โควิดมันน่ากลัว ความจนก็น่ากลัว กลุ่มผู้ประกอบการ ร้านอาหาร นัดมาชุมนุมเรียกร้องหน้าทำเนียบรัฐบาลไม่เว้นแต่ละวัน มาตรการห้ามนั่งกินอาหารที่ร้าน ต้องซื้อกลับบ้านอย่างเดียว ส่งผลกระทบรุนแรง เงียบเหงาซึมเศร้ากันไปหมดในมุมของผู้ประกอบการ ขายกลับบ้านอย่างเดียว ยังไงก็ได้ไม่คุ้มเสีย ใครสายป่านยาวก็ถูไถยื้อไปได้ แต่ที่สู้ไม่ไหวต้องยอมปิดร้านไปเลยก็หลายราย ขณะที่มาตรการเยียวยาจากภาครัฐกะปริบกะปรอย ไม่ทั่วถึงแต่ ศ.นพ.อุดม คชินทร รองประธานคณะที่ปรึกษา ศบค. กุนซือนายกฯ ยังส่งซิกต้องใช้ยาแรงเพิ่มเติมด้วยการ “ล็อกดาวน์” เพราะหวั่นระลอก 4 ระบาดหนัก รอประเมินตัดสินใจวันที่ 12 ก.ค. ถ้าตัวเลขผู้ติดเชื้อยังทรงอยู่ที่ 5-6 พันคน คงต้องล็อกดาวน์ เพราะระบบสาธารณสุขรองรับไม่ไหว จำนวนเฉลี่ยที่รับได้ในแต่ละวันคือ 500-1,000 คนแค่นั้นตัวเลขมันโอเวอร์โหลดมานานเกินไปแล้ว แต่การตัดสินใจสูงสุด คนชี้ขาดอยู่ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ ผอ.ศบค.ลำพังตอนนี้ก็เต็มกลืน แทบจะยืนกันไม่ไหวแล้ว พ่อค้า แม่ขาย เจ้าของธุรกิจเจ๊ง เพราะการบริหารผิดพลาดของ ศบค. ล็อกดาวน์ เจ็บแต่ไม่จบ แล้วจะล็อกกันอีกแล้วหรือ ออกอาการไม่ยอมรับมาตรการรัฐ#กูจะเปิด มึงจะทำไม แล้วคนก็กล้าฝืนจริง แบบที่เห็นภาพข่าว ร้านอาหารเปิดให้คนนั่ง ยอมโดนตำรวจจับ ไม่ยอมรับในอำนาจรัฐบาล สถานการณ์จ่อกลายเป็นรัฐล้มเหลวหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการถืออำนาจรัฐ โอกาสเกิดจลาจล คนไม่ยอมทนรออดตาย กับการบริหารที่ยังดูมืดมนไร้แสงสว่างปลายอุโมงค์การแก้ปัญหาโควิดที่คิดว่าจะคลี่คลายไปทีละเปลาะ จนถึงขั้นนายกฯกล้าเดิมพันประกาศ 120 วัน เปิดประเทศ กลับตาลปัตรกลายเป็นโจทย์ยากขึ้นเรื่อยๆ เรื่องวัคซีนยังสับสนอลเวง ถูกคนนินทา ดูถูกแทงม้าตัวเดียวแถมคุณภาพต่ำ ประชาชนเลยแห่ไปจอง ไปฉีดเอง วัคซีน mRNA ไฟเซอร์ โมเดอร์นา แม้กระทั่งบุคลากรทางแพทย์ยังออกมาส่งสัญญาณขุ่นเคือง เหมือนเป็นแนวรบไปตายเอาดาบหน้า แต่แนวหลังผู้บังคับบัญชาไม่มีการซัพพอร์ต เซฟความปลอดภัยซ้ำยังบั่นทอนกำลังใจด้วยเหตุผลทางการเมือง ตามที่มี “ข่าวหลุด” ล่าสุดจากวงประชุมวิชาการ มาถึงตอนนี้ รัฐบาลต้องเผชิญวิกฤติสาหัส โดยเฉพาะวิกฤติศรัทธาความเชื่อมั่นเชื่อใจรัฐบาลแทบไม่เหลือ ทำอะไรตอนนี้ก็ถูกมองผิดพลาดไปหมด เพราะความชิงชังสะสมจนเต็มกราฟ สัญญาณอันตรายรัฐบาลส่อเค้าอยู่ได้ไม่ยาวตามแผน แม้เกมการเมืองจะคุมอยู่ กติกาคุมได้แต่กระแสมวลชนคุมลำบาก พรรคการเมืองฝ่ายค้านฉวยจังหวะที่รัฐบาลกำลังป้อแป้เขย่าจนสะเทือน พรรคก้าวไกลโชว์ความทันสมัย ฉับไว ห่ามห้าวโดนใจวัยรุ่น ส่วนพรรคเพื่อไทยโหนกระแส “โทนี่ วู้ดซัม” ทักษิณ ชินวัตร นายใหญ่ตัวพ่อ ที่ขยันออกมาทำแต้มในโซเชียลคลับเฮาส์ถี่ยิบด้านกลุ่มก๊วนการเมืองที่กำลังวางแผนจัดตั้งพรรค ก็รีบออกมาเปิดตัวกันโครมคราม เพื่อให้มีสถานะซัดรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ที่เห็นชัดๆก็พรรคไทยสร้างไทย ที่มี “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นหัวหอก ในฐานะประธานพรรคประกาศเป็นนั่งร้านสะพานเชื่อมคนทุกรุ่น ไม่ว่ารุ่นใหม่ รุ่นกลาง รุ่นเก๋า ขอเป็นเสาเข็มปักหมุดการเมืองครั้งสุดท้ายก่อนวางมือ เดินหน้าตั้งพรรค เปิดสาขา ระดมคนการเมืองกลับชุดใหญ่ แม้แต่ “ผู้พันปุ่น” น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตโฆษกพรรคไทยรักไทย ที่ห่างหายการเมืองไป 15 ปี ยังกลับมาร่วมด้วยรวมถึงพรรคกล้าของนายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง ที่ขยันออกมาโชว์สกิลรัวๆ หลายกลุ่มขยับตัวกันยกใหญ่ เปิดหน้าโชว์ของสร้างทางเลือก ในจังหวะรัฐบาลเดินมาสุดทางลากอีสานโพลสำรวจล่าสุด อยากได้ใครมาเป็นนายกฯฟื้นฟูเศรษฐกิจ “นายกฯตู่” คะแนนวูบอยู่ที่ 4 น้อยกว่าคุณหญิงสุดารัตน์ที่นำหน้ามา อันดับ 1 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตามมาติดๆลำดับ2“นายกฯตู่” ยังแพ้แม้กระทั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ยังไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร กระแสนิยมนายกฯและรัฐนาวาเรือเหล็กศรัทธาวูบจนน่าใจหาย.ทีมข่าวการเมือง