ละครโรงใหญ่ในสภาที่ปิดฉากกันไป ชนิดค้านสายตาคนดู มีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องทิ้งไว้ให้คิดหลายประเด็น โดยเฉพาะ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย วิถีประชาธิปไตย สิทธิและเสรีภาพความเป็นประชาธิปไตย การปกครองในระบอบรัฐสภา ภายใต้รัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ อำนาจสามฝ่าย นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ถ่วงดุลซึ่งกันและกันยังมีอยู่จริงหรือไม่และถ้าอำนาจสามฝ่าย ฮั้วกัน ระบอบประชาธิปไตยจะเป็นอย่างไร เป็นการบ้านที่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลหรือนักวิชาการ หรือผู้มีอิทธิพลในสังคม จะต้องช่วยกันคิด และต้องคิดทบทวนทั้งที่ตอนอยู่ในอำนาจและหลังจากหมดอำนาจไปแล้วด้วยว่าจะอยู่กันอย่างไรการใช้กฎหมายสูงสุดของประเทศ หรือ การใช้อำนาจสามฝ่าย เพื่อล้มหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ใช้มวลชนรบกับมวลชนในการชิงอำนาจ จะทำให้ประชาธิปไตยของเราที่มีมากว่า 88 ปี สูญเปล่าและล้าหลังกว่าประชาธิปไตยในเมียนมาที่เพิ่งจะเริ่มต้นกลไกทางการเมืองเมื่อถูกนำมาใช้อย่างผิดวิธีจะกลายเป็นอาวุธสำคัญที่กลับมาเชือดคอ ระบอบประชาธิปไตย เป็นอันตรายมากกว่า อำนาจจากปลายกระบอกปืน เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่พาดพิงไปถึงคนนอก หรือคดีอาญา หรือตัวบุคคล ข้าราชการ ธุรกิจ ที่ไม่มีโอกาสจะชี้แจงหรือลุกขึ้นประท้วง การเมือง อาจมองเป็นเรื่องเล็กๆ แต่สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบแล้วเป็นเรื่องใหญ่ ถูกทำลายความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์กรณีคดีของบอส วรยุทธ อยู่วิทยา เป็นตัวอย่างหนึ่ง เพราะต้องการชี้ให้เห็นถึงการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวอ้างตั้งแต่สมัยของ คสช. ที่ สาม ป. คือ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ตั้งกรรมาธิการกฎหมายกระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจขึ้นมา โดยมีคณะกรรมาธิการเป็นตำรวจ ผู้พิพากษา อัยการ นักกฎหมาย นักวิชาการ หยิบยกความเห็นของกรรมาธิการในขณะนั้น มีความเห็นไม่ฟ้องคดีบอส และไม่มีการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบข้อเท็จจริงเพิ่ม เจ้าหน้าที่หลายคนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ถูกโยกย้าย มีการโยงเหตุผลว่าเป็นเพราะมีความเห็นที่แตกต่างจากความเห็นของผู้มีอำนาจในยุคนั้นอ้างเหตุต่อไปว่า แม้จะมีหมายจับของตำรวจสากล แต่รัฐบาล อัยการ กระทรวงการต่างประเทศ ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะตามตัวผู้กระทำความผิด เป็นการใช้บารมีในการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม แสดงให้เห็นชัดเจนว่า มีการลากเอาคดีอาญาส่วนบุคคลมาเป็น การเมือง จนถึงขณะนี้ก็มีการตั้งกรรมการหาข้อเท็จจริง มีวิชา มหาคุณ เป็นประธาน ถ้าจะว่าไปแล้วกระทบกับฝ่ายนิติบัญญัติที่ถูกแทรกแซงทางการเมืองทำให้การตัดสินคดียากลำบาก ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายทั้งด้านคดี ด้านสังคม และด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งๆที่ มีคดีอาญาทำนองนี้เกิดขึ้นในเมืองไทยอีกหลายร้อยคดีแต่ไม่ได้ให้ความสนใจ กลับมาเพ่งเล็งคดีนี้โดยเฉพาะเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น ผู้ที่ถูกอ้างชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องก็เสียหายไปด้วยอย่างไม่เป็นธรรม เป็นตัวอย่างอีกมุมของการเมืองที่เป็นจุดอ่อนของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th