก้าวไกลไม่ควรกินรวบเย้ย “ปิยบุตร” ก.ก.สู้ไปโกหกไปนายอดิศรกล่าวต่อว่า ถ้ายังดื้อดันสมมติว่าพรรคเพื่อไทยไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล พรรคก้าวไกลก็เดินไปไม่ได้อยู่ดีไม่อยากให้เกิดภาพนี้ขึ้น เมื่อถามถึงกรณีนายปิยบุตรออกแสดงความไม่เห็นด้วยกับเอ็มโอยูที่ไม่มีการแก้ไขมาตรา 112 นายอดิศรตอบว่า เสียดายที่นายปิยบุตรไม่ได้เข้าสภา หากเป็นห่วงเรื่องเอ็มโอยูก็ควรไปพูดในพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะเรื่องมาตรา 112 ที่พรรคก้าวไกลฉกฉวยเรื่องนี้ไปหาเสียงจนได้รับชัยชนะ คนที่เป็นเอฟซีอาจติดใจว่าหาเสียงแทบเป็นแทบตาย ไปดูถูกพรรคอื่นว่าสู้ไปกราบไป แต่พอตัวเองได้รับชัยชนะแล้ว สิ่งที่พูดไว้มันจะไม่เหมือนว่าสู้ไปโกหกไปหรือเปล่า นายปิยบุตรคงเป็นห่วงภาพลักษณ์ของพรรคก้าวไกล ยังไม่เป็นรัฐบาลเลยทำอย่างนี้กันเสียแล้ว จะมีความเชื่อมั่นในอนาคตได้อย่างไร“โรม” เสียงแข็งจอง ปธ.สภาฯที่พรรคก้าวไกล นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เสนอว่า พรรคก้าวไกลจะเสียตำแหน่งประธานสภาฯให้เพื่อไทยไม่ได้เด็ดขาดว่า เรื่องนี้นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก.ก. เคยพูดไว้ว่าเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ เป็นตำแหน่งที่เราอยากรักษาประเพณีที่เคยทำกันมาในอดีต หากไม่นับรวมปี 2562 ยืนยันว่าตำแหน่งดังกล่าวพรรคต้องขอเอาไว้เอง เมื่อถามว่ามีพรรคใดมาต่อรองตำแหน่งประธานสภาฯหรือยัง นายรังสิมันต์ตอบว่า ไม่ทราบ แต่เบื้องต้นพรรคประกาศมาหลายครั้ง ยืนยันเรื่องนี้มาโดยตลอด เมื่อถามย้ำว่าได้พูดคุยกับเพื่อไทยหรือไม่ นายรังสิมันต์ตอบว่า ต้องถามนายชัยธวัช เพราะเป็นผู้ดูแลการเจรจา ในพรรคยังไม่ได้มีการพูดคุยกันว่าใครเหมาะในตำแหน่งประธานสภาฯยังมีเวลาเจรจา ส.ว.โหวต “พิธา”เมื่อถามว่าจำนวน ส.ว.ที่จะยกมือโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อาจยังไม่เพียงพอ นายรังสิมันต์ตอบว่า เท่าที่ทราบเห็นว่ามีอีกหลายคนที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะลงมติไปในทิศทางไหน คงรอดูก่อน คิดว่ายังมีเวลาเจรจาเพื่อนำไปสู่การปลดล็อกมาตรา 272 มองว่ามาตราดังกล่าวอยู่ในบทเฉพาะกาล เป็นกฎหมายชั่วคราวปี 2567 ก็หมดแล้ว ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องรอให้หมดตามรัฐธรรมนูญ ทำไมถึงไม่ช่วยกันปิดสวิตช์ ม.272 ตั้งแต่ตอนนี้ เมื่อถามว่า มี ส.ว.หลายคนมองว่า มาตรา 112 ยังเป็นเงื่อนไขอยู่ นายรังสิมันต์ตอบว่า ต้องไปดูจริงๆว่าเงื่อนไขเป็น เพราะมาตรา 112 หรือไม่ ความจริงอาจไม่เกี่ยวกับ มาตรา 112 แต่อาจเป็นการไม่ยอมโหวตให้ก้าวไกล ฉะเฟกนิวส์มโนให้สหรัฐฯตั้งฐานทัพนายรังสิมันต์ยังกล่าวถึงการปล่อยกระแสข่าวจะมีการเปิดให้สหรัฐอเมริกาเข้ามาตั้งฐานทัพในไทยว่า เป็นเฟกนิวส์ พรรคไม่เคยคุยเรื่องความมั่นคงทางการทหารกับประเทศไหน ยืนยันว่าหากได้เป็นรัฐบาลจะไม่เปิดให้ประเทศใดเข้ามาตั้งฐานทัพในไทยแน่นอน ยืนยันในการเป็นประเทศที่เป็นอธิปไตยของตัวเอง การเปิดให้ประเทศใดมาแทรกแซงไม่มีทางเกิดขึ้นในรัฐบาลก้าวไกลแน่นอน ขออย่าเชื่ออะไรที่ไม่มีข้อเท็จจริง หรือไม่มีหลักฐาน ยืนยันว่าไม่คิดดำเนินคดีกับประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อข่าวปลอม แต่ต้องตรวจสอบว่าข้อมูลดังกล่าวมาจากไหน กังวลว่าจะเป็นไอโอที่สร้างมาใส่ร้ายป้ายสีก.ก.ย้ำทุกตำแหน่งเพื่ออนาคตต่อมาเวลา 17.00 น. เพจเฟซบุ๊กพรรคก้าวไกลโพสต์ข้อความระบุว่า 3 วาระที่พรรคก้าวไกลต้องการผลักดันในฐานะ “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ก.ก.เดินทางบนเส้นทางการเมืองไม่ใช่เพื่อตำแหน่ง หรืออำนาจ แต่เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง มี 3 วาระที่สำคัญมาก ที่เราจำเป็นต้องใช้สถานะประธานสภาฯผลักดัน วาระแรก เพื่อผลักดันกฎหมายที่ก้าวหน้า ตลอด 4 ปีของสภาฯภายใต้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีกฎหมายถูกเสนอเข้าสภาฯมากกว่า 478 ฉบับ ผ่านสภาไปเพียง 78 ฉบับ ไม่มีกฎหมายภาคประชาชนผ่านสภาฯเลย วาระที่สอง เพื่อผลักดันให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย เดินหน้าอย่างราบรื่น เปิดทางไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นวาระสำคัญ และถูกระบุไว้ในเอ็มโอยู จำเป็นที่ประธานสภาฯต้องมีเจตจำนงแน่วแน่ในการอำนวยการประชุมให้เดินหน้าไปอย่างราบรื่น เป็นที่ยอมรับของสมาชิกทุกฝ่าย วาระที่สาม ก.ก.จะผลักดันหลักการรัฐสภาโปร่งใส ประชาชนมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เพื่อตำแหน่ง แต่ต้องการอำนาจเข้าไปเปลี่ยนแปลงรัฐสภาไทย“ศิธา” พร้อมไขก๊อกถ้าทำดีลล่มช่วงเย็นวันเดียวกัน น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย ทวีตข้อความว่า “พรรคไทยสร้างไทยพูดชัดเจนมาโดยตลอดว่าเรายินดียกมือสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ได้จับมือกันตั้งรัฐบาล ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล หากต้องการเสียงของไทยสร้างไทยเข้าร่วมรัฐบาล แต่ติดขัดที่ตัวผม ผมยินดีลาออกจากพรรคให้ทันที ยืนยันว่าเราไม่ใช่เงื่อนไขที่จะทำให้ประชาธิปไตยต้องหยุดชะงักครับ”พปชร.ตีมึนบทตัวแปรพลิกขั้วที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกระแสข่าวพรรค พปชร.จะเป็นรัฐบาลหากพรรคก้าวไกลไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาล และไม่ได้รับโหวตให้เป็นนายกฯ ว่า ไม่ทราบ ไม่มีอะไร ยังเป็นหัวหน้าพรรค พปชร. และเป็นแคนดิเดตนายกฯ เมื่อถามว่าดูเหมือน พปชร.เป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล หากอีกฝ่ายจัดตั้งไม่ได้ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่ทราบครับ ยังไม่ทราบเลย” เมื่อถามว่าทั้ง 2 ลุงยังคงมีความพร้อมขับเคลื่อนการเมืองต่อไปหรือไม่ พล.อ.ประวิตรไม่ได้ตอบคำถามรทสช.ปลุกใจลูกพรรคอย่าท้อที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค พร้อมผู้บริหารพรรคร่วมประชุมกับตัวแทนผู้สมัคร ส.ส.กทม. ผู้สมัคร ส.ส.ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพื่อสรุปผลจากการเลือกตั้ง นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ใน กทม.ไม่ได้ ส.ส. แต่คะแนนที่ได้รับในหลายพื้นที่อยู่ในลำดับ 2 หรือ 3 ถือเป็นความสำเร็จที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานการเมือง รทสช.ยังคงเดินหน้าทำงานการเมืองต่อ และยินดีต้อนรับทุกคนที่ยังมุ่งมั่นเดินบนเส้นทางสายการเมือง ขอให้ทุกคนใช้ประสบการณ์ครั้งนี้นำมาพัฒนา ปรับปรุงวิธีคิด และวิธีหาเสียงให้ทันตามยุคสมัย และวิธีการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการบริหารจัดการสื่อสารในประเด็นต่างๆ แรงกระแทกทางการเมือง เพื่อให้การทำงานทางการเมืองเป็นไปอย่างเหมาะสม ยืนยันไม่ใช่การรีแบรนดิ้ง สิ่งที่ต้องทำต่อคือผสมผสานแนวคิดของทุกรุ่น เน้นการสื่อสารยุคใหม่ เชื่อว่าจะทำให้ รทสช.เข้มแข็งในทุกด้านได้ ใครนายกฯต้องรักสามัคคีกันพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรค รทสช. กล่าวระหว่างลงพื้นที่ จ.พิจิตร ว่า ขอให้ประชาชนร่วมมือกันให้แน่นแฟ้น บ้านเมืองต้องอยู่อีกนาน คนมาเดี๋ยวก็ไป รัฐบาลไม่เคยละทิ้งความห่วงใยที่มีให้กับประชาชน ต้องดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียงให้ได้ แล้วพัฒนาต่อยอดให้ดีขึ้น ลูกหลานต้องมั่นคงแข็งแรง เข้มแข็ง วันนี้คนไทยต้องรักกันดูแลกัน ต้องไม่แตกแยกกัน เมื่อถามว่าตอนนี้กำลังใจยังดีอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ดีๆ ยังสู้ และยังทำงานอยู่ ส่วนตำแหน่งนายกฯใครจะเป็นก็เหมือนกัน แต่ต้องรักสามัคคีหวังจะไม่เกิดม็อบลงถนนอีกนายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรค รทสช. กล่าวถึงนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาทของพรรคก้าวไกลว่า เมื่อเป็นรัฐบาลพรรคร่วม หรือกำลังจะเป็นนายกฯ เรื่องความยืดหยุ่นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ไม่ใช่แค่นโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เราต้องไม่ลืมว่าประชาชนเลือกมา ยังมีอีกหลายนโยบายที่น่าเป็นห่วงเพราะทำได้ยาก แต่ทั้งหมดต้องให้โอกาสพรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ยังมีอีกหลายขั้นตอน สิ่งหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยคือการเคลื่อนไหวกดดัน ส.ว. เกรงว่าสิ่งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ทำมาตลอด 7-8 ปี จะเกิดปัญหาความขัดแย้งแบบเดิม พล.อ.ประยุทธ์เป็นห่วงเรื่องนี้มาก ไม่อยากให้เกิดการชุมนุม เดินลงถนนกันอีก ความรุนแรงไม่ควรเกิดขึ้นแล้ว ควรเลิกได้แล้ว หวังว่าวิธีการพูดคุยเจรจาจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดปชป.ยันถูกดิสเครดิตดีลตั้ง รบ.ที่พรรคประชาธิปัตย์ เวลา 10.40 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารพรรครักษาการ เพื่อกำหนดวันจัดประชุมใหญ่วิสามัญพรรค เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ นายราเมศ รัตนะเชวง รักษาการโฆษกพรรค ปชป.แถลงว่า ที่ประชุมมีมติกำหนดวันเลือก กก.บห. ชุดใหม่ หลังนายจุรินทร์ลาออกภายใน 60 วัน ไม่เกิน วันที่ 13 ก.ค. และให้งดขั้นตอนการทำไพรมารีโหวต แต่ผู้สมัครยังต้องแสดงวิสัยทัศน์ หรือดีเบตในที่ประชุมใหญ่วิสามัญพรรค ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค ปชป. ยืนยันต่อที่ประชุมชัดเจนว่า ไม่เคยพูดคุยติดต่อประสานงานเรื่องตั้งรัฐบาลกับใครทั้งสิ้น ข่าวที่ออกไปเป็นการบิดเบือนเพื่อดิสเครดิตพรรค “เรืองไกร” ยื่นหลักฐานมัด “พิธา”ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรค พปชร. กล่าวว่า มายื่นเอกสารเพิ่มเติมกรณีถือหุ้นสื่อในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้ กกต. นำไปประกอบการพิจารณา ประกอบด้วยตารางชื่อของนายพงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์ และนายพิธาถือหุ้น บมจ.ไอทีวี ปี 49-66 รวมทั้งสำเนารายชื่อผู้ถือหุ้นไอทีวีบางส่วน สำเนาวัตถุประสงค์ของไอทีวี ตารางรายได้รวมของ บมจ.ไอทีวี ปี 64-65 รายได้รวมของปี 64-65 และสำเนา พ.ร.บ.บริษัท จำกัดมหาชนบางส่วน หาก กกต.ประกาศรับรองผล การเลือกตั้ง ส.ส. แต่ยังตรวจสอบคุณสมบัตินายพิธาไม่แล้วเสร็จ หลัง กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง อยากขอให้ ส.ส.ร่วมเข้าชื่อเสนอเรื่องให้ประธานสภาฯ ยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญเหมือนกับที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ถูกยื่นร้องกรณีถือหุ้น หจก. บุรีเจริญคอนสตรัคชัน และจะขอให้ ส.ว. 250 คน ใช้สิทธิยื่นร้องสอบคุณสมบัตินายกฯ ตามรัฐธรรมนูญกกต.จ่อประกาศผลเป็นทางการผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบความถูกต้องของการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ครบทั้ง 400 เขต และเตรียมประกาศผลอย่างเป็นทางการ พบว่าจากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52,195,920 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 39,514,973 คน คิดเป็นร้อยละ 75.71 โดยการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มีบัตรดี 37,190,071 บัตร คิดเป็นร้อยละ 94.12 บัตรเสีย 1,457,899 บัตร คิดเป็นร้อยละ 3.69 และบัตรไม่ประสงค์เลือกผู้ใด 866,885 บัตร คิดเป็นร้อยละ 2.19 ซึ่งผลการนับคะแนนพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. 112 คน พรรคก้าวไกล ได้ ส.ส. 112 คน พรรคภูมิใจไทยได้ ส.ส. 68 คน พรรคพลังประชารัฐ 39 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 23 คน พรรคประชาธิปัตย์ 22 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 9 คน พรรคประชาชาติ 7 คน พรรคไทยสร้างไทย 5 คน พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 คน และพรรคชาติพัฒนากล้า 1 คนก.ก.ได้บัญชีรายชื่อมากสุด 39 ที่ส่วนการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มีบัตรดี 37,522,746 บัตร คิดเป็นร้อยละ 94.96 บัตรเสีย 1,509,836 บัตร คิดเป็นร้อยละ 3.82 บัตร ไม่ประสงค์เลือกผู้ใด 482,303 บัตร คิดเป็นร้อยละ 1.22 โดยผลการคิดคำนวณคะแนนค่าเฉลี่ย ส.ส. 1 คน คือ 375,227.34 คะแนน ทำให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน มาจาก 17 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคก้าวไกลได้ 14,438,851 คะแนน ได้ ส.ส. 39 คน พรรคเพื่อไทยได้ 10,962,522 คะแนน ได้ ส.ส. 29 คน พรรครวมไทยสร้างชาติได้ 4,766,408 คะแนน ได้ ส.ส. 13 คน พรรคภูมิใจไทยได้ 1,138,202 คะแนน ได้ ส.ส. 3 คน พรรคประชาธิปัตย์ได้ 925,349 คะแนน ได้ ส.ส. 3 คน พรรคประชาชาติ ได้ 602,645 คะแนน ได้ ส.ส. 2 คน พรรคพลังประชารัฐได้ 537,625 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน พรรคเสรีรวมไทยได้ 351,376 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน พรรคไทยสร้างไทย ได้ 340,178 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน พรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้ 273,428 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน พรรคใหม่ได้ 249,731 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน พรรคชาติพัฒนากล้าได้ 212,676 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน พรรคท้องที่ไทย ได้ 201,411 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน พรรคชาติไทยพัฒนาได้ 192,497 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน พรรคเป็นธรรมได้ 184,817 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน พรรคพลังสังคมใหม่ได้ 177,379 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน พรรคครูไทยเพื่อประชาชนได้ 175,182 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คนส.ส.เขต ก.ก.ลดไป 1-ภท.ได้เพิ่ม 1ทั้งนี้ ในส่วนของ ส.ส.แบ่งเขตเลือกตั้งที่ก่อนหน้านี้ในระบบ ECT REPORT แสดงจำนวนว่าพรรคก้าวไกลได้ 113 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทยได้ 67 ที่นั่งนั้น เนื่องจากการลงข้อมูลผลการเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ปราจีนบุรียังไม่สมบูรณ์ จากรายงานประกาศ กกต.ประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ปราจีนบุรี ผลการนับคะแนนพบว่า นายสฤษดิ์ บุตรเนียร จากพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง ทำให้จำนวน ส.ส.แบ่งเขตของพรรคก้าวไกลคือ 112 ที่นั่ง และพรรคภูมิใจไทย 68 ที่นั่ง ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเพียงผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเท่านั้น ยังไม่ใช่การประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต. ทั้งนี้ เมื่อรวมจำนวน ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อแล้ว พรรคก้าวไกลได้ ส.ส.รวม 151 คน พรรคเพื่อไทย 141 คน พรรคภูมิใจไทย 71 คน พรรคพลังประชารัฐ 40 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 คน พรรคประชาธิปัตย์ 25 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 10 คน พรรคประชาชาติ 9 คน พรรคไทยสร้างไทย 6 คน พรรคชาติพัฒนากล้า 2 คน พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 คน พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่ พรรคท้องที่ไทย พรรคเป็นธรรม พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชนได้ ส.ส.พรรคละ 1 คน“บิ๊กตู่” ไม่ง้อให้สหรัฐฯขาย F-35ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังนำคณะกลับจาก เยี่ยมให้กำลังใจผู้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์พายุซัดถล่มอาคารโดมโรงเรียนวัดเนินปอ ต.เนินปอ อ.สามง่าม จ.พิจิตร ถึงกรณีสหรัฐอเมริกาไม่ขายเครื่องบินขับไล่ F-35 A ให้กองทัพอากาศ (ทอ.) โดย พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า ทำไมหรือ เมื่อไม่ขายก็ไม่ซื้อ ถือเป็นเรื่องการติดต่อซื้อขายกัน ตามปกติ ประเทศไหนมีขายเราก็ติดต่อ ถ้าเขาไม่ขาย เราก็ไม่ซื้อ แล้วจะให้ทำยังไง เมื่อถามว่าต้องชี้แจงเหตุผลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ชี้แจงอะไร ไม่รู้หรอก ทอ.ก็ชี้แจงเองแหละ เปิดเซฟ “ศักดิ์สยาม” รวย 110 ล้านที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการเปิดเผยบัญชี ทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่น่าสนใจหลายราย อาทิ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กรณีพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 20 มี.ค.66 มีทรัพย์สินรวม 110,236,673 บาท ไม่มีหนี้สิน เป็น เงินฝากธนาคาร 69,488,973 บาท ที่ดิน 19 แปลง รวมมูลค่า 34,248,450 บาท ยานพาหนะ 2 คันรวม 2,100,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 240,000 บาท และอื่นๆ 4,399,250 บาท อาทิ พระเครื่องเลี่ยมทอง 1 องค์ มูลค่า 1.5 ล้านบาท งาช้าง 1 คู่ 1.4 ล้านบาท นาฬิกาโรเล็กซ์ 1 เรือน 2 แสนบาท แหวนเพชร 1 วง 5 แสนบาท ปืนลูกโม่ .38 ยี่ห้อสมิธ 1 กระบอก ปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติขนาด 9 มม. ยี่ห้อกล็อก 1 กระบอก ปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. ยี่ห้อซิกซาวเออร์ 1 กระบอกกลุ่มป้องสถาบันประท้วงสหรัฐฯเวลา 11.30 น. ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ถนนวิทยุ กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้อง สถาบัน (ศปปส.) นำโดยนายอานนท์ กลิ่นแก้ว ร่วมกับกลุ่มแนวร่วมจัดชุมนุมยื่นหนังสือเรียกร้องสหรัฐอเมริกายุติการแทรกแซงกิจการภายในของไทย ชูป้ายข้อความเปิดปราศรัยโจมตีสหรัฐฯ มีการอ่านแถลงการณ์ถึงนายโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ให้ทบทวนบทบาทหน้าที่ เคารพราชอาณาจักรไทย ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ออกมารับหนังสือที่นอกรั้วสถานทูตด้วยตัวเอง จากนั้น นายอานนท์อ่านข้อความที่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ เขียนตอบแปลเป็นภาษาไทยโดยล่ามความว่า สหรัฐฯ เคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย และเข้าใจ ประชาชนไทยยกย่องเทิดทูนพระบรมวงศ์ศานุวงศ์อย่างสูง สหรัฐฯไม่ได้หวังในผลเลือกตั้งเป็นแบบหนึ่ง แบบใด ไม่ได้สนับสนุนพรรคใด หรือผู้สมัครคนใดเป็นการเฉพาะ เราตั้งตารอทำงานร่วมกับรัฐบาลที่มา จากกระบวนการประชาธิปไตย ประชาชนชาวไทยเท่านั้นควรเป็นผู้เลือกว่าใครจะเป็นผู้บริหารประเทศ