คอการเมืองทั้งหลายสงสัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีปัญหาร้ายแรงแค่ไหน จึงเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “หนูช่วยหน่อยนะ” บางคนเปรียบเทียบกับนิทานอีสป เรื่องราชสีห์กับหนู ที่หนูช่วยราชสีห์หลุดจากบ่วงนายพรานสถานการณ์การเมืองไทยขณะนี้ อาจดูคล้ายกับว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำลัง “ติดบ่วง” ทั้งบ่วงภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่แตกแยกยับเยิน ทำให้รัฐบาลอ่อนแอ รวมทั้งบ่วงของพรรคฝ่ายค้าน จึงต้องการความช่วยเหลือจากพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรค ภท.ที่กำลังเนื้อหอม ดึง ส.ส.พรรคอื่นเข้าพรรคได้มากจากพรรคที่มี ส.ส.เพียง 51 คน จากการเลือกตั้ง 2562 วันนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 62 ที่นั่ง แต่นักวิเคราะห์การเมืองหลายคนเชื่อว่า ภท.มี ส.ส.มากกว่า 62 แน่ และเคยมีรายงานข่าวนายอนุทินสัญญากับนายกรัฐมนตรีว่า ฝ่ายรัฐบาลจะมี ส.ส.สนับสนุนถึง 260 เพราะ ภท.เนื้อหอม เป็นผู้ใหญ่ใจดี ใจถึง ส.ส.พึ่งได้สถานะของรัฐบาลง่อนแง่นแค่ไหน ส่วนหนึ่งสามารถดูได้จากนิด้าโพลครั้งล่าสุด มีกลุ่มตัวอย่างกว่า 70% เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภา มีถึงกว่า 58% ที่ต้องการให้ยุบสภาเพื่อเลือกตั้งโดยเร็ว มีเพียง 28% ที่อยากให้นายกรัฐมนตรีอยู่ยาวจนครบวาระในปี 2566 แสดงว่าคะแนนนิยมง่อนแง่นเต็มทีเหตุที่ราชสีห์ประยุทธ์ต้องขอความช่วยเหลือจาก “หนู” อนุทิน ไม่ได้หมายความว่า ราชสีห์สิ้นเขี้ยวเล็บ แต่เขี้ยวเล็บผุกร่อนไปตามกติกาประชาธิปไตย พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคณะรัฐประหาร คสช. เคยมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่ใช้ปกครองประเทศตั้งแต่ปี 2557 ถึง 2560หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 และหลังการเลือกตั้ง 2562 แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะยังเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ต้องอยู่ภายใต้กติกาใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ ต้องได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.เสียงข้างมาก โดยมีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นแกนนำรัฐบาล พปชร.นอกจากจะแพ้เลือกตั้ง ไม่ได้เสียงข้างมากแล้วยังแตกแยกซ้ำซากยับเยินเป็นไปตามธรรมชาติของพรรคคณะรัฐประหาร ที่ดึงและดูดเอานักการเมืองจากหลายพรรค หลายกลุ่ม หลายมุ้ง มาร่วมกันเป็นพรรค ไม่ต้องมีอุดมการณ์การเมืองเหมือนกัน มีแต่ผลประโยชน์ที่เหมือนกัน จึงต้องแย่งชิงกันเป็นธรรมดา นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เหตุไฉนประเทศ ไทยจึงจมปลักในน้ำเน่าการเมืองชั่วนาตาปี.