ไลฟ์สไตล์
100 year

ใหม่ ดาวิกา-สาวหยาด คอลเอาต์ขย่ม จวกปิดกั้นเสรีภาพ!

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
23 ก.ค. 2564 05:25 น.
SHARE

แร็ปเปอร์สาว “มิลลิ” พบ ตร. รับทราบข้อหาวิจารณ์รัฐบาล เจอปรับ 2,000 บาท เจ้าตัวยังใจสู้ชูสามนิ้ว ประกาศพร้อมบวกมาก คนบันเทิงสุดทนแห่ Call Out “ใหม่ ดาวิกา-แดน วรเวช” ขอเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐาน “สาวหยาด-ดีเจนุ้ย-ต้นหอม” รุมจวกรัฐปิดกั้นสิทธิ “ก้อย อรัชพร” ลั่นทำไม่ได้ก็ออกไป พปชร.รีบโบ้ยไม่เกี่ยวข้อง “สนธิญา” “บิ๊กป้อม” โอดเสียงต่างเดียวยังต้องฟัง ทีมงาน “ตู่” อ้างเฉยไม่เกี่ยวนายกฯ บช.น.ให้ท้องที่สอบ 25 คนบันเทิง “เก่ง” เหน็บเกินกว่าจะเรียกว่าเลว ก้าวไกลซัด “ชัยวุฒิ” หน่วยข่าวท็อปบูต “กล้า” แนะรับฟังไม่ใช่ฟ้องดะ “ปู” ถามมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร สอนภาวะผู้นำ “ลุง” พท.เปรียบ “บังคับให้คนเจ๊ง-บีบให้คนตาย” อัยการฟ้อง “น้องมายด์”-13 ม็อบชุมนุมสถานทูตเยอรมนี ศาลให้ปล่อยตัวแบบมีเงื่อนไข

จากการบริหารงานที่ผิดพลาดบกพร่องของรัฐบาล โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติโควิด-19 จนถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์หนัก รวมถึงคนบันเทิง ศิลปินดารา นักร้อง ยังทนไม่ไหวพากันออกมา Call Out ขณะที่ น.ส.ดนุภา คณาธีรกุล หรือมิลลิ นักร้องแร็ปเปอร์สาวชื่อดัง ถูกตำรวจเปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท หลังโพสต์วิจารณ์รัฐบาล

ข่าวแนะนำ

ปรับ “มิลลิ” ข้อหาวิจารณ์รัฐบาล

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 ก.ค.ที่ สน.นางเลิ้ง น.ส.ดนุภา คณาธีรกุล หรือมิลลิ นักร้องแร็ปเปอร์สาวชื่อดัง เข้าพบ พ.ต.ท.อธิชย์ ดอนนันชัย รอง ผกก.(สอบสวน) สน.นางเลิ้ง รับทราบข้อกล่าวหากรณีที่นายอภิวัฒน์ ขันทอง ตัวแทนนายกรัฐมนตรีแจ้งความในข้อหาดูหมิ่นโดยการโฆษณา หลังนักร้องสาวโพสต์ลงโซเชียลวิจารณ์รัฐบาล มีนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และมวลชนจากกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้ามาให้กำลังใจ มีการใช้เครื่องขยายเสียง และป้ายผ้าระบุข้อความ “พักก่อนประยุทธ์” “พักก่อนตำรวจ” “Saveมิลลิ” ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามจะเข้าไปปลดป้ายผ้าทำให้เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย แต่กลุ่มมวลชนยืนยันว่าทำได้เนื่องจากเป็นสถานที่ของประชาชนจนเจ้าหน้าที่ต้องยอมถอยออกไป ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาดูหมิ่นโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 393 น.ส.ดนุภารับสารภาพว่าโพสต์ข้อความจริง ตำรวจเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 2,000 บาท จากนั้น น.ส.ดนุภาเดินทางกลับทันทีโดยไม่ให้สัมภาษณ์

ชูสามนิ้วลุยต่อพร้อมบวกมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง น.ส.ดนุภา หรือมิลลิ เข้าพบพนักงานสอบสวน ได้โพสต์ลงอินสตาแกรมและทวิตเตอร์ เป็นภาพยืนชูสามนิ้วพร้อมข้อความ “ขอบคุณทุกๆกำลังใจ ทั้งที่เดินทางมาเอง และจากทุกๆช่องทางรับทราบถึงพลังบวกใจก็เลยพร้อมบวกมาก วันนี้เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้คุยกัน ยังไงก็ตามหลังจากนี้ ยืนยันที่จะทำต่อไปในสิ่งที่ได้ทำมาตลอด ขอให้พวกเราสู้ไปด้วยกัน เราจะไม่ยอมแพ้”

“ใหม่ ดาวิฯ–แดน วรเวช” ยังไม่ทน

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของเหล่าศิลปินดารา นักร้องคนดัง รวมถึงคนวงการบันเทิงหลายคนจากที่เคยนิ่งเงียบได้ออกมาเคลื่อนไหวกันแล้ว อาทิ นางเอกพันล้าน ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ที่โพสต์ภาพเหตุการณ์คนป่วยโควิดตายกลางถนน พร้อมข้อความว่า “ประชาชนจะต้องอดทนอีกนานแค่ไหน เราช่วยเหลือกันทุกอย่าง ถึงตอนนี้เราช่วยกันเรียกร้องสิทธิ์ที่เราควรมีและสิ่งที่เราควรได้รับเท่านั้น อนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรพวกเราต้องสู้กันอีกต่อไปนานแค่ไหน ประชาชนทุกคนควรได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพโดยไม่ต้องเสียเงิน เพราะมันคือสิทธิ์พื้นฐานโปรดจัดสรรอย่างทั่วถึง” เช่นเดียวกับดารานักร้อง แดน-วรเวช ดานุวงศ์ ที่นำภาพคนป่วยโควิดตายกลางถนนมาโพสต์พร้อมแสดงความคิดเห็นเช่นกันว่า “แม้คนที่ตายเหล่านั้นไม่ใช่พ่อแม่ญาติพี่น้อง ยังรู้สึกเสียใจ อย่าให้ภาพแบบนี้เพิ่มจำนวนขึ้นอีกเลย อย่าให้ประเทศไทยต้องท่วมไปด้วยน้ำตาแห่งความทุกข์ทรมานของประชาชนไปมากกว่านี้เลย โปรดจัดสรรวัคซีนที่มีคุณภาพให้ประชาชนอย่างทั่วถึง และรวดเร็วที่สุด โดยไม่ต้องเสียเงิน”

คนบันเทิงรุมสวดรัฐปิดกั้นสิทธิ

ด้านนางเอกสาวหยาดทิพย์ ราชปาล ที่เคยติดเชื้อโควิดมาก่อนหน้านี้ ได้โพสต์ว่า“ขอเป็นอีก 1 เสียง ที่เรียกร้องเพื่อคนไทยสิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือชีวิตประชาชน และวัคซีนที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ เราทุกทุกคนมีสิทธิ์พูด แสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะอาชีพอะไรก็ตาม เอาเวลาไปทำประโยชน์เพื่อสังคม เพื่อชีวิตคนดีกว่า” ส่วนดีเจอารมณ์ดี นุ้ย-ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร โพสต์แสดงความคิดเห็นว่า ประชาชนควรมีเสรีภาพในการออกความคิดเห็น โดยไม่แบ่งแยกฐานะอาชีพ ทุกคนล้วนมีสิทธิ์และเสียงเพื่อเรียกร้องในสิ่งที่ควรได้รับ อยากให้รัฐบาลตระหนักว่าในวิกฤติแบบนี้การติเพื่อก่อ อาจเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย เพียงแค่เปิดใจรับฟังเสียงประชาชนให้มากขึ้น ขณะที่ดีเจต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ โพสต์ระบุว่า เอาเวลาไปหาเตียงเดี๋ยวเด็กมันแร็ปด่าจะไปโกรธมันอีก คนตายทุกวันกับดาราโพสต์โซเชียล จัดลำดับความสำคัญนิดนึงว่าแก้ไขอะไรก่อน ส่วนตั๊ก-ศิริพร อยู่ยอด ระบุว่าเราเป็นคน เราเลยต้องพูด พูดเพื่อคนที่เขาลำบากกว่าเรา ก็เป็นแค่คนคนหนึ่งที่มีความเป็นคน

“ก้อย อรัชพร” ลั่นทำไม่ได้ออกไป

สำหรับนักแสดงพิธีกรวัยรุ่นคนดัง ก้อย-อรัชพร โภคินภากร โพสต์แสดงความคิดเห็นว่า ดารานักแสดงและคนมีชื่อเสียงก็คือประชาชนคนหนึ่ง เขาเสียภาษีเขามีสิทธิจะออกมาเรียกร้องเพื่อคุณภาพชีวิตพื้นฐานที่ทุกคนควรจะได้รับ ประชาชนควรได้รับวัคซีนที่มีผลการวิจัยจากองค์กรที่ทั้งโลกยอมรับ ควรมีทางเลือกและเข้าถึงได้สำหรับทุกคนจริงๆ รวมถึงควรมีแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน การเยียวยาและชดเชยจากการล็อกดาวน์ การที่บอกว่าจะมาเรียกตรวจสอบดาราจากสิ่งที่โพสต์เรียกร้อง หรือตำหนิการทำงานของรัฐ นี่ใช่วิธีการของประชาธิปไตยจริงหรือ ถ้าบอกว่าสิ่งที่ดาราโพสต์คือเฟกนิวส์ แล้วความจริงมันคืออะไร ออกมาชี้แจง เปิดเผยเอกสาร รวมถึงพยายามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย ถ้าทำไม่ได้ก็เอาคนมีความสามารถมาทำ ลาออกไป

“ไผ่” ชี้สิทธิขั้นพื้นฐานวิพากษ์ได้

นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ควรถูกแจ้งข้อกล่าวหาหรือดำเนินคดี ประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ไม่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาได้ ทำให้ประชาชนไม่มีความมั่นคง ไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือคนมีชื่อเสียงสามารถออกมาพูด หรือขับไล่รัฐบาลได้ โดยต้องไม่ถูกปิดปาก

ทีม ทสท.ยันไม่ใช่เรื่อง call out

นายศุชัยวุธ ชาวสวนกล้วย ที่ปรึกษากฎหมายพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า ข้อความที่ น.ส.ดนุภา โพสต์ไม่ได้เจาะจงตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เป็นการแสดงความคิดเห็นตามสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่กรณีของ “มิลลิ” นั้น ผู้กล่าวหามองว่าโพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ส่วนตัว มีคำหยาบคายแสดงความคิดเห็นการทำงานของรัฐบาลในสถานการณ์โควิดเข้าข่ายดูหมิ่นโดยการโฆษณา และ “มิลลิ” ยอมรับว่าโพสต์จริง แต่การมารายงานตัวตามหมายเรียกไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่นายสนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสื่อถึง บช.น. ให้ตรวจสอบการ call out ของดารา-นักร้อง ยืนยันว่าหลังจากนี้ “มิลลิ” จะยังคงแสดงความคิดเห็นทางการเมืองต่อไป

พปชร.รีบโบ้ยไม่เกี่ยว “สนธิญา”

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ยืนยันว่านายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษา กมธ.กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ และอดีตสมาชิกพรรค พปชร. ปัจจุบันไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคพปชร.แต่อย่างใด การเคลื่อนไหวของนายสนธิญา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรค ตามที่สื่อบางสำนักพาดพิง

“ป้อม” โอดเสียงเดียวยังต้องฟัง

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า นายสนธิญา เคยมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคจริง เป็นได้ 4 วัน ก็ลาออก เพราะพบว่าเป็นสมาชิกพรรคซ้ำซ้อนกับพรรคอื่น จึงไม่ใช่สมาชิกและอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรค การเคลื่อนไหวของนายสนธิญาไม่เกี่ยวข้องกับพรรค ส่วนการแสดงความคิดเห็นของประชาชน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร. ให้นโยบายไว้แต่แรกแล้วว่าต้องรับฟังความเห็นต่างด้วย เพื่อนำไปปรับปรุงต้องไม่มองเป็นศัตรู เสียงท้วงติงของประชาชนแม้เสียงเดียวเราก็ต้องฟัง

ทีมงาน “ตู่” อ้างไม่เกี่ยวนายกฯ

นายอภิวัฒน์ ขันทอง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและดำเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จในการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี และการฝ่าฝืนหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก (คตส.) ผู้กล่าวหา น.ส.ดนุภา หรือมิลลิ กล่าวว่า คณะกรรมการฯตรวจสอบข้อความดังกล่าวแล้วเห็นว่าเป็นการกระทำให้เกิดความเสื่อมเสีย จึงดำเนินการตามกฎหมาย คดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนายกฯ แต่เป็นหน้าที่ของ คตส. และ น.ส.ดนุภารับสารภาพว่ากระทำความผิดจริง สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก

“ชัยวุฒิ” ยันยังไม่เข้าข่ายความผิด

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เท่าที่ดูการ call out ของดารา ยังไม่เข้าข่ายความผิด เป็นการเรียกร้องถึงปัญหาความไม่พอใจที่มีต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาโควิด เราเข้าใจเพราะวันนี้ไม่ใช่แค่ดารา ทุกกลุ่มทุกอาชีพได้รับความเดือดร้อนกันหมด จึงแสดงความคิดเห็นในเชิงไม่พอใจรัฐบาล เพียงแต่มองว่าดารานักแสดงนักร้องเป็น influencer เป็นคนสาธารณะที่ประชาชนรักและศรัทธา เมื่อพูดอะไรที่ไม่ครบถ้วน ประชาชนเชื่อไปแล้วเราแก้ไขยาก จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับอีกฝ่ายด้วย ต้องให้ข้อมูลที่รอบด้านครบถ้วน และเป็นความจริงจากทั้ง 2 ฝ่าย ยืนยันว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพแสดงความคิดเห็นเต็มที่ ตามระบอบประชาธิปไตย แต่ขอให้เป็นความคิด เห็นที่บริสุทธิ์ ถ้าเป็นความเดือดร้อนประชาชน หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม รัฐบาลก็รับฟัง ที่ผ่านมารัฐบาลปรับเปลี่ยนนโยบายตามสถานการณ์ และตามข้อเรียกร้องของประชาชน

บช.น.ให้ท้องที่สอบ 25 คนบันเทิง

ที่ บช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวว่า ได้ส่งรายชื่อศิลปิน นักแสดงกว่า 20 คนที่ถูกร้องทุกข์ ให้พนักงานสอบสวนแต่ละพื้นที่ดำเนินการตามกฎหมาย แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ กรณีกล่าวพาดพิงเฉพาะบุคคล หากเข้าข่ายความผิดจะแจ้งให้ผู้เสียหายไปร้องทุกข์กล่าวโทษเอง ส่วนข้อหาใดที่ตำรวจร้องทุกข์ได้ เช่น ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จะดำเนินคดี ขณะนี้มีรายชื่อศิลปิน นักแสดง ที่อยู่ในการพิจารณาแล้ว 25 คน แต่ไม่ยืนยันว่าทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีจะพิจารณาความผิดเป็นรายบุคคล พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวว่า แม้การแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องไม่กระทบต่อบุคคลอื่น

“เก่ง” ลั่นเกินกว่าจะเรียกว่าเลว

นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า หากศิลปิน ดารา ที่ออกมา call out วิจารณ์รัฐบาลคนไหนถูกแจ้งความติดต่อมาได้เลย พร้อมไปประกันตัว #ใบรับรองตำแหน่งในมือสั่นมาก รัฐธรรมนูญทุกฉบับบัญญัติไว้เหมือนกันว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจและเป็นผู้จ่ายภาษีให้รัฐบาลเอาเงินไปบริหารประเทศ ย่อมมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล และคนของรัฐทุกคนที่กินเงินเดือน หรือมีรายได้จากภาษีประชาชนการที่รัฐบาลห่วยแตกบริหารประเทศจนคนไทยต้องนอนตายกลางถนนสิ่งที่ควรทำคือการออกมาขอโทษประชาชน หากไม่อยากถูกวิจารณ์ก็ต้องลาออก พากันไสหัวกลับไปอยู่บ้านก็จะไม่มีใครให้ราคาไปพูดถึง ตนเป็นผู้แทนประชาชน ขอเป็นตัวแทนยืนเคียงข้างประชาชน และจะไปประกันตัวดาราที่ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาบัดซบแบบนี้ “ทำกับประชาชนได้ขนาดนี้ พวกคุณเกินจะเรียกว่าเลวว่ะ”

ซัด “ชัยวุฒิ” หน่วยข่าวท็อปบูต

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตามที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ข่มขู่ดำเนินคดีดารา และผู้ที่ออกมาวิจารณ์รัฐบาล แต่เรื่องที่ต้องทำกลับไม่ทำ กลับมาตั้งตัวเป็นผู้ละเมิดรัฐธรรมนูญ คุกคามสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชน ที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ถ้ามีข้อมูลใดไม่จริงรัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจงไม่ใช่ฟ้องร้องประชาชน นี่ยังไม่นับการทำตัวเป็นหน่วยข่าวของทหาร แทรกซึมคนไปตรวจดูความคิดประชาชน คนแบบนี้มาตามโควตามุ้งการเมือง ทำได้แค่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลสืบทอดอำนาจ สิ่งที่ รมว.ดีอีเอสควรทำคือ ผลักดันให้เกิด SuperApp สำหรับช่วยประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุข แอปเดียวจบในการแจ้งคิววัคซีน แจ้งผลตรวจ หาเตียง แจ้งมาตรการเยียวยาติดตามและแจ้งเตือนกลุ่มเสี่ยง แยกระดับการบริการภาครัฐในสถานการณ์วิกฤติ ให้เป็น Digital government platform ไม่ใช่ให้ประชาชนเจอสถานการณ์ “วัคซีนน้อย ร้อยแอป” แบบนี้ ถ้ายังทำไม่เป็นก็ออกไป

“กล้า” แนะรับฟังเสียงไม่ฟ้องดะ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวว่า การขู่ดำเนินคดีกับศิลปินดาราที่โพสต์ข้อความ Call Out วิจารณ์ต่อต้านรัฐบาลของกระทรวงดีอีเอส ศิลปินดาราแสดงออกถึงความไม่พอใจในการแก้ปัญหาวิกฤติโควิดเหมือนกับประชาชนทั่วไป เพราะกระทบทั้งชีวิตและการดำรงชีพ ตัวเลขผู้ติดเชื้อทำนิวไฮต่อเนื่อง การฉีดวัคซีนที่ล่าช้า เตียงไม่พอคนตายทุกวัน เป็นเสียงที่รัฐบาลต้องฟัง ไม่ใช่ไล่ฟ้อง จะทำเหมือนคดีความมั่นคงแห่งรัฐ หมิ่นสถาบัน ม.112 แล้วใช้กลไก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ไม่ได้ ต้องแยกแยะระหว่างความมั่นคงแห่งรัฐ กับความมั่นคงของรัฐบาล รัฐบาลต้องทำให้ชาติเกิดความสามัคคี รักษาโครงสร้างชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ขออย่าเติมฟืนเติมไฟอีกเลย

“ธนาธร” รอฟังนายกฯขอโทษ

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ทวีตลงทวิตเตอร์ว่า “ยอมรับผิดเรื่องโคแวกซ์ หลังจากผ่านไปแล้ว 9 เดือน เมื่อไรจะยอมรับผิดพลาดเรื่องแทงม้าตัวเดียว ที่ทำให้คนไทยได้รับวัคซีนช้า น้อย และไม่มีประสิทธิภาพ ผมจะรอฟังคำแถลงการยอมรับความผิดพลาดอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม”

“ปู” ถามมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า รู้สึกหดหู่ สะเทือนใจ แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่ามีพี่น้องประชาชนคนไทยต้องเสียชีวิตบนท้องถนน ไร้การเหลียวแล ต้องตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่าปล่อยให้ประเทศเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ให้ประชาชนเผชิญชะตากรรมที่เลวร้ายทั้งที่เป็นหน้าที่โดยตรง อีกทั้งยังทำให้บุคลากรด่านหน้าหมดขวัญกำลังใจ ขาดหลักประกันที่ดีขอแสดงความเสียใจและร่วมแบ่งปันความโศกเศร้ากับครอบครัวที่ต้องอยู่ในสภาพเห็นคนที่รักล้มหายไปต่อหน้าต่อตา โดยไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ ต้นตอเกิดจากรัฐบาลไม่ได้วางแผนให้รอบคอบ ขาดวิสัยทัศน์รับมือกับวิกฤติ มีแต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า บริหารระบบสาธารณสุขรวบอำนาจผิดพลาด แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยน้อมรับความผิดพลาดและขอโทษ หนำซ้ำยังมองว่าประชาชนทำตัวเป็นภาระ ขอเป็นกำลังใจให้คนไทยอดทน ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ ขอเป็นอีกหนึ่งเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลทำงานเชิงรุก นำความทุกข์ของประชาชนเป็นหัวใจในการนำเสนอแผนที่ชัดเจนและกำหนดเป้าหมายร่วมกันกับทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้นำพึงมีในการนำพาประเทศผ่านพ้นความยากลำบากครั้งนี้ให้ได้

พท.ซัดนายกฯหัดเข้าใจปัญหา

นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นิเคอิ เอเชีย สื่อหลักญี่ปุ่น ได้ปรับลดอันดับประเทศไทยลงจากอันดับ 118 มาอยู่ที่อันดับ 119 จาก 120 อันดับประเทศที่ฟื้นตัวช้าสุดหลังวิกฤติโควิด เพราะความผิดพลาดของรัฐบาล โดย นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ได้ออกมาขอโทษและยอมรับผิดที่จัดหาวัคซีนผิดพลาดและไม่ทัน แต่คำถามคือจะเอาคนระดับแค่ผู้อำนวยการมาเป็นแพะรับบาป เพื่อรับผิดชอบแทนนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ยิ่งตอกย้ำความล้มเหลวของ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงเวลาแล้วที่ท่านต้องทบทวนความผิดพลาด โครงการต่างๆต้องช่วยให้ธุรกิจอยู่รอด ไม่ใช่ไปซ้ำเติม ขณะนี้รัฐใช้ โครงการคนละครึ่งเป็นฐานข้อมูลในการเรียกเก็บภาษีกับร้านค้าย้อนหลัง ไม่ถูกที่ถูกเวลา ไม่รู้ว่าใช้ อะไรคิด ถึงเวลาที่ผู้นำต้องออกจากทำเนียบและออกจากบ้าน มาทำความเข้าใจ เข้าถึงปัญหาประชาชนและแต่ละภาคส่วน ก่อนปัญหาเศรษฐกิจจะยิ่งบานปลายไปกว่านี้

“บังคับให้คนเจ๊ง-บีบให้คนตาย”

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การออกมาขอโทษของ ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ คือหลักฐานความล้มเหลวแก้ไขวิกฤติของ พล.อ.ประยุทธ์ มอบบทแพะรับบาป ผอ.สถาบันวัคซีนรับหน้าแทน ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ที่ปรึกษา และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ต้องหยุดลอยตัวเหนือปัญหา ออกมารับผิดชอบกับชีวิตและความสูญเสียของพี่น้องประชาชน จากการลงพื้นที่ของ ส.ส. ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. และ ส.ก. พรรคเพื่อไทยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พบเห็นความยากลำบากแสนสาหัสของประชาชน ขณะที่คนในรัฐบาลยังสุขสบาย ไม่แยแสความทุกข์ของประชาชน การบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์บังคับให้คนเจ๊ง บีบให้คนตาย วันนี้ควรถอยออกไป ไม่ใช่ดันทุรังบอกจะสู้จนกว่าจะชนะ ท่านสู้อยู่กับอะไร เหตุใดประชาชนถึงอดอยากล้มตายจากการต่อสู้ของท่านได้มากมายขนาดนี้

วัดใจพรรคร่วมจะตายเพื่อใคร

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแก้ปัญหาแบบโง่ๆของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ยังคงมีความคิดเดิมๆการล็อกดาวน์แบบเข้มข้นแต่กลับไม่มีการตรวจคัดกรองหรือแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชนได้ ไม่มีทางแก้ปัญหาการติดเชื้อได้แน่ ผลจากระบอบประยุทธ์ที่บริหารประเทศผิดพลาดมาตลอด ทำลายประเทศอย่างย่อยยับในรอบหลายสิบปี ทำลายระบบสาธารณสุขทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน นำชีวิตประชาชนมาเสี่ยงโดยไม่รับผิดชอบ ไร้จิตสำนึก เห็นประชาชนตายโดยไม่รู้สึกผิดอะไร ถึงเวลานี้ต้องถามพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะยอมตายเพื่อ พล.อ.ประยุทธ์ หรือจะยอมตายเพื่อประชาชน นักการเมืองทุกคนมาจากประชาชนไม่ได้มาจากระบอบประยุทธ์ หากคิดถึงแต่ผลประโยชน์ ถือว่าเป็นการทรยศหักหลังประชาชน เลือกจะปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เลือกปกป้อง ประชาชน ถามหน่อยว่าประชาชนที่ไหนจะเลือกคุณอีก

“อนุสรณ์” อัดไม่กล้าขอโทษ ปชช.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค เพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เคยยืนยันในสภาฯว่าตัดสินใจถูกที่ไม่เข้าร่วมโคแวกซ์ เพราะไทยเป็นประเทศฐานะปานกลางไม่อยู่ในเกณฑ์รับวัคซีนฟรี ถ้าเข้าร่วมต้องใช้เงินจำนวนมากและเลือกวัคซีนไม่ได้ แต่การออกมาขอโทษและขอเข้าร่วมโคแวกซ์ ของ นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เป็นใบเสร็จมัดความล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ทำให้เข้าสู่วิกฤติอย่างไม่น่าให้อภัย ทำไมสิงคโปร์มีรายได้สูงกว่าไทยถึงเข้าร่วมได้ ทำไมเพิกเฉยต่อคำแนะนำของบริษัทแอสตราเซเนกาที่แนะว่าไทยควรเข้าร่วม ที่ ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติออกมาขอโทษมีใครในรัฐบาลดันหลังให้ออกมาขอโทษแทนหรือไม่ รัฐบาลตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ต้องกล้ายอมรับ ขอโทษประชาชนอย่างจริงใจ ไม่ใช่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและต้องสารภาพกับประชาชนว่ามีอะไรโกหกหรือปิดบังประชาชนอีกหรือไม่

“ยุทธพงศ์” ยันหั่นงบทหารไม่ยั้ง

ที่รัฐสภา การประชุมคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ และไอซีที ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2565 ในส่วนกระทรวงกลาโหม ที่มีนายสรวุฒิ เนื่อง–จํานงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรค พปชร. เป็นประธาน มีตัวแทนจาก 3 เหล่าทัพ ร่วมชี้แจง นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อนุ กมธ.ฯ กล่าวว่า ตั้งเป้าตัดงบกลาโหมเพิ่มเติม เพราะมีเพียงกองทัพเรือ (ทร.) หน่วยงานเดียวที่ขอถอนซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2-3 ต้องตัดงบที่ไม่จำเป็นอีก เช่น โครงการอากาศยานไร้คนขับ (ยูเอวี) ลาดตระเวนชายฝั่งทะเลของ ทร. วงเงิน 4,100 ล้านบาท รวมทั้งเรือลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก หรือเรือแอลพีดี ไม่มีระบบอาวุธต้องขอความอนุเคราะห์ให้จีนติดอาวุธเพิ่ม และขอดูว่าต้องจัดซื้อหรือไม่ ยืนยันจะตัดรายการซื้ออาวุธที่ฟุ่มเฟือยเพิ่มอีก และคัดค้านโดยเฉพาะเรือดำน้ำ หากที่ประชุมไม่ยินยอมจะเสนอโหวตลงมติ ถ้าแพ้จะไปสู้ในที่ประชุม กมธ.ชุดใหญ่ต่อ ส่วนกองทัพบก (ทบ.) ซื้อเฮลิคอปเตอร์ และอุปกรณ์รถถังไม่มีรายละเอียดเท่าที่ควร

“ปารีณา” จับผิด“โจ้” ป้องงบ ทล.

น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กมธ.งบฯปี 65 กล่าวว่า ขอให้สื่อมวลชนติดตามพฤติกรรมนายยุทธพงศ์ เพราะเมื่อวันที่ 13 ก.ค. กรมทางหลวงมาชี้แจงขอจัดซื้อยูเอวีราคาสูงเหมือน ทร. ตนและ กมธ.พรรคก้าวไกล มองว่าสูงกว่าท้องตลาดถึง 2-3 เท่า 1 ลำราคาแสนกว่าบาท ขอให้ตัดงบส่วนนี้ แต่นายยุทธพงศ์มีพฤติการณ์ปกป้องว่ามีความจำเป็น เหมือนองครักษ์พิทักษ์กรมทางหลวง แต่งบฯกระทรวงกลาโหม ในส่วนครุภัณฑ์ประเภทเดียวกันกลับคัดค้าน นายยุทธพงศ์มีเบื้องหลังกับกรมทางหลวง หรือมีนอกมีในหรือไม่ กมธ.ทุกคนควรทำงานอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่จ้องตัดแต่งบฯกระทรวงกลาโหม

ข้องใจ ส.ส.เกี่ยงข้อมูลเงินได้

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ โฆษก กมธ.งบฯปี 65 แถลงว่า การพิจารณางบฯของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ได้ขอบัญชีเงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่ม ส.ส. และ ส.ว.ทุกคน และผู้ติดตามอีก 8 คน รวม ทั้งเบี้ยประชุมแต่ละปี เพื่อดูว่าเสียภาษีครบถ้วนหรือไม่ มี กมธ.บางคนคัดค้าน ขณะที่ตนไม่อยู่ในห้องประชุม เมื่อเป็นตัวแทนเป็นนักการเมืองทำไมถึงไม่เปิดบัญชีตัวเองบ้าง กลัวอะไรหรือกลัวว่าจะไปดูเรื่องภาษีเพื่อเปรียบเทียบกับบัญชีทรัพย์สิน ป.ป.ช.ถึงได้มีคนเห็นแย้ง

ฟ้อง 13 ม็อบบุกสถานทูตเยอรมนี

ที่สำนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ นัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ นำสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาผิดมาตรา 112 และมาตรา 116 กรณีชุมนุมหน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2563 รวม 13 คน ประกอบด้วย 1.น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล (มายด์ มหานคร) 2.นายกรกช แสงเย็นพันธ์ (ปอ DRG) 3.นายชนินทร์ วงษ์ศรี หรือบอล 4.น.ส.เบนจา อะปัญ 5.นายวัชรากร ไชยแก้ว 6.นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา (แอม) 7.นายอรรถพล บัวพัฒน์ (ครูใหญ่) 8.นายอัครพล ตีบไธสง 9.นายกฤษพล ศิริกิตติกุล 10.น.ส.สุธินี จ่างพิพัฒน์นวกิจ 11. น.ส.รวิสรา เอกสกุล 12.น.ส.ณัชชิมา อารยะตระกูลลิขิต และ 13.นายชลธิศ โชติสวัสดิ์ มีกลุ่มผู้สนับสนุนนำโดยนายอานนท์ นำภา แกนนำราษฎร มาให้กำลังใจ นำหุ่นศพจำลองและป้ายข้อความขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์–โอชา รวมถึงข้อความต่อต้านมาตรา 112 ชูแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ทั้งนี้ มีตัวแทนสถานทูตเยอรมนี 3 คน เข้าร่วมสังเกตการณ์ ต่อมาพนักงานอัยการออกคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดทุกข้อหา และแจ้งคำสั่งไปยังศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลเป็นคดีดำ

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหารวม 12 คน จาก 13 คน เนื่องจากนายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา ไม่มาตามนัดหากติดตามตัวมาได้จะแยกดำเนินคดีอีกสำนวน

“โรม” นำทีม ส.ส.ขอประกันตัว

ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ตนและเพื่อน ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้แก่ นายทองแดง เบ็ญจะปัก ส.ส.สมุทรสาคร และ น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม เตรียมใช้ตำแหน่ง ส.ส.เข้าประกันตัวผู้ต้องหา นายศุภณัฐ บุญสด ทนายประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ได้เตรียมประกันตัวโดยใช้ตำแหน่งอาจารย์ 6 คน และ ส.ส.3 คน วงเงินประกันตีไว้คนละ 2 แสน แต่เนื่องจากใช้ตำแหน่งประกันก็จะครอบคลุมทั้งหมด

ศาลให้ปล่อยตัวแบบมีเงื่อนไข

ภายหลังพนักงานอัยการยื่นฟ้อง จำเลยทั้ง 12 คน ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ศาลอนุญาต ตามคำร้องแบบมีเงื่อนไข หากผิดสัญญาประกันปรับ 2 แสนบาท กำหนดเงื่อนไขห้ามไปกระทำความผิดเกี่ยวกับสถาบันอีก และให้รายงานตัวตามกำหนดนัดทุกนัด โดยถือปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นได้รับอนุญาตจากศาลและนัดสอบคำให้การวันที่ 11 ต.ค. เวลา 13.30 น.

บช.น.ดำเนินคดีม็อบแล้ว 154 คน

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. เปิดเผยว่าการดำเนินคดีกับกลุ่มชุมนุมระหว่างวันที่ 2-18 ก.ค.ทั้งหมด 8 กลุ่ม ดำเนินคดีกับแกนนำและแนวร่วมแล้ว 154 คน รวม 16 คดี ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรคฯและข้อหาอื่นๆ แกนนำบางส่วนที่ศาลได้ดำเนินคดี และมีคำสั่งห้ามเข้าร่วมชุมนุม แต่มีการเข้าไปร่วมชุมนุมอีก อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานยื่นศาลอาญาขอให้เพิกถอนการปล่อยตัว ส่วนการชุมนุมของกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า ในช่วงเย็นวันที่ 22 ก.ค. และกลุ่มม็อบฮาเลย์ที่นัดชุมนุมในวันที่ 25 ก.ค. ตำรวจเตือนให้ยุติ หรืองดเว้นกิจกรรมเพราะเข้าข่ายความผิด

ไม่เว้นเอาผิด 2 ผู้ต้องหาติดโควิด

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 2 คน ที่ร่วมชุมนุมเรียกร้องหน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 21 ก.ค.ตำรวจได้ควบคุมตัวไปตรวจยืนยันมีเชื้อโควิด-19 นำเข้าสู่กระบวนการรักษาแล้ว จากการสอบสวนเบื้องต้นทั้ง 2 คน เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองบ่อยครั้ง เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ก็มาชุมนุมที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบรัฐบาล หลังจากรักษาเสร็จสิ้นแล้วต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนแกนนำที่ชักชวนให้ผู้ที่ติดเชื้อก็ถือว่ามีความผิด เนื่องจากทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อโรค

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดารา Call Outใหม่ ดาวิกาหยาดทิพย์ ราชปาลมิลลิ ดนุภามิลลิ ดนุภา โดนหมายเรียกมิลลิ โดนหมายเรียกCall outสน.นางเลิ้งข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 4 สิงหาคม 2564 เวลา 04:03 น.