ศัพท์สรรพรรณนา (สำนักพิมพ์ สถาพรบุ๊คส์ พ.ศ.2565) ศัพท์ที่ 47 อาจารย์ปรัชญา ปานเกตุ ตั้งชื่อไว้สั้นๆสะใจ “เรื่องเหี้ยๆ” ชนิดไม่อ่าน ก็ไม่ใช่นักเลงหนังสือ“เหี้ย” เป็นสัตว์เลื้อยคลานตระกูลเดียวกับตะกวด แต่ใหญ่กว่า มีวงศาคณาญาติต่อจากตะกวด เห่าช้าง และตุ๊ดตู่ แต่ความที่มันกินสัตว์และซากสัตว์ที่คนเห็นว่าโสโครก คนโบราณจึงเป็นนิมิตของสิ่งน่ารังเกียจสุภาษิตสอนหญิงบทหนึ่ง บอกไม่อ้อมค้อม หากเลือกผัวสูบฝิ่นกินสุรา (สุรานะครับ ไม่ใช่กัญชา) จะเหมือนเลี้ยงเหี้ยไว้ในบ้านมักเบียดเบียนบีฑาประดาเสีย เหมือนเลี้ยงเหี้ยอัปรีย์ ไม่มีผล ไม่ทำมาหากินจนสิ้นตน แล้วซุกซนตีชิงเที่ยววิ่งราวพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท ทรงนิพนธ์ โคลงจินดามณี เป็นกระทู้ ฉิบ หาย วาย ชนม์ ไว้บทหนึ่งฉิบหายกลายกลับซ้ำ อัปรมาน หายดั่งเหี้ยร้ายทยาน เย่าเข้า วายวอดตลอดลูกหลาน เหลนสิบ โซมแฮ ชนม์ก็ดับสูญเศร้า คิดหน้าอนิจจังผมอ่านถึงตรงนี้ พยายามคิดหาเหตุผล เหี้ยก็เป็นสัตว์ตัวหนึ่ง หากินของมันไปตามประสาสัตว์เดรัจฉาน ไม่ได้รุกรานทำร้าย จนเป็นอันตรายแก่ผู้คนนักหนา เหตุใดคนโบราณจึงเกลียดชังมันถึงขนาดนั้นอาจารย์ปรัชญาบอกว่าคตินี้มาจากนิทาน “เศวตโคธา” ในนนทุกปกรณัมครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีฝูงตุ๊ดตู่ฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ในโพรงไม้ในป่าใหญ่อย่างมีความสุขต่อมา ก็มีเหี้ยตัวหนึ่งร่อนเร่พเนจรไร้ที่พักพิง มาอ้อนวอนขออาศัยอยู่ เหี้ยกับตุ๊ดตู่ใช่อื่นไกลเป็นพี่น้องกัน ตุ๊ดตู่ขี้สงสารจึงรับไว้ให้อยู่ในโพรงวันหนึ่ง นายพรานคนหนึ่งเดินผ่านมา เหี้ยบังเอิญออกมาอยู่นอกโพรง เข้าใจผิดคิดว่าเป็นจระเข้ศัตรูสำคัญ ก็อยากเล่นบทนักรบอาสา ปราดเข้าไปใช้หางฟาดพรานเข้าโครมใหญ่ขึ้นชื่อว่าพราน ไม่ใช่ชาวบ้าน อาวุธพรักพร้อม พรานจึงไล่ตีเหี้ยซ้ายทีขวาที จนเหี้ยกะปลกกะเปลี้ยหนีเข้าโพรง แล้วยังหมั่นไส้ไล่ล่า ปิดปากโพรงด้านบน ทางหนีทีไล่ของพวกตุ๊ดตู่แถมจุดไฟสุมปากโพรงล่าง ผลก็คือ ไม่แค่เหี้ยตัวก่อเรื่องจะตาย ตุ๊ดตู่ก็พากันตายกันไปทั้งโพรงเป็นอันว่า นิทานเรื่องนี้เอง ก่ออคติให้ผู้เฒ่าผู้แก่สอนลูกหลานให้รังเกียจเดียดฉันท์เหี้ย สอนกันจริงจังถึงขั้นในตำราพรหมชาติ กล่าวถึง อุบาทว์เหี้ยและวิธีแก้“ถ้าเหี้ยแลจังกวดขึ้นเรือนก็ดี ให้บูชาด้วยเหล้า ข้าว และธูปเทียน จะได้ลาภอันพึงใจแล”อาจารย์สถิตย์ เสมานิล ยกคัมภีร์อุบาทว์ศาสตร์ ว่าด้วยเรื่องอุบาทว์และวิธีแก้ ไว้ในหนังสือวิสาสะเล่ม 1 ว่าเหี้ยขึ้นเรือนมีคติขับอัปมงคล แนวเดียวกับแร้งจับหลังคา คือทันทีที่เห็นให้เรียกดังๆว่า“มังกรมาให้ลาภ” หรือ “พญานาคมาให้ลาภ” แล้วจึงจุดธูปบอกกล่าวผมตั้งใจลอก เรื่อง “เหี้ยๆ” ของอาจารย์ “ปรัชญา ปานเกตุ” มาให้อ่านกันได้แค่นี้แหละครับ...ถ้าอยากอ่านศัพท์สรรพรรณนาให้จุใจ ควรไปหาซื้อหนังสือ ในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ งานยังมีอยู่ที่ศูนย์สิริกิติ์แต่ต้องขอทำความเข้าใจกันไว้ นี่เป็นเรื่อง “เหี้ยๆ” ที่คนโบราณสอนลูกหลาน ไม่ใช่เรื่องของคนและที่สำคัญ ไม่เกี่ยวกับคนที่เป็นนักการเมืองที่กำลังมีข่าวย้ายพรรคกันจ้าละหวั่น แต่ประการใด.กิเลน ประลองเชิง