เกมอำนาจสไตล์ทหารเฒ่าเหมากินรวบ เป็นเหตุ หมดเวลา “เพื่อนกิน” อาฟเตอร์ช็อกศึกเลือกตั้งซ่อมปักษ์ใต้ทำเรือเหล็กสนิมเกรอะ แตกเละ จ่ออับปางอารมณ์มวยแพ้ พี่เลี้ยงไม่แพ้ บอลจบ กองเชียร์ไม่เลิก ลากมาฟัดกันต่อนอกสนาม ลามถึงขั้นลากขึ้นโรงขึ้นศาล สถานการณ์ล่อกันยับขนาดนี้ ป่วยการที่ท่านผู้นำอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม จะทำเนียน สวมบทเป็นกรรมการไกล่เกลี่ยขอให้แล้วเลิกกันไป กลืนเลือดกบปากกลับมาจูบกอดลากเรือเหล็กบุโรทั่งกันต่อก็มันรู้ดีกันอยู่แก่ใจ ใครเป็นใครที่อยู่เบื้องหลังยุทธการ “หักเพื่อนกิน” ไม่สนคำเตือนจากฟากฝั่งประชาธิปัตย์ ที่สอน “มารยาททางการเมือง”ประเพณีที่นักเลือกตั้งอาชีพยึดถือเป็นสปิริตเมื่อเกมพลิก กลายเป็นฝ่ายประชาธิปัตย์สู้แบบจนตรอก ฮึดรักษาที่ยืนไว้ได้ แถมได้ทีออกลายมวยเก๋า ตีปี๊บคนใต้สั่งสอนยี่ห้อ “พลังประชารัฐ”“บิ๊กตู่” หมดขลัง เลือกตั้งใหญ่อย่าหวังภาคใต้ ขายไม่ได้แล้วนี่แหละ เดินหมากพลาดตาเดียว แพ้ทั้งกระดานอะไรไม่เท่ากับแพ้แล้วพาลพังทั้งค่าย อาการแบบที่ “เสี่ยเฮ้ง” นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน สายตรงทีมตึกไทยฯ ยอมรับตรงๆออกอากาศ พลังประชารัฐพลาดเพราะวาทกรรม “ต้องเลือกคนมีตังค์”โบ้ยกันชัดๆคนทำพังคือ “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคจ้องหักเหลี่ยมกันแรงๆแบบที่ “ไลน์กรุ๊ปหลุด” และก็เป็น “เสี่ยเฮ้ง” ที่แอ่นอกยอมรับ เป็นคนเสนอให้พรรคทำโพล วัดกันไปเลยว่า “ผู้กองนัส” ทำให้ยี่ห้อ “พลังประชารัฐ” เสื่อมความนิยมจริงหรือไม่ไหนๆก็ไหนๆ ได้ทีหักหอกข้างแคร่มันซะเลยสายตรงตึกไทยฯอาศัยจังหวะพลาดของ ร.อ.ธรรมนัส เร่งยุทธการยึดค่ายพลังประชารัฐให้ “บิ๊กตู่” และดูตามอาการผู้นำก็เอาด้วยเต็มๆ รูปเกมมันเลยออกมาแบบที่ “ผู้กองนัส” ชิงเหลี่ยมเป็นฝ่ายรุก นำบริวาร ส.ส. 20 กว่าคน ปักหลักบ้านป่ารอยต่อฯ บี้ให้นายกฯปรับ ครม.ต่อรองขอเก้าอี้รัฐมนตรีสำแดงเดช โชว์เกมล่มองค์ประชุมสภา ตบหน้า “บิ๊กตู่” ชาแล้วชาอีกที่สุดเลยก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ ถึงจุดแตกดังโพละ พปชร.มีมติขับทีม “ผู้กองนัส” ออกยกก๊วน ไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทยที่ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานยุทธศาสตร์ค่าย พปชร.เป็นหัวหอกไม่บอกก็เดาทางกันได้ มุกนี้เปิดทางถอยกันแบบเสือและก็เชื่อว่าคนที่ต้องเหยียบเรือสองแคม “คุมเชิง” คือสิงห์เฒ่าอย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพราะตัดไม่ตายขายไม่ขาดทั้งสองข้างทิ้ง “น้องนอกไส้” ทีม 3 ป. ก็ไม่ได้ อีกทาง “น้องในไส้” ก็คงเปิดหน้าไพ่ชัดๆ เบื้องหลังยุทธการแหกค่ายพลังประชารัฐ มีคนที่ “เขม่น” กับ “บิ๊กตู่” มากกว่า “ผู้กองนัส” วงในวงนอก รู้กันดีว่าใครแต่ดูตามทรงมาถึงตรงนี้ ท่านผู้นำก็คงคิดหนัก ต้นทุนหน้าตักตัวเองก็ร่อยหรอ กับยี่ห้อ พปชร.ที่แตกเละเทะ เหลือแค่กองกำลังชนกลุ่มน้อย กระแสตกฮวบฮาบสภาพเลหลัง ยังขายไม่ออกแต่พวกที่จมูกไวกว่าก็คือนักเลือกตั้งอาชีพ รีบสละเรือหนีก่อนอับปาง อย่างที่นายสุพล ฟองงาม กับนายสันติ กีระนันทน์ ยอมทิ้งเก้าอี้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ร่อนใบลาออกจากค่ายพลังประชารัฐประกาศชัดๆจะไปเข้าค่าย “สร้างอนาคตไทย”พรรคใหม่ป้ายแดงของ “สี่กุมาร ภาค 2” ที่นายอุตตม สาวนายน อดีตขุนคลัง อดีตหัวหน้าค่ายพลังประชารัฐรุ่นบุกเบิก ได้ฤกษ์ตัดริบบิ้น เปิดหน้าเปิดตัวอย่างเป็นทางการหมดเวลากบดาน พ้นเงื่อนสถาน การณ์ “เกรงใจ”จังหวะโหมโรงทีมของ “จอมยุทธ์กวง” นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ มือเศรษฐกิจ ที่แสดงสปิริตเก็บตัวเงียบหลังออกจาก ครม. ก็ไม่เคยออฟไซด์นายกฯ ไม่ล้ำหน้าผู้นำให้ “เกียรติ” มากกว่าให้ “เกลียด” ในฐานะร่วมหมอนนอนเสื่อกันมาหลายปีแต่ถึงตรงนี้ “เดอะโชว์ มัสต์ โก ออน” เรื่องของการเมืองต้องว่ากันตามเกม บรรยากาศมันเร้า เสียงปี่กลองเชิดฉิ่งโหมโรงดังมาใกล้ๆ ปรากฏการณ์ “ยุบสภา” เกิดได้ทุกเมื่อมัวแต่เกรงอกเกรงใจ เดี๋ยวจะต่อขบวนไม่ทัน.“ตะวัน ทรงกลด”