นับเป็นบุคคลที่ยืนตระหง่านเป็นนัมเบอร์วันบนกระดานการเมืองมายาวนานเกือบทศวรรษ ผ่านมรสุมเกมแห่งอำนาจมาทุกรูปแบบ เจ้าของสโลแกนทำแล้ว-ทำอยู่-ทำต่อ ขอทำแฮตทริกเป็นนายกรัฐมนตรี 3 สมัยติดต่อกัน วันนี้ผู้มีนิกเนมว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ขยับมุมคิดสะท้อนมุมมองที่เป็นตัวตนของตัวเอง ผ่านการให้สัมภาษณ์ “ทีมข่าวการเมือง” แบบอารมณ์ดีโดยสะท้อนภาพการบริหารราชการแผ่นดิน นับตั้งแต่ที่ถูกตั้งคำถามมาจากการยึดอำนาจ ขอให้ไปดูเหตุและผลที่เข้ามา ขอย้ำอีกครั้งไม่ได้หวังเข้ามาในตอนนั้น แต่ถ้าไม่มาในวันนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย“ผมเข้ามาหยุดความขัดแย้ง ไม่ได้เข้าข้างใคร ไม่ได้ยึดอำนาจจากรัฐบาล เพราะนายกฯ เขาไม่ได้อยู่ แต่มันอยู่กันไม่ได้ ผมแสดงความจริงใจเรียก 2 ข้างมาคุย 3 รอบไม่จบตีกันทั้งคู่ ทั้งบ้านทั้งเมือง แล้วจะหยุดใครทีนี้ ผมก็อยู่กับนายกฯ เขา ผมก็เคารพและเตือนเขาในฐานะที่ผมดูแลความมั่นคง”แต่ช่วงหลังๆ ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นรัฐบาลเผด็จการ มีความรู้สึกอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ผมไม่ใช่!! ใครว่ามาล่ะ ความจริงไม่ใช่ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจนว่า ผมอยู่ตรงไหนได้บ้าง8 ปีที่อยู่ในตำแหน่งนายกฯมีความเครียดมากที่สุดในด้านใด พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ด้านความมั่นคงและความปลอดภัย เพราะทุกประเทศให้ความสำคัญมาก ใครก็ได้ที่ทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้านั่นคือผู้นำในสถานการณ์ปกติ และสถานการณ์ที่วิกฤติที่ต้องตัดสินใจบนข้อมูลรอบด้านอย่างถูกต้อง ผมทำอย่างนี้มาตลอดฉะนั้นหลายอย่างไปโฆษณาตัวเองไม่ได้ ทั้งมิติความมั่นคงภายใน ภายนอก เศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น ระบบการเงินการคลังของประเทศ ใช้เศรษฐกิจนำการเมืองเศรษฐกิจคือความเป็นความตายของประชาชน เศรษฐกิจดีประชาชนก็ยิ้มแย้ม โดยเฉพาะตั้งแต่โควิด-19 ระบาด รัฐบาลทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นทุกอย่าง เกิดการลงทุนหลายแสนล้านบาท คอยดูแล้วกันมากันเพียบ หลายอย่างที่ไม่เคยมาประเทศไทย เดี๋ยวก็มาเพราะเป็นสิ่งที่ทำมาหลายปี ทางกายภาพดีขึ้น ถนนหนทาง พลังงาน ดิจิทัล เตรียมไว้หมด ยังมีพร้อมเพย์ รถไฟฟ้ากระจายไปทั่ว ใครเป็นรัฐบาลก็ควรทำอย่างนี้“อินฟราสตักเจอร์และดิจิทัลไฮเวย์ โดยเฉพาะความแข็งแกร่งด้านดิจิทัล เอาเอดับเบิลยูและกูเกิลมาให้ประเทศไทยเป็นฮับวันนี้ทำให้ความเร็ว การเข้าถึงได้ง่าย ทุกคนมีเส้นทางดิจิทัล ทำให้องค์ความรู้เท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้นไม่นับรวมอุตสาหกรรมใหญ่ รถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว ทำอย่างไรให้มีความเสถียรในอนาคต รถไฟฟ้าในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถสันดาปเป็นอีวี อิเล็กทรอนิกส์ทำอย่างไรให้หนีเวียดนามเป็นโจทย์ที่มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ วันนี้อิเล็กทรอนิกส์ (ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ขาดแคลนทั่วโลก) ต้นน้ำที่เราอยากเห็น กำลังขอบีโอไอ มาเสริมรถอีวีเป็นฮับได้เลยอุตสาหกรรมเหล่านี้คืออนาคต บวกกันแล้วคือ 50% ของจีดีพี แต่เรื่องพวกนี้ไกลปากท้องของประชาชน” ด้านท่องเที่ยวทำอย่างไรยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว จากการสอบถามฝรั่งว่าไทยมีข้อบกพร่องอะไรบ้าง “ยูรู้ไหมไอคุยกับทุกรัฐบาลว่าช่วยเปลี่ยนวีซ่า 1 ปีเป็น 10 ปี เหมือนสิงคโปร์ มาเลเซียได้ไหม เขามีเป็น 10ๆ ปีแล้ว”ถึงได้คลอดวีซ่าผู้พำนักระยะยาว (แอลทีอาร์) ให้ 4 กลุ่ม คือ ผู้เกษียณอายุ ผู้ที่มีความมั่งคั่ง ผู้ที่ต้องทำงานจากไทย และผู้มีทักษะเชี่ยวชาญ หวังว่าได้คนที่มีความรู้สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเศรษฐกิจไทยยังมี “แบล็กดรอบด์ใหญ่” ไทยได้เปรียบเรื่องคาร์บอนไนเซชัน ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยระดับ 1 ใน 3 ของทุกประเทศ คาร์บอนเครดิตเป็นจุดขายของประเทศ ได้เงินมาดูแลประชาชนมากขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์แบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ ยุ่งไปหมด เดือดร้อนถ้วนหน้า ถ้าไม่มีตรงนี้สถาน การณ์ก็เบาลงทำให้ประเทศสงบมากที่สุดผ่านกฎหมายปกติเราไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร กับพรรคไหน ศัตรูประเทศชาติข้างนอกมันเยอะแยะ ถ้าบ้านเราไม่สงบ ทุกอย่างก็พังพินาศหมด ต้องดูมิติความมั่นคง ต่างชาติมองอย่างไร วันนี้พุ่งเป้ามาไทยและอาเซียน พยายามบีบนี่บีบนู่นฉะนั้นวิธีคิดทางการเมืองอย่างเดียวไม่ได้ ตอนนี้ผมพยายามถ่วงดุลอยู่ ต้องประคับประคองจนไม่มีปัญหามาถึงทุกวันนี้ หลักการทำงานต้องเป็นระบบ ไม่ใช่ทำเพื่อการเมืองอย่างเดียว ผมต้องยอมโดนตำหนิ เพื่อให้มันเกิดขึ้น ใครยังไม่พอใจผมก็ต้องอดทน เพราะเดี๋ยวจะได้เห็นในสิ่งที่เขาจะได้ทั้งหมดขอให้มองภาพใหญ่ของรัฐบาล ดูหลายมิติ ทั้งคนที่รายได้สูง ปานกลาง รายได้น้อย สิ่งที่กำลังทำอยู่บนคำว่า “ความเท่าเทียม-ความเป็นธรรม”สิ่งสำคัญมากที่สุดทำอย่างไรให้ “คนข้างล่างอยู่รอด”เป็นนายกฯ 2 รอบ บริหารครบ 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า อ้อ...ทำไมต้องต่อใช่ไหม!? วันนี้ดูการบริหาร ไม่ใช่รัฐประหารแล้วไปสั่งใครได้หมด ครั้งที่แล้วเป็นรัฐบาลผสมสามารถบริหารได้ เพราะไม่เคยเรียกผลประโยชน์จากใครทั้งสิ้น 8 ปี นึกตลอดว่าประเทศจะได้ประโยชน์อย่างไรสิ่งสำคัญตอนนี้หลายคนบอกว่า นายกฯต้องอยู่ต่อนายกฯไปสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ บนกระแสข่าวถูกปล่อยออกมาเป็นระยะๆ ว่า “ลุงตู่” ถอดใจ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ไม่ใช่ถอดใจ แต่ถ้าถามว่านายกฯเหนื่อยไหม...เหนื่อยอยากไปต่อไหม...ไม่อยาก แต่ที่มานั่งตรงนี้ เหตุผลของผม คือ อันนี้มันใกล้เสร็จ ไม่แน่ใจว่าถ้าทิ้งไปมันจะเสร็จไหม แต่ว่าผมอยู่อีก 2 ปี ถ้าได้อยู่เผอิญ “ตุ๋ย” นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งพรรคไว้แล้ว ผมมายืนอยู่จุดนี้ก็อึดอัด ต้องตัดสินใจ เพราะอยากให้ได้ ส.ส.ที่มีเหตุมีผล ไม่ใช่ทำเพื่อพรรคอย่างเดียว...เจ๊ง!! ต้องทำชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชน ทำไมมั่นใจได้ไปต่อเป็นนายกฯอีก 2 ปี หลังการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์บอกว่า ไม่ได้พูดว่ามั่นใจสักหน่อย ตามรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดว่าอยู่ได้อีก 2 ปี อย่างที่บอกเหตุผลที่มาอยู่ตรงนี้ได้ เพราะคำว่า 2 ปี แต่จะกี่ปี กี่วัน ถ้าทำประโยชน์แก่ประเทศและประชาชนได้ก็ต้องเสียสละเท่านั้นเอง4 ปีแรกเข้ามายุติความขัดแย้ง 4 ปีต่อมาความสงบจบที่ “ลุงตู่” 2 ปีต่อไปจะบอกให้เห็นอนาคตประเทศต้องเดินต่อไปอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า เวลา 2 ปี มันก็เยอะที่ทำให้ประเทศเจริญเติบโตก้าวหน้าไปอีก 2 ปี เป็นขั้นตอนทำงานต่อให้มันเสร็จขณะที่ปัญหาติดอยู่ ก็แก้ในช่วง 2 ปี ทั้งระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่มีปัญหา ทำโครงสร้างหนี้ให้เสร็จ ต่อไปใครเข้ามาสานต่อ เดินหน้าได้อย่างที่คิดมันก็เสร็จต่ออีก 2 ปี เป็นนายพีระพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ ที่จะขึ้นมาแทน พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ถ้าผมหมด ก็ต้องเลือกนายกฯ ใหม่จากบัญชีรายชื่อนายกฯ เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ ผมก็ไว้วางใจ ซึ่งเป็นที่ปรึกษานายกฯ อยู่กับเราตั้งนาน และยังเป็นนักกฎหมายด้วยอยากพูดอะไรถึงประชาชนบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ถ้านายกฯไม่ได้อยู่ต่อก็แล้วแต่ เพราะนี่คือประชาชน ไม่ได้ยึดติด ไม่ยึดติดตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ตั้งแต่เป็นนายกฯ ที่ผ่านมาพยายามอย่างยิ่งยวดในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ต้องการให้ประเทศมีความสงบสุข มีความรักความสามัคคี รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์หากไม่ร่วมจิตร่วมใจบ้านเมืองก็ขัดแย้งอยู่แบบนี้ สิ่งที่เกิดวันนี้จะเกิดขึ้นอีกไม่ได้สิ่งที่สำคัญที่สุดทำอย่างไรให้พวกเราร่วมมือกันก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆทั้งหลายที่มีอยู่ในปัจจุบันไปด้วยกันให้ได้ เพื่อทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า.ทีมการเมือง