14 ตุลาฯ 63 เพียงแค่ฉากผ่าน คงไม่ต้องพูดถึงว่าจะมาร่วมชุมนุมกันมากน้อยแค่ไหน หลังจากที่แกนนำกลุ่มคณะราษฎร 2563 พยายามปลุกเร้ามาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวแกนนำทั้งชุด พร้อมทั้งข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.ให้นายกฯลาออกจากตำแหน่ง 2.แก้ไขรัฐธรรมนูญ 3.ปฏิรูปสถาบันเริ่มต้นการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จากนั้นจะไปนอนค้างคืนรอบทำเนียบรัฐบาล นั่นเป็นหมายกำหนดการที่แกนนำได้เปิดเผยล่วงหน้ายังไงก็ฟังหูไว้หูเอาไว้ก่อนเท่านั้นเพราะยังไม่มีหลักประกันในความแน่นอนทั้ง 3 ประเด็นในข้อเรียกร้องนั้น 2 ข้อแรกถือว่าเป็นเรื่องปกติทางการเมืองที่สามารถกระทำได้ ไม่ผิดกติกาแต่ข้อที่ 3 นั้น มีความละเอียดอ่อนและล่อแหลมต่อสังคมอันเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว แม้แต่ในหมู่ผู้สนับสนุนซึ่งอยู่เบื้องหลังมีการวิเคราะห์กันว่า การที่ไม่ออกมานำทัพเอง แต่ใช้นิสิต นักศึกษาและนักเรียนเป็นแนวหน้าก็คงเพราะประเด็นนี้แหละ...เป็นการอำพราง...ซ่อนตัวในเงาหลังว่าไปแล้วในหลายเรื่องหลายประเด็นที่เป็นข้อเสนอและต้องการให้มีการแก้ไขนั้นมีดีๆอยู่ไม่น้อยที่สังคมรับกันได้แต่พอมาถึงเรื่อง “สถาบัน” ซึ่งยังเป็นเรื่องที่ผูกพันกับคนไทยมาอย่างยาวนาน ทำให้เกิดความรู้สึกว่าก้าวลํ้าเกินไปหรือเปล่าจะต้องถึงขนาดนั้นด้วยหรือ?เหล่านี้จึงกลายเป็นประเด็นหลักกลบประเด็นอื่นๆไปทั้งหมด และขยายวงกว้างออกไปทั้งสังคม ล้วนมีผลต่อการเคลื่อนไหวทั้งสิ้นสังเกตได้จากการต่อต้านแนวคิดนี้เพิ่มปริมาณมากขึ้นเป็นลำดับ แสดงตัวตนชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆพลังที่เคยเงียบไม่เคยแสดงออกก็กล้าที่จะออกมาเพิ่มน้ำหนักปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ต้องถือว่าเป็นปฏิกิริยาที่มีผลโดยตรงทั้งระดับที่ชี้ให้เห็นว่าอะไรควรไม่ควร เหมาะสมหรือไม่ อยากให้ยุติแนวคิดนี้ ล้ำเส้นมากไปไหมอีกรูปแบบก็ออกมาเปิดฉากตอบโต้อย่างตรงไปตรงมาหรือแม้แต่ในองคาพยพทางการเมืองที่มีศักยภาพก็แสดงตัวตนด้วยการเลือกข้างชัดเจนในลักษณะปกป้อง “สถาบัน” โดยตรงทั้งในรูปแบบพรรคการเมืองและมวลชนผลแห่งการนี้ถือเป็นความเบี่ยงเบนด้านลบต่อกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างชัดเจนทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพที่ยากจะปฏิเสธได้และนั่นทำให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐผ่อนคลายลงไปมากจากสถานการณ์เผชิญหน้าที่เกิดขึ้น เพียงแต่ดำเนินยุทธศาสตร์และยุทธวิธีอย่างละมุนละไมและได้ผลด้วยความอดทนอย่างน้อยก็จะไม่เกิดความรุนแรงทำให้สังคมคลายวิตกกังวลหากประเมินจากความเป็นไปที่เกิดขึ้น เหตุชุมนุม 14 ตุลาฯก็จะเป็นเพียงแค่การแสดงออกเปิดช่องให้มีรูหายใจกันบ้าง หรืออีกทาง หากเกิดการแสดงออกที่ล้ำเส้นก็รับผลกันไปเองอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง สุดท้ายก็จะจบลงไปตามภาวะวิสัยที่เกิดขึ้นเพียงแต่เชื้อปะทุยังอยู่และพร้อมจะระเบิดขึ้นมาอีกเมื่อใดก็ได้.“สายล่อฟ้า”