7 พรรคฝ่ายค้านลงนามยืนยันความถูกต้องญัตติขอเปิดอภิปรายเรียบร้อย ส่งกลับ “ชวน” พร้อมอนุมัติบรรจุวาระเรื่องด่วน “สุทิน” แซวทีมปราบมารหน้าละอ่อน ขย่ม “ลุงป้อม” มวยรอง พท.เห็นๆ “จิรายุ” ตั้งชื่อใหม่ “ทีมรับจ๊อบป้องมาร” “อัครเดช” ตอกกลับคน พปชร. ขู่ส่งข้อมูลให้ฝ่ายค้านถล่ม “สุพัฒนพงษ์” “สันติ” ฟุ้งแจงได้ทุกประเด็น ฝ่ายค้านโวยรัฐบาลหักลำข้าราชการ ตัดสิทธิกู้กองทุนบำเหน็จฯซื้อบ้าน “อันวาร์” แฉยับ “นิพนธ์” เขี่ยทิ้ง ลั่น ปชป.ถูกระบบนายทุนครอบ ตร.สภาฮือต้านเปลี่ยนเครื่องแบบทำสิ้นเปลืองงบฯ “โกทร” อ้างทำตาม จนท.ป่าไม้-ที่ดินแนะนำ โบ้ยความผิดลูกน้อง7 พรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมลงนามยืนยันความถูกต้องของญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายก รัฐมนตรี และรัฐมนตรีรายบุคคล พร้อมส่งกลับไปยังนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียบร้อยแล้ว เพื่อบรรจุเป็นวาระเรื่องด่วน และแจ้งไปยังนายกฯและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายต่อไป7 พรรคฝ่ายค้านลงชื่อยืนยันญัตติเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 22 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งหนังสือให้ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ลงนามยืนยันความถูกต้องของญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกครั้งว่า ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านลงนามยืนยันความถูกต้องญัตติเรียบร้อยแล้ว ทราบว่าเหลือแค่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ คนเดียวที่เมื่อวานติดต่อไม่ได้ ยังไม่ได้มาลงชื่อ แต่คาดว่าวันนี้น่าจะดำเนินการได้เรียบร้อยและส่งญัตติกลับคืนให้ประธานสภาฯเพื่อดำเนินการต่อไป สำหรับการประชุมพรรคเมื่อวานมีการหารือถึงญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตรวจสอบรายละเอียดและความถูกต้องอีกครั้ง ยังไม่ถึงขั้นตอนวางตัวบุคคลและกรอบเวลา ยังตกลงกับวิปรัฐบาลไม่ได้ว่าสรุปแล้วจะให้ใช้ระยะเวลาในการอภิปรายกี่วันแซวทีมปราบมารหน้าละอ่อนนายสุทินกล่าวว่า ที่ผ่านมามีการไปตีความกันผิดนำไปเทียบกับญัตติในอดีตของนายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ที่ประธานสภาฯบรรจุเข้าระเบียบวาระการอภิปรายแล้ว แต่ของเราถือว่ายังไม่ได้เข้าสู่ระบบ มันต่างกันตรงนี้ เพราะยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ ระหว่างนี้สามารถแก้ไขได้ตลอด ทั้งเนื้อหาสาระ และการเพิ่มคนที่จะถูกอภิปราย ส่วนรัฐมนตรีที่ไม่มีรายชื่อถูกอภิปราย อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ เพราะการอภิปรายนายกฯต้องเชื่อมโยงไปถึงรัฐมนตรีคนอื่นด้วย เช่น นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน เราต้องบรรยายถึงความผิดพลาดในการบริหารด้านพลังงาน เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่พรรคพลังประชารัฐตั้งทีมองครักษ์ปราบมาร นายสุทินตอบว่า ไม่กังวล เท่าที่ดูรายชื่อแล้วล้วนเป็นผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ เป็นคนหน้าใหม่ๆ น่าจะเป็นการเรียนรู้มากกว่า มองว่าองครักษ์ปราบมารยังเป็นหน้าละอ่อนกันอยู่ ขย่ม “ลุงป้อม” มวยรองเห็นๆเมื่อถามว่ากังวลว่าจะมีงูเห่าเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายสุทินตอบว่า ไม่แน่ใจว่าจะมีงูเห่าเพิ่มขึ้นหรือไม่ ทราบแต่ว่าจะมีทั้งขาเข้าและขาออก ฝากบอกประชาชนว่าหากคนจะไม่อยู่กับเรา เขาจะแสดงออกในทางตรงกันข้าม เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค พปชร. ยอมรับเป็นมวยรองเพื่อไทย นายสุทินตอบว่า ที่จริงพลังประชารัฐเป็นรองเพื่อไทยมาตลอด ไม่ได้ซ้ำเติมจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็แพ้เรา แม้ส่งผู้สมัครไม่ครบทุกเขตยังชนะ ไม่ใช่ว่าเพื่อไทยเก่งการเมือง แต่เพราะประชาชนเปรียบเทียบผลงานระหว่าง 2 รัฐบาลได้ สิ่งที่ประชาชนสะท้อนออกมาสื่อถึงความเป็นจริง เมื่อถามว่าแสดงว่าพร้อมจะเลือกตั้งแล้ว นายสุทินตอบว่า จะให้เลือกตั้งสัปดาห์หน้าเลยก็ได้ พร้อมทั้งผู้สมัครและนโยบาย รวมถึงแคนดิเดตนายกฯ มีแต่ฝั่งรัฐบาลยังไม่พร้อม“ชวน” อนุมัติบรรจุวาระเรื่องด่วนต่อมาเวลา 15.25 น. นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค ส่งหนังสือยืนยันญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล มายังนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียบร้อยแล้ว ประธานสภาฯจะอนุมัติให้บรรจุระเบียบวาระเป็นเรื่องด่วน และแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ให้รับทราบญัตติดังกล่าวว่ามีความพร้อมเมื่อไหร่ จากนั้นจะตอบกลับมายังประธานสภาฯเพื่อกำหนดวันอภิปรายต่อไปพท.ตั้งชื่อ “รับจ๊อบป้องมาร”นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกเบื่อหน่ายกับนายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานวิปรัฐบาล ที่ประกาศตั้งทีมปราบมารเป็นองครักษ์พิทักษ์ลุงๆ อาจลืมกินยาเขย่าขวดเลยนึกว่าเป็นฝ่ายค้าน ต้องไปปราบมารที่มีรัฐมนตรีฉ้อฉลทุจริต ความจริงควรตั้งชื่อใหม่เป็น “ทีมรับจ๊อบ ป้องมาร” น่าจะถูกกว่า กลัวถึงขนาดต้องตั้งองครักษ์ ดูรายชื่อองครักษ์แต่ละคนแล้วหวิวแทน หากมาโชว์เท่ประท้วงเอาใจนายเลอะเทอะ พวกเราฝ่ายค้านจะทำหน้าที่แทนประชาชน ลับดาบลงอาคม “มะอะอุ” ไว้จัดการพี่ห้อยพี่โหนที่มีพลังกล้วยเป็นพลังงานขับเคลื่อน แล้วอยากให้นายกฯและรัฐมนตรีไปเตรียมข้อมูลมาชี้แจงดีกว่า ศึกซักฟอกนี้มีชื่อว่า “The Last Supper of Prime Minister” อาหารมื้อสุดท้ายของเสนาบดี และจะเป็นครั้งสุดท้ายที่สังคมและประชาชนคนไทยจะไม่มีโอกาสให้อภัยรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาลที่ส่งเสริมการทุจริต“อัครเดช” ตอกกลับคน พปชร.ขณะที่ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ พาดพิงว่าไม่มีมารยาททางการเมือง ที่เสนอให้ฝ่ายค้านอภิปรายนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายก รัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เพิ่มอีกคนว่า ขอยึดผลประโยชน์ความเดือดร้อนประชาชนมากกว่ามารยาททางการเมือง วันนี้หากพูดถึงนายสุพัฒนพงษ์มีหลากหลายกลุ่มที่ออกมาเรียกร้อง เพราะรัฐมนตรีบริหารงานผิดพลาดหลายเรื่องจนประชาชนเดือดร้อน ชัดเจนถึงความล้มเหลวในการบริหารงานด้านพลังงาน มัวแต่คำนึงถึงมารยาทการเมืองหรือการเป็น ส.ส.ร่วมรัฐบาลแล้วไม่กล้าพูดถึงความเดือดร้อนประชาชน เราคงไม่ได้ทำหน้าที่ผู้แทนที่ดี ฝากไปยังนายสายัณห์ในฐานะ ส.ส.อยากให้ยึดประโยชน์ประชาชนมากกว่ามารยาทการเมือง ไปปกป้องรัฐมนตรีที่บริหารงานผิดพลาดล้มเหลวส่งข้อมูลฝ่ายค้านถล่มพลังงานนายอัครเดชกล่าวว่า การเสนอให้สลับรัฐมนตรีคือนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เพราะทราบว่าญัตติของฝ่ายค้านมีปัญหาอยู่ จึงเสนอให้เอาชื่อ รมว.พลังงานเข้าไปแทน รมว.แรงงาน เสนอด้วยความสุจริตใจ รมว.แรงงานมีผลงานชัดเจนตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิด ที่สำคัญมีข้อมูลพร้อมว่า รมว.พลังงานมีความผิดพลาดอย่างไร พร้อมให้ข้อมูลนี้กับฝ่ายค้าน ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เสนอให้ตัดชื่อรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ออก หากบริหารงาน ผิดพลาดแล้วไม่สามารถชี้แจงได้ เราไม่เคยปกป้อง ส่วนฝ่ายค้านจะทบทวนหรือไม่ เราเคารพความเห็นผู้นำฝ่ายค้านและ ส.ส.ฝ่ายค้าน เพราะเป็นสิทธิของฝ่ายค้าน พร้อมจะให้ข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ในการอภิปรายเพื่อซักฟอกรัฐมนตรีพลังงาน และเรียกร้องถึงนายสุพัฒนพงษ์มาตอบกระทู้ถามที่สภาฯในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ เรื่องการแก้ปัญหาวิกฤติพลังงาน ที่ขอเลื่อนมาตลอด เป็นหน้าที่สำคัญของรัฐมนตรีที่ต้องรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร “สันติ” มั่นใจแจงได้ทุกประเด็นนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า ไม่มีความกังวลใจกับเรื่องถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ สามารถตอบชี้แจงได้ทุกประเด็น ยืนยันว่า รักษาผลประโยชน์ของรัฐอย่างตรงไปตรงมา และทำตามกฎหมายและกฎระเบียบตามขั้นตอนถูกต้อง โครงการประมูลท่อส่งน้ำภาคตะวันออก (ท่อส่งน้ำอีอีซี) เป็นสิทธิ์ของกรมธนารักษ์ ที่จะยกเลิกประมูลแล้วเปิดประมูลใหม่เมื่อทีโออาร์สมบูรณ์ เมื่อเปิดผลการประมูลพบว่า บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด เสนอราคา 25,693 ล้านบาท ขณะที่บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์วอเตอร์ เสนอราคา 24,212 ล้านบาท สามารถตอบได้ว่ารักษาผลประโยชน์ของรัฐแล้ว หากจะล้มประมูลเพื่อเปิดประมูลใหม่ ต้องมาการันตี มารับผิดชอบด้วยว่ารัฐจะได้ราคาสูงกว่านี้ หากเสนอให้ล้มประมูลก็ต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน อย่าพูดโดยไม่มีหลักฐานยืนยันโวยรัฐบาลหักลำข้าราชการช่วงเช้า มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร บรรยากาศ เป็นไปด้วยความราบรื่น ผ่านร่างกฎหมายไปได้ 5 ฉบับ กระทั่งถึงร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ตามที่ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญ พิจารณาเสร็จแล้ว บรรยากาศการประชุมเริ่มตึงเครียด เมื่อที่ประชุมสภาฯลงมติเสียงข้างมาก ไม่เห็นด้วยกับมาตรา 4/1 ที่ กมธ.แก้ไขเพิ่มเติมให้สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) นำเงินสะสมในกองทุนร้อยละ 30 มาใช้ใน วัตถุประสงค์จัดหาที่อยู่อาศัยได้ ทำให้ต้องกลับไปใช้ เนื้อหาร่างเดิมที่ไม่ให้นำเงินสะสมไปใช้เพื่อที่อยู่อาศัย สร้างความไม่พอใจให้ ส.ส.ฝ่ายค้าน รุมท้วงติงอย่างหนักที่ใช้เสียงข้างมากตัดประโยชน์ที่ข้าราชการควรได้ทิ้งไป นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขอให้ประธาน กมธ.ถอนร่าง พ.ร.บ.ไปทบทวนใหม่ มิเช่นนั้นฝ่ายค้านจะไม่อยู่ร่วมเป็นองค์ประชุม บรรยากาศ ตึงเครียดมากขึ้น เมื่อนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ขู่นับองค์ประชุม ทำให้นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ วิปรัฐบาล เสนอให้ถอนเรื่องกลับไปทบทวนใหม่ จนนายวีระกร คำประกอบ ประธาน กมธ. ยอมถอนร่างไปทบทวนใหม่ “บิ๊กตู่” นิ่งไม่พูดเรื่องปรับ ครม.เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 4/2565 เพียงสั้นๆถึงกรณีนายคอลลิน เวียร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮปเวลล์ ประเทศไทย แถลงทวงเงินจากรัฐบาลไทยกว่า 11,888 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี รวมยอดค้างชำระย้อนหลัง 14 ปี กว่า 27,000 ล้านบาท โดยให้หยุดใช้กฎหมายและกระบวนการยุติกรรมหน่วงเหนี่ยวการคืนเงินว่า “กระทรวงคมนาคมชี้แจงไปแล้วไม่ใช่เหรอ” ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าทางพรรคภูมิใจไทยได้พูดถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตอบ คำถามดังกล่าว ก่อนเดินขึ้นกลับตึกไทยคู่ฟ้าทันทีปลื้มชาวอีสานไม่เคยลืม พท.นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีอีสานโพล (E-Saan Poll) เปิดผลสำรวจความเห็นประชาชนเรื่อง “คนอีสานกับ การปลูกกัญชาเสรี” ที่พบว่าคนส่วนใหญ่ยังสนับสนุน พรรคเพื่อไทย ว่า ขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวอีสาน ที่ยังเชื่อมั่นพรรค แต่เราจะไม่ลิงโลดใจ หรือชะล่าใจ จะมุ่งทำงานหนักนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์แก้ปัญหาประเทศชาติและประชาชน จะให้ความสำคัญกับการผลักดันนโยบายที่ทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้น ผ่านนโยบายสำคัญ อาทิ ผลักดันให้ประเทศไทยเป็น มหาอำนาจอาหารโลก เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ของโลก (food security) พลิกโฉมภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยี ระบบน้ำ ดิน ทุน ออกแบบกระบวนการสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งระบบ ปรับหนี้เกษตรกร ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขัน เช่น รถไฟความเร็วสูง ที่จะสร้างรายได้ให้กับ ประชาชนอย่างก้าวกระโดด“ไชยยศ” ขยับขึ้น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์วันเดียวกัน นายไชยยศ จิรเมธากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หลังได้รับการเลื่อนขึ้น มาเป็น ส.ส. แทนนายวีระชัย วีระเมธีกุล ที่ลาออก จาก ส.ส. ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. ทั้งนี้ นายไชยยศได้ลาออก จากตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (เลขานุการรองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) แล้ว ก่อนเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ“อันวาร์” แฉยับ “นิพนธ์” เขี่ยทิ้งนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชา ธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีไม่มีชื่อเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานีของพรรค ตามที่นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรค ไปเปิดตัวเมื่อ วันที่ 19 มิ.ย. ว่า ชัดเจนว่าผู้บริหารพรรคไม่ต้องการตนอีกต่อไป ทั้งที่เป็น ส.ส.ของพรรคเพียงคนเดียว ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ นายนิพนธ์เป็นผู้มีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจเรื่องต่างๆภายในพรรค บางอย่างอาจทําให้เกิดความแตกแยกในพรรคมากขึ้น มีการอ้างโพลว่า ตนไม่ลงพื้นที่พรรคไม่ควรส่งลงสมัครอีก เพิ่งทราบเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ว่ามีการตัดชื่อตนออก แต่ไม่แปลกใจ ยังคงทําหน้าที่ ส.ส.ลงพื้นที่ พบปะพี่น้องประชาชน แม้จะถูกตัดช่องทางการช่วยเหลือจากพรรค กรณีนี้เป็นการตอกย้ำในสิ่งที่พูดเสมอมาว่า นายนิพนธ์เป็นผู้มีอิทธิพลในพรรค เพราะทำโดยไม่ได้ผ่านกระบวนการขั้นตอนของพรรค เท่ากับทําลายระบบพรรค ที่สำคัญเริ่มทําให้พื้นที่ด้ามขวานของประชาธิปัตย์เริ่มร้าวลั่น ปชป.ถูกระบบนายทุนครอบนายอันวาร์กล่าวว่า ตั้งแต่มีการประกาศตัว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระนอง พัทลุง ปัตตานี นครศรีธรรมราช ล้วนทําให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องเสียบุคลากรดีๆไปมาก หลายคนหมดสิ้นศรัทธากับระบบของพรรคในยุคนี้ ที่เหลืออยู่เพียงแค่ระบบนายทุน ไม่ต้องไปตามสืบให้ปวดหัวว่าทําไมการเลือกตั้งที่ผ่านมาจึงล้มเหลวได้ขนาดนั้น และเกิดคำถามในหมู่เพื่อน ส.ส.ว่า การเลือกตั้งคราวหน้าเราจะเหลือกี่ที่นั่ง แค่นึกก็หดหู่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานีทั้ง 4 เขต ที่นายนิพนธ์ไปเปิดตัว คือ เขตเลือกตั้งที่ 1 นายสนิท นาแว เขตเลือกตั้งที่ 2 นายมนตรี ดอเลาะ เขตเลือกตั้งที่ 3 นายยูนัยดีวาบา และเขต เลือกตั้งที่ 4 นายนาวี หะยีดอเลาะ ขณะที่นายอันวาร์ เป็น ส.ส.เขต 1 ติดต่อกันมา 4 สมัยแล้ว “อนุชา” นั่งประธาน กมธ.คู่ชีวิตอีกเรื่อง น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต แถลงว่า ที่ประชุม กมธ.มีมติตั้ง นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีรองประธาน 5 คน ได้แก่ นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นางมุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ส่วนกรณีที่ตนยังอยู่ระหว่างถูกสั่งพัก การปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. กรณีการเสียบบัตรแทนกันนั้น วิปรัฐบาลตรวจสอบกับฝ่ายเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ยืนยันว่าสามารถดำรงตำแหน่งได้ ไม่มีข้อห้ามการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในคณะ กมธ.วิสามัญฯตร.สภาต้านเปลี่ยนเครื่องแบบเมื่อเวลา 12.30 น. ตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาราว 60 นาย รวมตัวกันยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี และนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย คัดค้านการเปลี่ยนแปลงเครื่องแบบตำรวจรัฐสภา นายขจิตรให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากตำรวจรัฐสภาจำนวนมากที่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงเครื่องแบบ เพราะเห็นว่าเครื่องแบบเดิมเหมาะสมอยู่แล้ว ไม่จำเป็น ต้องไปเปลืองงบประมาณกว่า 2 ล้านบาท เห็นว่าการ เปลี่ยนแปลงใดๆต้องได้รับความยินยอมและสมัครใจ จากผู้ปฏิบัติงานด้วย ในเมื่อเขาไม่ต้องการบรรดาผู้บริหาร เช่น ผอ.สำนัก หรือผู้บังคับบัญชาจะไปบังคับเขาเพื่อ อะไร หรือมีประโยชน์อื่นใดแฝง คนที่ต้องใส่ชุดคือเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา ในเมื่อเขามีความสุข คนที่ ไม่ได้ใส่อย่างผู้บริหารจะไปเดือดร้อนอะไรกับเขาเลขาฯ กกต.รวย 47 ล้านที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2565 นายแสวงแจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 47,222,952 บาท เป็นทรัพย์สินนายแสวง 20,032,356 บาท ทรัพย์สินนางรุ่งทิวา บุญมี คู่สมรส 27,190,568 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุน มูลค่า 5,506,407 บาท ที่ดิน 4 แปลง มูลค่ารวม 6,594,075 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของคู่สมรส มูลค่า 4,800,000 บาท สิทธิและสัมปทาน มูลค่ารวม 11,240,329 บาท และทรัพย์สินอื่น มูลค่ารวม 13,203,523 บาท มีทรัพย์สินที่น่าสนใจ อาทิ พระเครื่อง 530 องค์ มูลค่า 8,636,450 บาท พระพุทธรูป 73 องค์ เครื่องเสียงและลำโพง มูลค่า 1,070,300 บาท แผ่นเสียงและแผ่นซีดี 800 แผ่น ภาพศิลปะ ทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 57 บาท ชุดเครื่องเพชร 2 ชุด กระเป๋าแบรนด์เนม 12 ใบ“โกทร” อ้างทำตาม จนท.แนะอีกเรื่อง นายสุนทร วิลาวัลย์ หรือโกทร นายก อบจ.ปราจีนบุรี กล่าวถึงกรณีถูกพนักงานสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ในข้อหากระทำผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงาน ซื้อ ทำ จัดการ รักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต เป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล กรณีออกโฉนดบุกรุกป่า 150 ไร่ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พื้นที่ จ.ปราจีนบุรีว่า เป็นคนรักต้นไม้ธรรมชาติป่าเขามากกว่าทะเล มีคนเสนอขายที่ดินมีใบจองมีหลักฐานการครอบครองเลยซื้อ แล้วปรึกษาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่กรมที่ดินว่าจะออกเอกสารอย่างไร ทำตามเจ้าหน้าที่แนะนำ ที่ดินก็เชิญอุทยานฯ มาดูแล้วออกหลักฐานไม่เกินแนวเขตป่าไม้ที่ชี้ไว้ เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ที่ดินและป่าไม้กลัวติดคุก เขาคิดว่าไม่ผิดถึงกล้าออกเอกสารให้โบ้ยใส่ลูกน้องทำเกินแนวเขตนายสุนทรกล่าวต่อว่า การพัฒนาที่ดินในปี 2563 ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมนั้น ตนออกหลักฐานแล้ว จะทำประโยชน์ให้เรียบร้อยสวยงาม ไม่ทราบว่าลูกน้องที่รับงานจากตนไปทำเกินแนวเขต นึกไม่ถึงว่า แบ็กโฮเขี่ยๆแล้วเลยไป 1-2 เมตร เป็นระยะทางยาวก็เลยเป็นพื้นที่มาก กำชับเขาไปควบคุม ก็เอาหลักไปปัก ไม่มีเจตนารุกที่ธรรมชาติของหลวง ของรัฐบาล มีแต่จะเอาต้นไม้ไปปลูกเพิ่มให้ ขอให้ทางราชการมาตรวจสอบให้แน่นอนว่าแนวเขตเป็นอย่างไร แนวเขตแค่ไหนก็ว่าตามนั้น เพราะไม่ใช่คนที่เขียนเขต คนที่รับรองเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่ดินก็ออกหลักฐานไม่เกินที่ของป่าไม้ ยืนยันว่าไม่เคยให้เงินสินบนเจ้าหน้าที่ที่ดินหรือป่าไม้ ศาลฎีกาเลื่อนฟังตัดสิน “ธาริต”ที่ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ และอดีต ผอ.ศอฉ. ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อดีตหัวหน้าชุดสอบสวนคดีการเสียชีวิตของประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี 2553, พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นพนักงานสอบสวนใช้อำนาจกลั่นแกล้งบุคคลให้รับโทษทางอาญา ตามป.อาญามาตรา 157, 200 วรรคสอง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสี่ โจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 3 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี ไม่รอลงอาญา จำเลยยื่นฎีกา คำร้องอ้างว่ามีพยานหลักฐานใหม่ในคดีขอให้ศาลฎีกาพิจารณาและมีคำพิพากษาใหม่ ขณะที่นายธาริต จำเลยที่ 1 ขอเลื่อนฟังคำพิพากษาฎีกาออกไปอีก 3 เดือน อ้างว่าต้องรักษาอาการป่วยโควิด ศาลสั่งตรวจสอบการส่งหมายและมีเหตุสมควรให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลฎีกา วันที่ 7 ก.ย. เวลา 09.00 น. นับว่าเป็นการเลื่อนครั้งที่ 4 แล้ว“บิ๊กต่อ” ให้กำลังใจ ตร.คุมม็อบผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 21 มิ.ย. พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตรวจเยี่ยมเป็นขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจด่านมั่นคง ที่ประจำการบริเวณกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) ถนนวิภาวดีรังสิต มี พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ. พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.กฤษฎางค์ จิตตรีพล ผกก.สน.บางซื่อ ร่วมลงพื้นที่ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เป็นห่วงสั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ลงมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมการชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงมาหลายวัน ในฐานะที่ตนกำกับดูแลในส่วนของนครบาล จึงมาให้ขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่