ชูธงปลุกคนไทย ไล่ฟ้อง "ประยุทธ์" เสรีพิศุทธ์ชี้ผิดขัดรัฐธรรมนูญปมโควิด-พ่วงอาญา 157

ข่าว

    ชูธงปลุกคนไทย ไล่ฟ้อง "ประยุทธ์" เสรีพิศุทธ์ชี้ผิดขัดรัฐธรรมนูญปมโควิด-พ่วงอาญา 157

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    12 ก.ค. 2564 05:24 น.

    “เสรีฯ” ปลุกคนไทยฟ้อง “ประยุทธ์”-ครม.ทั้งคณะ ชี้ช่องเอาผิดฐานทำขัด รธน.-ป.อาญา 157 เพื่อไทยซัดคนขี้ขลาดกลัวโดนเช็กบิลย้อนหลัง “โจ้” เย้ยสละเงิน 3 เดือนไม่ช่วยอะไร จี้เลิกซื้อเรือดำน้ำตามใบสั่ง “ชนินท์” ตอกกู้เงินบานเบอะนำไปใช้อะไรมั่ง ส.ส.ก้าวไกลยันล็อกดาวน์ได้แต่ต้องเจ็บแล้วจบ บี้พรรคร่วมสละทิ้งเรือโสโครกได้แล้ว “องอาจ” กระทุ้ง “ลุงตู่” ลงจากหอคอยมาบัญชาการเอง

    ถนนทุกสายไหลรวมตัวขับไล่รัฐบาล หลังล้มเหลวในการบริหารจัดการวิกฤติแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ล่าสุด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ออกแถลงการณ์ชักชวนคนไทยร่วมกันฟ้องร้องเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ฐานกระทำขัดรัฐธรรมนูญ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

    “เสรีฯ” ชวนคนไทยฟ้องรัฐบาล

    เมื่อวันที่ 11 ก.ค. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ออกแถลงการณ์ปลุกประชาชนเดินหน้าฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ระบุว่า จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทำให้ประชาชนล้มป่วยตายจำนวนมาก ประชาชนต้องพึ่งตนเองซื้อหน้ากากอนามัย ขวนขวายหาสถานที่ตรวจหาเชื้อ ต้องหาทางฉีดวัคซีนในราคาแพงด้วยตนเอง โดยรัฐบาลไม่สามารถป้องกันและรักษาโควิดให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 47 วรรคสาม ที่บัญญัติว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” ที่ผ่านมารัฐบาลกู้เงินหลายครั้งจำนวนมหาศาล แต่นำเงินกู้ไปถลุงแจกจ่ายมิได้ก่อให้เกิดประโยชน์ มุ่งหวังเพียงผลประโยชน์การเมืองของตนเองเพื่อกลับมามีอำนาจ อีกทั้งนำเงินกู้ไปซื้อรถถัง เรือดำน้ำ เครื่องบิน อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ หวังเพียงได้รับเงินทอน เมื่อเกิดโรคระบาดโควิด ทำให้ไม่มีงบประมาณเพียงพอจัดหาอุปกรณ์ป้องกันประชาชนให้ปลอดภัยได้

    ขัด รธน.พ่วงเอาผิดอาญา 157

    แถลงการณ์ยังระบุว่า การที่รัฐบาลละเว้นไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและเสียหายจากมาตรการที่รัฐกำหนดมากมาย พรรคเสรีรวมไทยเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องลุกขึ้นต่อสู้เรียกร้อง รักษาสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ด้วยการขับไล่รัฐบาลนี้ออกไปตามกระบวนการกฎหมาย ขอให้ประชาชนกรุณานำใบเสร็จที่ซื้อหน้ากากอนามัย ใบเสร็จที่ไปตรวจรักษา ใบเสร็จที่ไปซื้อวัคซีนฉีด รวมถึงหลักฐานต่างๆที่ได้รับความเสียหายจากมาตรการรัฐ ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ดำเนินคดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐมนตรีทุกคน ฐานละเว้นไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 47 และมาตรา 55 อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต แต่ละคนที่ไปแจ้งความ ใบเสร็จแต่ละครั้งเป็นความผิดหนึ่งกรรม แจ้งความ 1 ล้านคน คนละ 2 ครั้ง ก็ 2 ล้านกรรม พล.อ.ประยุทธ์ที่อหังการจะอยู่ได้ก็ให้มันรู้ไป ขอความร่วมมือประชาชนร่วมด้วยช่วยกัน เราไม่ได้ก่อกวนใครไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ไปใช้สิทธิตามกฎหมายในฐานะคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์และ ครม.เท่านั้น

    ซัดคนขี้ขลาดกลัวโดนเช็กบิล

    พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวว่ากลุ่มผู้บริหารที่สืบทอดอำนาจ มาถึงจุดที่ไม่หลงเหลือคุณค่าความน่าเชื่อถือต่อประชาชนตลอดไป เป็นผลจากการก่อกรรมทำเข็ญไว้กับประเทศชาติ สร้างภาระหนี้สินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ล้มเหลวการแก้ไขวิกฤติโควิด มีแต่คนตายเพิ่มขึ้น นายกฯสืบทอดอำนาจบริหารประเทศเชื่อฟังแต่ซินแส กฎแห่งกรรมกำลังตามไล่ล่า ประชาชนแทบทุกอาชีพต่างโห่ไล่ วันที่ 18 ก.ค.นี้ ทัพใหญ่กลุ่มราษฎรต่างๆจะร่วมกันออกมาเติมเต็ม เจ้าตัวรู้อยู่แก่ใจแต่ที่ยังไม่ยอมลาออก เพราะพื้นฐานเป็นคนขี้ขลาดเห็นแก่ตัว เฝ้ารอกองกำลังภูมิคุ้มกันส่งสัญญาณมาก่อนว่าจะคุ้มครองให้ไม่ถูกเช็กบิลย้อนหลัง แต่ ณ นาทีนี้ไม่มีใครกล้าเป็นภูมิคุ้มกันให้แล้ว เพราะได้เห็นธาตุแท้ของกลุ่มสืบทอดอำนาจนี้แล้ว มิใช่คนเสียสละ แต่เป็นคนอำมหิตเห็นแก่ได้ แสวงหาอำนาจบนความตายของประชาชน ท้ายที่สุดมันจึงต้องไปจบที่ประชาชนร่วมกันเฉดหัวคนกลุ่มนี้ให้ออกจากอำนาจ ไปสู่ที่คุมขังแทน

    “โจ้” เย้ยสละ 3 เดือนไม่ช่วยอะไร

    ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผลกระทบจากการประกาศล็อกดาวน์ 14 วัน คนที่ต้องรับผิดชอบคือนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค. พรรคเพื่อไทย มองว่ารัฐบาลใช้ยาแรง ปัญหาที่ตามมาคือคนไม่มีจะกิน ขอเรียกร้องในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ รัฐบาล ควรช่วยเหลือเยียวยาประชาชนคนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ส่วนคนติดโควิดที่เดินทางกลับต่างจังหวัด เนื่องจาก กทม.ไม่มีเตียงรักษา ทำให้โรงพยาบาลล้นต้องทำโรงพยาบาลสนาม ต้องมีค่าใช้จ่าย แต่ปัญหาคือรัฐบาลไม่มีงบประมาณให้ จนประชาชนต้องช่วยกันบริจาค ที่นายกฯบอกไม่รับเงินเดือน 3 เดือน ประมาณ 350,000 บาท หากเทียบคนที่เป็น ส.ส.เขาเสียสละมากกว่านายกฯอีก มีคำถามคือรัฐบาล นำเงินกู้ไปทำอะไรหมด การบริหารล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ทำให้ประชาชนได้รับความ เดือดร้อน วันนี้เหมือนปล่อยให้คนต่างจังหวัดสู้กันเองตามยถากรรม

    จี้เลิกซื้อเรือดำน้ำตามใบสั่ง

    นายยุทธพงศ์กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2563 มีการขอกู้เงิน 4.5 ล้านล้านบาท เหตุใดรัฐบาลไม่นำเงินส่วนนี้ไปซื้อเครื่องมือการแพทย์ และจัดเตรียมระบบสาธารณสุขให้เพียงพอ มีเวลาอยู่เป็นปี แสดงให้เห็น ถึงความไม่โปร่งใสในการบริหารจัดการวัคซีนเรื่อง สัญญาวัคซีนก็อ้างเป็นความลับ แต่รัฐบาลยังคงเดินหน้าซื้อเรือดำน้ำต่อ หาก พล.อ.ประยุทธ์เป็น สุภาพบุรุษจริง คนกำลังอดอยากล้มตาย ท่านควรเสียสละในฐานะ รมว.กลาโหม ถอนงบฯที่ต้องนำไปจ่ายค่างวดเรือดำน้ำในปี 2565 เลยได้หรือไม่ ถ้าประเทศไทยไม่ซื้อเรือดำน้ำ ที่วงเงิน 3.4 หมื่นล้านบาท แล้วนำไปซื้อวัคซีนแอสตราเซเนกาโดสละ 150 บาท จะซื้อได้ 232 ล้านโดส นำมาฉีดให้คนไทยได้คนละ 3.3 โดส และทราบข่าวมาว่ามีใบสั่งจากรัฐบาล ถึงกรรมาธิการงบฯซีกรัฐบาลว่าปีนี้ต้องดันงบฯซื้อเรือดำน้ำผ่านให้ได้ มีการส่งปลัดบัญชีทหารบกมาเป็น กมธ.งบฯด้วย ไม่สนว่าประชาชนจะเดือดร้อนอดอยาก ในฐานะตนเป็น กรรมาธิการงบประมาณฯ สัปดาห์หน้าเป็นงบฯของกระทรวงสาธารณสุข จะขอดูสัญญาการจัดซื้อวัคซีน เชื่อว่าสามารถเปิดเผยได้

    กู้เงินบานเบอะนำไปใช้อะไรมั่ง

    นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีโรงพยาบาลจำนวนมากเปิดรับ บริจาคเงินจากประชาชนนำไปสร้างโรงพยาบาลสนาม และจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ แต่ตามรัฐธรรมนูญรัฐบาลมีหน้าที่ให้บริการสาธารณสุขแก่ประชาชน เหตุใดจึงไม่สนับสนุนเงินให้โรงพยาบาลทันท่วงที ยิ่งการระบาดที่เข้าขั้นวิกฤติกลับผลักภาระให้โรง-พยาบาลดิ้นรนกันเอง ทั้งที่ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เงินกู้ส่วนนี้ถูกใช้ไปแล้วแค่ไหน ออกกฎหมายพิเศษกู้เงินรับมือกับโควิด 2 ครั้ง รวม 1.5 ล้านล้านบาท แบ่งไว้ใช้ด้านการสาธารณสุขเพียง 75,000 ล้านบาท หรือเพียงร้อยละ 5 ของเงินกู้ทั้งหมด ที่เหลือนำไปใช้แก้ปัญหาไม่ตรงจุด แค่สร้างความนิยมให้ตัวเอง จิตใจ พล.อ.ประยุทธ์ทำด้วยอะไรถึงหวังสร้างคะแนนนิยมบนความลำบากของประชาชน

    จะให้คนรอเตียงตายอีกเท่าไหร่

    นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าผู้รับผิดชอบจะได้ยินเสียงของพี่น้องร่วมชาติที่ทุกข์ยากแสนสาหัสหรือไม่ ถ้าได้ยินทำไมรัฐบาลไม่เร่งแก้วิกฤติให้เร็วกว่านี้ ทำไมไม่ทุ่มเททรัพยากรเพื่อเพิ่มการตรวจเชื้อให้เร็วและมากขึ้น ทำไมยังมีคนตายจากการรอเตียงเพื่อรักษา หลายรายตายก่อนได้เตียง จะให้ปัญหานี้คงอยู่นานแค่ไหนทุกคนรู้ว่าวัคซีนคือทางออก แต่รัฐบาลระดมสรรพกำลังจัดหาวัคซีนคุณภาพมาให้คนไทยพอเพียงแล้วหรือ การเยียวยาทำไมไม่ทำให้รวดเร็วกว่านี้ รัฐบาลต้องเลิกแก้ตัวแต่เร่งแก้ไข สื่อสารให้ตรงประเด็น ลดปฏิบัติการไอโอ ควรสื่อสารด้วยความจริงและสลดในความทุกข์ของเพื่อนร่วมชาติ

    ล็อกดาวน์ได้แต่ต้องเจ็บแล้วจบ

    นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ข้อเสนอของ นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ล็อกดาวน์ทั้งประเทศ 1 เดือน และต้องปรับ ครม. รวมถึงเปลี่ยนแนวทางแก้วิกฤติโควิด ขึ้นอยู่กับนิยามคำว่าล็อกดาวน์ ณ เวลานี้ เห็นด้วยกับการล็อกดาวน์ เพราะกราฟผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งทะยาน แต่ต้องล็อกดาวน์จริงจัง เจ็บแล้วจบ เห็นด้วยกับข้อเสนอ นพ.ธีระ แต่ต้องจบจริงๆ และเยียวยาอย่างเหมาะสมควบคู่ไป รัฐต้องไม่มัดตราสังมัดมือมัดเท้าประชาชนไม่ให้ออกไปทำงานเป็นเดือน โดยไม่มีมาตรการเยียวยา ถ้าไม่เยียวยาจะเป็นการตอกฝาโลงประชาชน ในฐานะ กมธ.งบฯบอกได้เลยว่าประเทศเรามีเงินอยู่ แต่ใช้เงินไม่เหมาะสม ล่าสุดนายกฯเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจช่วงบ่ายวันที่ 12 ก.ค. หารือมาตรการที่รัฐประกาศควบคุมไป มันสะท้อนความคิดกลไกระบบรัฐราชการรวมศูนย์ เงินที่ขอกู้ไปแล้วเป็นล้านล้านบาทเอาไปทำอะไร การเมืองไทยเราไม่ได้ต้องการคนดี แต่ต้องการระบบที่ดี ป้องกันคนชั่วไม่ให้มันมาโกงได้

    บี้พรรคร่วมสละเรือโสโครกซะที

    นพ.วาโยกล่าวต่อว่า ขณะนี้ถึงจะปรับ ครม.ก็ยังไม่พอ เพราะหัวยังอยู่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ตัวปัญหาหลักคือ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่โทษนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข เพราะไม่ได้อยู่ใน ศบค.ด้วย ปัญหาคือหัวต้องเอาพล.อ.ประยุทธ์ออก เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิม อย่าดูแคลน ฝ่ายค้านออกมาแฉตั้งแต่มันคือแป้งแล้ว หรือแหกรังไอโอ รวมถึงนักกินกางเกงในทหาร จุดหมายคือส่งเสียงให้เจ้าของประเทศตัวจริงคือประชาชนให้ได้ยิน ให้ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลตาสว่าง ขอยกคำพูดหัวหน้าพรรคก้าวไกลว่าอภิปรายอย่างราชสีห์โหวตอย่างหนู ที่ต้องเรียกร้องต่อพรรคร่วมรัฐบาลคือ ความสกปรกโสโครกกำลังแผ่รดราด คุณยืนอยู่ข้างๆอย่าเอาตัวไปเปื้อนกับเขาอีกเลย สละเรือมาอยู่ข้างประชาชนได้แล้ว ถ้ายังอยู่ต่อต้องมีส่วนรับผิดชอบในการตายของประชาชน เวลานี้ประชาชนยังให้โอกาสยังกลับตัวทัน รีบถอยออกมา

    อยากให้งานสภาฯเดินไม่สะดุด

    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า หลังพบว่า ส.ส.พรรคก้าวไกลติดเชื้อโควิด แต่ขณะนี้มีเรื่องสำคัญคือร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 โจทย์แรกคือต้องคิดว่าจะไม่ยุติการประชุมและการทำงานในสภาก่อน และหาทุกวิธีทางเพื่อให้งานแผ่นดินเดินไปได้ ไม่เช่นนั้นหน่วยงานราชการจะเดินไปไม่ได้ พูดแทน ส.ส.ทุกคนได้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ได้พูดคุยกันทุกคนเห็นถึงความสำคัญของการทำงานในสภา และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เรื่องหยุดมันง่าย แต่งานราชการจะไปต่ออย่างไร ทุกพรรคเห็นแก่ประโยชน์บ้านเมือง อยากให้งานเดินไปให้ได้ก่อน แต่ไม่ใช่ดึงดันหรือดื้อดึง หากจำเป็นต้องหยุดการประชุมจริงๆ

    “ชวน” นัดถกวิป 3 ฝ่ายไปต่อไหม

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งข้อความถึง ส.ส.ทุกคน แจ้งให้กักตัวเป็นเวลา 14 วัน หากเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่เข้าใกล้นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล หลังตรวจพบติดเชื้อโควิด พร้อมกำชับไปยังข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในกรรมาธิการ ที่นายณัฐชาเข้าร่วมประชุม ตั้งแต่วันที่ 5-10 ก.ค. ขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุมวิป 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลและวิปวุฒิสภา ในวันที่ 12 ก.ค. เพื่อหารือประเมินความเสี่ยงต่อการเปิดประชุมสภาฯ คาดว่าจะมี ส.ส.ที่เข้าข่ายเป็นผู้เสี่ยงสัมผัสหลายราย โดยเฉพาะ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน เบื้องต้นคาดว่าจะมีข้อเสนอให้งดการประชุมในสัปดาห์นี้ เพื่อลดความกังวลของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

    กระทุ้ง “ลุงตู่” ลงจากหอคอย

    นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคและประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีข้อเสนอถึงนายกฯในฐานะ ผอ.ศบค. เพื่อให้การล็อกดาวน์เป็นไปตามเป้าหมาย ดังนี้ 1.ต้องปฏิบัติเชิงรุกในการป้องกันมากกว่าตั้งรับ โดยเฉพาะชุมชนแออัดต้องคัดกรองอย่างทั่วถึงต้องนำผู้ติดเชื้อแยกออกจากครอบครัวและชุมชน ดูแลกลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักตัวอย่างจริงจัง 2.ปรับการวางแผนนโยบายวัคซีนใหม่ จัดวัคซีนคุณภาพให้เพียงพอกับความต้องการ และ 3.จัดมาตรการเยียวยาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานนอกระบบ กลุ่มอาชีพอิสระ กลุ่มอาชีพบริการทุกประเภท กลุ่มเปราะบางทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชนเมือง ขอให้นายกฯลงมากำกับดูแลจริงจังอย่าเพียงนั่งรับรายงานแล้วประชุมสั่งการจากทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น จะช่วยแก้ปัญหาได้รวดเร็วขึ้น

    ลุยสางหนี้ครัวเรือน–หนี้สินครู

    อีกเรื่อง นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์หนี้ครัวเรือน และจากสถานการณ์โควิดที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ รัฐบาลจึงเดินหน้าใน 3 เรื่องสำคัญ ประกอบด้วย การให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนการกำกับดูแลเจ้าหนี้ให้ปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรมและการปรับโครงสร้างหนี้และการไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สินส่วนแนวทางการแก้ไขหนี้สินครู ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ มี 4 แนวทาง คือ การยุบยอดหนี้เงินต้นให้ลดลง ด้วยการนำรายได้ของข้าราชการเองในอนาคตมาลดภาระหนี้เงินกู้การให้เจ้าหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำลดอัตราดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ข้าราชการ การปรับลดค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็น

    พท.ชี้วิกฤติการศึกษาวาระแห่งชาติ

    ด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากประกาศคำสั่งของ ศบค.ล่าสุด มีผลทำให้โรงเรียนทั่วประเทศต้องจัดการเรียนการสอนออนไลน์เต็มรูปแบบ ทำให้เด็กประสบปัญหาตกสำรวจการเรียนออนไลน์จำนวนมาก ทำให้เด็กจำนวนมากถูกบังคับให้หลุดออกจากระบบการศึกษาโดยไม่ตั้งใจรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการต้องทำงานเชิงรุก ต้องออกมาตรการเร่งด่วนมาช่วยเหลือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โดยนำเงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้วงเงิน 5 แสนล้านบาท ในส่วนที่ 3 ที่ใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมมาสนับสนุนด้านนี้ รวมถึงตั้งกองทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือนักเรียนและผู้ปกครอง จัดหาวัคซีนที่ดีสำหรับเด็กนักเรียนและครูให้ทั่วถึง ปรับกฎเกณฑ์ให้โรงเรียนมีความคล่องตัวมากขึ้นในการรับการสนับสนุนการศึกษา ทั้งหมดต้องบรรจุเป็นวาระแห่งชาติทันที

    จัด “นับถอยหลังรัฐบาลฆาตกร”

    วันเดียวกันเวลา 15.00 น. ที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย โดยนายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ร่วมกันจัดชุมนุม “ไว้อาลัยนับถอยหลังรัฐบาลฆาตกรรม” ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เคลื่อนขบวนเข้าปิดแยกนางเลิ้ง จากนั้นขยับประชิดทำเนียบรัฐบาล ฝั่งสะพานชมัยมรุเชฐ นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำกลุ่มอีสานกู้ชาติ แถลงว่า กลุ่มไทยไม่ทนยังคงยืนยันขับเคลื่อนต่อไป แม้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. จะถูกจำคุก จะสนับสนุนและเข้าร่วมกับทุกองค์กรที่มีเป้าหมายขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์เหมือนกัน ผ่าน สื่อสังคมออนไลน์เป็นหลัก ถ้าสุดท้ายมาตรการล็อกดาวน์ครั้งนี้แก้ปัญหาโควิดไม่สำเร็จ พร้อมจัดชุมนุมใหญ่ทันที ต่อมาเวลา 18.00 น. แกนนำกลุ่มสามัคคีประชาชนร่วมกันเคารพธงชาติ และอ่านแถลงการณ์กลุ่ม ใจความระบุว่า ภารกิจไล่ พล.อ.ประยุทธ์ถือเป็นภารกิจสูงสุดที่ไม่อาจเลื่อน ทุกวินาทีที่ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในตำแหน่งจะมีประชาชนเสียชีวิตเพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจเสียหายหนัก

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เสรีพิศุทธ์ เตมียเวสประยุทธ์ จันทร์โอชาฟ้องรัฐบาลรัฐธรรมนูญภราดร พัฒนถาบุตรซื้อเรือดำนำ้ข่าวหน้า1ข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 22 กันยายน 2564 เวลา 09:03 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์