ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ป้อมอารมณ์ดี นั่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์24 มิ.ย. 2563 05:23 น.
    SHARE

    ฟุ้งทำกลมเกลียว จี้ให้สอบมูลนิธิฯ ยุ่งเกี่ยวการเมือง

    “บิ๊กตู่” ยันนายกฯต้องมีโควตา รมต. เพื่อวางคนที่เหมาะสม จี้ทุกกระทรวงตีปี๊บทุก 3 เดือน “ลุงป้อม” อารมณ์ดีฟุ้งมาทำให้ พปชร.กลมเกลียว แต่ “สมคิด” รมณ์บ่จอย ลั่น “ผมทำงานให้นายกฯ” “อิทธิพล” ชี้สัญญาณดี พปชร.เติบโต “เสี่ยหนู” ร่วมยินดีหัวหน้าคนใหม่ แก๊งพรรคเล็กดอดเข้าทำเนียบฯ แหย่ขอโควตา รมต.แตกขั้วต้าน “เต้ มงคลกิตติ์” พลังท้องถิ่นไทบลัฟมีแต่พวกมโนอยากเป็น “ศรีฯ” บี้ มท.-ป.ป.ช. สอบใช้มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ยุ่งเกี่ยวการเมือง “ทิพานัน” ไปน้ำขุ่นๆ อ้างเจ้าของที่ไม่รู้เรื่อง “ไพบูลย์” ท้าเหยงฟ้องเลยไม่ผิด เมินสังคมแซะพรรคทหาร กกต.แหยงชะลอประกาศผลเลือกตั้งซ่อมลำปาง

    บรรดาพรรคร่วมรัฐบาลต่างออกมาแสดงความยินดี หลังแกนนำพรรคพลังประชารัฐยกขบวนไปเชิญ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ประธานยุทธศาสตร์ พปชร. ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลขนาดเล็กเริ่มขยับทวงโควตารัฐมนตรี จนเกิดการเกทับบลัฟกันแหลก

    “บิ๊กตู่” ชมทุเรียนภูเขาไฟรสชาติดี

    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 มิ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนประชุมกลุ่มชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อมอบผลิตภัณฑ์นมสำหรับนำไปช่วยเหลือเด็กนักเรียน ผู้สูงอายุ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดโควิด-19 จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นำ ผวจ.ศรีสะเกษ เข้าพบนายกฯเพื่อประชาสัมพันธ์งานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษปี 2563 โดย นายกฯได้ชิมทุเรียนพร้อมกล่าวว่า อร่อยรสชาติดี นี่คือประเทศไทยถือว่าโชคดีที่ศรีสะเกษมีดินภูเขาไฟ ต้องดูแลอย่าให้ปลูกทุเรียนมากเกินไป จะกลายเป็นการแข่งขันกันเอง อยากให้หาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเสนอสู่ตลาด และต้องจัดโซนนิ่ง ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาเหมือนการปลูกยางพารา

    ลั่นนายกฯต้องมีโควตารัฐมนตรี

    ต่อมาเวลา 12.10 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงหลังประชุม ครม.ว่า รัฐบาลยืนยันจะทำให้ดีที่สุดให้สมกับที่ประชาชนไว้วางใจเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย มีรัฐมนตรีที่มาจาก ส.ส. และรัฐมนตรีที่เหมาะสม โดยนายกฯจำเป็นต้องมีในส่วนตรงนี้ด้วย อันนี้เป็นการพูดคุยกันในเรื่องการเมือง แต่ตนไม่อยากให้เอามาพันกันทั้งหมด ตอนนี้เรื่องธุรกิจการค้าการลงทุนมีปัญหาอยู่ เรื่องอะไรที่พูดจาไกล่เกลี่ยกันได้ เป็นเรื่องของกฎหมายกระบวนการตรวจสอบก็ว่ากันไปจนกว่าจะได้ข้อยุติ สำหรับเรื่องลงพื้นที่คิดไว้แล้วกำลังหาทางไปเยี่ยมเยียนประชาชน สถานการณ์โควิด-19 เริ่มดีขึ้นแล้ว วันหน้าได้ย้ำให้ทุกกระทรวงเอาเรื่องสำคัญที่เป็นผลสัมฤทธิ์ เป็นข้อมูลให้สื่อนำไปเผยแพร่ช่วยรัฐบาล ทุกกระทรวงต้องวางว่าทุก 3 เดือน โครงการต่างๆมีผลสัมฤทธิ์ก้าวหน้าอย่างไร รัฐบาลจะได้ไม่ถูกมองว่าไม่ทำอะไรเลย มัวแต่ขัดแย้งกันอยู่หรือเปล่า

    ขออย่าละเมิดกฎหมาย–สถาบัน

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ส่วนแนวคิด “รวมไทยสร้างชาติ” เป็นการนำแนวคิดรวมไทยสร้างชาติไปขับเคลื่อนในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ปรับแผนปฏิบัติราชการที่มียุทธศาสตร์ 6 ด้านอยู่แล้ว มีระบบให้ประชาชนปรับปรุงติดตามความก้าวหน้า วันนี้ขอร้องอย่าสร้างความขัดแย้งในเรื่องที่ไม่ควร อย่าให้มีการละเมิดสถาบัน และละเมิดกฎหมาย ถ้าหาเรื่องกับกฎหมายก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เรื่องอะไรที่เคยเกิดขึ้นก่อนตนเข้ามาไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก กลไกหลักของเรามีอยู่แล้วคือประชาชนไม่ใช่พรรค แต่เป็นความร่วมมือแบบประชารัฐเมื่อถามว่า แนวคิดรวมไทยสร้างชาติจะรวมคนไทยทุกกลุ่มเข้าด้วยกันใช่หรือไม่ นายกฯตอบว่า รวมทุกกลุ่ม แต่ไม่ใช่กลุ่มใดทำผิดกฎหมายแล้วจะดึงเข้ามา คดีความต้องจบสิ้นก่อน แต่ถ้าไม่รับโทษแล้วจะทำอย่างไรไม่เช่นนั้นคนก็ไม่เกรงกลัวการทำผิด ความเป็นประชาธิปไตยต้องมีกฎหมายที่ให้ความเท่าเทียมกับทุกคน การไปเลือกลงโทษคนนี้ แล้วไม่ลงโทษคนนั้นทำไม่ได้ ตนก็นับถือกฎหมายเหมือนทุกคน ใครจะผิดจะถูก ใครจะบริสุทธิ์หรือไม่ อยู่ที่การตัดสินของศาล

    “ลุงป้อม” ฟุ้งมาทำให้พรรคกลมเกลียว

    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการตอบรับเป็นหัวหน้าพรรค พปชร.ว่า ยังต้องรอที่ประชุมใหญ่สามัญวันที่ 27 มิ.ย. แล้วแต่สมาชิก เมื่อถามว่านายกฯระบุว่า พล.อ.ประวิตรต้องรับตำแหน่ง เพราะมีความจำเป็น พล.อ.ประวิตรตอบว่า มาทำให้พรรคกลมเกลียวกันไม่ได้หรือ เพราะบางทีคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เราก็ต้องไปดู เมื่อถามว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคจนถึงเลือกตั้งครั้งหน้า หรือเป็นแค่ 6 เดือนตามข่าว พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ข่าวที่ไหน ไปถามคนปล่อยข่าว” เมื่อถามว่าหมายความจะเป็นหัวหน้าพรรคยาวเลยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่รู้ ยังไม่รู้เลย” ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า พล.อ.ประวิตรเดินทางเข้าทำเนียบด้วยอารมณ์ดีเป็นพิเศษ แถมยังหันมายิ้มให้ผู้สื่อข่าวด้วย

    “สมคิด” ลั่น “ผมทำงานให้นายกฯ”

    ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีแกนนำพรรคพปชร.ยกขบวนไปเชิญ พล.อ.ประวิตรขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า พล.อ.ประวิตรมาเป็นหัวหน้าพรรค จะทำให้การเมืองภายใน พปชร.เรียบร้อยขึ้นหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า “ผมจะรู้ได้อย่างไร ผมไม่ได้อยู่ในพรรค” เมื่อถามว่ายังมีกำลังใจดีอยู่ใช่หรือไม่ นายสมคิดตอบสั้นๆว่า “ผมทำงานให้นายกฯ” เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรระบุว่าจำเป็นต้องเข้ามาเพราะในพรรคคุยกันไม่รู้เรื่อง เพื่อให้สามัคคีกัน นายสมคิดตอบว่า เรื่องของพรรคตนจะรู้เรื่องได้อย่างไร ต้องไปถามคนในพรรค เมื่อถามว่าแต่นายสมคิดเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคมา นายสมคิดตอบตัดบทว่า “ผมไม่ได้ตั้งพรรค แต่ผมคิดให้นายกฯ” เมื่อถามว่าในส่วนของรัฐมนตรี 4 กุมาร จะมีตำแหน่งอยู่ต่อภายในพรรคหรือไม่ นายสมคิดตอบห้วนๆว่า “อยากรู้เรื่องอะไรให้ไปถามเจ้าตัว”

    “อิทธิพล” ชี้สัญญาณดี พปชร.โต

    นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม รักษาการกรรมการบริหารพรรค พปชร. กล่าวว่า ข่าว พล.อ.ประวิตรตอบรับเป็นหัวหน้าพรรค พปชร.คนใหม่ ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับพรรคการเมือง พรรค พปชร.เรามุ่งหวังให้เป็นสถาบันทางการเมือง แม้จะก่อตั้งมาไม่ถึง 3 ปี แต่การได้ พล.อ.ประวิตรที่เป็นผู้ใหญ่ ทุกคนในพรรคให้ความเคารพนับถือ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี และในโครงสร้างใหม่จะแบ่งรองหัวหน้าพรรคให้รับผิดชอบในแต่ละภาค เนื่องจากพรรค พปชร.มี ส.ส.อยู่ทุกภาค ไม่เหมือนพรรคอื่น และตนยังคงเป็นหนึ่งใน กก.บห.พรรคชุดใหม่ด้วย

    “เสี่ยหนู” ร่วมยินดีหัวหน้าคนใหม่

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีหากข่าวที่ พล.อ.ประวิตรตอบรับจะมาเป็นหัวหน้าพรรค พปชร.คนใหม่เป็นจริง ส่วนจะทำให้การประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลราบรื่นขึ้นหรือไม่ คิดว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่เคยแสดงปัญหาอะไร ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทุกวันนี้ทำงานร่วมกันดี อย่าไปมองว่าพรรคร่วมรัฐบาลต้องทำงานกับพรรคแกนหลักเท่านั้น เพราะพรรคตนก็ทำงานร่วมกับพรรคชาติไทยพัฒนาของนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมมือกันมากมาย เช่น การขออีไอเอเพื่อสร้างสถานพยาบาลที่เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    แก๊งพรรคเล็กดอดเข้าทำเนียบฯ

    จากนั้นเวลา 12.25 น. กลุ่มพรรคการเมืองขนาดเล็กประกอบด้วย นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรคพลเมืองไทย นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ พากันเดินลงจากตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขึ้นไปยังตึกไทยคู่ฟ้า เป็นที่น่าสังเกตว่าในมือคณะที่มาด้วยกันได้ถือซองเอกสารสีน้ำตาล ระบุหน้าซองถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามว่ามาพบใคร นายสุรทินพูดทีเล่นทีจริงว่า “มาพบนายกฯขอโควตารัฐมนตรี” ก่อนจะกล่าวว่า ขออย่าไปลงแบบนี้ ก่อนที่ นพ.ระวีจะพูดแทรกว่า จะมาบอกนายกฯว่าวันนี้กลุ่ม 11 พรรคเล็ก ไม่มีต่อรองรัฐมนตรีแน่นอน นั่นเป็นเรื่องของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์คนเดียว

    พลังท้องถิ่นไทบลัฟ “เต้” พวกมโน

    นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวถึงข้อเสนอให้นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เป็นรัฐมนตรีในโควตาพรรคเล็กว่า ถือเป็นการสร้างกระแส มโนกันเองว่าจะได้เป็นรัฐมนตรี แต่พรรคพลังท้องถิ่นไทไม่สนับสนุนนายมงคลกิตติ์ เพราะเรามี 5 เสียง จะสนับสนุนพรรคเราเอง มีพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทยร่วมสนับสนุนด้วย รวมเป็น 7 เสียง แล้วจะไปสนับสนุนพรรคอื่นทำไม พรรคพลังท้องถิ่นไทไม่เกี่ยวข้องกับพรรคเล็ก การเมืองเป็นเรื่องที่แต่ละคนมีความหวังและมโนกันไป แต่เราไม่เห็นด้วยกับการสร้างกระแสพยายามให้ข่าวสื่อ แต่ถ้าไม่ได้จะเสียหน้ามากกว่า ในทางการเมืองเขารู้กันว่าใครเป็นใคร อย่างพรรคชาติพัฒนาไม่เคยมีข่าว ไม่เคยพูดอะไร พอ ประกาศก็ได้ตำแหน่ง ทางการเมืองสร้างข่าวจะไม่ได้ตำแหน่ง ถ้าอยู่เฉยๆจะได้

    “จุรินทร์” โว รมต.ทุกคนรู้หน้าที่ดี

    ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการนัดรับประทานอาหารเย็นของกลุ่ม ส.ส.ภาคใต้ว่า ไม่มีนัยพิเศษ เพราะปิด ประชุมสภาฯหลายเดือน เมื่อเปิดสมัยประชุมฯจะได้มีโอกาสสังสรรค์ตามสถานการณ์ ส่วนการปรับ ครม. นายกฯยังไม่ได้ส่งสัญญาณ ยังไม่ได้คุยเรื่องนี้เลย เป็นหน้าที่นายกฯจะพิจารณา เมื่อถามถึงกระแสข่าวรัฐมนตรีของพรรคจะถูกปรับออก นายจุรินทร์ตอบว่า การพิจารณาต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุม กก.บห.และ ส.ส.พิจารณาร่วมกัน ขณะนี้ยังไม่มี เพราะต้องนับหนึ่งจากนายกฯก่อน ส่วนข่าวลือที่ออกมานั้นไม่ทราบว่ามาจากไหน เมื่อถามว่าต้องประเมินผลงานของรัฐมนตรีในพรรคหรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า ยังไม่มีการประเมิน แต่รัฐมนตรีทุกคนทราบภารกิจดีอยู่แล้วว่าต้องทุ่มเท เพราะผลงานที่ปรากฏในรัฐบาลจะส่งผลถึงพรรค เมื่อถามว่าถ้าต้องปรับรัฐมนตรีของพรรคบางคน มีเกณฑ์ในการพิจารณาที่ผลงานหรือโควตาอย่างไร นายจุรินทร์ตอบว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณจากนายกฯ จึงไม่อยากพูดอะไรไปก่อน ไม่เช่นนั้นจะเป็นประเด็นโดยไม่จำเป็น เดี๋ยวสัญญาณจะสับสนและเป็นปัญหามากกว่า

    รองโฆษก ปชป.ยันงานเลี้ยงปกติ

    นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การจัดงานเลี้ยง ส.ส.และ กก.บห.พรรค เป็นงานเลี้ยงปกติประจำเดือน ที่รัฐมนตรีของพรรคหมุนเวียนเป็นเจ้าภาพ หลังการประชุม ส.ส.เพื่อเสริมสร้างมิตรภาพ ไม่มีนัยทางการเมืองตามที่สื่อระบุ ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติของพรรค การเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่สมาชิกพรรคพร้อมปฏิบัติ ทุกคนมีวินัย ครั้งนี้นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม เป็นเจ้าภาพ ได้เชิญนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค มาร่วมงานด้วย ส่วนการประชุม ส.ส.พรรคจะมีวาระการพิจารณาคัดเลือกตัวเเทนของพรรคไปนั่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ในสัดส่วนของพรรค

    ส.ส.วิเคราะห์จุดอ่อนของ ปชป.

    ต่อมาช่วงบ่ายมีการประชุม ส.ส.พรรค โดยที่ประชุมได้เปิดให้วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง หลังการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปางว่า จากปัญหาภายในพปชร. ที่นำ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อมาแก้ปัญหาความเป็นเอกภาพจนนำไปสูงชัยชนะการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.ลำปาง ขณะที่พรรคภูมิใจไทยได้ ส.ส.ใหม่เพิ่มขึ้นจากพรรคอนาคตใหม่เดิม ขณะที่การจ่ายเงินเยียวยาโควิดถือว่าเข้าเป้า ทำให้คะแนนนิยม พปชร.เพิ่มขึ้น แล้วพรรคประชาธิปัตย์ได้อะไร มีการประเมินตัวตนหรือไม่ว่าจากการร่วมรัฐบาลมา 1 ปี พรรคอยู่ตรงไหนของสถานการณ์การเมือง ทั้งที่ทำได้โดยการสำรวจโพล และการประเมินผลงานจากนโยบายพรรค เพื่อประเมินว่า 1.หากมีการยุบสภาฯเลือกตั้งใหม่ ใครจะอยู่รอดผ่านการเลือกตั้งมาบ้าง 2.การเลือกตั้งท้องถิ่นที่พรรคยังไม่กล้าประกาศความชัดเจน แม้แต่พรรค ก้าวไกลที่เป็นพรรคน้องใหม่ยังกล้าประกาศตัว นอกจากนี้ พปชร.ถือเป็นพรรคหลักที่เข้มแข็งขึ้นทุกวัน ในอนาคตถ้ายุบสภาฯจะเป็นการแข่งขันกันระหว่าง พปชร. พรรคก้าวไกล และพรรคภูมิใจไทย ส่วนพรรคอื่นรวมถึงพรรคเพื่อไทย จะถดถอยลง เพราะมีการแตกพรรคให้เข้ากับกติการัฐธรรมนูญ ซึ่งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ตอบรับว่า จะรับฟังปัญหานำสู่การแก้ไขต่อไป

    “ศรีฯ” บี้สอบใช้มูลนิธิฯยุ่งการเมือง

    นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคม องค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิตามกฎหมาย และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบกรณีแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ใช้มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดเป็นสถานที่เชิญ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ถือเป็นการกระทำขัดต่อข้อบังคับมูลนิธิข้อ 2.7 หรือไม่ ที่ไม่ให้มูลนิธิไปเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่กลับใช้เป็นสถานที่เจรจาทางการเมืองหลายครั้ง อีกทั้งที่ตั้งของมูลนิธิป่ารอยต่อฯ ตั้งอยู่ในบ้านพักสวัสดิการ ทบ. ใน ร.1 รอ. จะขัด พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม และระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยประมวลจริยธรรมข้อ 5.5 ที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

    “ทิพานัน” ไปน้ำขุ่นเจ้าของที่ไม่รู้เรื่อง

    ที่รัฐสภา น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า มีความพยายามนำเรื่องดังกล่าวไปโจมตีทางการเมือง กรณีนี้เจ้าของสถานที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม และเจ้าของสถานที่ไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มให้มีการจัดกิจกรรมทางการเมือง ที่แกนนำพรรค พปชร.ไปเชิญ พล.อ.ประวิตรที่นั่น เพราะต้องการให้เกียรติจึงเดินทางไปในสถานที่ที่ พล.อ.ประวิตรสะดวก ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร อยู่ที่ใดก็ต้องเดินทางไปยังสถานที่นั้น ดังนั้นควร พิจารณาเจตนาของเจ้าของสถานที่เป็นสาระสำคัญมากกว่า ผู้สื่อข่าวถามว่านายศรีสุวรรณระบุว่า พล.อ.ประวิตรเป็นประธานมูลนิธิฯ มาเจรจาความการเมือง จะขัดต่อข้อบังคับของมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ น.ส.ทิพานันตอบว่า ตนไม่ได้ไปด้วยจึงไม่ทราบว่าการเทียบเชิญเกิดขึ้นในสถานที่ใด

    “ไพบูลย์” ท้าเหยงๆฟ้องเลยไม่ผิด

    นายไพบูลย์ นิติตะวัน รักษาการรองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่เป็นการผิดกฎหมายอย่างแน่นอน ถ้ามูลนิธิเป็นสถานที่ราชการ แบบนี้นักการเมืองก็ห้ามไป กกต.ด้วยสิ ตนตั้งมูลนิธิมามากจะมีข้อบังคับอยู่ว่าห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ที่ไปคือไปหา พล.อ.ประวิตร ไม่ใช่ไปหามูลนิธิฯ เนื่องจากว่า พล.อ.ประวิตรสะดวก ยืนยันว่าไม่ได้ใช้พื้นที่ของมูลนิธิฯเพื่อทำกิจกรรมทางการเมือง ส่วนหากใครมองว่าเป็นเรื่องผิด จะดำเนินการฟ้องร้อง ก็ไปฟ้องได้เลย และตนอยู่ในนั้นหากจะฟ้องก็ฟ้องตนด้วย

    เมินสังคมแซะพรรคทหารดีที่สุด

    นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า ส่วนกระแสวิพากษ์ วิจารณ์หาก พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรคจะถูก มองเป็นพรรคทหารนั้น คนเคยเป็นทหารและมาเป็นนักการเมืองถือว่าเหมาะที่สุด เพราะทหารเสียสละเพื่อชาติ ถ้าเทียบกับอาชีพอื่นแล้ว ทหารมาเป็นนักการเมืองถือว่าดีที่สุด ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรควันที่ 27 มิ.ย. จะมี 2 วาระ เรื่องปรับเปลี่ยนโครงสร้างเดิม กก.บห.พรรคมี 34 คน จะลดเหลือ 29 คน มีรอง หัวหน้าพรรค 9 คน นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค จะมาทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม เชื่อว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดี

    “สมชัย” ขู่เร่งรัดโดนถอดถอนแน่

    วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 140 ระบุว่าเมื่อมีเหตุทุจริตเลือกตั้ง ผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองมีสิทธิยื่นคัดค้านการเลือกตั้งได้ กรณีนี้นายทะเบียนพรรคเสรีรวมไทยได้ยื่นคัดค้านการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ลำปาง เขต 4 ที่สำนักงาน กกต. จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. อยู่ในช่วงเวลาที่กำหนดในกฎหมาย และเมื่อ กกต.ได้รับการยื่นคัดค้านแล้ว ต้องดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนข้อเท็จจริงโดยพลัน กรณีนี้จึงเป็นเรื่องที่ กกต.ยังไม่สามารถประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง จนกว่าจะมีผลการสืบสวนเป็นที่แน่ชัด หาก กกต.ทำผิดกฎหมาย สามารถยื่นถอดถอน ต่อกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้

    กกต.มีแหยงชะลอประกาศผล

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต. ออกเอกสารเผยแพร่ข่าวระบุว่า กกต.ได้พิจารณาเรื่องการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.ลำปาง เขต 4 แทนตำแหน่งที่ว่างแล้ว เห็นว่ามีการร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีการซื้อเสียงเลือกตั้ง และกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความรอบคอบและเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง กกต.จึงมอบหมายให้สำนักงาน กกต.ดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม ว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ โดยให้นำผลการตรวจสอบดังกล่าวเสนอต่อ กกต. เพื่อประกอบการพิจารณา ประกาศผลการเลือกตั้งภายในสัปดาห์หน้า

    พี่สาว “วันเฉลิม” ร้องอัยการช่วยสืบ

    เมื่อเวลา 10.00 น.ที่สำนักงานอัยการสูงสุด น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือต้าร์ ผู้ลี้ภัยซึ่งถูกอุ้มหายในประเทศกัมพูชา เข้ายื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุดขอร้องทุกข์และกล่าวโทษให้ดำเนินคดีเกี่ยวกับกรณีนายวันเฉลิมถูกบังคับให้สูญหาย ถูกประทุษร้าย หรือถูกทำร้ายร่างกาย หรือถูกทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ ระหว่างพำนักอยู่ในกัมพูชา โดยมีนายยงยุทธ ศรีสัตยาชน อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษฝ่ายกิจการต่างประเทศ 3 เป็นผู้แทนรับเรื่อง น.ส.สิตานันกล่าวว่า ทางการกัมพูชาให้เหตุผลว่าไม่มีญาติผู้เสียหายไปแจ้งความ ทำให้ไม่สามารถดำเนินคดีได้ จึงกำลังคุยกันอยู่ประสานหาทนายความทางนั้น ที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก และมีทนายบางคนถอนตัว ต่อมา น.ส.สิตานันเดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนเรื่องนี้ต่ออธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกระทรวงยุติธรรม จากนั้นช่วงบ่าย น.ส.สิตานัน เข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ขอให้ติดตามกรณีนายวันเฉลิมถูกลักพาตัว น.ส.สิตานัน กล่าวว่า กำลังคิดจะไปร้องกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ดำเนินการด้วย

    ครม.เห็นชอบ ก.ม.ป้องกันอุ้มหาย

    น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย เพื่อให้ความคุ้มครองบุคคลจากการกระทำทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหายโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำในลักษณะดังกล่าว ขจัดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ปัจจุบันยังมีการกระทำทรมานและการกระทำที่ทำให้บุคคลสูญหายเกิดขึ้นอยู่ อีกทั้งยังมีการร้องเรียนไปสหประชาชาติ โดยเฉพาะประเด็นการงดเว้นโทษแก่เจ้าหน้าที่รัฐ การตราร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าว และยังถือเป็นมาตรการสำคัญตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้สูญหาย ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาทั้งสองฉบับ

    ฝ่ายค้านพ้อเวลาถลกงบฯ 64 น้อยไป

    อีกเรื่อง นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงผลการประชุมวิปฝ่ายค้านว่า การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 วันที่ 1-3 ก.ค. ฝ่ายค้านได้เวลาอภิปราย 22 ชั่วโมงครึ่ง แบ่งเป็นผู้นำฝ่ายค้าน 1 ชั่วโมง พรรคเพื่อไทย 760 นาที พรรคก้าวไกล 307 นาที พรรคเสรีรวมไทย 58 นาที พรรคประชาชาติ 41 นาที พรรคเพื่อชาติ 30 นาที และพรรคพลังปวงชนไทย 18 นาที แต่ละพรรคจะไปบริหารเวลากันเอง และมีเวลาสำรองฝ่ายค้านเผื่อไว้ 135 นาที ส.ส.แต่ละคนจะใช้อภิปราย 8-10 นาที แต่เป็นกรอบเวลาที่ฝ่ายค้านยังไม่พอใจ เพราะเวลาน้อยเกินไป หากจะให้ ส.ส.อภิปรายได้ดีที่สุดควรให้เวลาอย่างน้อย 10-15 นาที ขอความเห็นใจหากฝ่ายรัฐบาลมีผู้อภิปรายน้อย ขอโอนเวลาบางส่วนมาให้ฝ่ายค้านด้วย

    “เทพไท” เตือนสภาพัฒน์อย่ารับใบสั่ง

    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า จากข้อมูลที่หน่วยงานต่างๆเสนอโครงการมาจำนวน 28,000 โครงการ วงเงิน 7.6 แสนล้านบาท พบว่ามีโครงการเกี่ยวกับการก่อสร้างเกินครึ่ง ถือว่าไม่ตรงตามเป้าหมายเยียวยาผลกระทบโควิด-19 อยากเรียกร้องให้รัฐบาลกำชับไปยังคณะกรรมการกลั่นกรอง ของสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) คัดเลือกโครงการที่เป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจริงๆ ต้องไม่เลือกโครงการตามใบสั่งของฝ่ายการเมือง หรือตามความต้องการของผู้รับเหมาเท่านั้น และเรียกร้องให้ภาคประชาสังคมตั้งองค์กรตรวจสอบอิสระขึ้นมาตรวจสอบการใช้งบฯ 4 แสนล้านนี้อย่างเอาจริงเอาจัง โดยให้มูลนิธิองค์กรต่อต้านการคอร์รัปชันเป็นแม่งาน และขอให้รัฐบาลเปิดเว็บไซต์รายงานความคืบหน้ารายละเอียดของทุกโครงการด้วย

    นายกฯเซ็งเฟกนิวส์หยุดยาว 8 วัน

    ที่สันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสนเรื่องวันหยุดราชการพิเศษ ชดเชยวันสงกรานต์ มีคนเผยแพร่จะหยุด 8 วัน คงไม่มีรัฐบาลไหนทำ วันหยุดสงกรานต์มีอยู่ 3 วัน สั่งการให้ไปพิจารณาจะแทรกตรงไหน อาจแบ่งเป็น 3 วาระ อย่างน้อยถ้าหยุดเสาร์-อาทิตย์ วันจันทร์ไม่หยุด แล้วไปหยุดวันอังคาร อาจเติมวันจันทร์ให้เป็นวันหยุด จะได้เป็น 4 วัน จากนั้นเหลือวันหยุดสงกรานต์อีก 2 วัน จะหาเติมวันหยุดชดเชยให้เหมาะสม เรื่องนี้จะได้เลิกดราม่าสักที อยากขอร้องสื่อมวลชน สำนักพิมพ์ บรรณาธิการต่างๆช่วยเสนอข่าวดีๆยึดพื้นที่ข่าวตรงนี้ให้หน่อย ไม่ใช่เอาแต่ข่าวขัดแย้ง กระทบเสถียรภาพ ต่างประเทศเขาดูอยู่ ถามเรื่องจริงมาอย่าเอาข่าวอ้างแหล่งข่าวรัฐบาลมา ตราบใดถ้ายังไม่มีการอนุมัติ ยังไม่นำเข้า ครม. ไม่ใช่ทั้งหมด

    “อิทธิพล” เผยยังไม่ชดเชยสงกรานต์

    นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.มีมติให้หยุดชดเชยช่วงวันสำคัญทางพุทธศาสนายาว 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 4-7 ก.ค. โดยชดเชยวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา วันที่ 6-7 ก.ค. และเลื่อนประชุม ครม.เป็นวันที่ 8 ก.ค. ส่วนการประชุม ครม.ที่จะมีขึ้นวันที่ 28 ก.ค. ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาจะเลื่อนไปประชุมวันที่ 29 ก.ค. อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการใช้โควตาเลื่อนวันหยุดสงกรานต์ 3 วันแต่อย่างใด

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ธปท.ได้แจ้งให้สถาบันการเงินหยุดตามเดิมที่ได้ประกาศไว้ คือวันที่ 4-6 ก.ค. เพราะปกติสถาบันการเงินจะไม่หยุดวันเข้าพรรษา จึงหยุดชดเชยแค่วันอาสาฬหบูชาวันเดียวเท่านั้น

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ประยุทธ์ จันทร์โอชาประวิตร วงษ์สุวรรณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์อิทธิพล คุณปลื้มอนุทิน ชาญวีรกูลข่าววันนี้

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้