“เพื่อไทย” สวด “ครูแก้ว” งัดแท็กติกรับใช้รัฐบาล ชิงปิดสภาฯหนีญัตติด่วนแก้โควิด “ชวลิต” จวกยื้อไปถกสัปดาห์หน้า ไม่รู้ร้อนรู้หนาว เมินทุกข์ประชาชน “อนุสรณ์” หวดรัฐบาลไม่สำเหนียกวิกฤติหนักคนตายพุ่ง ยอดติดเชื้อพรวด เฉ่ง “ประยุทธ์” ไม่ควรอยู่เป็นภาระของชาติ “โรม” หดหู่ใจ “บิ๊กตู่-ครม.” นั่งชิลริมทะเลภูเก็ต หัวเราะร่าหยอกล้อท่ามกลางรอยเลือดและคราบน้ำตาของประชาชนร้องไห้ “ศรีสุวรรณ” ยื่น ป.ป.ช.เชือด 227 ส.ส.โดดร่ม ซัดทุจริตต่อหน้าที่ ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง “ธรรมนัส” ป้องลูกพรรคผวาไวรัสมรณะ ไม่เกี่ยวเกมสกัดคว่ำ ก.ม.วัตถุอันตราย ฟุ้งเลือกตั้งครั้งหน้า พปชร.กวาด 121 ส.ส.ขึ้นไป ลุยเจาะภาคอีสาน ยึด ส.ส.ใต้ไม่ต่ำกว่า 14 คน ม็อบราษฎรฝ่าฝนไล่นายกฯจากกรณี 5 พรรคการเมืองทั้งพรรคฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ พรรคเพื่อไทย ก้าวไกล เสรีรวมไทย และภูมิใจไทย เสนอญัตติด่วนโดยวาจา 6 ฉบับให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหามาตรการและแนวทางแก้ปัญหาและผลกระทบจากการระบาดเชื้อโควิด แต่กลับต้องยกยอดไปประชุมในสัปดาห์หน้าพท.ฉะ “ครูแก้ว” ยื้อถกญัตติด่วนโควิดเมื่อวันที่ 2 ก.ค. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกผิดหวังการประชุมสภา เมื่อวันที่ 1 ก.ค. นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมรีบสั่งปิดประชุมสภาฯอย่างมีนัยการเมือง การพิจารณาญัตติด่วนการแก้ปัญหาโควิดทั้งที่มี ส.ส.ลงชื่อขออภิปรายถึง 33 คน ยังไม่มีใครได้อภิปรายสักคน มีแค่ผู้เสนอญัตติ 6 คนได้อภิปรายเท่านั้น เมื่อสภาฯรับเป็นญัตติด่วนแล้ว ควรพิจารณาญัตติให้ครบถ้วนกระบวนความ ไม่ควรให้ยกยอดไปพูดต่อสัปดาห์หน้า ไม่เช่นนั้นจะเรียกญัตติด่วนได้อย่างไรจวกแท็กติกปิดสภาฯหนีชิ่งเรื่องร้อน“เป็นความบกพร่องของผู้ทำหน้าที่ประธานการประชุมหรือไม่ สภาฯควรใช้เวลาทุกนาทีอย่างมีค่า สมเป็นตัวแทนประชาชน ไม่ใช้แท็กติกหลบเลี่ยงการรับรู้ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวความเดือดร้อนประชาชน ใช้ดุลพินิจบกพร่อง มุ่งรับใช้การเมืองฝั่งรัฐบาลมากกว่ารับทราบปัญหาและข้อเสนอแก้ไขความเดือดร้อนประชาชน การปิดการประชุมอย่างไร้เหตุผลรองรับ ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ในยามบ้านเมืองวิกฤติ ทำลายศักดิ์ศรีฝ่ายนิติบัญญัติรุนแรง น่าผิดหวังมาก” นายชวลิตกล่าว เฉ่ง “บิ๊กตู่” ไม่ควรอยู่เป็นภาระ ปทช.นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์โควิดยังน่าเป็นห่วงต่อเนื่อง ผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 61 ราย ติดเชื้อใหม่ 6,087 ราย รัฐบาลสำเหนียกความเดือดร้อนของประชาชนบ้างหรือไม่ ชมรมแพทย์ชนบท กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าและสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งนำเข้าวัคซีนประเภท mRNA เพื่อใช้ป้องกันโควิด นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์ แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยังมาเปิดเผยหลังโทรศัพท์ทวงถามทั้งที่ไฟเซอร์และโมเดอร์นาที่สนิทส่วนตัว ทำไมวัคซีนล่าช้ากลับได้รับคำตอบว่ารัฐบาลไทยไม่ยอมเซ็นสัญญา ทำไมถึงไม่เร่งรัดเซ็นสัญญาเร่งนำเข้าวัคซีน mRNA องค์การเภสัชกรรมบอกว่าต้องรอการตรวจสัญญา จะเซ็นสัญญาได้เดือน ส.ค.ช้าไปใช่หรือไม่ แล้วรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร ตราบใดที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ยังแยกไม่ออกระหว่างปราสาททรายกับกระบะทราย เราฝากความหวังได้ยาก โดยเฉพาะการแสดงความรับผิดชอบ ที่รัฐบาลล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพซ้ำซาก จนเกิดโศกนาฏกรรม ไม่สมควรอยู่เป็นภาระประเทศชาติและประชาชนอัดนายกฯ–ครม.นั่งชิลไม่สน ปชช.ร่ำไห้นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งว่า ถ้ายังมีความเป็นคนอยู่บ้าง จะรู้ว่าไม่ควรหัวเราะสนุกสนานท่ามกลางเสียงร้องไห้ของประชาชน เมื่อวานนี้ (1 ก.ค.) คงได้เห็นภาพและวิดีโอของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและคณะไปเปิดโครงการ Phuket Sandbox พูดคุยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่สนามบิน พักผ่อนหยอกล้อริมทะเล ปลูกต้นไม้ ปล่อยเต่าและเปิดงาน Hug Thai Hug Phuket ที่ห้างเซ็นทรัล ภูเก็ต เป็นเวลาเดียวกันกับที่ยอดคนป่วยและเสียชีวิตจากโควิดพุ่งสูงขึ้นทำสถิติใหม่ในทุกๆวัน เป็นเวลาเดียวกันกับที่ นพ.ธงชัย ศิริหัถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวกับแพทย์จบใหม่ที่กำลังจะไปประจำการในโรงพยาบาลบุษราคัมด้วยเสียงสั่นเครือว่า ประเทศเรากำลังเจอภาวะขาดแคลนห้องไอซียู ขาดแคลนเครื่องช่วยหายใจ แต่ผู้นำของเขา กำลังหัวร่อต่อกระซิก พูดคุยหยอกล้ออยู่ริมทะเลภูเก็ต ไม่ทราบว่าขณะที่ชีวิตประชาชนและแพทย์พยาบาลแถวหน้าที่กำลังวิกฤติ ท่านใช้จิตสำนึกส่วนใดคิดกันว่าท่านควรทำอะไรก่อนหัวเราะร่ากลางรอยเลือด–คราบน้ำตานายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า ไม่ไกลจากเวที Hug Thai Hug Phuket มีกลุ่มผู้ประกอบกิจการนวดพยายามยื่นหนังสือขอให้แก้ปัญหา และนักข่าวพยายามถามปัญหาทั้งหมด โดยเฉพาะวิกฤติผู้ติดเชื้อที่สนามบิน นายกฯกับคณะเลือกเดินหนี โดยไม่ตอบเอาปัญหาทุกอย่างซุกไว้ใต้พรม หัวเราะสนุกสนานกันท่ามกลางวิกฤติของชีวิตประชาชนและประเทศชาติ พวกท่านทำกันได้อย่างไร รู้ไหมว่าเสียงหัวเราะของพวกท่านกับเสียงสะอื้นของหมอและประชาชนมันเกิดขึ้นเวลาเดียวกัน ถ้าแสร้งว่าเก่งหรือแสร้งว่าฉลาดไม่ได้ ช่วยแสร้งทำเป็นสลดบ้างเถอะวันนี้“ศรีฯ” ยื่น ป.ป.ช.ฟัน 227 ส.ส.โดดร่มเมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องให้ ป.ป.ช.ไต่สวน ส.ส.227 คนที่ไม่เข้าร่วมประชุมสภาหรือไม่แสดงตนในที่ประชุมจนต้องปิดประชุมเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า สภาฯล่ม เนื่องจากมี ส.ส.ร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย แม้ประธานสภาฯ กดออดเรียก ส.ส.ให้แสดงตนหลายครั้ง สั่งพักประชุมชั่วคราว แต่สมาชิกแสดงตนเพียง 206 คนไม่ถึงกึ่งหนึ่งคือ 242 คนซัดทุจริตต่อหน้าที่ ผิดจริยธรรมร้ายแรง“ส.ส.ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตรากฎหมาย โดยไม่มีเหตุอันควรถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ยิ่งส.ส.มีเงินเดือนและเงินเพิ่มต่อเดือน 113,560 บาท เฉลี่ยวันละ 3,785 บาท และผู้ช่วย ส.ส.อีก 3 คน ที่มีเงินเดือน 15,000-24,000 บาท ส.ส.ไม่ปฏิบัติหน้าที่วันเดียวไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ทำให้รัฐเสียหาย อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ เข้าข่ายความผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงต้องยื่นเรื่องให้เอาผิด 227 ส.ส.” นายศรีสุวรรณ กล่าวเลขาฯ พปชร.ป้อง ส.ส.ผวาโควิดเมื่อเวลา 09.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ส.ส.ไม่เข้าร่วมประชุมจนทำให้สภาล่มเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ว่าความจริงเป็นเรื่องสำคัญ แต่มีปัญหา สภาพบมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ ส.ส.หลายคนเป็นห่วง โดยเฉพาะหลายคนกลับต่างจังหวัด บางจังหวัดมีเครื่องบินไฟลท์เดียวไม่สามารถกลับมาร่วมประชุมได้ทันพยายามขอร้องกันอยู่ เมื่อถามว่าตกลงปัญหาเกิดจากการเดินทางมาไม่ทันของ ส.ส.หรือเป็นเรื่องแท็กติกทางกฎหมายที่ไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาร่างวัตถุอันตรายอย่างที่นายวิรัช รัตน–เศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานวิปรัฐบาลบอกกันแน่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าไม่ใช่เรื่องแท็กติก ตนพยายามประสาน ส.ส.ให้มาประชุม หลายคนมาทัน แต่ส่วนใหญ่มาไม่ทัน เพราะอยู่ไกลโดยจิตสำนึกคนเป็นส.ส.ไม่มีใครอยากโดดประชุมสภาหรอก แต่นายวิรัชทำหน้าที่ได้ดีมาตลอดฟุ้งยึด 121 ส.ส.ขึ้นไปลุยเจาะอีสาน–ใต้ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงการวางยุทธศาสตร์พรรคเตรียมเลือกตั้งว่าได้เรียกแต่ละฝ่ายมาคุยแล้วจะนำนโยบายที่หาเสียงไว้ไปสู่ภาคปฏิบัติคิดเรื่องใหม่สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า เรามีทีมด้านการศึกษากีฬา เศรษฐกิจและการเมือง เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่จะชนะเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน แต่การเลือกตั้งครั้งหน้าเราต้องได้มากกว่า 121 คน หลังลงพื้นที่มาเกือบ 3 ปี มั่นใจว่าตนชนะใจคนรากหญ้าได้ มั่นใจว่าจะเจาะภาคอีสานได้ การเลือกตั้งซ่อมหลายครั้งเราได้เข้ามาหมด ภาคใต้จะกวาดให้ได้มากกว่า 14 ที่นั่งที่มีอยู่ ยุทธศาสตร์ไม่ได้เน้นเศรษฐกิจอย่างเดียวมีกลุ่มนักเรียนทุนรัฐจบด็อกเตอร์หลายคนที่เรียกเข้ามาคุยทุกมิติ นโยบายพรรคและการบริหารราชการแผ่นดินต้องไปด้วยกัน วันที่ 6 ก.ค.กลุ่มนักเรียนทุนที่หลายคนเคยเห็นหน้ากัน รอวันเปิดตัว จะเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมเสวนา พปชร.กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน แลกเปลี่ยนความเห็นโมเดลแก้จนของมณฑลกว่างซีจ้วง เมื่อถามว่ามีชื่อนายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ดร.อั๋น ก็เป็นสมาชิกพรรคคนหนึ่ง ส่วนอาจารย์แหม่ม (นางนฤมล ภิญโญ–สินวัฒน์ รมช.แรงงาน) ไม่เป็น 1 ในทีมเศรษฐกิจ ทำหน้าที่เหรัญญิก”เคลียร์จบหย่าศึก “วิรัช–ปารีณา”ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจาก ร.อ.ธรรมนัสร่วมประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) และสภาประชาชน 4 ภาค ครั้งที่ 1 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค พปชร.เป็นประธานเสร็จแล้ว ร.อ.ธรรมนัสได้หารือกับ พล.อ.ประวิตรถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค พปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กับ น.ส.ปารีณาไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ถึงกับมีการฟ้องดำเนินคดีและลบแอ็กเคาต์น.ส.ปารีณาพ้นไลน์ กลุ่ม ส.ส.พปชร.โดยเมื่อเวลา 11.45 น. ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่าพูดคุยกันจบแล้ว นายวิรัชได้ให้คนเชิญ น.ส.ปารีณากลับเข้ากลุ่มไลน์ประสานงานพปชร.เหมือนเดิมแล้วจะเรียกทั้ง 2 คน มาคุยกันต่อเบื้องต้นได้คุยกับ น.ส.ปารีณาแล้ว ส่วนนายวิรัช พล.อ.ประวิตรคุยแล้วเป็นความไม่เข้าใจกันมากกว่า ต่างคนต่างมองมุมตัวเองในเรื่องการจัดสรรประธานอนุ กมธ.วิสามัญพิจารณางบฯปี 65 จากนี้การอยู่รวมกันในพรรคต้องเป็นระบบได้ให้นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคฝ่ายการเมืองสร้างกติกาและระเบียบพรรคใหม่กล้าพูดได้ว่าตอนนี้เป็นกลุ่มเดียวกันหมดไม่ว่านายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายอนุชา นาคาศัยและนายสุชาติ ชมกลิ่น คุยหมดแล้วทุกกลุ่ม ฟ้อง ม.112 มือโพสต์ม็อบปลดแอกที่ศาลอาญา พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุทธิเทพ หรืออั้ม วัฒนโกศล เป็นจำเลย ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร กรณีวันที่ 14 ต.ค.64 จำเลยโพสต์เฟซบุ๊ก ชื่อ “Sutitap Wattallnkosal” ลักษณะหมิ่นสถาบันเบื้องสูงลงเพจกลุ่ม “คณะประชาชนปลดแอก-Free People” ต่อมาถูกจับกุมในวันที่ 9 เม.ย.64 นายสุทธิเทพให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน ไม่ได้รับการประกันตัว ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ศาลประทับรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.1537/2564 โดยไม่มีผู้ยื่นประกันตัวบช.น.เตือนม็อบไล่นายกฯผิด ก.ม.เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. โฆษก บช.น. เปิดเผยว่า การชุมนุม “เปิดท้ายวันศุกร์รุกไล่เผด็จการนะจ๊ะ#ม็อบ 2 กรกฎา” หน้าทำเนียบรัฐบาล เป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมายตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และประกาศของ กทม. เนื่องจากโควิด-19 ระบาดรุนแรง ส่วนการชุมนุมในวันที่ 3 ก.ค.ของกลุ่มประชาชนคนไทย กลุ่มไทยไม่ทนสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย และกลุ่มทำกิจกรรม Car Mob ขับไล่นายกฯ นั้นหากรวมตัวเกิน 20 คน เป็นการกระทำผิดทั้งผู้ชุมนุม และแกนนำผู้ชักชวน รวมถึง Car Mob อาจทำให้จราจรติดขัดบีบแตรอื้ออึงแก่ประชาชนอยู่อาศัยและใช้เส้นทาง อาจผิด พ.ร.บ.ขนส่งทางบก ขับรถเป็นจำนวนมากในถนนหลวงไม่คำนึงถึงความปลอดภัยปิดถนนสายสำคัญที่มีโรงพยาบาล สถานที่ราชการ ซ้ำเติมให้เดือดร้อน พนักงานสอบสวนอาจยึดรถไว้เป็นของกลาง ทั้งนี้บช.น.จัดกำลังไว้ในวันที่ 2 ก.ค. ราว 6 กองร้อย วันที่ 3 ก.ค. 9 กองร้อย“ประยุทธ์” เผ่นไม่รอม็อบเปิดท้ายไล่สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ ช่วงเช้าไม่มีวาระงานใดๆ ต่อมาเวลา 14.00 น. นายปีร์กกา ตาปีโอลาเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า กระทั่งเวลา 15.50 น.เดินทางออกจากทำเนียบฯ เป็นเวลาไล่เลี่ยกับที่กลุ่มราษฎร และกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดชุมนุม “เปิดท้ายวันศุกร์รุกไล่เผด็จการ” นัดรวมตัวเวลา 16.00 น. ที่แยกอุรุพงษ์ เดินมาชุมนุมบริเวณถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบฯโดยขบวนรถนายกฯออกประตู 2 เลี้ยวขวาใช้เส้นทางเลียบคลองผดุงกรุงเกษม ไปร่วมงานศพที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร ก่อนกลับบ้านพักทันที ตรึงกำลังขึงลวดหนามรอบทำเนียบฯขณะที่การรักษาความปลอดภัยของทำเนียบฯ เจ้าหน้าที่ปิดประตูทางเข้า-ออกทั้งหมดยกเว้นประตู 5 ตรงข้ามกับกระทรวงศึกษาธิการ ใช้แผงเหล็กและลวดหนามหีบเพลงวางเป็นแนวรอบรั้วทุกด้าน ปิดถนนพระราม 5 ตั้งแต่สะพานอรทัยจนถึงแยกวัดเบญจมบพิตร ปิดถนนพิษณุโลกตั้งแต่แยกนางเลิ้งถึงแยกมิสกวัน เตรียมรถจีโน่ฉีดน้ำแรงดันสูง 2 คัน รถน้ำ 2 คัน และรถควบคุมผู้ต้องขัง 1 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนทยอยกระจายประจำตามจุดและเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 6 กองร้อยดูแลสถานการณ์ม็อบเจอฝนกระหน่ำเก็บของแทบไม่ทันด้านกลุ่มชุมนุม เมื่อเวลา 14.24 น. การ์ดม็อบราษฎรปิดการจราจรบริเวณแยกนางเลิ้ง นำนั่งร้านมาตั้งเป็นซุ้มประตูทางเข้าติดป้ายข้อความ “เปิดท้ายวันศุกร์ ลุกไล่เผด็จการ” มีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าประจำม็อบ และประชาชนทยอยมารวมตัว นั่งรอที่ฟุตปาท โดยมีนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ เป็นแกนนำ กระทั่ง 17.05 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนออกจากแยกอุรุพงษ์ มีชายฉกรรจ์ทีมการ์ดวีโว่เดินนำไปจนถึงแยกนางเลิ้ง อย่างไรก็ตาม พอแกนนำเริ่มเปิดปราศรัยเกิดฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ทำให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมแตกฮือ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าเก็บของกันแทบไม่ทัน การชุมนุมต้องยุติลงชั่วคราว “กวิ้น” ขู่ 120 วัน “บิ๊กตู่” ไม่มี ปท.ให้อยู่ต่อมา 17.55 น. ภายหลังฝนซา พ่อค้าแม่ค้าเริ่มกลับตั้งร้านอีกครั้ง มวลชนส่วนหนึ่งยังคงปักหลักฟังการปราศรัยด้วยการกางร่มสวมเสื้อกันฝน แนวร่วมคนหนุ่มสาวเดินเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยนายพริษฐ์ สวมชุดกันฝนขึ้นเวทีปราศรัยกลางสายฝน โจมตีความล้มเหลวการบริหารงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ รวม 12 ประการ อาทิ เรื่องสืบทอดผูกขาดอำนาจ แก้ปัญหาการระบาดโควิด-19 ล้มเหลว นำเข้าวัคซีนเอื้อประโยชน์ให้กับบางกลุ่ม ออกนโยบายสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน มีแต่กลุ่มทุนผูกขาดได้ประโยชน์ นายพริษฐ์กล่าวว่า ขอให้ประชาชนจดจำความผิดพลาดทั้งหมดไว้ ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศนโยบายว่าจะเปิดประเทศภายใน 120 วัน แต่ตนขอประกาศตรงนี้ว่าในอีก 120 วัน พล.อ.ประยุทธ์จะไม่มีประเทศให้อยู่อย่างแน่นอน