ธรรมะบันเทิงหลายเรื่องเล่า ของพระอาจารย์พรหม สมภารวัดพุทธ เมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย รวบรวมพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ “ชวนม่วนชื่น” (พิมพ์แจกเป็นธรรมทาน พ.ศ.2549) เรื่องที่ผมฝังใจ เล่าไปแล้วขอเอามาเล่าซ้ำอีกในยามนี้ ชื่อเรื่องว่าโลกเสรีท่านอาจารย์เขียนในเชิงสอนธรรมไว้ตอนท้าย ผมจงใจสลับเอามาขึ้นต้น...สถานที่ใดที่เราไม่อยากอยู่ ไม่ว่าจะสะดวกสบายขนาดไหน สำหรับเรามันก็คือเรือนจำสถานที่ใดก็ตามที่เราไม่อยากจะอยู่ แม้เรามีตำแหน่งการงานที่เราไม่ชอบ เรามีความสัมพันธ์ใดๆที่เราไม่พอใจ เรามีร่างกายที่เจ็บไข้ได้ป่วยทนทุกข์ทรมาน ร่างกายนั้นก็เหมือนเรือนจำเกริ่นนำแล้ว จึงมีคำถาม เราจะหนีจากเรือนจำมากมายทั้งหลายในชีวิตของเราได้อย่างไรก่อนจะตอบคำถาม พระอาจารย์เล่าเรื่องที่พระรูปหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนของท่าน ได้ไปสอนการฝึกสมาธิในเรือนจำสร้างใหม่ใกล้เมืองเพิร์ธ เป็นเวลาต่อเนื่องกันหลายอาทิตย์นักโทษกลุ่มเล็กๆที่เป็นศิษย์ ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดกวดขันที่สุด เคารพและศรัทธาท่านมากตอนท้ายของการสอนสมาธิในวันหนึ่ง นักโทษถามถึงกิจวัตรประจำวันเมื่อท่านอยู่ในวัดท่านก็เล่าว่า พระทุกรูปตื่นตีสี่ทุกเช้า บางเช้าหนาวมากๆ ห้องเล็กๆที่พระจำวัดไม่มีเครื่องทำความร้อน“เราฉันอาหารวันละมื้อ” นักโทษซึ่งมีอาหารวันละสามมื้อ ส่งเสียงฮือ “อาหารที่เราฉัน เราจะรวมทุกอย่างที่บิณฑบาตได้ลงในบาตรแล้วก็ฉัน เราจะไม่ฉันอะไรอีกในตอนบ่ายหรือกลางคืน”กลางวันเราทำงานหนัก เราพูดกันน้อยมาก เวลาที่ว่างเราจะใช้กับการนั่งขัดสมาธิเฝ้าดูลมหายใจเมื่อนอนเราก็นอนบนพื้นนักโทษหลายคนผลัดกันซัก เล่นกีฬา ดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ ดูหนัง ฟังเพลง จนถึงคำถาม มีเพศสัมพันธ์หรือไม่ ทุกคำถามได้คำตอบว่า “ไม่”สภาพชีวิตอันเคร่งครัดเข้มงวดของพระ เมื่อเทียบกับเรือนจำระดับคุกมหันตโทษ เรือนจำของนักโทษเหมือนโรงแรมห้าดาวนักโทษคนหนึ่งฟังแล้วอึ้ง...ถามเสียงดังๆ “ชีวิตในวัดแย่ถึงขนาดนั้น นิมนต์พระอาจารย์มาอยู่กับเราที่นี่ไม่ดีกว่าหรือ?” คำถามนี้ เรียกเสียงฮาสนั่นจากนักโทษทุกคนเล่าถึงตรงนี้ พระอาจารย์พรหมก็ย้อนมาสู่คำสอน...จริงอยู่ชีวิตในวัดมีข้อปฏิบัติเข้มงวดยิ่งกว่าในเรือนจำ แต่หลายๆคนก็ยังสมัครใจที่จะเข้ามาอยู่ แล้วยังอยู่อย่างมีความสุขในขณะที่นักโทษหลายๆคน อยากจะหนีออกจากเรือนจำที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันนั่นเป็นเพราะอะไร? เป็นเพราะในวัดพระพอใจที่จะอยู่ ส่วนในเรือนจำนักโทษไม่พอใจที่จะอยู่ได้เวลาเฉลยคำตอบ...เราจะหนีออกจากเรือนจำมากมายทั้งหลายในชีวิตเราได้ง่ายๆ ก็แค่เปลี่ยนความรู้สึกนึกคิดของเรา สถานการณ์หรือสถานที่นั้นๆให้เป็นความอยากหรือความพอใจถ้าเปลี่ยนได้ ความรู้สึกว่าถูกขังก็จะหมดไปเองพระอาจารย์พรหมให้ข้อสรุปทิ้งท้าย เมื่อเราพอใจที่จะอยู่ที่ไหน เมื่อนั้นเราจะรู้สึกเป็นอิสระ ความเป็นอิสระที่แท้จริงนั้นคือการเป็นอิสระจากความอยาก ไม่ใช่อิสระที่จะอยาก ซึ่งก็คือโลกเสรีโลกที่สัมผัสได้เฉพาะคนสมถะ พอใจในสิ่งที่เป็นผมอ่านเรื่องโลกเสรีจบ...ก็จะขอสงบใจ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ต่อไป ผมแน่ใจ เกิดมาชาตินี้คงมีโอกาสดีๆ ทำดีเพื่อชาติแบบนี้ครั้งเดียว.กิเลน ประลองเชิง