ส.ว.หัก พปชร.คว่ำร่าง รธน.แก้ ม.144-185 แห่โหวตสวนกับงดออกเสียงร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เสนอแก้ไขมาตรา 144 และ 185 มีเนื้อหาสาระทำให้ ส.ส. ส.ว.แทรกแซงแปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ และเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการ ถูกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) รุมคัดค้านอย่างหนัก มองว่าเป็นการเปิดช่องให้เกิดการทุจริต“ชวน” เข้มให้อภิปรายจนจบเมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 24 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภากล่าวถึงการประชุมพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ฉบับ ต่อเป็นวันที่สองว่า การลงมติคงจะใช้เวลามากกว่าเดิม เพราะมีกฎหมายต้องลงมติ 13 ฉบับ จะให้สมาชิกประหยัดเวลาด้วยการไม่ขานชื่อตัวเอง แต่จะมีเจ้าหน้าที่สภาขานชื่อให้ เมื่อตอนลงมติจะไม่ให้ใช้คำว่าฉบับ แต่ให้บอกเป็นลำดับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแทน จะพยายามประหยัดเวลาให้มากที่สุด กรณีได้อ่านชื่อสมาชิกรัฐสภาเลยไปแล้วหรือคนนั้นไม่อยู่ จะไม่ย้อนกลับมาจนกว่าการลงมติจะเสร็จทั้งหมดแล้วค่อยให้สมาชิกเสนอขอลงมติตอนท้ายสุด กำหนดลงมติเดิมคือเวลา 16.00 น. ขอให้แต่ละฝ่ายได้พูดให้ครบจะกี่ทุ่มก็ต้องจบ “สุทิน” ยันฝ่ายค้านเคารพกันไม่บังคับนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ภาพรวมการประชุมวันแรกน่าพอใจ เดิมคาดว่าจะมีการประท้วงกันหนักหน่วง แต่เรียบร้อยมีประท้วงอยู่บ้างแต่เป็นไปอย่างเป็นเหตุเป็นผล ส่วนการลงมติพรรคร่วมฝ่ายค้านจะประชุมกันก่อนลงมติ เรามีข้อตกลงถึงการลงมติว่าต้องเคารพซึ่งกันและกัน ไม่บังคับกัน ถ้าผ่านเพียงฉบับเดียวเรื่องระบบเลือกตั้ง คงไม่พอใจ เพราะเราอยากให้ผ่านทุกฉบับ ได้กลั่นกรองแล้วว่าจำเป็นต้องแก้ไข ขึ้นอยู่กับ ส.ว.เป็นตัวชี้ขาด สัญญาณมีความหวังพอสมควร ส่วนผู้ชุมนุมหน้ารัฐสภาไม่กังวลเป็นความงดงามของประชาธิปไตย เรารับฟังสิ่งที่ผู้ชุมนุมพูด เชื่อว่าจะไม่มีการปะทะกันเกิดขึ้นส.ส.ท้วงติง “พรเพชร” ไม่เด็ดขาดเมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา 13 ฉบับต่อเนื่องเป็นวันที่สอง มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา ในฐานะประธานวิปรัฐบาลหารือว่าอยากให้ประธานควบคุมการอภิปรายให้อยู่ในกรอบการประชุมเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. เกิดการปะทะกัน บางช่วงพูดเสียดสี บอก ส.ส.เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่ ส.ว. แต่ประธานไม่พูดตัดบท อาจทำให้สมาชิกเกิดอารมณ์ค้าง อยากให้คุยกันด้วยเหตุผล ใช้เวลาอย่างมีค่า ขณะที่นายพรเพชรชี้แจงว่าไม่ค่อยห้ามการโต้เถียง ปล่อยให้พูดเสียดสีนั้น หากตนขัดจังหวะสมาชิกจะไม่ฟัง อาจยิ่งเสียเวลา ลุกขึ้นมาอีกหลายครั้ง อะไรที่ไม่เกินเลยมากจะปล่อย ภท.ซัด กรธ.ฝากบาดแผล รธน.ปี 60จากนั้นนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อภิปรายเป็นคนแรกว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ทำคลอดรัฐธรรมนูญปี 60 มีลูก 2 คนชอบตีกันเละ ลูกคนโตคือ ส.ว.250 คนมาจากการแต่งตั้ง มีอำนาจโหวตนายกฯ ลูกคนเล็ก ส.ส. 500 คน พ่อแม่รักไม่เท่ากันจึงเกิดปัญหา นี่คือสิ่งที่ กรธ.ฝากบาดแผลไว้ วิธีแก้ปัญหาคือแก้รัฐธรรมนูญปี 60 วันนี้ ส.ส.เสนอแก้ไขแล้ว 13 ฉบับ ต้องดูว่าประชาชนได้อะไรพรรค ภท.ขอแก้ไขมาตรา 55/1 ให้รัฐต้องจัดให้ประชาชนได้รับรายได้พื้นฐานอันจำเป็นต่อการดำรงชีพทั่วถึง เรียกว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับกินได้ แก้เพื่อคนจนหาเช้ากินค่ำ เป็นรัฐธรรมนูญยาใจคนจน ขอให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาสนับสนุนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้คนจน “ถวิล” รับไม่ได้แก้มัดตราสังปล่อยโกงต่อมาเวลา 12.20 น. นายถวิล เปลี่ยนศรี ส.ว. อภิปรายว่า การเสนอแก้ไขมาตรา 144 ตัดบทลงโทษรุนแรงทั้งพ้นตำแหน่ง สิ้นสุดสมาชิกภาพ ตัดสิทธิการเมือง เผลอๆถึงขั้นติดคุกกับนักการเมืองหรือ ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี เจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเปลี่ยนแปลง แก้ไขเพิ่มเติมรายการงบฯของรัฐ ทำลายหลักการรัฐธรรมนูญที่มุ่งการปราบโกง ปล่อยประเด็นนี้ก็เหมือนแก้มัดตราสัง ป่าช้าแตกแน่นอน ปล่อยให้มีการคอร์รัปชันหลอกหลอนประชาชน รับไม่ได้ ส่วนมาตรา 185 ที่แก้ไขยอมให้ ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรีใช้สถานะตำแหน่งหน้าที่เข้าแทรกแซงการแต่งตั้ง โอนย้ายเลื่อนตำแหน่ง ให้พ้นตำแหน่งข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ แสลงใจมาก เคยเจอจริงเจ็บจริงมาคงยอมให้ผ่านไปไม่ได้เหลือ 2 ปีปิดสวิตช์ตัวเองไม่ต้องมาไล่นายถวิลอภิปรายต่อว่ายืนยันมาตรา 272 จะพูดเอามันคำหนึ่งก็ปิดสวิตช์ ส.ว. สองคำก็ปิดสวิตช์ ส.ว.ไม่ได้ กระซิบเบาๆว่าเราปิดสวิตช์เราเองได้ เสียง ส.ว.ไม่ใช่เสียงชี้ขาดเลือกนายกฯ ส.ว.เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง มีคนเอากระดูกมาแขวนคอให้โดนด่าฟรีมาตลอด การให้ ส.ว.ออกเสียงเลือกนายกฯเป็นผลของการทำประชามติ ไปหักดิบยกเลิกดื้อๆไม่ได้ ถ้าจะทำต้องไปย้อนต้นทางทำประชามติให้ถูกต้อง กำหนดอยู่ในบทเฉพาะกาลจะสิ้นสุดอีกปีสองปี ถึงเวลาสวิตช์พวกเราปิดเอง ไม่ต้องรอให้ใครมาไล่ปิด“อันวาร์” ชงตั้งลูกขุนสภาตีกันปฏิวัติต่อมาเวลา 12.45 น. นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นอภิปรายว่า ขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเสียงข้างมาก ให้มีคณะลูกขุนสภาหรือตุลาการสภา เป็นคณะบุคคลมาจากตัวแทนองค์กรที่ไม่ใช่พรรคการเมืองมาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนตัดสินชี้ขาดการอภิปรายวาระสำคัญในสภา ยึดหลักการทำสิ่งถูกให้เป็นถูก สิ่งผิดให้เป็นผิด หลีกเลี่ยงไม่ให้ไปสู่ความขัดแย้ง เช่น กรณีจำนำข้าวและ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ตอนนั้นถ้ามีคณะลูกขุนสภาจะไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายจนนำไปสู่การปฏิวัติ เชื่อว่าคณะลูกขุนสภา จะเป็นทางออกของประเทศไทย เพราะคณะลูกขุนสภาไม่ได้มาจากนักการเมือง จะไม่เข้าข้างใคร จึงไม่มีสาเหตุใดทำให้ประชาชนขุ่นเคืองออกมาชุมนุมประท้วง ไม่มีเหตุผลให้ทหารออกมาปฏิวัติรัฐประหาร หากยังปล่อยให้เสียงข้างมากลากไป แล้วฝืนความรู้สึกพี่น้องประชาชนจะออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านเป็นม็อบต่างๆไม่สิ้นสุดเป็นวังวนเดิมๆส.ว.เฉ่งแก้ ม.144-185 เปิดช่องทุจริตนพ.อำพล จินดาวัฒนะ ส.ว. อภิปรายว่า ยินดีรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นคุณกับประชาชนและสังคม เช่น ฉบับที่ 2, 6, 7, 8 และ 12 และจะสนับสนุนรับหลักการฉบับที่ 4 และ 11 ที่ยกเลิกอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ ประเด็นอยู่ที่ฉบับที่ 1 ของพรรค พปชร.ที่รับหลักการไม่ได้เรื่องดีก็มีแต่มีปัญหาที่แก้ไขมาตรา 144-185 ให้ ส.ส. ส.ว.แปรญัตติงบฯนำไปลงพื้นที่ตัวเองได้ และให้ไปยุ่งเกี่ยวแทรกแซงข้าราชการ แก้แบบถอยหลังเข้าคลอง เจาะช่องโหว่ให้เกิดการทุจริต ในอดีตมีสมาชิกนิติบัญญัติบางส่วนได้แปรญัตติดึงงบประมาณลง พื้นที่ตัวเอง และเขียนป้ายว่าตัวเองดึงงบมาทำอะไรบ้าง ทั้งที่ไม่ใช่เงินตัวเอง เกิดมือใครยาวสาวได้สาวเอาไม่ไว้ใจถอยจริงจี้ถอนก่อนโหวตนพ.อำพลกล่าวอีกว่า การที่เสนอแก้มาตรา 144 และมาตรา 185 จะทำให้เกิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ที่ผู้เสนอญัตติให้รับหลักการไปก่อน และมาแก้ไขในวาระที่ 2 แต่จะสามารถทำได้หรือ เพราะท่านรับหลักการไปแล้ว ส่วนที่บอกว่าถ้าไม่แก้ค่อยคว่ำในวาระ 3 การทำแบบนี้เป็นการถอยแน่หรือ หรือเป็นการถอยหนึ่งก้าวและไปสู้เอาดาบหน้า ถือเป็นการกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย ไม่มีหลักประกัน ได้ข่าวว่ามีการยืนยันว่าจะไม่แก้กลับไปเหมือนเดิม ขอวิงวอนผู้เสนอให้ถอนญัตติออกไปก่อนลงมติวันนี้ เพื่อให้เกิดการทำงานการเมืองที่สร้างสรรค์ ถ้ายังดึงดันต่อไปไม่สามารถรับหลักการญัตตินี้ได้ กก.ปลุกร่วมปิดสวิตช์หยุด “ประยุทธ์”จากนั้นเวลา 13.45 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ปัญหาการแก้รัฐธรรมนูญคืออำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของใคร ไม่ใช่เรื่องงบฯ ส.ส. หรือ ส.ว. สิทธิเสรีภาพ แค่ตัวหนังสือ ระบบเลือกตั้งที่หวังจะมีรัฐบาลมีเสถียรภาพมาก ต่อให้ใครชนะเลือกตั้งท่วมท้นเพียงใด พวกเราเป็นได้แค่เพียงเด็กขี่ม้า ซึ่งม้าอาจพยศเมื่อไรก็ได้ตามคำสั่งเจ้าของม้า ตราบใดยังแก้ปมใจกลางนี้ไม่ได้จะไม่หลุดจากหลุมดำการเมืองได้ พรรคก้าวไกลจึงเสนอให้รัฐสภาเร่งเดินหน้าจัดทำประชามติ คืนอำนาจ ให้ประชาชน จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ให้ประชาชนแสวงหาฉันทมติร่วมกันว่าระบบการเมืองแบบใดที่เรายอมรับที่จะอยู่ร่วมกัน แม้จะมีความคิด อุดมการณ์ไปคนละแบบ ขอให้สมาชิกรัฐสภาช่วยกันโหวตหยุดแผนแก้รัฐธรรมนูญเพื่อต่ออายุระบอบประยุทธ์ ร่วมใจกันโหวตปิดสวิตช์ ส.ว. เปิดประตูบานแรกในการจัดตั้งรัฐบาลจากเสียงประชาชนจริงๆ หากไม่สามารถปิดสวิตช์ ส.ว.ได้ การแก้รัฐธรรมนูญรอบนี้จะไม่มีความหมาย เป็นเพียงละครตบตาประชาชนฉากใหญ่ท้าผู้มีอำนาจรอดูความล่มสลาย“ท้ายที่สุดนี้ ขออวยพรผ่านไปยังผู้มีอำนาจทุกท่านที่เชื่อว่าตัวเองจะเหนี่ยวรั้งเข็มนาฬิกาไว้ได้ ขออวยพรให้ท่านมีอายุยืนเพียงพอที่จะเห็นความพยายามของท่านล่มสลายไม่มีชิ้นดี เห็นความต้องการของท่านถูกบดขยี้ด้วยกงล้อของเวลาที่เดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ได้มีโอกาสรับรู้กับตาตัวเองว่า ผู้คนและยุคสมัยจะตราหน้าพวกท่านว่าอย่างไรในประวัติศาสตร์ของชาติเรา” นายพิธากล่าวส.ว.รับไม่ได้แก้ ม.144 ขู่คว่ำร่าง พปชร.จากนั้นช่วงบ่ายเป็นคิวการอภิปรายของ ส.ว.ล้วนๆ เนื่องจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านใช้เวลาโควตาฝ่ายละ 6 ชั่วโมงไปครบแล้ว โดย ส.ว.ส่วนใหญ่อภิปรายแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 144 และ 185 ของพรรค พปชร.ที่ไปแก้ไขกลไกขจัดและป้องกันการทุจริตของนักการเมืองเรื่องการใช้งบประมาณ และเรียกร้องให้ถอนเนื้อหาออกจากวาระพิจารณา โดยนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว. อภิปรายว่า ส.ว.ชุดปัจจุบันเป็นตัวของตัวเองสูง จะยืนหยัดเพื่อประชาชน ส.ว.ไม่ถนัดใช้คารม แต่ถนัดใช้การกระทำ ยืนยันรับไม่ได้ที่จะแก้ไขมาตรา 144 และมาตรา 185 ดังนั้น ขอให้ถอนร่างแก้ไข หากไม่ถอนจะเกิดปรากฏการณ์พิเศษว่าไม่ผ่านการพิจารณา เพราะไม่เชื่อว่าจะไปแก้ภายหลังขวางสุดฤทธิ์ริบดาบเลือกนายกฯนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า ส.ว.มีโอกาสเข้ามาเพราะ คสช.จริง แต่เรื่องเหล่านี้ควรจบแล้ว หลังจากที่มีการเลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 24 มี.ค.62 การที่ ส.ว.เลือกบุคคลเป็นนายกฯ แต่ถูกครหาเสมอว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้สืบทอดอำนาจ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ขอให้คิดดูว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ หรือเป็นเพียงวาทกรรม ส.ว.จะเลือกใครเป็นนายกฯ เป็นเรื่องที่ ส.ส.ไปตกลงกันเองว่าจะให้ใครเป็นนายกฯ ส.ว.จึงโหวตตามนั้น การเสนอตัดอำนาจ ส.ว.มาตรา 272 จึงไม่มีเหตุผลเพราะ ส.ว.เข้ามาทำหน้าที่คลี่คลายภาวะวิกฤติ ไม่ได้หวงอำนาจหรือสืบทอดอำนาจ แต่ทุกคนมาทำหน้าที่ 5 ปี เพราะมาตรา 272 เขียนให้เป็นหน้าที่รับผิดชอบมาแก้วิกฤติประเทศ จึงต้องอยู่ด้วยความรับผิดชอบและภารกิจที่ได้รับมอบหมาย “ชินวรณ์” ค้าน “บิ๊กตู่” ยุบสภา-ลาออกนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราชพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายสรุปว่า เท่าที่ดูหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 13 ฉบับ ดีกว่ารัฐธรรมนูญ 60 ที่มีปัญหา ช่องว่างเชิงโครงสร้างหลายประเด็นที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง พรรคจึงต้องการแก้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น นายกฯถูกเรียกร้องให้ลาออกและยุบสภา แต่ท่านมีหน้าที่ต้องแก้ปัญหาบ้านเมือง ประคับประคองไปให้ได้ จึงไม่ควรลาออกหรือยุบสภา ไม่ใช่ตนมีหน้าที่ประคับประคองนายกฯ แต่ต้องการถอดสลักแก้รัฐธรรมนูญให้ระบบการเลือกตั้งและเลือกนายกฯเปลี่ยนแปลง ถ้ายังกลับวังวนเดิม ปัญหาความขัดแย้งจะมากยิ่งขึ้น รัฐธรรมนูญจะช่วยถอดสลักทางการเมือง ได้การเมืองสุจริต รัฐบาลดี “ชวน” แจงยิบวิธีโหวตลงมติวาระ 1กระทั่งเวลา 16.45 น. หลังจากสมาชิกรัฐสภาอภิปรายจนครบถ้วนทุกคน และตัวแทนผู้เสนอญัตติทั้ง 13 ร่างกล่าวอภิปรายสรุปเรียบร้อย นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้ชี้แจงขั้นตอนการลงมติรับหลักการวาระที่ 1 โดยใช้การขานสมาชิกชื่อทีละคนตามลำดับตัวอักษร พร้อมให้กล่าวแสดงการลงมติในแต่ละร่างว่าจะรับหลักการ ไม่รับหลักการ หรืองดออกเสียง เรียงตามลำดับต่อเนื่องกันไปจนครบทั้ง 13 ฉบับ ในครั้งเดียว จากนั้นที่ประชุมได้แต่งตั้งสมาชิกเป็นตัวแทนนับคะแนนส.ว.หัก พปชร.ให้ผ่านร่างพรรคร่วม รบ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการลงมติตัวแทนวิป 3 ฝ่าย ได้หารือภายในวิปของตัวเอง เพื่อวางแนวทางการลงมติในวาระแรก โดยวิปวุฒิสภาได้หารือกันแล้ว เสียงส่วนใหญ่มีความเห็นลงมติเห็นชอบเฉพาะร่างที่ 13 คือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอให้แก้ไขมาตรา 83 และ 91 เรื่องวิธีการเลือกตั้ง ให้กลับมาใช้เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบคือ ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ วุฒิสภาเห็นตรงกันจะไม่ให้ความเห็นชอบ เนื่องจากมีเนื้อหาไปแก้ไขมาตรา 144 และ 185 เรื่องการตัดบทลงโทษ ส.ส. และ ส.ว. ที่เข้าไปแทรกแซงการแปรญัตติงบฯ และรวมถึงการให้ ส.ส. และ ส.ว.เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของหน่วยราชการได้ ซึ่ง ส.ว.มองว่าทำลายหลักการสำคัญการป้องกันการปราบโกงในรัฐธรรมนูญปี 2560วิป รบ.ไฟเขียวปล่อยผีแค่ 6 ร่างขณะที่วิปรัฐบาลมีมติเห็นชอบร่างที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ ร่างที่ 3 ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่เสนอแก้ไขเรื่องวิธีการเลือกตั้ง ให้กลับมาใช้เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ร่างที่ 6 ของพรรคภูมิใจไทย เรื่องการเสนอให้แก้ไขยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ร่างที่ 7 ของพรรคภูมิใจไทย เรื่องการแก้ไขหมวด 5 และมาตรา 55/1 การกำหนดให้รัฐบาลมีหลักประกันเรื่องรายได้ให้กับประชาชนที่มีฐานะยากจน ร่างที่ 8 ของพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้เพิ่มสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการเข้าถึงกระบวน-การยุติธรรมได้อย่างง่าย รวดเร็ว ทั่วถึง และร่างที่ 13 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอให้แก้ไขมาตรา 83 และ 91 เรื่องวิธีการเลือกตั้ง ให้กลับมาใช้เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ส่วนวิปฝ่ายค้านมีมติให้รับหลักการในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ฉบับส.ว.ชักแถวโหวตคว่ำร่าง พปชร.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทั่งเวลา 17.00 น.เมื่อเริ่มขานชื่อสมาชิกรัฐสภาเรียงตามลำดับตัวอักษรเพื่อลงมติในญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ฉบับ ปรากฏว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านและ ส.ว. ลงมติไปในแนวทางเดียวกับมติวิปของฝ่ายตัวเอง โดย ส.ว.ทุกคนลงมติไม่รับหลักการหรืองดออกเสียงในร่างที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ ไปในทางเดียวกันทั้งหมด ส่วนร่างอื่นๆเสียง ส.ว.ลงมติไม่รับหลักการและงดออกเสียงเป็นส่วนใหญ่ มีออกเสียงรับหลักการแทรกเพียงบางส่วนเท่านั้น ขณะที่ร่างที่ 13 เป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาลเกี่ยวกับการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 บัตร ส.ว.ลงมติรับหลักการโดยพร้อมเพรียงกันเกือบทุกคน มีเพียง ส.ว.ส่วนน้อยที่ลงมติงดออกเสียง อาทิ นายคำนูณ สิทธิสมาน นายเฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ นางดวงพร รอดพยาธิ์ คุณหญิงพรทิพย์ โรจน์สุนันท์ และ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร ที่ลงมติไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ยังมี ส.ว.ที่ลงมติปิดสวิตช์ ส.ว. อาทิตย์ นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นายพิศาล มาณพัฒน์ นายคำนูณ สิทธิสมาน คุณหญิงพรทิพย์ โรจน์สุนันท์ เป็นต้นภท.งดออกเสียงไม่เอาบัตร ลต.2 ใบผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนการลงคะแนนของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเสียงไม่ค่อยไปทางเดียวกัน โดย ส.ส.พลังประชารัฐ ส่วนใหญ่ลงมติรับหลักการในทุกร่าง แต่มี ส.ส.บางส่วนงดออกเสียงในร่างแก้รัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาล โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ลงมติเห็นชอบทุกร่าง รวมถึงร่างที่ให้ปิดสวิตซ์ ส.ว. การยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติและการยกเลิกคำสั่งของ คสช. ขณะที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ลงมติรับหลักการเกือบทุกร่าง ยกเว้นร่างฝ่ายค้านเกี่ยวกับการปิดสวิตซ์ ส.ว. ด้านพรรคประชาธิปัตย์รับหลักการในทุกร่าง มีเสียง ส.ส.ของพรรคหายไปบ้างเล็กน้อยในบางร่าง ขณะที่พรรคภูมิใจไทยลงมติรับหลักการเกือบทุกร่าง ยกเว้นร่างที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ ร่างที่ 3 ของพรรคฝ่ายค้าน เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ร่างที่ 5 ของพรรคฝ่ายค้านเรื่อง การยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติและการยกเลิกคำสั่ง คสช. และร่างที่ 13 ของพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ สำหรับพรรคเพื่อไทยลงมติรับหลักการทุกร่างไม่ว่าจะเป็นร่างของพรรคพลังประชารัฐ พรรคฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาลบัตรเลือกตั้ง 2 ใบพรรคร่วมฯ ฉลุยจนกระทั่งการขานคะแนนของสมาชิกรัฐสภามาถึงในเวลา 21.30 น. ผลการนับคะแนนเสียงในร่างที่ 13 ของพรรคร่วมรัฐบาลเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ได้คะแนนเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งคือ 367 คนไปเรียบร้อยแล้ว จากจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 733 คน และยังมีเสียง ส.ว.ลงคะแนนรับหลักการเกิน 1 ใน 3 หรือ 84 เสียงเช่นกัน ทำให้ร่างที่ 13 ผ่านความเห็นชอบในวาระรับหลักการเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ร่างที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และการแก้ไขมาตรา 144 และ 185 เรื่องการยกเลิกบทลงโทษ ส.ส.และ ส.ว.ที่ก้าวก่ายการแปรญัตติงบฯ และการให้ ส.ส.-ส.ว.เข้าไปแทรกแซงการทำงานข้าราชการได้มีคะแนนไม่รับหลักการและงดออกเสียงของ ส.ว.เกิน 166 เสียงจาก ส.ว.250 คน เท่ากับว่ามีเสียง ส.ว.ที่จะให้ความเห็นชอบร่างดังกล่าวไม่ถึง 1 ใน 3 หรือ 84 เสียงแน่นอน จึงไม่ผ่านความเห็นชอบในวาระที่ 1 เช่นกัน