“ศรีสุวรรณ” ยื่น กกต.สอย “สามสี” ปราศรัยตายน้ำตื้นดึงสถาบันหาเสียง “สมชัย-วีระ” จ่อซ้ำดาบสองโยงยุบ รทสช.จี้ติดเทอร์โบ ไต่สวนให้เสร็จภายใน 7 วัน “บิ๊กตู่” เสียงอ่อยยอมรับ “ไตรรงค์” ห่างเวทีนานเผลอพลั้ง ไม่ได้เจตนาพูดไม่ดี ปัดเติมเงินคนจน 1 พันบลัฟ พปชร. “อุตตม-สนธิรัตน์” ประสานเสียง คนรู้ทั่วนโยบายใคร “ลุงป้อม” ปิ๊งโพสต์ชี้ทางประเทศ ก้าวข้ามความขัดแย้ง ตกผลึกประชาธิปไตยเท่านั้นที่ชนะ ฟิตไม่หยุดบินลุยสตูล-ตรัง “เสี่ยหนู” ท่องคาถาปราศรัยเฉพาะเรื่องพรรคตัวเอง ตอก “ชูวิทย์” จอมแฉสกัด ภท.มีเบื้องหลังชัดเจน ปชป.เปิดตัวขุนพลเลือดใหม่ กทม. “ลูกอัศวิน-เหลนควง” ร่วมทีม ขณะที่ “คุณหญิงแจ่มใส” วัย 89 เกาะขอบเวทีเชียร์ลูกๆได้ตามปกติ หลังโดรนช่างภาพร่วงใส่หัวกลายเป็นเรื่องกรณีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษาพรรครวมไทยสร้างชาติ ขึ้นเวทีปราศรัยนำสถาบันฯมาเกี่ยวข้องกับการหาเสียง เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ จ.นครราชสีมา ล่าสุดนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งไต่สวนเอาผิดนายไตรรงค์ทันควัน ส่วนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย ตามซ้ำอาจถึงขั้นยุบพรรคได้ “ศรี” ยื่น กกต.สอย “ไตรรงค์”เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ก.พ.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องให้ กกต.ไต่สวนนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษาพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ขึ้นเวทีปราศรัยที่ จ.นครราชสีมา นำประเด็นสถาบันมาเกี่ยวข้องกับการหาเสียง โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า วันที่ 25 ก.พ. ช่วงหนึ่งการปราศรัยนายไตรรงค์กล่าวว่า “ผมดูแล้วหัวหน้าพรรคทั้งหลายไม่มีใครดีเหนือกว่าบิ๊กตู่ ถ้าเราอยากได้รัฐบาลที่ดีตามที่ ร.9 ทรงประสงค์นั้นให้เลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ” อาจฝ่าฝืนข้อ 17 ระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2561 ที่ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันฯมาเกี่ยวข้องการหาเสียงเลือกตั้ง และมาตรา 73 (5) พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2561 ห้ามผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ตนเองหรือผู้สมัครอื่นด้วยวิธีจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง หาก กกต.วินิจฉัยว่า ฝ่าฝืนจริง อาจเข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 159 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี“สมชัย” รอซ้ำดาบสองฟัน รทสช.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย (สร.) โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “ศรีสุวรรณยื่นแล้ว แต่สมชัย/วีระขอยื่นซ้ำ” ระบุว่า ทุกครั้งที่ศรีสุวรรณยื่นแล้ว เคยคิดว่า ไม่จำเป็นต้องยื่นซ้ำ แต่การปัดตกด้วยเหตุเล็กๆน้อยๆ หรือเอาเหตุพิสดารมาอ้าง เช่น ไม่ใช่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่เกิดเหตุ แล้วแจ้งกลับแบบเงียบๆแก่ผู้ร้อง ทำให้จำเป็นต้องร้องซ้ำ แม้จะเสียเวลา เสียพลังงานก็ตาม แค่เพื่อให้รู้ว่า กกต. ทำงานในเรื่องดังกล่าวเพียงไร ศรีสุวรรณจะมีเพื่อนแล้ว ศุกร์ที่ 3 มีนาคม 2566 เวลา 11.00 น. ผมและคุณวีระ สมความคิด จะไปร้องซ้ำในเรื่องที่ร้อง พร้อมนัดหมายเลขาธิการ กกต.ขอฟังคำชี้แจงที่ปัดตกคำร้อง รทสช.ที่ร้องไว้เมื่อ 19 ม.ค.2566 กกต.เพื่อนผมซึ่งเป็นเจ้าของตู้ไวน์ไฟหลวงที่ค้างเลี้ยงข้าวผมหนึ่งมื้อ จะอยู่รอเลี้ยงข้าวเที่ยงก็ไม่ขัดข้องเสี้ยมลงโทษรุนแรงยุบพรรคต่อมานายสมชัยโพสต์เฟซบุ๊กเพิ่มเติมอีกครั้งระบุว่า “กกต.รู้จักเตือนบ้างไหม การนำสถาบันมาใช้หาเสียงไม่สามารถทำได้ ผิดทั้งระเบียบการหาเสียงของ กกต.ที่ออกตามมาตรา 80 ของ พ.ร.ป.ส.ส. ซึ่ง กกต.ต้องออกคำสั่งตักเตือน ไม่ให้ปฏิบัติอีก และหากสามารถตีความได้ว่า อาจเข้าข่ายผิดมาตรา 73 (5) ของ พ.ร.ป. ส.ส.ในประเด็นจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครและพรรคการเมืองได้อีก ซึ่งโทษไปถึงตัดสิทธิทางการเมือง 20 ปี แต่หากเชื่อมโยงไปถึงมาตรา 92 (2) ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ถือเป็นการกระทำที่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อันนี้โทษถึงยุบพรรค และเลขาธิการ กกต.ต้องสรุปเรื่องใน 7 วัน ตามระเบียบยุบพรรคติดเทอร์โบฉบับใหม่ที่ กกต.ออกมา รู้ยัง รู้แล้ว รู้อยู่นะ“บิ๊กตู่” รับ “ไตรรงค์” เผลอพลั้งเมื่อเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรค รทสช.ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ หรือ ก.น.บ. ครั้งที่ 1/2566 ถึงการปราศรัยนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษาพรรค รทสช.ที่ จ.นครราชสีมาว่า บางครั้งท่านอาจจะเผลอพลั้งไปบ้าง ก็ขอโทษกันแล้วนี่ เรื่องนี้คุยกันแล้ว อย่างว่าท่านไม่ได้พูดมาเสียนาน ไม่มีเจตนาที่จะพูดไม่ดีหรอก ที่ผ่านมาบอกกันแล้วว่าจะพยายามไม่ไปพูดอะไรที่ไปยุ่งกับพรรคอื่น ตนก็ไม่เคยไปว่าหรือให้ร้ายใคร ต้องเตือนกันไปต้องระมัดระวังอย่างที่สุด แต่บางครั้งมันหลุดออกไปคนเยอะๆ เมื่อถามว่านายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรค สร.และอดีต กกต.มองว่าเข้าข่ายต้องห้ามปราศรัยหาเสียง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ให้นายสมชัยว่าไป เพราะจับจ้องดูเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เป็นเรื่องของศาลก็ว่ากันไปปัดบลัฟ พปชร.เติมเงินคนจนเมื่อถามถึงนโยบายเพิ่มสิทธิบัตรสวัสดิการพลัสเป็น 1 พันบาทต่อเดือน มั่นใจว่าทำได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ต้องพิจารณาดูว่าเป็นไปได้หรือไม่ เอางบฯมาจากที่ไหน ยอดทั้งหมดประมาณ 15 ล้านคน อยู่ที่ประมาณ 4 หมื่นกว่าล้านบาท โอเคพอหาได้ เมื่อถามย้ำว่า เป็นการเกทับพรรคอื่นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ใช่ ไม่ได้สนใจพรรคอื่น เมื่อถามว่า บลัฟพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เสนอเพิ่ม 700 บาทหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ได้ตั้งใจอะไรอย่างนั้น กับหัวหน้าพรรคอื่นสนิทรักกันดีอยู่แล้ว เป็นเรื่องของการหาเสียงในสิ่งที่มันเป็นไปได้ รู้ว่าบริหารอย่างไร ถ้าพูดปากเปล่า บางทีคูณตัวเลขแล้วเป็นงบแสนๆล้านบาท แล้วจะเอามาจากไหนไม่รู้ แต่เรามั่นใจทำได้ เพราะศึกษาและมีข้อมูล เป็นนายกฯคุมงบฯไม่ใช่พูดแบบไม่มีหลักการ เมื่อถามว่า มีบางคนมองว่าแค่แจกเงิน พล.อ.ประยุทธ์ตอบด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์เล็กน้อยว่า เขาเรียกว่ารัฐสวัสดิการมิใช่ บอกว่าแจกได้อย่างไรเล่า บอกแล้ว ทำต่อ ทำแล้ว ทำอยู่ และไม่มีใครทำได้ตามใจทั้งหมด เพราะมันมีกฎหมายและระเบียบทุกตัวแจงกดปุ่มเพิ่มเงิน อบต.เมื่อถามถึงการเตรียมลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.อุดรธานี วันที่ 2 มี.ค.ที่จะกดปุ่มจ่ายเงินให้ท้องถิ่น เพิ่มค่าตอบแทนให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ใช่เป็นการกดปุ่ม เป็นเรื่องการทำงานต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 62 แล้วมาเจอโควิด-19 เป็นงบฯที่สภาท้องถิ่นเป็นผู้อนุมัติในภาพรวมเสนอขึ้นมา เมื่อถามว่า อีสานเป็นจุดอ่อน รทสช. พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่มีจุดอ่อนจุดแข็งอะไรทั้งนั้น ไม่ได้สนใจตรงนั้น สนใจประชาชนทั้งประเทศ วันที่ 15 มี.ค.จะลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.พัทลุง แต่ในฐานะนายกฯไปได้ทุกที่ ไม่ได้ไปหาเสียงในนามพรรค เมื่อถามว่า สรุปนายกฯจะยุบสภาวันที่ 15 มี.ค.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “อะไร ไม่ใช่ๆ” เมื่อถามว่า จะเลยวันที่ 15 มี.ค.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังนายกฯเดินเข้าไปในตึกไทยคู่ฟ้า ได้พูดกับทีมงานว่า ผู้สื่อข่าวถามกันเก่งขึ้น แต่เห็นไหมเราไม่อารมณ์เสีย ใส่เสื้อ รทสช.ให้ทีม “เฮ้ง-แด๊ก”ต่อมาเวลา 17.19 น. ที่พรรค รทสช.ซอยอารีย์ 5 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรค รทสช.ร่วมต้อนรับอดีต ส.ส.16 คน จากพรรค พปชร. พรรคชาติพัฒนา และพรรคประชาชาติ นำโดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นวันแรกที่มาทำสัญลักษณ์สวมเสื้อให้รวมไทยสร้างชาติ ในการเลือกตั้งคาดหวังให้ทุกคนประสบความสำเร็จคือ เป้าหมายพรรคพวกเราเข้าใจตรงกัน ทำแล้ว ทำอยู่และทำต่อ นี่คือหัวใจ ไม่ใช่งานง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไป ถ้าร่วมมือกัน เมื่อถามว่า ตั้งใจจะทำให้เป็นพรรคการเมืองที่เป็นสถาบันใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ทำให้ดีที่สุดคิดว่าคงต้องได้ ส.ส. มั่นใจว่าได้เยอะมากพอสมควร ทุกคนมีอุดมการณ์เดียวกัน เราขอเป็นอันดับ 1 ใน 500 ก็พอ ไม่ทะเลาะกับใคร ทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์นำชูมือตะโกนสู้ๆ และถ่ายภาพหมู่กับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.และสมาชิกพรรค ทำมือสัญลักษณ์มินิฮาร์ท ไอเลิฟยู และ Y2K ชูกำปั้นตะโกนสู้ๆ ทั้งนี้ ในวันทำบุญพรรควันที่ 1 มี.ค.จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อีกกว่า 40 คน“อุตตม” ผายมือคนรู้นโยบายใครนายอุตตม สาวนายน แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีมีการมองว่าหลายนโยบายหาเสียงพรรค รทสช.ที่ประกาศบนเวทีปราศรัย จ.นครราชสีมา เมื่อ 25 ก.พ.ตรงกับพรรค พปชร.ว่า ไม่ได้ซีเรียส โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ประกาศชัดเจน อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติ พรรคยินดีสนับสนุน ไม่ต้องการเอาชนะคะคานกันในเรื่องเล็กๆน้อยๆ เพราะต่างรับทราบดีว่านโยบายต่างๆ มีขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด ใครเป็นคนคิดริเริ่ม และผลักดันจนเป็นรูปธรรม เพียงแต่การบริหารราชการแผ่นดิน ทุกเรื่องจะต้องผ่านความเห็นชอบของ ครม.มีนายกฯเป็นหัวหน้า ดังนั้นไม่แปลกที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะหิ้วเอานโยบายเหล่านั้น ติดตัวไปอยู่พรรคอื่นด้วย ขณะที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ แกนนำพรรค พปชร.กล่าวว่า นโยบายต่างๆเหล่านี้เป็นการริเริ่มของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯและพวกตน ตั้งแต่ช่วงรัฐบาล คสช.ต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลเลือกตั้ง ถือได้ว่าเป็นผลผลิตของพรรค พปชร. ทั้งโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ รวมถึง EEC ส่วนการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและการจัดการน้ำ พล.อ.ประวิตรขับเคลื่อนมาตลอด“บิ๊กป้อม” โพสต์ชี้ทางสว่าง ปท.วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก “พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” โพสต์ข้อความ “ทำไมต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง” มีภาพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค พปชร.พื้นหลังเป็นสีน้ำเงิน-แดง มีข้อความบนภาพ “ณ วันนี้ทั้งอนุรักษนิยมและเสรีนิยม คือกับดัก” โดยมีเนื้อหาระบุว่า ทำไมต้อง “ก้าวข้ามความขัดแย้ง” แม้มีเหตุผลมากมายที่หลายคนเห็นว่าตนควรจะหยุด และกลับไปใช้ชีวิตสบายๆ จะทำให้ผมมีความสุขมากกว่า เนื่องจากชีวิตไม่ได้รู้สึกขาดแคลนอะไรแล้ว แต่ในที่สุดตัดสินใจที่ทำงานต่อ เพราะผูกพันกับคนที่ร่วมสร้าง พปชร.จนบริหารประเทศมาเกือบครบ 4 ปี ทุกคนมีความหวังความฝันจะทำงานการเมืองต่อ ทุกคนต่างร่วมทำงานหนักกันมา จะคิดแค่เอาตัวรอด ทิ้งเพื่อนพ้องที่ร่วมสร้าง พปชร.ที่มีความฝันทำงานการเมืองต่ออยู่เต็มเปี่ยมได้อย่างไร และลึกลงในใจยังมีเหตุผลที่สำคัญหลังได้นำประสบการณ์ชีวิตทั้งหมดมาทบทวนครั้งแล้วครั้งเล่าหาข้อสรุปถึงทางออกของชาติบ้านเมือง สุดท้ายตัดสินใจทำงานการเมืองต่อมองทะลุต้นตอความขัดแย้งเพจของ พล.อ.ประวิตรยังระบุให้เห็นถึงประสบการณ์รับราชการทหารตั้งแต่นายทหารผู้น้อยค่อยๆเติบใหญ่ถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้รับการหล่อหลอมให้จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มาทั้งชีวิต จนตกผลึกเป็นจิตวิญญาณที่เปี่ยมด้วยความจงรักภักดีอย่างมั่นคง ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง พร้อมสะท้อนปัญหาประเทศ ที่ทางกลุ่มอิลิตมองความเป็นมา และพฤติกรรมของนักการเมืองด้วยความไม่เชื่อถือ ลามไปถึงความข้องใจในประชาธิปไตย และการเลือกนักการเมืองของประชาชน ด้วยความหวังดีทำให้เห็นดีเห็นงามกับการหยุดประชาธิปไตยเพื่อปฏิรูปหรือปฏิวัติ หวังแก้ไขให้ดีขึ้น พอเป็นนักการเมืองทำให้เข้าใจถึงความจำเป็นต้องนำพาประเทศไปด้วยระบอบประชาธิปไตย แม้ผู้ยึดครองอำนาจด้วยวิธีพิเศษจะตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาสู้ หาทางได้เปรียบในกลไกเลือกตั้ง แต่ผลฝ่ายอำนาจนิยมพ่ายแพ้ต่อฝ่ายประชาธิปไตยเสรีนิยมทุกครั้ง เป็นต้นตอความขัดแย้ง ขยายเป็นความแตกแยกระหว่างฝ่ายอำนาจนิยมกับฝ่ายเสรีนิยม ที่หาจุดลงตัวร่วมกันไม่ได้ เพราะพยายามหาทางให้ฝ่ายตัวเอง “ชนะอย่างเด็ดขาด-ทำลายอีกฝ่ายให้สิ้นสูญ” กลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ กระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างชาติโว ปชช.ให้โอกาส “ผมทำได้”ตอนท้ายในเพจ พล.อ.ประวิตระบุถึงการตกผลึกเข้าถึงจิตวิญญาณอนุรักษนิยมและเข้าใจประชาธิปไตยเสรีนิยมที่มีผลต่อโครงสร้างอำนาจของประเทศ ที่จะทยอยนำมาเปิดเผยให้เห็นภาพชัดขึ้นและชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง จากนั้นจะบอกให้รู้ว่า ทำไมถึงเชื่อมั่นว่า “ผมทำได้” และจะทำอย่างไรหากประชาชนให้โอกาสลุยสตูล-ตรัง ถก กพต.แก้น้ำแล้งต่อมาเวลา 09.30 น. พล.อ.ประวิตร นำ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.สตูล และ จ.ตรัง โดยไปเป็นประธานประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ที่ ม.ราชภัฏสงขลา วิทยาเขต จ.สตูล มีประชาชน สมาชิกพรรค ผู้แทนสมาชิกสภาสันติสุขตำบล จ.สตูล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ นักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา และกลุ่มประมงเรือเล็ก รอให้การต้อนรับ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าลูกหลานมีคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีในทุกๆด้าน มีโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ทุกภาคส่วนร่วมกันคิดและเสนอมายัง กพต. เช่น ม.สตูล ทำเรื่องการท่องเที่ยว “ริเวอร่าสตูล” จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้พบปะประชาชนและสมาชิกพรรค พปชร.ที่มารอมอบพวงมาลัยและดอกกุหลาบให้กำลังใจ บางคนดีใจเข้ามากอดมาซบ ชักชวนให้ พล.อ.ประวิตรร่วมเต้นรำ ตะโกน “ลุงป้อมสู้ๆ” กันเป็นระยะๆ ก่อนที่กลุ่มเรือประมงเรือเล็กเครื่องมือพาณิชย์ได้เข้ายื่นหนังสือให้ช่วยแก้ปัญหาเรือประมง จากนั้น พล.อ.ประวิตรเดินทางไปยัง จ.ตรัง เพื่อติดตามงานโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน ที่บ้านพรุท่อม ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมืองตรัง “อนุทิน” สอนมวย “สามสี”ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการปราศรัยพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ว่า ไม่มีเวลาไปนั่งดูคนอื่น ไม่ยุ่งเรื่องของคนอื่น และมั่นใจว่านโยบายพรรค ภท.ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนเป็นสิ่งที่ทำได้รวดเร็วทันใจ มั่นใจในประเด็นของเรา อย่าไปบลัฟกัน เพราะจะเกิดความขัดแย้ง ทั้งที่บอกว่าจะเร่งสร้างความสามัคคีของคนในชาติ แต่พอขึ้นเวทีก็ใส่กันไม่ยั้ง ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ฟังการปราศรัยของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษาพรรค รทสช. ที่พาดพิงสถาบันหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ต้องไปถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จุดยืนการหาเสียงของพรรคชัดเจนไม่แตะเกี่ยวกับ 112 การปราศรัยของนายไตรรงค์ ตนไม่ได้ฟังต้องเอาสมาธิไปปราศรัยเรื่องพรรคตัวเอง ย้ำว่านโยบายทำมาทั้งหมดต้องแปะไว้ให้ตายตัว ไม่ใช่ไปฟังคนอื่นพูดแล้วจะมาแก้รู้ไส้ “จอมแฉ” มีเบื้องหลังนายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ จองกฐินเตรียมแฉทุจริตกระทรวงสาธารณสุขว่า ทุกคนมีสิทธิ์พูดหรือทำอะไรในฐานะประชาชน เราต้องรับฟัง ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไม นายชูวิทย์ถึงพุ่งเป้ามาที่พรรค ภท.มีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า มีอยู่แล้วเพราะเป็นช่วงเลือกตั้ง เมื่อถามว่า พอรู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังนายชูวิทย์คือการเมืองกลุ่มใด นายอนุทินตอบว่า ทราบหมดแหละ เรื่องนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น เพียงแต่เราไม่ทำแบบนี้เมื่อถามว่านายชูวิทย์ประกาศสกัดไม่ให้พรรค ภท.เป็นรัฐบาล นายอนุทินหัวเราะก่อนตอบว่า ไม่ให้ราคา สัปดาห์ที่แล้วนายชูวิทย์เพิ่งโทรศัพท์มานัดกินข้าวยังไม่ทันได้นัดเลยมาว่ากันซะแล้ว รู้จักกันมาหลายปี ลูกก็เป็นเพื่อนกัน เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องกลเกมทางการเมืองก็ว่ากันไป แต่อย่าทําผิดกฎหมายก็แล้วกัน ความจริงเคยคิดทำการเมืองใน กทม.ด้วยกัน แต่ขณะนั้นคิดว่า ใน กทม.คงจะยาก ไม่เหมือนตอนนี้ได้นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หัวหน้าทีม กทม. มาช่วยพอดี นายชูวิทย์อาจจะโกรธที่ไม่ได้ไปชวน คิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง ว่ากล่าวให้ร้ายหวังผลอะไรบางอย่างปชป.เปิด 14 เลือดใหม่ กทม.เมื่อเวลา 13.40 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ปชป.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ปชป.ร่วมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กทม.คนรุ่นใหม่ 14 คน โดยนายเฉลิมชัยกล่าวว่า เป็นอีกก้าวแห่งพัฒนา จะสร้างคนเหล่านี้เป็นผู้นำในอนาคต เราส่ง 400 เขต มีผู้สมัครรุ่นใหม่ 100 เขต วันนี้แค่ออเดิร์ฟ เปิดตัวเฉพาะคนรุ่นใหม่ใน กทม. 14 คน และวันที่ 6 มี.ค. จะเปิดผู้สมัคร ส.ส.กทม.ครบ 33 คน ที่อาคารกีฬาเวสน์ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดงผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้สมัคร ส.ส.กทม.คนรุ่นใหม่ 14 คนของพรรค ปชป.ที่น่าสนใจ อาทิ ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง บุตรชาย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯกทม.จะลงสมัคร ส.ส.เขตคลองเตย-วัฒนา นายภูเบศร์ อภัยวงศ์ เขตบางซื่อ-ดุสิต เหลนนายควง อภัยวงศ์ อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ อีกคนคือ นายธีรวิทย์ ภูมิดิษฐ์ ผู้สมัครเขตจตุจักร อดีตนักกีฬายิงปืน รณยุทธทีมชาติไทยลูก “อัศวิน” เห็นต่างเมิน รทสช.ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า ปชป.เป็นสถาบันการเมืองที่เปิดรับฟังความคิดเห็น การไม่ไปสังกัด พรรค รทสช.ตามบิดามีความคิดเห็นทางการเมือง ต่างกัน พรรค รทสช.และหลายพรรคเคยทาบทามตน รวมถึงบิดาเคยชักชวนหลายครั้ง แต่ได้อธิบายถึงเหตุผล บิดาก็เข้าใจ และได้ขอคำแนะนำจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคมาตลอด ทำงานการเมืองควรทำในสิ่งที่มีความเชื่อและมั่นใจจะชนะหรือแพ้ แต่สิ่งที่มั่นใจคือ ต้องทำงานเต็มที่ เพื่อเป็นตัวเลือกที่ดี“จุรินทร์” จับเข่าคุยทูตสหรัฐฯด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค ปชป.ให้การต้อนรับนายโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และคณะที่เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะ ที่พรรค ปชป. โดยนายจุรินทร์กล่าวว่า ได้เรียนให้ท่านทูตทราบว่า พรรค ปชป.ถือว่าสหรัฐอเมริกาเป็นมิตรประเทศดีสุดประเทศหนึ่งของไทย ส่วนเรื่องการเมืองระหว่างประเทศเราถือหลักจุดยืนในฐานะสมาชิกสหประชาชาติ พร้อมให้ความร่วมมือทุกประเทศ เพื่อขับเคลื่อนโลกไปสู่สันติภาพ ท่านทูตก็แจ้งให้ทราบว่า สนใจติดตามสถานการณ์การเมืองและมีท่าทีที่ดีต่อระบอบประชาธิปไตย ทูตสหรัฐฯยังได้แจ้งว่า ในเดือน มี.ค.สหรัฐฯจะนำคณะเอกชนชุดใหญ่สุดมาเยือนประเทศ ไทยจะเป็นประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย แสดงว่าเอกชนอเมริกาให้ความสำคัญกับประเทศไทยเป็นพิเศษ“ประภัตร” ขอพรชนะหมู่มารผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุโดรนถ่ายภาพตกใส่หัวคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา บาดเจ็บ 5 แผล ข้างเวทีปราศรัยที่ อ.ด่านช้าง เมื่อเวลา 09.00 น.นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ทำพิธีสักการะพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี เอาฤกษ์เอาชัยก่อนตระเวนหาเสียง นายประภัตร ขอพรว่า ขอดลบันดาลให้ประสบแต่ความโชคดี มีความสุข ศัตรูที่คิดไม่ดีพ่ายแพ้ ขอให้ทุกคนพรรคประสบความสำเร็จ ชนะหมู่มาร ชนะแบบถล่มทลาย เป็นผู้แทนราษฎรสุพรรณบุรีทุกเขตเป็นขวัญใจของประชาชนทั่วประเทศ ขอให้นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรค น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการ อำนวยการพรรค และคุณหญิงแจ่มใส ภริยาของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ มีสุขภาพแข็งแรงปราศจากอันตราย สิ่งไม่ดีไม่งามให้สิ้นไป เป็นร่มโพธิ์ของพรรค ชทพ.ตลอดไป ชทพ.พร้อมเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เรากำหนดว่าจะส่งผู้สมัคร 25 เปอร์เซ็นต์ 100 เขต คิดว่าจะได้ ส.ส.เขต 25 คน ส่วนปาร์ตี้ลิสต์จะได้มากน้อยเท่าไรยังไม่รู้ อย่างใน จ.สุพรรณบุรี มั่นใจมากทั้ง 5 เขต ร้อยเปอร์เซ็นต์ได้แน่ ทั้งคนทั้งพรรค ส่วนการใส่ร้ายป้ายสีกันเป็นธรรมดา คนตัดสินคือประชาชนรู้ใครทำจริง ใครจริงใจ ใครช่วยเขามา “แม่แจ่ม” ให้อภัยช่างภาพโดรนต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ว่าการ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรค ชทพ. น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ชทพ. และคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา ลงพื้นที่ช่วยนายเสมอกัน เที่ยงธรรม ส.ส.สุพรรณบุรี หาเสียง ก่อนการปราศรัย หัวหน้าทีมช่างภาพพรรค ชทพ. ที่เป็นผู้บังคับโดรนหล่นใส่คุณหญิงแจ่มใสที่อ.ด่านช้าง นำพวงมาลัยดอกไม้กราบขอขมา คุณหญิงแจ่มใสกล่าวว่า “ไม่ได้เป็นอะไรมาก ให้อภัย หากไม่ เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้อาจไปเจออุบัติเหตุอื่นที่ใหญ่กว่านี้ก็ได้” ขณะที่ น.ส.กัญจนาและนายวราวุธที่นั่งอยู่ด้านข้างบอกว่า “ไม่เป็นอะไร ขอให้สบายใจ”89 เลขอายุขายเกลี้ยงแผงจากนั้นนายวราวุธขึ้นปราศรัยว่า ขณะนี้หลายพรรคเสนอตัวเข้ามาแก้ปัญหาชาวเดิมบางนางบวช อย่ามองที่ให้แบบฉาบฉวย พรรคต่างๆมาแจกกันสิบๆพรรค พอเวลาไม่มีเลือกตั้ง มีแต่พรรค ชทพ. ที่มา อย่าหลวมตัวเด็ดขาด เป็นการแก้ปัญหาระยะสั้นปัญหาจะเกิดในอนาคตกับลูกหลาน จ.สุพรรณบุรี ไม่ใช่ของพรรคใดหรือตระกูลใด แต่เราทำงานมาตั้งแต่รุ่นพ่อจนถึงตนและพี่สาวน.ส.กัญจนากล่าวว่า โดรนที่ตกใส่คุณแม่นั่งอยู่ 3,000 กว่าคน แต่โดรนตกมาที่แม่ แสดงว่าแม่โชคดี แม่มองบวกมากว่าจะทำให้เคราะห์ทั้งหลายหมดไป ต่อไปจะโชคดี โชคดีของแม่คือโชคดีของ ชทพ. แผงลอตเตอรี่แถวเวทีปราศรัยวันที่ 26 ก.พ. เลข 89 อายุแม่ 89 ปี ขายเกลี้ยง แม่บอกแม่ไหว สมเป็น เมียนายบรรหาร เป็นแม่วราวุธ แม่กัญจนาจริงๆ แม่แจ่มใสสุดยอด“โรม” ขยี้อย่าทำใบ้ปม ส.ว.ทรงเอนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า ขอให้สื่อติดตามท่าที พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม จนถึงวันนี้กลับยังไม่มีความชัดเจน กรณีอภิปรายเปิดโปงนายอุปกิต ปาจรียางกูร ส.ว.ขอฝากคำถามไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ต้องตอบให้ได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยมีคำตอบใดให้สังคมใช้ความเงียบเพื่อเลี่ยงตอบปัญหา จนน่าสงสัยว่า เป็นความตั้งใจทำให้สังคมลืมเพื่อปกป้องนายอุปกิต เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบนที่ทำการปัจจุบันของ รทสช.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ที่เดินทางไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ควรตอบคำถามนี้กับประชาชนเพื่อให้สิ้นสงสัย ในวันที่ 28 ก.พ. จะยื่นหนังสือให้ ผบ.ตร.ตรวจสอบว่าทรัพย์สินต่างๆของนายอุปกิต รวมถึงที่ทำการ รทสช.ได้มา หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดหรือไม่ หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ใช้อำนาจเข้าแทรกแซงคดี เพื่อทำให้เป็นกระบวน การยุติธรรมอย่างแท้จริงชี้เตะถ่วง พ.ร.ก.รอสภาหน้าไม่ได้ที่รัฐสภานายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 28 ก.พ. เพื่อพิจารณา พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายตามที่ ครม.เป็นผู้เสนอว่า ถ้าการพิจารณาวันที่ 28 ก.พ.นี้ สภาไม่ให้ความเห็นชอบ พ.ร.ก.ดังกล่าว จะต้องไปใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ที่มีกฎหมายออกมาแล้ว ส่วนที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอชะลอการพิจารณา พ.ร.ก.ฉบับนี้ เพื่อรอสภาชุดหน้ามาพิจารณานั้น ชะลอไม่ได้ มีวิธีเดียวคือการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเข้าชื่อ 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกสภาที่มีอยู่ ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความถูกต้อง พ.ร.ก.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม จะชี้แจงสภาด้วยตัวเองถึงเหตุผลการออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ พ.ร.ก.นี้อาจมีประเด็นการเมืองเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการใช้อำนาจรัฐควบคุมตัวบุคคล ผู้ควบคุมสามารถข่มขู่ แสวงหาสิ่งที่มิชอบในช่วงคาบเกี่ยว 6 เดือน ที่มีการเลือกตั้ง หากสภาไม่อนุมัติ พ.ร.ก. รัฐบาลต้องยุบสภาหรือลาออกฝ่ายค้านลังเลยื่นศาลตีความนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จุดยืนฝ่ายค้านจะไม่อนุมัติ พ.ร.ก.แก้ไข พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย เนื่องจากกระบวนการไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ส่วนการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกระบวนการออก พ.ร.ก.ดังกล่าวนั้น ถ้ามีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ประธานรัฐสภาต้องสั่งยุติการพิจารณาในสภาไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยออกมา ฝ่ายค้านเห็นว่า สภาควรเป็นผู้ตัดสินใจจะอนุมัติ พ.ร.ก.หรือไม่ หากเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ควรอนุมัติ ก็ไม่ควรยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การยื่นศาลรัฐธรรมนูญจะช่วยเตะถ่วงให้ พ.ร.ก.ที่ออกโดยมิชอบ บังคับใช้ต่อไปเรื่อยๆ คนได้ประโยชน์ที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะไม่ต้องรับผิดชอบทางการเมืองใดๆ ส.ส.ก้าวไกลจะไม่ร่วมยื่นคำร้องไปยังศาลรัฐธรรนูญ แต่ ส.ส.รัฐบาลอย่าทำให้สภาล่มอีก ขอเตือนอย่าลักไก่ ด้วยการชิงยื่นคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตัดตอนไม่ให้มีการลงมติกันในสภา“ตะวัน-แบม” ยกระดับอดข้าววันเดียวกัน น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์หรือตะวัน และ น.ส. อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม 2 ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ที่อดอาหารประท้วงในเต็นท์หน้าศาลฏีกา ตรงข้ามสนามหลวง เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวให้แนวร่วมม็อบราษฎรที่ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ โดยทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกา ขอเข้าใช้พื้นที่ในบริเวณศาลฎีกา หน้าพระรูปกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ หน้าอาคารศาลฎีกา ด้านทิศเหนือ พร้อมขอใช้ไฟฟ้า ห้องสุขา รปภ.รวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ในการแพทย์ฉุกเฉิน เช่น เครื่องปั๊มหัวใจ ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป กระทั่งเวลา 10.40 น. นายวราพงศ์ จันทนพันธ์ นิติกรปฏิบัติการ ศาลฎีกา เป็นตัวแทน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ออกมารับหนังสือที่เต็นท์ของตะวันและแบม มี น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง ทะลุวัง เป็นตัวแทนยื่นหนังสือและเจรจา โดย น.ส.เนติพรกล่าวว่า ศาลยังไม่อนุมัติประกันตัว เพื่อนอีก 2 คน ตะวันและแบมจึงอยากยกระดับโดยการไม่กินน้ำด้วยแต่ตนขอร้องให้หาวิธีอื่น ทั้งคู่ขอยกระดับเข้าไปขออดอาหารอยู่ภายใต้อำนาจศาลฎีกาม็อบโห่ไล่ตำรวจ-เทศกิจกระเจิงผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาไล่เลี่ยกันที่บริเวณป้ายรถเมล์ฝั่งท้องสนามหลวง ตรงข้ามศาลฎีกา เจ้าหน้าที่ตำรวจกับเจ้าหน้าที่เทศกิจนำกำลังเข้ารื้อถอนป้ายข้อความโจมตีศาล ที่ทางกลุ่มผู้ชุมนุม ม็อบปล่อยเพื่อนเรา เจตนานำไปขึงไว้กับต้นมะขามริมสนามหลวงหันหน้าเข้าไปทางอาคารศาลฎีกา ปรากฏว่า ทางกลุ่มผู้ชุมนุมนำโดยนายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือสายน้ำ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 นำมวลชนเข้ามาขัดขวางโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ อ้างว่าเป็นความผิดเพียงแค่เสียค่าปรับให้มาปรับไป พากันเข้ามารุมล้อมและโห่ไล่ สุดท้ายตำรวจต้องยอมถอนตัวไป ขณะที่มวลชนได้นำป้ายโจมตีศาลมาแขวนเพิ่มขึ้นอีกบก.น.1 บุกติดประกาศคุมชุมนุมกระทั่ง 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.1 และ สน.ชนะสงคราม มาอ่านประกาศคำสั่งให้แก้ไขการชุมนุมสาธารณะตามมาตรา 11 วรรค 2 ลงนามโดย พ.ต.อ.เสนาะ พูนเพชร ผกก.สอบสวน บก.น.1 รักษาราชการแทน ผกก.สน.ชนะสงคราม ขอให้ปรับแก้การชุมนุมให้ถูกต้องเนื่องจากไม่ได้ควบคุมให้ผู้ชุมนุมอยู่บนทางเท้าหน้าศาลฎีกาแต่ลงมาบนพื้นผิวการจราจร จอดรถในที่ห้ามจอดกีดขวางทางเข้าออก รบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้สถานที่ของหน่วยงานรัฐ และนำป้ายที่มีข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่นออกภายในเวลา 07.00 น. วันที่ 28 ก.พ. ระหว่างอ่านประกาศ มวลชนพากันปรี่เข้ามารุมล้อม ตะโกนด่าทอชูนิ้วกลางใส่ขับไล่ จนตำรวจนำประกาศไปติดไว้ที่เสาไฟฟ้าแทน น.ส.วรัณยา แซ่ง้อ หรือสาวนุ้ย คู่หูนายวีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล หรือลุงศักดิ์ ได้เข้าไปดึงทิ้งลงท่อระบายน้ำ ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง ตำรวจได้แค่บันทึกภาพแล้วกลับทันที