ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องตีความร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ ขัดหรือแย้งต่อ รธน.หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตาม รธน.หรือไม่ ขีดเส้น ส.ส.-ส.ว.ผู้ร้องและประธาน กกต.ส่งคำชี้แจงพร้อมเอกสารหลักฐานภายใน 15 วัน “บิ๊กป้อม” ไม่หวั่นกฎเหล็ก 180 วัน บอกอีก 2 วัน ได้รับเอกสารชี้แจง 25 ก.ย. ลุยต่อลงพื้นที่เพชรบูรณ์ กกต.จ่อประกาศหลักเกณฑ์หาเสียง พร้อมวางไทม์ไลน์เลือกตั้ง กรณีสภาฯครบวาระได้กาบัตร 7 พ.ค.66 แต่หากยุบสภาไม่เกิน 60 วันได้เข้าคูหา กมธ.ข้องใจสำนวนฮั้วสร้างโรงพักทดแทนหละหลวม หาคนผิดไม่ได้ จับตาซ้ำรอยคดีนาฬิกาหรูแม้พรรคการเมืองต่างเคลื่อนไหวลงพื้นที่ พร้อมจัดเตรียมผู้สมัคร ส.ส.กันอย่างคึกคัก เพื่อเตรียม พร้อมเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง แต่ยังต้องจับตากติกาและระบบการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองและร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีเนื้อหาขัด หรือ แย้งต่อรัฐธรรมนูญและตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ศาล รธน.รับตีความ ก.ม.ลูก 2 ฉบับเมื่อเวลา 14.46 น. วันที่ 21 ก.ย. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่เอกสารข่าวว่า วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีการประชุมปรึกษาคดีจำนวน 12 เรื่อง ประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ กรณีประธานรัฐสภาส่งความเห็น ของ ส.ว. 77 คน ที่เข้าชื่อกันขอให้ศาลวินิจฉัยตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 132 ว่า ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง มาตรา 3 มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7 มาตรา 9 และมาตรา 10 มีข้อความขัด หรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 มาตรา 83 มาตรา 86 มาตรา 90 มาตรา 91 และมาตรา 258 ก.ด้านการเมือง (2) หรือไม่ และตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตาม บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 132 ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 (1) จึงมีมติเอกฉันท์รับไว้ พิจารณาวินิจฉัย และแจ้งผู้ร้องทราบ พร้อมทั้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นเป็นหนังสือ พร้อมส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือให้ผู้ร้อง–ปธ.กกต.ชี้แจงใน 15 วันเอกสารข่าวระบุด้วยว่า ศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติเอกฉันท์รับคำร้องกรณีประธานรัฐสภาส่งความเห็นของ ส.ส. และ ส.ว.รวม 105 คน เข้าชื่อขอให้ศาลวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 132 ว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 25 และมาตรา 26 มีข้อความ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 93-94 หรือไม่ และตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญให้ผู้ร้อง และประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงตามประเด็นที่ศาลกำหนด และจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ19 ต.ค.ชี้ขาดคดียุบ “ไทรักธรรม”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ กรณี กกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคไทรักธรรม ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 30 เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลผู้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค ตามมาตรา 92 วรรคสอง และห้ามมิให้ผู้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคของผู้ถูกร้อง และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ ภายในกำหนด 10 ปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคผู้ถูกร้องตามมาตรา 94 วรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติและอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันที่ 19 ต.ค.เวลา 15.00 น. ทั้งนี้ ปัจจุบันนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อและแกนนำกลุ่ม 16 เป็นหัวหน้าพรรคไทรักธรรม “บิ๊กป้อม” รอ 2 วัน กกต.ส่งข้อปฏิบัติที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ในวันที่ 25 ก.ย. จะต้องรอฟังความชัดเจนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการปฏิบัติตัวของ ส.ส. และว่าที่ผู้สมัครในการหาเสียงก่อนหรือไม่ว่า อีก 2 วัน กกต. จะชี้แจงมา เมื่อถามว่าจะส่งเป็นเอกสารมาใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เดี๋ยวเขาส่งมาเองแจงเพิ่มงบฯสู้คดีคิงส์เกตของเก่าพล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 ก.ย. อนุมัติเพิ่มกรอบวงเงินงบประมาณ เพื่อให้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนิน การระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับ บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ปีงบประมาณ 2560- 2564 จาก 731.13 ล้านบาท เป็น 796.67 ล้านบาท ว่า เป็นของที่เขาอนุมัติไว้แล้ว เป็นของเก่า“บิ๊กบี้” ไม่ประเมินหลังชี้ขาดปม 8 ปีเมื่อเวลา 09.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์กรณี ครม. พิจารณาวาระลับ อนุมัติงบกลางให้กระทรวงกลาโหม 1,300 ล้านบาท เพื่อเป็นงบฯรายจ่ายบุคลากร แบ่งเป็นกองทัพบก 760 ล้านบาท กองทัพอากาศ 561 ล้านบาทว่า งบฯลับไม่ต้องกังวล สตง.เข้ามาตรวจทุกปี ถ้าอยากรู้ว่าไปใช้อย่างไร สตง. จะไปตรวจ แล้วรายงานต่อสภาฯอยู่แล้ว ในการชี้แจงงบประมาณโดย สตง.กับกรมบัญชีกลางจะชี้แจงทั้งหมด เมื่อถามว่ากองทัพจะมีการประเมินสถานการณ์ภายหลังวันที่ 30 ก.ย.ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม อาจมีความวุ่นวายเกิดขึ้นหรือไม่ว่า “ไม่มีครับ” พท.ดัน “ชัยเกษม” สู้ถ้า “บิ๊กตู่” พ้นเก้าอี้นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมือง หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระดำรงตำแหน่งนายก รัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม วันที่ 30 ก.ย. ว่า หากศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์พ้นจากตำแหน่งนายกฯ ต้องดู สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนั้น ก่อนที่จะมองว่า พรรคเพื่อไทยจะขับเคลื่อนอย่างไรต่อไป แต่สิ่งที่จะ เกิดขึ้นคือเข้าสู่กระบวนการเลือกนายกฯ โดยพรรคเพื่อไทยจะส่งรายชื่อแคนดิเดตนายกฯของพรรค คือนายชัยเกษม นิติศิริ เข้ารับการสรรหา เพราะยังทำงาน การเมืองอยู่กับพรรค ส่วนรายชื่ออื่นแยกไปทำการเมืองนอกพรรคแล้ว ขณะที่สถานะของรัฐบาลเป็นคณะรัฐมนตรี (ครม.) รักษาการ พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ในฐานะนายกฯ รักษาการ แต่พรรคเพื่อไทยต้องประเมินสถานการณ์ทางการเมืองด้วย เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่จะยุบสภาได้ และพรรคต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งไม่พลิกขั้วถึง “บิ๊กป้อม” ขึ้นนายกฯนพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า สำหรับข้อสังเกตทาง การเมือง ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ อาจจะเป็นนายกฯคนนอกนั้น ขั้นตอนของสภาฯ จะเลือกได้หรือไม่ หากจะเสนอรายชื่อนายกฯ คนนอกต้องใช้เสียงของรัฐสภาเห็นชอบ 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกรัฐสภาหรือ 488 คน จะมีปัญหาในการเลือกไม่ได้ เพราะต้องเลือกนายกฯในบัญชีก่อน และพรรค ภูมิใจไทยยังมีชื่อของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข หากพรรคร่วมรัฐบาลร่วมมือกัน นายอนุทินมีโอกาสที่จะเป็นนายกฯ ด้วยเสียงที่ไม่น้อยกว่า 365 คน แต่ทั้งนี้คาดการณ์ว่า ชื่อนายกฯ ในบัญชีที่มีอยู่จะไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา และอาจต้องเลือกนายกฯ นอกบัญชีพรรคการเมือง เพื่อแก้ปัญหาไม่เกิดเดดล็อกทางการเมืองในการบริหารประเทศ พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับนายกฯ คนนอก ท้ายที่สุดไม่ว่านายกฯ จะเป็นใคร แม้นายกฯ จะเป็น พล.อ.ประวิตร ขั้วการเมืองจะไม่มีเปลี่ยนแปลง และไม่มีโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะจับมือตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพราะพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยจะยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ให้ไว้กับประชาชนและความรู้สึกกับประชาชน“ประยุทธ์” ลากยาวยิ่งวิกฤติขัดแย้งนพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า สิ่งที่ฝ่ายค้านเป็นห่วง มาตลอด หากผลวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ไม่พ้นจากตำแหน่งและยังสามารถเป็นนายกฯ ได้อีกไม่ว่าจะ 2 ปี หรือ 4 ปี คือ สถานการณ์ทางการเมือง สิ่งที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า การอยู่ยาว คือการผูกขาดอำนาจ เพราะพฤติกรรม 8 ปี ที่ผ่านมา ของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเช่นนั้น ยิ่งมีอำนาจมากยิ่งเกิดปัญหาคอร์รัปชันมาก หาก พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อ โดยไม่มีคำอธิบายชัดเจน กังวลว่าจะเกิดวิกฤติความ ขัดแย้งทางการเมือง หาก พล.อ.ประยุทธ์ได้อยู่ต่อแล้ว ประกาศว่าจะเป็นนายกฯ ต่ออีก 3 เดือนแล้วยุบสภา จะลดแรงต้านหรือการเกิดวิกฤติทางการเมืองได้ แต่หากอยู่ต่ออีก 2 ปี หรืออีก 4 ปี กระแสต่อต้านจะลุกลามมาก โดยกระแสต่อต้านมีการแสดงออกหลายรูปแบบไม่เพียงแค่การชุมนุมลงถนนเท่านั้นกกต.จ่อออกคู่มือกฎเหล็ก 180 วันผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า หลังจาก กกต. แจ้งเตือนระยะเวลาในการหาเสียงเลือกตั้ง ที่ใกล้ถึงระยะเวลา 180 วัน ก่อนวันครบอายุสภาฯ ในวันที่ 23 มี.ค.66 ผู้สมัครและพรรคการเมืองต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการหาเสียงให้เป็นไปตามมาตรา 68 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และต้องมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็น ส.ส. มีห้วงระยะเวลาหาเสียงเลือกตั้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.65 จนถึงวันก่อนวันเลือกตั้ง และเตรียมจะออกประกาศหลักเกณฑ์เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองปฏิบัติตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ภายในกรอบเวลา 180 วัน ว่าสิ่งใดทำได้หรือไม่ได้บ้างในช่วงเวลาดังกล่าว กางไทม์ไลน์ครบวาระ ลต.7 พ.ค.66ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามสำนักงาน กกต.ได้จัดเตรียมแผนจัดการเลือกตั้งเอาไว้แล้ว กรณีสภาผู้แทนราษฎรครบวาระ ในวันที่ 23 มี.ค.66 ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 102 กำหนดให้มีการเลือกตั้งภายใน 45 วัน นับแต่วันที่สภาฯ สิ้นอายุ เบื้องต้น กกต.กำหนดให้วันที่ 7 พ.ค.66 เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป และเปิดรับสมัครในวันที่ 3-7 เม.ย.66 วันที่ 30 มี.ค.66 เป็นวันสุดท้ายที่คาดว่าพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ วันที่ 31 มี.ค. 66 กกต.ประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง และประกาศกำหนดวันรับสมัคร ส่วนไทม์ไลน์เบื้องต้นอื่นๆมีอาทิ วันที่ 14 เม.ย.66 ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. วันที่ 30 เม.ย. 66 เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง และนอกเขตเลือกตั้ง รวมทั้งแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้งนี้ วันที่ 1-6 พ.ค.66 เป็นระยะเวลาแจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และวันที่ 8-14 พ.ค.66 เป็นวันแจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นต้นถ้ายุบสภาเข้าคูหาไม่เกิน 60 วันผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต.ยังกำหนดแผนการเลือกตั้ง กรณีหากเกิดการยุบสภาฯ กกต.จะต้องกำหนดวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 45 วันแต่ไม่เกิน 60 วันตามรัฐธรรมนูญมาตรา 103 กำหนด โดยภายใน 5 วัน นับแต่วันมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ กกต.จะต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป และวันสมัครรับเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้สำนักงาน กกต. ยังกำหนดห้วงวันสุดท้ายของการประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้ง สถานที่เลือกตั้ง วันสุดท้ายประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า จะเกิดขึ้นก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 25 วัน ส่วนไทม์ไลน์อื่นๆ กรณีเกิดการยุบสภาฯ อาทิ ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ภายใน 7 วัน นับแต่วันปิดรับสมัคร แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ เลือกตั้ง 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง และวันที่คาดว่าเป็นวันเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการเลือกตั้งทั่วไป จะไม่เกิน 60 วันนับแต่วันยุบสภาฯโอ่สภาฯล่มบ่อยแต่ผลงานอื้อเมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ แถลงผลการประชุมสภาฯ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.-18 ก.ย.65 ว่า มีการประชุมสภาฯรวม 28 ครั้ง ประชุมร่วมรัฐสภา 15 ครั้ง มีร่าง พ.ร.บ.ที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา 13 ฉบับ ร่าง พ.ร.บ.ที่วุฒิสภาแก้ไข รอการพิจารณาของสภาผู้แทนฯ 1 ฉบับ ร่าง พ.ร.บ.ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ส.ว.6 ฉบับ และมีญัตติที่สภาฯพิจารณาส่งให้รัฐบาลดำเนินการ 3 เรื่อง รวม 12 ญัตติ มีกระทู้ถามสดด้วยวาจา 21 กระทู้ กระทู้ทั่วไป 23 กระทู้ กระทู้แยกเฉพาะ 29 กระทู้ สมาชิกมีข้อปรึกษาหารือในที่ประชุม 1,399 เรื่อง ส่วนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภามี 4 ฉบับ ร่าง พ.ร.บ.ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ 2 ฉบับ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา 2 ฉบับ ขณะนี้อยู่ระหว่างศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ที่รัฐสภามีมติไม่รับหลักการ 1 ฉบับ อยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ 1 ฉบับ ขอให้ประชาชนที่เป็นห่วงการทำงานของสภาฯ ที่ถกเถียงกันจะเกิดสภาฯล่มบ่อย ได้เห็นว่าแม้สภาฯจะล่มก็มีผลงานออกมามากพอสมควร ปชป.เปิดตัว “มาดามเดียร์” ย้ายเข้าผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ว่า หลังจาก น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือมาดามเดียร์ ลาออกจาก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ 1 เดือน ปรากฏว่าในวันที่ 22 ก.ย.เวลา 09.00 น. น.ส.วทันยา จะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค ปชป. โดยจะมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคและนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และผู้บริหารพรรคร่วมต้อนรับ ทั้งนี้มีการส่งข้อความทางกลุ่มไลน์ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ว่า “ท่านหัวหน้าจุรินทร์ขอเชิญทุกท่านมาร่วมแสดงความยินดีและต้อนรับบุคลากรที่จะเข้ามาร่วมทีม กทม. ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ย.65 เวลา 09.00 น. ณ ลานพระแม่ธรณี”ขอปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 10 ต้นๆร่วมคุม กทม.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.วทันยา ปัจจุบันอายุ 37 ปี ก้าวเข้าสู่วงการการเมืองด้วยการเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรค พปชร. ต่อมาได้รวบรวม ส.ส.หญิงในพรรครวมตัวตั้งเป็นกลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ โดย น.ส.วทันยามีข้อตกลงภายในกับแกนนำพรรค ปชป.ว่า ขอเข้าเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อในลำดับ 10 ต้นๆ พร้อมร่วมงานเป็นฝ่ายบริหารภาค กทม.ตั้งเป้าเพิ่ม ส.ส.เขตในพื้นที่ กทม.ของพรรค ปชป.ให้ได้ หลังจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรค ปชป.ถึงขั้นสูญพันธุ์ในสนามเมืองกรุงก้าวไกลบี้ กสทช. อย่าเกรงใจกลุ่มทุนวันเดียวกัน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับการตีความอำนาจของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาในการอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้ควบรวมกิจการของบริษัททรู-ดีแทค ที่ระบุว่ากฤษฎีกาปลดล็อกให้การควบรวมได้ว่า เอกสารกฤษฎีกาเต็มไปด้วยความคลุมเครือ ต้องตีความหลายชั้นและแปลกประหลาด ที่เผยแพร่ข่าวอ้างถึงนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. ทั้งๆ ที่ข่าวไม่ได้ถูกส่งจาก กสทช. เป็นที่น่าสงสัยไอ้โม่งคนไหนที่ส่งข่าวให้นักข่าวกันแน่ ยังมีความไม่ชอบ มาพากลของที่ปรึกษาอิสระที่ว่าจ้างโดยทรูและดีแทค เพื่อให้เป็นไปตามประกาศ กสทช. เข้ามาจัดทำรายงานศึกษา ไม่มีเหตุผลใดเลยที่ กสทช.จะยอมรับให้ควบรวมธุรกิจโทรคมนาคมของประเทศเหลือเพียง 2 เจ้าใหญ่เกิดขึ้นได้ กสทช.ต้องกล้าหาญทำตามหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ประชาชนอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่เกรงใจกลุ่มทุนกมธ.ข้องใจ 396 โรงพักสำนวนอ่อนอีกเรื่องเมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) แถลงว่า กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยกฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี คดีการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่งว่า เป็นที่ฝืนใจประชาชนว่าเหตุใดคดีที่คณะ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ยื่นฟ้องเองแต่ถูกยกฟ้อง ป.ป.ช.ทำถูกต้องและทำเต็มที่แล้วหรือไม่ ในโซเชียลมีการต่อว่าถึง 90% เนื่องจากข้อเท็จจริงพบว่าก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน มีนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน มีการตั้งประเด็นตั้งเรื่องสินบนไว้ด้วย แต่ต่อมาสมัย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ เป็นประธาน ป.ป.ช.คนปัจจุบัน รูปแบบการสอบสวนเปลี่ยนไป ไม่แน่ใจยังมีประเด็นเรื่องสินบนอยู่หรือไม่ แต่คำพิพากษาที่ออกมาคือ ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด หาผู้รับผิดชอบไม่ได้ตรวจสอบซ้ำรอยกรณีนาฬิกาหรู“ดังนั้น กมธ.ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบว่า กรณีนี้จะเหมือนคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หรือไม่ ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบคดีนาฬิกาหรูของ กมธ.ป.ป.ช.นั้น ได้ออกหนังสือเชิญ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯ ในฐานะผู้จัดการมรดกนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ มาชี้แจงแล้ว แต่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรยังไม่ตอบมา จะมาชี้แจงหรือไม่ ส่วนการประชุม กมธ.ป.ป.ช. วันที่ 22 ก.ย. จะเชิญ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง และนายปรีชา เลิศกมลมาศ อดีตคณะกรรมการ ป.ป.ช.มาให้ข้อเท็จจริง แต่ยังไม่มีการตอบรับว่าจะมาหรือไม่” นายธีรัจชัยกล่าวป.ป.ช.รอดูคำวินิจฉัยศาลฎีกาฯนายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการอุทธรณ์คดีการก่อสร้างโครงการโรงพักทดแทน 396 แห่ง ที่ศาลฎีกาฯยกฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้องทุกคนว่า ต้องขอดูคำพิพากษาศาลฎีกาฯก่อนมีคำวินิจฉัยว่าอย่างไรบ้าง แต่ละประเด็นเป็นอย่างไร เพื่อพิจารณา ป.ป.ช.จะอุทธรณ์หรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้คำพิพากษาศาล ต้องรอประมาณ 7 วัน ศาลจะสำเนาให้ หลังจากนั้นจึงจะมาพิจารณาว่าควรจะอุทธรณ์หรือไม่ ถ้าอุทธรณ์เจ้าหน้าที่จะทำเรื่องเพื่อเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.วินิจฉัย ตอนนี้ ป.ป.ช.ยังมีเวลาอุทธรณ์อยู่ 30 วัน ต้องรอคำพิพากษา อ่านและศึกษาให้ละเอียดก่อน ไม่เช่นนั้นจะไม่รู้ประเด็นที่จะอุทธรณ์ตีปี๊บยึดทรัพย์อดีตรอง ผบช.ภ.8นายนิวัติไชยยังกล่าวถึงผลคดีตามคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 8 กรณี พล.ต.ท.สมชาย นิตยบวรกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รอง ผบช.ภ. 8 ร่ำรวยผิดปกติ ซึ่ง ป.ป.ช.ขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินรวมมูลค่า 136,276,311 บาทตกเป็นของแผ่นดิน ตามที่มีมติชี้มูลความผิดกล่าวหา พล.ต.ท. สมชาย และส่งรายงานสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุด ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ ตกเป็นของแผ่นดิน ต่อมาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 8 มีคำพิพากษาวันที่ 10 ส.ค.65 ขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน รวมจำนวน 136,276,311 บาท พร้อมด้วยดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินที่เกิดขึ้นทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งทรัพย์สินที่มากผิดปกติสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่มูลค่า 136,276,311 บาท จำนวน 14 รายการ ตรงกับที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทุกรายการ