ประมาทไปว่า การเลือกตั้งในประเทศไทย จะไม่มี แลนด์สไลด์ เกิดขึ้นได้ ในเมื่อ ผู้ว่าฯ กทม.ยังแลนด์สไลด์ได้ แล้วทำไม สนามเลือกตั้งใหญ่ จะแลนด์สไลด์ไม่ได้ ถ้าเตรียมตัวดีๆ อย่างน้อยที่ เพื่อไทย ได้ ส.ก.มา 19 ที่นั่งก็เป็นการส่งสัญญาณแล้วว่า จำนวน ส.ส. กทม. ของเพื่อไทยในอนาคต ก็ไม่น่าจะน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับว่า ก้าวไกล จะพร้อมแค่ไหนด้วยเข้าใจว่า ขั้วรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ต้องเตรียมทำการบ้านกันอย่างหนัก เพราะตราบใดที่ยังเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อไปอีก ผลลัพธ์ ก็คงไม่หนีไปจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เท่าไหร่เรื่องนี้คงต้องแบ่งโจทย์เป็นสองข้อ ประการแรกการตั้งความหวังไว้กับ พรรคภูมิใจไทย ที่มี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค ไปดูด ส.ส. ตัดกำลังเพื่อไทยในภาคอีสาน แล้วจะทำให้ ส.ส.เพื่อไทยลดลง สกัดแลนด์สไลด์ ได้จริงหรือไม่ หรือ จะกลายเป็นการ ตกปลาตายในอ่าง ไม่มีคะแนน แต่ยิ่งจะทำให้ เพื่อไทย เกิดแรงกระตุ้นในการเอาชนะมากขึ้น อย่าลืมว่าในอดีต ส.ส.อีสานที่ออกจากเพื่อไทย ที่เป็นขวัญใจคนอีสาน ส่วนใหญ่จะสอบตกเอาแค่ เพื่อไทย ส่ง อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร มาเป็นหัวหน้าครอบครัวคนใหม่ กระแสเพื่อไทยในภาคอีสานดีวันดีคืน มาลุยหาเสียง ส.ก.ใน กทม.ช่วงโค้งสุดท้ายก็ยังดึงคะแนนจากแฟนคลับได้ไม่น้อย ถ้าประคองตัวดีๆเป็นนักการเมืองน้ำใหม่ได้สำเร็จ บันไดไปสู่ความเป็นผู้นำในอนาคตก็ไม่ใช่เรื่องยาก อย่าประมาทไปประการต่อมา ถ้า พรรคร่วมรัฐบาล เห็นว่า ขืนร่วมรัฐนาวา กับ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไป จะพากันจมน้ำตาย ก็ต้องวางแผนสร้างอนาคตใหม่ ซึ่งมีหลายด่านที่สามารถฉกฉวยวิกฤติให้เป็นโอกาส อาทิ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสภา เป็นต้นหรือถ้า พล.อ.ประยุทธ์ เห็นว่า ขืนว่ายทวนน้ำต่อไป จะหมดกำลังจมน้ำตายเสียก่อน ก็ต้องหาทางขึ้นฝั่ง จะเป็นวิธี ยุบสภาหรือลาออก ก็ได้เช่นกัน ยุบสภาไปแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังได้เปรียบ ยังสามารถรักษาการไปอีกหลายเดือน ยังสามารถเตรียมพร้อมในการรับมือกับการเลือกตั้งได้ มีความได้เปรียบมากกว่าคนอื่นแต่ถ้ายังใจสู้ชูสองนิ้ว และยังเชื่อใจคนรอบข้างที่คุยอวดว่า สร้างฐานไว้ที่นั่นที่นี่ จะสู้ต่อ และมั่นใจว่าอำนาจรัฐที่มีอยู่ในมือ สามารถบันดาลอะไรก็ได้ จะเดินหน้าสืบทอดอำนาจการเมืองต่อไปจะเกิดวิกฤติการเมืองระลอกใหม่ทันทีจากการใช้อำนาจทางกฎหมาย ตัดสิทธิทางการเมือง ยุบพรรค หรือพลาดพลั้งไป มีการยึดอำนาจ ทีนี้แหละจะบานปลาย กลายเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติ ที่ประเทศไทยกำลังสู้แบบหัวชนฝาอยู่ในเวลานี้ความเสี่ยงของรัฐบาลชุดนี้ก็คือ ความมีเสถียรภาพในรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล ที่อยู่บนเส้นบางๆระหว่างรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำกับงูเห่า อย่าลืมว่าการจะให้เงินและผลประโยชน์ในการแก้ปัญหาก็ไม่สำเร็จทุกครั้งไปตราบใดที่อำนาจยังอยู่ในมือประชาชน ส.ว.250 ก็ไม่ต่างจากฝักถั่ว.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th