6 องค์กรสื่อฮือต้าน คำสั่ง "ประยุทธ์" ปิดปาก ปลุกพลัง "คนข่าว" ฮึดสู้

ข่าว

    6 องค์กรสื่อฮือต้าน คำสั่ง "ประยุทธ์" ปิดปาก ปลุกพลัง "คนข่าว" ฮึดสู้

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    29 ก.ค. 2564 05:24 น.

    6 องค์กรสื่อออกโรงท้วง “บิ๊กตู่” ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อ้างเฟกนิวส์เหมารวมปิดปากวิจารณ์แก้โควิด ล้มเหลว เตือนนิ่มๆ จำกัดเสรีภาพความคิดเห็นย่อมล่มสลายในที่สุด “ชวน” ร้อนก้น โทร.ถาม “ดอน” ทำไมไม่ใช้สาลิกาลิ้นทองขอวัคซีน เหลือใช้จากอเมริกา ยัน 18-20 ส.ค. เลี่ยงไม่ได้เดินหน้าเปิดสภาฯถกงบฯ 65 ขณะที่ “พี่โทนี่” สอนมวย ผู้นำถึงกึ๋น แนะยืมวัคซีนต่างชาติไม่เป็นทางการ บี้ใส่ พีพีอีสร้างศรัทธาลุยให้รู้จริง บอกใบ้ให้จองยาฉีดแก้โควิดอิสราเอลไว้เลย มองทะลุสิ้นปีไทยไม่กลับสู่ นิวนอร์มอล ทุกอย่างเจ๊งเก็บภาษีไม่ได้ วอนเชื่อพี่ อย่ากลัวเสียฟอร์ม แย้มลับหลังคุยกันได้อีก ชี้ทางสยบ ม็อบจับเข่าคุยแทนแจกกระสุนยาง ด้าน พท.ฟุ้งข้อมูล ซักฟอกแน่น พรรคร่วมต้องคิดหนัก

    หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำชับที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทุกหน่วยงานแข็งขันกับการให้ข้อมูลที่ชัดเจนกับประชาชน และบังคับใช้อำนาจแห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จัดการผู้บิดเบือนข้อมูลข่าวสารการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ล่าสุด 6 องค์กรวิชาชีพสื่อ ออกแถลงการณ์ท้วงติงรัฐบาลเจตนาจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชน

    องค์กรสื่อเบรก “บิ๊กตู่” ใช้กำปั้นเหล็ก

    เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ประกอบด้วย สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุ และโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย ออกแถลงการณ์ใจความว่า ตามที่ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน แถลงการณ์วันที่ 15 ก.ค. แสดงความกังวลต่อการที่รัฐบาลออกข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 9 เรื่องมาตรการเพื่อมิให้มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอันทำให้เกิดความเข้าใจผิด พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการออกข้อกำหนดข้างต้น เพื่อมิให้นำข้อกำหนดดังกล่าว ไปเป็นเครื่องมือปิดกั้นการทำหน้าที่เสนอข่าวสารของสื่อมวลชน และการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตของประชาชน จนกระทบต่อสิทธิการรับรู้ข่าวสารและการแสดงความคิดเห็นของประชาชนตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลยังเพิกเฉย ในทางกลับกัน ช่วงเย็นวันที่ 27 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้มาตรการในข้อกำหนดดังกล่าว อย่างจริงจังต่อสื่อมวลชนคนดังหรือเพจต่างๆ

    แถลงการณ์ระบุอีกว่า หลัง 6 องค์กรวิชาชีพสื่อ ได้หารือกันมีความเห็นว่า 1.การยืนยันที่จะบังคับใช้ข้อกำหนดดังกล่าวของนายกฯ ประกอบกับความพยายามของรัฐบาลที่ข่มขู่ และดำเนินคดีกับประชาชน ที่ใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ วิพากษ์วิจารณ์การบริหารประเทศในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ย่อมเป็นการแสดงเจตนาที่ชัดเจน ที่ต้องการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน และสื่อมวลชน 2.การอ้างว่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้มาตรการนี้จัดการกับปัญหาสิ่งที่รัฐบาลเรียกว่า “ข่าวปลอม” เป็นการกล่าวอ้าง ที่ปราศจากความรับผิดชอบต่อความล้มเหลวของรัฐบาลในการสื่อสารกับประชาชน อันเป็นผลมาจากการบริหารราชการที่ผิดพลาดของนายกฯเองทั้งสิ้น แม้มีสื่อมวลชนบางส่วนได้เคยนำเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง แต่มิใช่เป็นการจงใจสร้างข่าวปลอมตามที่รัฐบาล หรือปฏิบัติการข่าวสาร (IO) ของฝั่งรัฐบาลตีตรา

    ปิดกั้นเสรีภาพรัฐบาลล่มสลาย

    แถลงการณ์ระบุด้วยว่า 3.องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ขอเชิญชวนให้สื่อมวลชนและผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทุกแขนง ร่วมกันแสดงออกในทุกรูปแบบเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการตามข้อกำหนดดังกล่าว โดยพร้อมเพรียงกัน พร้อมทั้งช่วยกันระมัดระวังการเสนอข่าวให้เป็นไปตามหลักจริยธรรมวิชาชีพสื่อมวลชนอย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้รัฐบาลใช้เป็นข้ออ้างในการจำกัดเสรีภาพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน จากนี้เป็นต้นไปองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน จะมีกิจกรรมที่แสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของรัฐบาลในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง จนกว่ารัฐบาลจะเข้าใจและตระหนักได้ว่า การพยายามจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชน ย่อมนำไปสู่ความล่มสลายของรัฐบาลในที่สุด ทั้งนี้ 6 องค์กรขอยืนยันในหลักการ “เสรีภาพสื่อเสรีภาพประชาชน” คือการคุกคามเสรีภาพของสื่อมวลชน ย่อมเป็นการคุกคามเสรีภาพในการแสดงออก และเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนเช่นกัน

    ตร.ขานรับคุมเข้มเฟกนิวส์

    ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวถึงการดำเนินคดีบุคคลหรือกลุ่มผลิตและเผยแพร่ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน หรือ เฟกนิวส์ ที่นายกฯออกมากำชับให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจังและรายงานผลให้ทราบอย่างต่อเนื่องว่า ตร.ดำเนินการคู่ขนานกับกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) มาตลอด มีคณะกรรมการพิจารณาและต้องให้หน่วยงานที่เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวโทษ ไม่ว่าใครทำผิดต้องดำเนินการ เน้นขยายผลสืบสวนหาต้นตอของผู้ที่สร้างหรือเผยแพร่ข่าวปลอม เจตนาสร้างความเสียหายให้เกิดความเข้าใจผิด ทำให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ความวุ่นวายในบ้างเมืองเป็นหลัก ไม่ใช่การใช้กฎหมายปิดปากประชาชน การแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลต้องไม่กระทบสิทธิ หรือสร้างความเสียหายให้แก่ผู้อื่น

    “ชวน” ต่อสาย “ดอน” ขอวัคซีนสหรัฐฯ

    ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ได้โทรศัพท์หานายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ (กต.) ว่ามีพรรคพวกที่อยู่สหรัฐอเมริกาส่งข้อมูลมาว่า ทำไมไม่ประสานติดต่อขอวัคซีนจากอเมริกา เขามีวัคซีนเหลืออยู่ 50 ล้านโดส ซึ่งนายดอนระบุว่า กต. กำลังดำเนินการอยู่แต่ยังไม่เกิดผลจริงจัง ดังนั้นจึงได้บอกไปว่า มีช่องทางไหนที่ช่วยกันเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นและความปลอดภัยของประชาชน ความเป็นความตายของชาวบ้าน หนึ่งชีวิตมีความหมายต้องพยายามทำ เช่นเดียวกับ ส.ส.ทุกจังหวัด ที่กำลังช่วยกันเต็มที่เพื่อลดภาระแพทย์ พยาบาล เท่าที่ติดตามในต่างจังหวัดยังพบว่า มีการแอบเล่นการพนัน มีบ่อน ขอประชาชน ผู้นำท้องถิ่น สื่อมวลชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ตัวเลขผู้ติดเชื้อใน กทม.น้อยกว่าต่างจังหวัดแล้ว อยากให้ต่างจังหวัดพยายามคุมตัวเลขให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นปัญหากับบ้านเมือง

    ยัน 18–20 ส.ค. เปิดสภาชำแหละงบฯ

    นายชวนกล่าวถึงการเปิดประชุมสภาฯว่า เบื้องต้นหารือกันเมื่อวันที่ 27 ก.ค. รวมทั้งนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา แล้วว่าจะงดประชุมไปถึงสัปดาห์หน้าวันที่ 4-5 ส.ค. เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ยังรุนแรงอยู่ และได้หารือนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เห็นตรงกันว่า จำเป็นต้องเลื่อนประชุมออกไป สัปดาห์ถัดไปจะขอทบทวนอีกครั้งวันที่ 12 ส.ค. เป็นวันหยุดราชการ ถ้าสถาน-การณ์เรียบร้อยก็เปิดประชุมแม้จะแค่เพียงวันเดียวก็ตาม ขณะนี้ได้รับการแจ้งอย่างไม่เป็นทางการว่า ทางคณะ กมธ.งบฯปี 65 จะขอบรรจุระเบียบวาระร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 65 วาระ 2-3 ในช่วงวันที่ 18-20 ส.ค. ต้องเปิดประชุมแน่นอน และจำเป็นต้องมีการตรวจแบบเข้มข้น ส่วนญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทราบว่าฝ่ายค้านจะยื่นประมาณกลางเดือน ส.ค. ยื่นมาสามารถบรรจุระเบียบวาระได้เลย

    “โทนี่”สวมบทพี่สอนมวย “น้องตู่”

    ช่วงค่ำวันที่ 27 ก.ค. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือโทนี่ วู้ดซัม ได้ร่วมเสวนาในรายการ Care Talk x Care ClubHouse ตอน Roadmap to New normal วางเส้นทางสู่วิถีใหม่ โดยนายทักษิณกล่าวว่า การปรับตัวเข้ากับโควิด หลายประเทศเริ่มแล้วอย่างอังกฤษ สิงคโปร์ แต่ไทยวันนี้ไม่เรียกนอร์มอล ต้องไปรอเตียงรอตรวจเป็นหายนะใหม่ อยู่ที่รัฐบาลจริงจังแค่ไหนหากไม่วิ่งด้วยความเร็วสูงกว่าไปดักปัญหาก็ไม่ทัน ปัจจัยแรกคือ วัคซีน วันนี้มีไม่เพียงพอ เราต้องใช้วิธีที่ไม่เป็นทางการบ้าง ยืมใครมาก่อน เพราะเขามีเยอะก็กลัววัคซีนหมดอายุ ไทยเป็นประเทศที่มีเพื่อนเยอะน่าจะติดต่อไป เราฉีดกันได้ต่ำเหลือเกิน ต้องฉีดให้เร็ว 3 เดือนจากนี้รัฐบาลต้องฉีดให้ได้วันละ 7 แสน ถึง 1 ล้าน ไม่เช่นนั้นเอาไม่อยู่ ซิโนแวค คนไม่พอใจก็เอาซิโนฟาร์ม น่าจะเจรจากับจีนได้ ขอร้องว่ารัฐบาลใช้กลไกที่มีทำเรื่องนี้เถอะ

    บี้เลิกอยู่บ้านลุยพื้นที่เช็กให้รู้จริง

    นายทักษิณกล่าวว่า “นายกฯท่านใส่พีพีอี แล้วบุกไป รพ.สนาม ไปเช็กดูและระดมคนเข้าไปช่วยหมอหนู (นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข) ก็จะวิ่งตาม จะได้รู้ว่าอะไรต้องทำ ใช้งบและกำลังพลให้ถูกต้อง อย่าเวิร์กฟรอมโฮม ลงไปสักสองที่ รพ.ธรรมศาสตร์ แวะไปดูคิวฉีดวัคซีนที่บางซื่อ ออกันเต็มแน่นไม่รู้ติดเพิ่มหรือเปล่า ผู้นำสั่งได้ขอให้ไปดูเห็นของจริงแล้วจะรู้ และเช็กดูว่ายาฉีดสำหรับคนที่ป่วยอาการปานกลางและหนักของอิสราเอล ทดลองในมนุษย์แล้วไปสั่งจองไว้เลย สิ้นปีนี้ควรจะเป็นวันที่ประเทศไทยกลับไปสู่นิวนอร์มอล ที่เตือนในฐานะที่ห่วงประชาชน และแก่กว่าท่าน แก่พรรษาก็อยากให้ท่านช่วย จากนี้ไปถึงสิ้นปีไทยต้องกลับไปนิวนอร์มอลให้ได้ ไม่เช่นนั้นพัง เยียวยาก็ทำได้ไม่ทั่วถึง ถ้าเยียวยาเหมือนอังกฤษไม่ได้ก็ต้องให้เขารีบกลับไปทำงาน ไม่งั้นหนี้ต่อจีดีพีก็เยอะ ขึ้นไปอีก ต้องให้นักรบกลับไปพร้อมอาวุธ ไม่งั้นนักรบทางเศรษฐกิจตายหมด ภาษีเก็บไม่ได้แน่นอน”

    วอนให้ลองเชื่ออย่ากลัวเสียฟอร์ม

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งมีผู้ถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ พล.อ.ประยุทธ์จะยอมลงสวยๆแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 เรามีโอกาสเห็นแบบนี้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยหรือไม่ นายทักษิณ ตอบว่า เห็นนายกฯบอกว่าเป็นทหารจะไม่ละทิ้งประชาชน ไม่แน่ใจว่าประชาชนจะละทิ้งท่านหรือเปล่า มันเดายากว่าใจจะเอาอย่างไร โดยกฎหมายมีสิทธิอยู่ต่อ ตนพูดตลอดมือในสภาไม่สำคัญเท่าศรัทธาประชาชน วันนี้ถ้าอยากอยู่ต่อต้องสร้างศรัทธา อย่าคิดว่ามีกฎหมาย มีจำนวน ส.ส.ในสภาฯเพียงพอ อย่าคิดว่ามีกล้วยมีอะไรต่ออะไร ให้คิดเพียงว่าจะเรียกศรัทธาประชาชนได้อย่างไร ศรัทธาแรกที่เรียกได้เชื่อเถอะอย่าไปอาย อย่าไปคิดว่าตนแนะเลยไม่อยากทำ คือใส่พีพีอีลงไป รพ.ธรรมศาสตร์ ไปบางซื่อ ที่คนรอฉีดวัคซีน ศรัทธาจะฟื้นขึ้นมา 15% ลองเชื่อหน่อย “ถือว่าเชื่อพี่แล้วกันน้องเอ๊ย อย่าไปคิดเสียฟอร์มตรงนี้เลย ลับหลังเราคุยกันมากกว่านี้ได้”

    ไม่เชื่อมีนายกฯพระราชทาน

    เมื่อมีผู้ถามว่า มองกระแสนายกฯพระราชทานอย่างไร บ้านเมืองหมดทางในระบบรัฐสภาแล้วหรือถึงต้องมีนายกฯคนนอก นายทักษิณตอบว่า คิดว่านายกฯพระราชทานไม่น่าจะมี เพราะพระเจ้าอยู่หัวทรงอยู่เหนือการเมือง ท่านคงไม่มาเล่นการเมืองกับพวกเราแน่นอน กลไกกฎหมายบอกว่า นายกฯยุบสภาเลือกตั้งใหม่ นายกฯลาออกต้องตั้งนายกฯใหม่ในสภาจากบุคคลที่เสนอชื่อไว้ตอนเลือกตั้งวันนี้พรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคใหญ่สุดเหลือนายชัยเกษม นิติศิริ พลังประชารัฐไม่มี พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน อยู่ที่สภาจะโหวตร่วมกับ ส.ว. ถ้าโหวตไม่ได้ ตนไม่รู้ว่ากลไกจะทำอะไรต่อ

    แนะคุยม็อบแทนแจกกระสุนยาง

    เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ตำรวจปราบปรามผู้ชุมนุม นายทักษิณตอบว่า วันเสาร์อาทิตย์น่าจะทำเรื่องฉีดวัคซีนมากกว่าทำเรื่องปราบม็อบอย่างเดียว งงระบบราชการเป็นอะไร งบวัคซีนจากสามแสนล้านบาท เหลือเก้าหมื่นล้านบาท แต่ปราบม็อบขยันมาก งบมีหมด ไม่ว่าจะเป็นน้ำสี กระสุนยาง จริงๆแล้วเรียกมานั่งคุย เด็กๆเขาต้องการอนาคต ถ้าเข้าใจผิดก็มาคุยถามว่าเป็นอย่างไรเดินขบวนกันหลายรอบโดนแล้วโดนอีกยังไม่ยอมเข็ดมีอะไรให้มาคุยกัน เขาก็จะบอกว่าบริหารเช่นนี้ สภาเป็นเช่นนี้ มี ส.ว.คอยยกมือพวกเขาไม่มีอนาคต มาช่วยกันคิดได้หรือไม่ทำอย่างไรให้พวกเขา เห็นอนาคตบ้าง ต้องคุยกัน คุยกันได้ทำไมต้องไปแจก กระสุนยาง แล้วแจกวันหยุดราชการสงสัยได้เบี้ยเลี้ยงดี

    “ศิธา” แซะไทยไม่ได้ขี่ม้ารบโควิด

    น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการ อำนวยการและพัฒนาพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ค.ควาย ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ ค.ควายยังเป็นต้นกำเนิดของคอขวด ที่ซ้ำเติมความเดือดร้อนให้กับพี่น้องไทยเข้าไปอีก 1 เด้ง คอขวดการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาลเปรียบเสมือนต้นน้ำ ทำให้เกิดการสูญเสีย วิกฤติทั้งหมดจะเบาบางลงกว่านี้หลายเท่า หากรัฐบาลมีความจริงใจบริหารจัดการวัคซีนให้ดีกว่านี้ ปัญหาในไทยกำลังแย่ลงสวนทางกับทั่วโลกที่เริ่มฟื้นตัว เปลี่ยนม้ากลางศึกเถียงกันมากว่าพึงกระทำหรือไม่ หากเห็นพ้องต้องกันว่า สิ่งที่กำลังพาเราเข้าสู่สมรภูมิการรบ มันไม่ใช่ม้า แต่กลับเป็นตัวปัญหา ถ้ายังคิดว่าไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก ประชาชนคงต้องรบกันเองแบบศึกบางระจัน มี ค อะไรให้ขี่ก็ขี่กันไปแล้วกัน

    พท.ฟุ้งศึกซักฟอกพรรคร่วมคิดหนัก

    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคลว่า เป้าหมายเดิมฝ่ายค้านจะยื่นภายในเดือน ส.ค.ยอมรับว่าสถานการณ์โควิดอาจทำเรื่องนี้สะดุดอยู่บ้าง แต่ต้องยื่นภายในสมัยประชุมนี้ รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายมีนายกฯเป็นจำเลยที่หนึ่ง รัฐมนตรีรายอื่นต้องรอสรุปจากที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านในสัปดาห์หน้า แต่มีประมาณ 5 คน การอภิปรายพุ่งเป้าที่การบริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดล้มเหลว ส่อไปในทางทุจริต เรามีข้อมูลเพียงพอและประชาชนที่ส่งมาด้วย เมื่อถามว่าข้อมูลที่มีอยู่จะถึงขั้นที่พรรคร่วมรัฐบาลจะถอนตัว ได้หรือไม่ นายประเสริฐตอบว่า ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลได้ฟังข้อมูลแล้ว หากโหวตให้นายกฯก็ต้องคิดหนัก

    “โจ้” จองกะซวก 2 ป. จัดซื้อเรือดำน้ำ

    นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ครุภัณฑ์และไอซีที แถลงถึงการพิจารณางบฯการจัดซื้ออาวุธของกองทัพเรือ (ทร.) ว่างบฯของ ทร. เข้าสู่การพิจารณาของอนุ กมธ. 2 ครั้ง วันที่ 22 และ 27 ก.ค. ไม่ผ่านถึง 2 ครั้ง วันที่ 29 ก.ค. จะเข้าสู่การพิจารณาของ กมธ.ชุดใหญ่ ถ้าชี้แจงไม่ได้ปีนี้ ทร.อาจไม่ได้งบฯเลย เพราะไม่ให้ความร่วมมือไม่เปิดเอกสาร ไม่ให้ดูอะไรทั้งสิ้น กมธ.ไม่ได้ขอดูเทคนิค เราขอดูสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง การผ่อนชำระเงินในปี 65 เช่น โครงการเรือดำน้ำ 44,222 ล้านบาท โครงการนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 60 มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น รมว.กลาโหม ต่อเนื่องมาถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น รมว.กลาโหม เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยจะแฉว่าเกิดอะไรขึ้น และนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร กับ พล.อ.ประยุทธ์

    ขู่ปลัดบัญชี ทร.ไม่มาตัดทั้งยวง

    นายยุทธพงศ์กล่าวว่า ขอฟ้องสื่อมวลชน และประชาชนเลยว่า คนที่มีหน้าที่ชี้แจงเรื่องงบ ทร.คือ ปลัดบัญชี ทร. ตนเป็น กมธ.งบฯ 65 ทั้งชุดใหญ่และชุดเล็ก ยังไม่เคยเห็นหน้าปลัดบัญชี ทร.เลยสักครั้ง ขอถามว่าเป็นหน้าที่หรือไม่ ไม่อย่างนั้นไม่ต้องมีตำแหน่งนี้ เรียกร้องไปยัง ผบ.ทร.ที่รับปาก กมธ.ไว้ ต้องให้ปลัดบัญชี ทร.มาชี้แจง พล.ร.อ.ธีรกุล กาญจนะ เสนาธิการทหารเรือ บอกเองว่าหาก กมธ.อยากได้เอกสารอะไรให้ขอไปได้ ถ้าวันที่ 29 ก.ค. ปลัดบัญชี ทร.ไม่มา ตนเสนอให้ตัดงบฯส่วนนี้ทิ้งทั้งหมด

    พบพิรุธ ทบ.ผันงบซ่อมรถเก่าไม่คุ้ม

    นายยุทธพงศ์กล่าวด้วยว่า ในส่วนของ กองทัพบก (ทบ.) พบความผิดปกติจากโครงการที่ ทบ.เสนอของบฯ 921 ล้านบาท ในปี 64 เพื่อทำโครงการจัดหายานยนต์ขนาด 10 ตัน สำหรับลากจูง ซื้อรถหัวลากใหม่ แต่พบว่ามีการขอเปลี่ยนเป็นงบซ่อมรถเก่าแทน โดยรถเก่าใช้งาน 30-40 ปี ราคาซ่อมคันละ 2.5 ล้านบาท รถรุ่นนี้เลิกใช้กันไปหมดแล้ว ทบ.ทำหนังสือไปถึงสำนักงบประมาณขอเปลี่ยนแปลงงบฯแต่ ผอ.สำนักงบประมาณยังไม่ลงนามให้ และต้องนำเข้า ครม.เนื่องจากเป็นงบฯผูกพัน 3 ปี 2564-2566 ทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เคยทักท้วงเพราะมองว่า ซ่อมไม่คุ้มค่า จัดซื้อรถใหม่ราคาคันละไม่เกิน 4.2 ล้านบาทเท่านั้น หาก ผอ.สำนักงบประมาณลงนามตนขอคัดค้านเพราะปี 64 ขอซื้อรถใหม่ แต่กลับขอเปลี่ยนมาซ่อมรถเก่าซึ่งไม่รู้ว่าจะใช้งานได้หรือไม่

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ประยุทธ์ จันทร์โอชา6 องค์กรสื่อเฟกนิวส์แก้โควิดเหลวเสรีภาพชวน หลีกภัยข่าวหน้า1ข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 25 กันยายน 2564 เวลา 03:23 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์