เรื่องงามหน้า ในวงการสีกากี สีเขียว สถาบันแพทย์ สถาบันการศึกษา และ ส.ว. ที่มีผลต่อเนื่องมาจากกรณีของ ส.ต.ท.หญิง ถูกแจ้งข้อกล่าวหาคดีอาญาทำร้ายร่างกาย ชี้ให้เห็นถึงแก่นแท้ของ สังคมไทย ที่ยังอยู่ภายใต้ ระบบอุปถัมภ์ อย่างเหนียวแน่น ความเสื่อมเสียที่เกิดขึ้น ปราศจากความรับผิดชอบใดๆ นอกจากจะตั้งกรรมการขึ้นมาหาข้อเท็จจริง ใช้เวลา 30-60 วัน ตอนนั้น คนก็ลืมๆไปแล้ว ระบบอุปถัมภ์ก็ยังจะเดินหน้าต่อไปความรับผิดชอบต่อภาระและหน้าที่ทางการเมือง เป็นบันไดไปสู่ อำนาจ มากมาย โดยไม่คำนึงถึงบันไดที่จะพาดลงมา จะสง่างาม หรือ บาดเจ็บ กรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ กับดักรัฐธรรมนูญนายกฯ 8 ปี อยู่บนเส้นยาแดงผ่าแปด ระหว่าง การเคารพกฎหมายและจริยธรรม ธรรมาภิบาล ทางการเมืองเช่น ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจลาออกจากทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะระบุเอาไว้ในรัฐธรรมนูญมีรายละเอียดของตำแหน่งขนาดไหน เช่น รัฐธรรมนูญระบุแค่ตำแหน่งนายกฯก็จะปฏิบัติตามกฎหมายแค่ตำแหน่งนายกฯเท่านั้น ส่วน รมว.กลาโหมไม่มีระบุไว้ก็ไม่จำเป็นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ทั้งๆที่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องการให้ผูกขาดอำนาจนานเกินไป ทุกอย่างก็น่าจะจบลงด้วยดีกว่าที่จะปล่อยให้คาราคาซัง คลุมเครืออยู่แบบนี้กับการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะรอคำวินิจฉัยจาก ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ผิดในเมื่อกฎหมายระบุเอาไว้อย่างนั้น ส่วนจะเป็น ภายใน 1 เดือน หรือช้าหรือเร็วกว่านั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในระหว่างนี้ ความอึมครึม ในการบริหารราชการแผ่นดิน เกิดขึ้นทันที เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นทั้งประธาน ก.ตร. และ รมว.กลาโหม ที่มีอำนาจในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง คณะกรรมการเศรษฐกิจชุดสำคัญๆ อีกหลายชุด อย่างน้อยก็ กพช.เกี่ยวกับความเป็นความตายของด้านพลังงานของชาวบ้านตาดำๆ อีอีซี พัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรม บีโอไอ ส่งเสริมการลงทุน คณะกรรมการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะตำแหน่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ที่รอ พล.อ.ประยุทธ์ นั่งหัวโต๊ะ ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานใครจะกล้าตัดสินใจถ้าจะโยนให้เป็นหน้าที่ ของรักษาการแทนนายกฯ ก็มีขอบเขตจำกัดตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และตามธรรมเนียมแล้ว ไม่มีใครไปแตะต้องงานของนายกฯที่หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวอยู่แล้วจนกว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีผลการวินิจฉัยออกมาชัดเจนเสียก่อน ไม่เช่นนั้นก็จะมาแก้ไขคำสั่งกลับไปกลับมา วุ่นวาย และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งออกมาแล้ว ก็จะมีขั้นตอนต่างๆตามมาอีกมากมาย เช่นถ้าจบที่วันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมาก็จะวุ่นวายเรื่องการโหวตนายกฯในสภา ถ้าไปจบที่ปี 2568 ก็จะวุ่นวายเรื่องของบัญชีนายกฯที่ พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ได้แค่ครึ่งเทอม ถ้าไปจบที่ปี 2570 บ้านเมืองก็คงวุ่นวายไม่เลิกนี่ถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเมืองโดยตรงเหมือนที่ผ่านมา คงจบไม่สวยไปนานแล้ว ไม่ต้องรอ ยื้อเวลาขนาดนี้ แสดงถึงอำนาจที่เหนือรัฐธรรมนูญ ชัดเจนถ้าจะจบให้สวย แค่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศลาออกทุกตำแหน่งก็จบแล้ว.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th