การชุมนุมใหญ่ของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ในวันที่ 19 ก.ย. เป็นวันเดียวกับที่มีการปฏิวัติยึดอำนาจรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร โดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผบ.ทบ.ในยุคนั้น ตรงกับวันที่ 19 ก.ย.2549 ขณะที่ อดีตนายกฯ ทักษิณ อยู่ระหว่างการร่วมประชุมสหประชาชาติ ที่สหรัฐฯ ต้องลี้ภัยนั่งเครื่องบินไปลงที่ อังกฤษ ชั่วคราว คนรุ่นใหม่ที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์การเมืองไทยจะเริ่มเข้าใจ ทฤษฎีการเมืองไทย ที่ต่างจาก การเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยทั่วไปมากขึ้นการเรียกร้องประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการ หรือมีการเปรียบเปรยระหว่าง เผด็จการซ่อนรูปกับประชาธิปไตยอ่อนแอ มีมานานได้ยินกันคุ้นหู แต่ที่เป็นนามธรรมมากที่สุด ก็คือยุคนี้ นักการเมือง คนการเมือง แทบจะหาบทบาททางการเมืองอะไรไม่ได้เลย การเมืองเป็นกลุ่มผลประโยชน์ ที่มองในมุมส่วนตัวมากกว่า ส่วนรวมม็อบหรือกลุ่มที่ชุมนุมเคลื่อนไหวในวันนี้ นอกจาก นักเรียน นิสิต นักศึกษา กลุ่มประชาชนปลดแอก กลุ่มธรรมศาสตร์ไม่เอาเผด็จการและอีกหลายกลุ่มแล้ว ยังมีกลุ่มความเคลื่อนไหวทางการเมืองเดิม ที่แบ่งเป็น สีแดง สีเหลือง สีเขียว เข้าร่วมด้วยโดยมีเป้าหมายเดียวกันคือหยุดการสืบทอดอำนาจเผด็จการแม้แต่กลุ่มการเมือง พรรคการเมือง นักการเมืองเองก็มีความเห็นในการเคลื่อนไหวที่ต่างกัน พรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือ ปิยบุตร แสงกนกกุล จุดยืนที่ชัดเจน ในการสนับสนุนการชุมนุม พรรคเพื่อไทย มีเงื่อนไข ต้องไม่มีการล่วงละเมิดสถาบัน จึงยังไม่มีการสนับสนุนที่ชัดเจน อยู่ในสถานะผู้สังเกตการณ์มากกว่า ในขณะที่ ส.ส.คนรุ่นใหม่ ของพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุม แต่ไม่สามารถ แสดงออกเป็นทางการได้เพราะมีเรื่องของพรรคเข้ามาเกี่ยวข้องได้แต่ให้กำลังใจอยู่ห่างๆเผอิญว่า เป้าหมายของ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ในการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งนี้ มีเป้าหมายเดียวกับคนกลุ่มหนึ่งที่มีอิทธิพลในการเคลื่อนไหวทางการเมืองในอดีต บางทีก็เรียกว่า กลุ่มคนชั้นสูง หรือ upper class กับ กลุ่มคนชั้นนำ หรือ elite แปลว่า คนชั้นหัวกะทิ บุคคลที่ยอดเยี่ยม ที่สามารถชี้นำทางสังคมได้ทัวร์ลงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เพราะเชื่อกันว่า อำนาจการบริหารประเทศที่แท้จริงคือ สามบุคคลดังกล่าวงานนี้ จึงเป็นการวัดใจระหว่าง กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวกับ สาม ป. ใครจะเข้มแข็งกว่ากัน นอกจากจะมีมือที่สามทำให้เหตุการณ์บานปลายเป็นอย่างอื่น แน่นอนว่า คงไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ใช้ความรุนแรงก่อน เพราะจะเสียเปรียบทันที การใช้ความอดทน จะไปถึงแค่ไหน ความอดทนย่อมมีจำกัดอยู่ดีถ้าจะวิเคราะห์ตามทฤษฎีการเมืองไทย การออกมาไล่รัฐบาลไล่ผู้นำ มีทางลงอยู่แค่สองทาง คือเปลี่ยนหัว ผู้นำต้องไปหลบอยู่ต่างประเทศเป็นการชั่วคราว หรือยึดอำนาจการปกครอง ยุติการชุมนุมทั้งหมดจบด้วยปลายกระบอกปืน.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th