“ไอ้สอง ให้พี่เดินสะดวกเถอะ” ฉากหนังฮาๆของ “น้าค่อม” กับ “โก๊ะตี๋” ที่ดูเมื่อไหร่ก็หัวเราะท้องแข็ง อารมณ์น่าจะเทียบได้กับช็อตที่นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช ค่ายพลังประชารัฐปฏิบัติการ “อวยไส้แตก” ยกก้น “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม หามขึ้นเทียบชั้นกับ “เซอร์วินสตัน เชอร์ชิล” อดีตนายกฯผู้ดีอังกฤษ เปรียบผู้นำแข็งแกร่งจะนำพาประเทศชาติฝ่าวิกฤติไปได้แน่ๆไม่ขัดไม่เขิน ยอกันสุดลิ่มทิ่มประตู “บิ๊กตู่” เดินขาขวิดเลยก็แล้วกันมันเหมือนผลักผู้นำไปล่อเป้าสหบาทาซะมากกว่าตามท้องเรื่อง มุกอวยของ ส.ส.ค่ายพลังประชารัฐ ไม่มีตบมุกหักมุม “ชึ่งโป๊ะ” เหมือนในหนัง นอกจากไม่ตลกแถมยังมาผิดจังหวะ ท่ามกลางบรรยากาศหนังชีวิต ฉากเศร้าเคล้าน้ำตาของแม่ค้าพ่อค้าร้านหมูกระทะ ร้านอาหาร ชาบู ที่โอดครวญพิษโควิด-19 ระบาดระลอกสอง ต้องกลับไปอยู่ใน “โซนแดง”กู้หนี้ยืมสินยังใช้ไม่หมด เจอล็อกดาวน์ซ้ำ จอดไม่ต้องแจวแนวโน้มสถานการณ์มันจึงแตกต่างกับการระบาดรอบแรก หยั่งอารมณ์ผู้ประกอบการส่อแข็งขืนกับมาตรการของทางการ แบบที่บางร้านประกาศชัด “กูไม่ปิด”ห้างร้านธุรกิจกลัวอดตาย มากกว่าติดโรคตาย ภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์ที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่อาจปัดความรับผิดชอบ “โบดำ” ต้นเหตุโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ เกิดจาก ศบค.“การ์ดตก” เต็มๆทั้ง “ด่านแตก” ปล่อยให้ขบวนการ “ส่วยต่างด้าว” ปลาเน่าในหมู่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน ลักลอบขนแรงงานเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาแพร่เชื้อมรณะผลประโยชน์ส่วนตัวแลกกับความเป็นความตายคนในชาติวงจรอุบาทว์ของฝ่ายความมั่นคงยังต่อเนื่องไปถึงการปล่อยให้เปิดบ่อนเถื่อนแลกกับสินบน ความแตกโพละที่บ่อนกลางเมืองระยอง กลายเป็นจุดแพร่เชื้อโควิด-19 ระบาดหนักตัวเลขการติดเชื้อภายในประเทศทะลัก พุ่งพรวดรายวันมันคือความผิดพลาดของ ศบค. การบริหารราชการบกพร่องของรัฐบาล ก่อมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจนับแสนล้าน นั่นยังไม่เท่ากับชีวิตของคนไทยที่ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย แล้วจะโยนให้เป็นภาระของผู้ประกอบการธุรกิจต้องปิดกิจการสกัดการแพร่ระบาดไวรัสมรณะปล่อยประชาชนต้องแบกรับชะตากรรมตามไฟต์บังคับมันไม่เป็นธรรม มองยังไงก็ไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะในห้วงอารมณ์ของผู้คนที่เริ่มไม่ทนกับผู้นำและฝ่ายบริหารที่คุมโควิดไม่อยู่ หดหู่ หมดหวังกับวิกฤติโรคระบาด จากทีแรกประเทศไทยดูดีกว่าเพื่อน ต่างประเทศระบาดหนัก แต่เราคุมโควิดอยู่ มีมาตรการทางเศรษฐกิจรองรับ แจกเงินประชาชนอย่างมีแบบแผนแต่ถึงตรงนี้พลิกตาลปัตรกลับหัวกลับหาง ตัวเลขผู้ติดเชื้อภายในประเทศรายวันทะลักหลักร้อย จ่อหลักพัน จับสัญญาณคำสั่ง ศบค.ที่ 1/2564 ล็อก “โซนแดง” กำหนดพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามข้อกำหนด พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหนีไม่พ้นต้อง “ล็อกดาวน์” ซ้ำในสถานการณ์ต่างประเทศเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ขณะที่ไทยยังไม่มีแผนชัดๆว่าจะได้วัคซีนเมื่อไหร่ ฉีดให้ประชาชนได้ตอนไหน คนไทยยังเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับโรคระบาดไม่ต้องพูดถึงขีดความสามารถในการฉุดรั้งมหาวิกฤติเศรษฐกิจจากไวรัสมรณะ อาการแบบที่รัฐบาลกล้าๆกลัวๆ ไม่สั่งล็อกดาวน์ช่วงปีใหม่ ปล่อยธุรกิจห้างร้าน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวภายใน เพื่อให้เงินไหลเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง พึ่งเครื่องยนต์ตัวสุดท้าย ที่ยังติดๆดับๆเดิมพันชีวิตผู้คนกับเศรษฐกิจประเทศ สะท้อนคลังยอบแยบไม่มีเงินแจกแบบรอบแรกแน่นอนตามรูปการณ์โควิดล้อมเมือง ไม่นานก็ต้องถึงจุดชาวบ้านเดือดร้อนปากท้องณ จุดนั้นก็คงอื้ออึงไปด้วยเสียงเรียกร้องมือบริหารอาชีพมานำประเทศฝ่าวิกฤติแทนผู้นำทหารเฒ่าเข้าเหลี่ยมพอดีกับจังหวะมวลชนราษฎรที่ปักธงกลับมาระดมม็อบเบิ้มๆต้นศักราช 2564 ตามสัญญาณ “อุ่นเครื่อง” ที่ “โตโต้” นายปิยรัฐ จงเทพ แกนนำกลุ่ม wevo การ์ดมวลชนราษฎร จัดกิจกรรม ขายกุ้งเคาต์ดาวน์ ที่ท้องสนามหลวง นำกุ้งจากเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิดมาขายให้ประชาชนทั่วไปท้าทายข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จงใจเบิ้ลบลัฟผู้นำบ้อท่าเชิงบริหารม็อบดื้อยา ไวรัสลามไว อาการผู้นำหายใจไม่ทันก็แล้วกัน.ทีมข่าวการเมือง