ข่าว
100 year

ประชาธิปัตย์เล่นด้วย เฉือนงบฯ กลาโหม

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 เม.ย. 2563 05:20 น.
SHARE

ทบ.เตรียมตัด 10% พท.แนะเลิกไอโอ

รัฐบาลมึนยอดคนแห่ลงทะเบียนขอเงินเยียวยาสู้โควิด-19 ล้นทะลัก ตกหล่นต้องออกมาตรการเพิ่มอุ้มผู้ประกันตนมาตรา 39-40 อีกเพียบ “โฆษกรัฐบาล” เผย ครม.นัดพิเศษเช็กแหล่งเงินตีกรอบมาตรการช่วยเหลือระยะ 3-4 “อภิรัชต์” แจ้ง ทบ.เสียสละถูกตัดงบฯ 10 เปอร์เซ็นต์ พท.ย้ำให้ตัดงบฯซื้ออาวุธโปะงบฯสาธารณสุข “ภูมิธรรม” สะกิดเตรียมแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจคู่ขนานไปด้วย “ชินวรณ์” เอาด้วยรื้องบกลางฯปี 63-เปลี่ยนกรอบงบฯปี 64-เฉือนงบฯกลาโหมมาช่วยชาวบ้านให้อยู่รอด “อภิสิทธิ์” โผล่แนะประกันรายได้คนไทยทุกคน คาดยอดคนติดเชื้อโควิดของจริงมีมากกว่า 4 เท่า บี้เพิ่มชุดตรวจให้พอ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เร่งพิจารณากรอบการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และหามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมโดยที่ประชุม ครม.นัดพิเศษ เตรียมวางกรอบมาตรการระยะที่ 3 และ 4 และเตรียมการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ขณะที่ฝ่ายค้านเตือนให้รัฐบาลเร่งพิจารณาแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์แพร่ระบาดคู่ขนานไปด้วย

ครม.นัดพิเศษหาแนวทางชดเชยเพิ่ม

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษในวันที่ 3 เม.ย.ว่า เนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะพิจารณาเรื่องการให้ความช่วยเหลือประชาชน ซึ่งมาตรการที่ออกมาแล้วทั้งระยะที่ 1 และ 2 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม อยากให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงมาหารือร่วมกันว่าครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ ที่ผ่านมานายกฯ มอบหมายให้กระทรวงการคลังรับผิดชอบ ซึ่งมาตรการระยะ 1 และ 2 ได้เสนอให้ชดเชยเงิน 5 พันบาท 3 เดือนกับผู้ได้รับผลกระทบ 3 ล้านคน แต่ภายหลังพบว่าผู้ประกันตนมาตรา 39 ประมาณ 1.6 ล้านคน และมาตรา 40 ประมาณ 3.3 ล้านคน และผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่จ่ายเงินสมทบยังไม่ครบ 6 เดือนอีก 7 หมื่นกว่าคน ไม่มีสิทธิประโยชน์การว่างงานจึงหารือออกมาตรการเพิ่มเติมในที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ทำให้กระทบต่อวงเงินงบประมาณที่วางไว้

วางกรอบมาตรการระยะ 3 และ 4

“ดังนั้นการออกมาตรการระยะที่ 3 และ 4 จึงได้จัดให้มีการประชุม ครม.นัดพิเศษ เพื่อรับฟังข้อมูลมาตรการเยียวยาจากทุกกระทรวง เพื่อกำหนดกรอบวงเงินงบประมาณที่เหมาะสมต่อไป รวมถึงจะหารือไปถึงแหล่งเงินสำหรับกรอบวงเงินงบประมาณดังกล่าวว่าจะมาจากแหล่งใด มาตรการการเงินการคลังคืออะไร กฎหมายเปิดให้ทำได้มากน้อยแค่ไหนด้วย” นางนฤมลกล่าว

ตั้งแท่น พ.ร.ก.กู้เงินแก้ปัญหาโควิด-19

นางนฤมลกล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการพูดถึงรัฐบาลอาจมีการขอออก พ.ร.ก.กู้เงิน นั้นต้องศึกษากฎหมายว่าเปิดให้ทำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะมาตรา 140 ของรัฐธรรมนูญ ระบุว่า การจ่ายเงินแผ่นดินจะทำได้เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย ซึ่งงบประมาณของปี 2563 ไม่ได้กำหนดรายการนี้เอาไว้ แต่ยังมีช่องทางของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของกระทรวงการคลังที่จะนำมาหารือว่ามีช่องทางอื่นที่จะให้กู้เงินหรือไม่ และหลังมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายกฯได้ประเมินสถานการณ์ในทุกวันตลอดการประกาศใช้ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย แต่ละจังหวัดได้มีการประเมินร่วมด้วยว่ามาตรการในแต่ละจังหวัดของตัวเองเพียงพอหรือไม่ หากไม่เพียงพอสามารถเพิ่มมาตรการได้เลย

“บิ๊กแดง” ให้ ทบ.ตั้งรับถูกหั่นงบฯ 10%

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) เพื่อรับฟังสถานการณ์ประจำวันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดย พล.อ.อภิรัชต์ ได้กล่าวย้ำในที่ประชุมว่า จากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจ 2-3 ปี ขอให้ ผบ.หน่วยปลุกจิตสำนึกในการเสียสละงบประมาณประจำปี อาจจะถูกตัดงบประมาณอีก 10% ต้องเตรียมการรับสถานการณ์ให้ดี

“ภูมิธรรม” จี้ รบ.เร่งหาอุปกรณ์ให้ จนท.

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กรณีผู้นำฝ่ายค้านระบุพร้อมให้ความร่วมมือรัฐบาลแก้ไขปัญหาโควิด-19 ฝ่ายค้านจะดำเนินการอย่างไรว่า พรรคเพื่อไทยมีศูนย์ทำงานเรื่องโควิดอยู่แล้วเท่าที่มีศักยภาพ อะไรช่วยได้เราทำทั้งหมด ส.ส.ของพรรคเดินหน้ารับฟังความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ ชี้ให้เห็นปัญหาจุดโหว่เพื่อหาทางแก้ไขแล้วเสนอไปยังรัฐบาลตลอด เรื่องใหญ่คือรัฐบาลต้องรณรงค์จริงจัง ใช้ทรัพยากรในสังคมทุกอย่างที่มีเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา รัฐบาลจำเป็นต้องดูแลเรื่องเครื่องมือทางการแพทย์และอุปกรณ์ป้องกันติดเชื้อ เช่น หน้ากากอนามัยให้เจ้าหน้าที่ให้ครบถ้วน ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ที่ออกไปดูแลประชาชน เราได้เห็นความพยายามส่งเครื่องมือไปบ้างแต่ยังไม่พอเพียง รัฐบาลต้องให้เป็นระบบมากกว่านี้เพื่อให้ทั่วถึงเพราะเขาเสี่ยงที่สุด เพื่อสกัดกั้นไม่ให้แพร่ระบาดไปมากกว่านี้

สะกิดเตือนเตรียมแผนฟื้นฟู ศก.ด้วย

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ส่วนงบประมาณรัฐบาลต้องทำให้โปร่งใส ให้ประชาชนสบายใจ ต้องชี้แจงให้เห็นว่าใช้ไปเท่าไหร่ เหลือเท่าใด ต้องจัดลำดับความสำคัญของการใช้งบฯให้ได้ว่าเวลานี้สิ่งเร่งด่วนที่สุดคือการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 และเรื่องใดต้องออกเป็นกฎหมายโดยสภาฯ เช่นการเปลี่ยนแปลงงบฯกลางปี ฝ่ายค้านพร้อมสนับสนุนเราส่งสัญญาณชัดว่าพร้อมช่วย ปรัชญาของรัฐบาลตอนนี้ต้องมองทุกคนทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน สื่อมวลชนว่ามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ให้ทุกคนได้รู้ปัญหาเท่าที่รัฐบาลได้รับรู้ ระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วนมาแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุด ทุกคนพร้อมทำให้ประเทศหลุดพ้นวิกฤติให้ได้ ไม่มีใครมานั่งคิดว่าผลงานนี้เป็นของใครอะไรแน่นอน จึงอยู่ที่รัฐบาลจะเปิดใจดึงความร่วมมือของทุกส่วนหรือไม่ เพราะเวลานี้ต้องนึกถึงประโยชน์ร่วมของประเทศเป็นสำคัญ อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันคือรัฐบาลต้องคิดเตรียมการสำหรับฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เสียหายครั้งนี้ ต้องเร่งดำเนินการคู่ขนานกันไป อย่าลืมดูแลคนยากจนหาเช้ากินค่ำให้อยู่รอดให้ได้ อย่าปล่อยให้กลไกเศรษฐกิจเป็นอัมพาต จะทำให้ฟื้นฟูทีหลังยากลำบากมากที่สุด

พท.แนะตัดงบซื้ออาวุธเพิ่มงบ สธ.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีการเสนอแนวทางให้รัฐบาลออก พ.ร.ก.โอนงบประมาณ 2563 โดยพิจารณาจากรายการที่ไม่ใช่รายจ่ายประจำ เพื่อตัดงบประมาณจากโครงการที่ไม่สอดรับกับสถานการณ์ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อาทิ งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ งบไอโอ งบอบรมสัมมนา งบดูงานทั้งในและต่างประเทศ งบอีเวนต์ต่างๆ ตลอดจนงบจัดซื้อเรือดำน้ำ รวมถึงงบจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ แล้วโอนย้ายมาใช้ในกิจการสาธารณสุขและการเยียวยาประชาชนก่อน จะเป็นทางออกที่เหมาะสม แต่การเสนอตัดงบประมาณร้อยละ 10 จากทุกกระทรวงเท่ากันหมด อาจไม่สอดรับกับสถานการณ์ ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีแนวโน้มจะต้องต่อสู้กันอีกยาว กระทรวงสาธารณสุขไม่ควรจะถูกตัดงบประมาณเท่ากระทรวงอื่น เพราะอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินการ เพราะข้าศึกที่มาประชิดรั้วบ้านวันนี้ ไม่ใช้ข้าศึกทางการทหาร แต่คือโควิด-19 ที่ประเทศต้องต่อสู้เอาชนะเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของประชาชน

จี้รัฐเยียวยาวัด–พระสงฆ์กระทบหนัก

นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้วัดและพระสงฆ์ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างหนัก ทั้งจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ ที่ประชาชนไม่มีเงินไปทำบุญ ไม่มีกิจนิมนต์ เพราะไม่มีใครจัดงานบุญ แม้กระทั่งคนออกมาใส่บาตรในแต่ละวันแทบไม่มี ขณะที่แทบทุกวัดมีรายจ่ายจำนวนมาก ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ หรือแม้แต่ค่าอาหารสำหรับพระภิกษุสงฆ์ เมื่อคนใส่บาตรน้อย ทางวัดก็ต้องจัดหาในส่วนนี้ ส่วนวัดที่ยังพอมีกำลัง ก็พยายามออกมาช่วยเหลือประชาชน จึงอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า รัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ รัฐบาลคิดอย่างไร นอกจากการเยียวยาประชาชน และภาคธุรกิจแล้ว รัฐบาลต้องเยียวยาวัดและพระสงฆ์ที่ประสบปัญหาด้วย

พรรคการเมืองทั่วโลกจับมือฝ่าฟันโควิด

นายโภคิน พลกุล รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้มีการหารือ ประสานงานและแลกเปลี่ยนความเข้าใจกับพรรคการเมืองในหลายประเทศมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 พรรคเพื่อไทยได้รับการประสานจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ทางพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ชักชวนพรรคการเมืองในประเทศต่างๆให้ร่วมเห็นชอบ ในจดหมายเปิดผนึกร่วมของพรรค การเมืองต่างๆทั่วโลก เกี่ยวกับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการต่อสู้กับโควิด-19 และพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ขอความร่วมมือจากพรรคเพื่อไทยในเรื่องนี้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยตอบรับด้วยความยินดีอย่างยิ่ง โดยจะมีการแถลงถึงข้อความในจดหมายเปิดผนึกที่แปลจากภาษาอังกฤษ เพื่อให้พี่น้องประชาชนไทยได้รับทราบและร่วมกันฟันฝ่าวิกฤติไปอย่างพร้อมเพรียงกันในวันที่ 3 เม.ย.

“ซูการ์โน” ถก ศอ.บต.ช่วยเหลือ จชต.

ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต) นายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา พรรคประชาชาติ พร้อมนายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส.ยะลา เดินทางเข้าพบ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต.เพื่อนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและความต้องการช่วยเหลือของประชาชนในพื้นที่แจ้งให้ ศอ.บต.ทราบและดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยนายซูการ์โนกล่าวว่า สถานการณ์ในพื้นที่ยังน่าเป็นห่วง มาตรการควบคุมประชาชนให้อยู่บ้านยังไม่เป็นผล เพราะพฤติกรรมของคนบางส่วนยังไม่เปลี่ยน หน่วยงานรัฐมีสถานที่และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จำกัด จำเป็นต้องขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการต่างๆอย่างเคร่งครัด

ใช้มัสยิดเป็นโรงครัวเสริมครัวเคลื่อนที่

นายซูการ์โนกล่าวอีกว่า ต้องขอความร่วมมือประชาชนที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน อย่าเพิ่งรีบเดินทางกลับบ้าน รัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้สั่งการให้สถานกงสุลในมาเลเซียบรรเทาความเดือดร้อน โดยจัดถุงยังชีพแจกจ่ายให้ เพียงขอให้ประชาชนติดต่อกับประธานกลุ่มแต่ละโซน ทั้งที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองปีนัง รัฐกลันตันและรัฐอื่นๆ เพื่อนำข้อมูลเสนอมายัง ศอ.บต.ดำเนินการต่อไป ประชาชนที่อยู่บ้านในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต.จะจัดครัวเคลื่อนที่เข้าไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน จะใช้มัสยิดเป็นโรงครัว ซื้อวัตถุดิบในพื้นที่มาทำอาหารแจกประชาชน ให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้

“ชินวรณ์” จี้ รบ.ตัดงบฯ กห.สู้ไวรัส

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และรองประธานวิปรัฐบาล โพสต์เฟซบุ๊กถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ว่าได้ติดตามการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาครบ 7 วัน แล้วเป็นห่วง ผู้ติดเชื้อยังเพิ่มเป็นหลักร้อยทุกวัน ยอดสะสมเกือบ 2,000 ราย ขอเรียกร้องรัฐบาลต้องกำหนดกระบวนทัศน์ทางยุทธศาสตร์แก้ปัญหาวิกฤติประเทศเป็น 3 ด้านเร่งด่วน 1.มาตรการต้องเข้มงวด เด็ดขาด ให้ใช้จ่ายงบฯสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินทันที เพื่อการแพทย์การพยาบาล ไม่ใช่ปล่อยให้ขอบริจาค การล็อกดาวน์หรือปิดเมืองต้องทำทันทียอมเจ็บ

เพื่อหยุดโรค 2.ผลกระทบเศรษฐกิจ รัฐบาลต้อง

ตระหนักว่าคราวนี้หนักกว่าวิกฤติปี 40 หลายเท่า ให้คนมาลงทะเบียน 20 ล้านราย มีเงินก้อนแรกเพียง 45,000 ล้านบาท เมื่อคนมีความหวังแต่ท่านช่วยได้ 30 เปอร์เซ็นต์อีก 70 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ คิดรอบด้านเป็นองค์รวมทุกกลุ่มทุกอาชีพอหรือยัง รัฐบาลต้องเสนอปรับงบฯกลางปีงบฯ 63 และเปลี่ยนกรอบงบฯปีงบฯ 2564 ตัดงบฯกลาโหมที่ไม่เร่งด่วนนำมาใช้ให้พี่น้องประชาชนอยู่รอดจากผลกระทบที่ยิ่งใหญ่คราวนี้

หวัง “บิ๊กตู่” โชว์ภาวะผู้นำแก้วิกฤติชาติ

นายชินวรณ์ระบุอีกว่า 3.ผลกระทบต่อเนื่องจากวิกฤติภัยแล้งที่ยาวนานเป็นประเด็นทั้งทางเศรษฐกิจฐานรากความเดือดร้อนของคนในชนบท เกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ หากการช่วยเหลือจากรัฐบาลไม่ทั่วถึง ไม่มีคุณภาพ จะเกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาทางการเมือง การเรียกร้องการชุมนุมจะเกิดขึ้น การใช้งบฯลงสู่ชนบทอย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผลจะเป็นเครื่องมือวัดความสำเร็จของรัฐบาล จึงเสนอเรื่องนี้ถึง พล.อ.ประยุทธ์ โดยตรงหวังผลว่าจะเป็นผู้นำแก้ปัญหาวิกฤติชาติครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยกัน ประเทศไทยต้องชนะ ตามที่ท่านประกาศไว้เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ครบ 7 วันแล้วลงมือประกาศอีกครั้ง จะรอความสำเร็จ มีคำพูดอยู่ว่าสถานการณ์จะสร้างรัฐบุรุษ

“เทพไท” ชี้ 30 ล้านคนรอเยียวยา

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาทรวม 3 เดือนตามเป้าหมายรัฐบาลที่ประเมินว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมโครงการ 3 ล้านคนแต่ลงทะเบียนมากถึง 22 ล้านคนแล้ว เกินเป้าไปมากและอาจเพิ่มขึ้นถึง 30 ล้านคนได้ น่าจะมาจากความเดือดร้อนมากจริงๆเกินกว่าที่รัฐบาลประเมินไว้ และต้องการเงินจากรัฐบาลที่มีนโยบายแจกเงินบ่อยๆ จึงขอใช้สิทธิคนไทยโดยไม่คำนึงว่ามีคุณสมบัติหรือไม่ ความจริงมีประชาชนเดือดร้อนจากวิกฤติไวรัสโควิด-19 ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ การเยียวยา 3 เดือนคงไม่เพียงพอกับแนวโน้มจะยืดเยื้อนานกว่า 6 เดือน รัฐบาลยังต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ ปิดเมือง ให้ประชาชนหยุดอยู่บ้าน หยุดทำงาน แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายทุกวัน ตัวเลขเศรษฐกิจคนไทย 70% มีเงินเก็บเฉลี่ยคนละไม่เกิน 1 แสนบาท ใช้จ่ายได้ไม่เกิน 5 เดือน ถ้าหากสถานการณ์ยืดเยื้อไป 6 เดือนถึง 1 ปี จะเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลแน่นอน มาตรการเยียวยา 3 เดือนคงไม่เพียงพอ อาจต้องขยายเวลาออกไป และอาจเพิ่มกลุ่มเป้าหมายอีกหลายกลุ่มด้วย เป็นภาระหนักหน่วงในการหางบฯมา ช่วยเหลือประชาชน เบื้องต้นได้นำเงินเดือน ส.ส. 2 เดือนซื้อหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ แจกจ่ายประชาชนในพื้นที่ แบ่งเบาภาระรัฐบาลทางอ้อม

ปชป.แจ้งผู้พิการรับสิทธิพักหนี้–เยียวยา

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ มีมาตรการช่วยเหลือผู้พิการที่ได้รับผลกระทบจากโรคไวรัสโควิด-19 แล้ว 4 ข้อ คือ 1.จ่ายเงินเยียวยาผู้พิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการกว่า 2 ล้านคนรายละ 1,000 บาท เพิ่มเติมจากเบี้ยผู้พิการรายเดือน จะโอนตรงเข้าบัญชีในเดือน เม.ย. 2.ส่วนผู้พิการที่เป็นหนี้กู้เงินจากกองทุนให้พักชำระหนี้ 1 ปี นับจาก เม.ย. 1.34 แสนราย 3.การเสนอทบทวนมติเพิ่มเบี้ยผู้พิการเป็น 1,000 บาทแก่ผู้มีบัตรผู้พิการทุกคนทั่วถึง 2 ล้านคน แม้ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4.ให้ปรับระเบียบการกู้เงินกองทุนฯให้ผู้พิการกู้ได้รายละไม่เกิน 10,000 บาท ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน ไม่มีดอกเบี้ย ปลอดการชำระหนี้ 1 ปีวงเงิน 2,000 ล้านบาท

“มาร์ค” คาดติดเชื้อจริงมากกว่า 4 เท่า

เมื่อเวลา 17.00น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “ข้อคิดเกี่ยวกับวิกฤติ CoVid-19” โดยสรุปว่า ต้องไม่มองการบริหารสถานการณ์นี้เหมือนเป็นทางเลือกระหว่างแก้ปัญหาเศรษฐกิจกับการแก้ปัญหาด้านสาธารณสุข สถานการณ์ยังไม่สามารถหยุดยั้งการติดเชื้อที่เติบโตขึ้นวันละร้อยกว่าคนได้ หากดำเนินต่อไปแรงกดดันที่มีต่อระบบสาธารณสุขจะทำให้เกิดความสูญเสียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สุ่มเสี่ยงต่อการเข้าสู่สภาวะที่ควบคุมไม่ได้เช่นเดียวกับหลายประเทศ มีข้อเท็จจริงที่ต้องตระหนักคือจำนวนคนที่ได้รับการตรวจว่าติดเชื้อหรือไม่ในไทยถือว่าน้อยมากและยังมียอดสะสมจำนวนที่รอผลการตรวจมากพอสมควร การเลือกตรวจเฉพาะผู้ที่มีอาการบ่งบอกว่าเราน่าจะมีผู้ที่ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการและไม่ถูกยืนยันเป็นผู้ติดเชื้อประมาณสี่เท่าของจำนวนที่รายงานในปัจจุบัน แพร่เชื้อไปยังคนอื่นได้

แนะเพิ่มชุดตรวจให้พอ–ประกันรายได้

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มาตรการจัดระยะห่างทางสังคมยังต้องดำเนินต่อไปอย่างเข้มงวดมากขึ้น การลงทุนที่เร่งด่วนที่สุดคือความพร้อมของระบบสาธารณสุข เตรียมห้องดูแลผู้ป่วยหนัก เครื่องช่วยหายใจ อุปกรณ์ป้องกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เวชภัณฑ์ สถานที่กักกันผู้ป่วยอาการไม่รุนแรงหรือผู้ต้องเฝ้าดูอาการ เร่งด่วนที่สุดคือการจัดหาชุดตรวจเชื้อโควิด-19 ให้มากพอจะสุ่มตรวจประชากรที่ไม่มีอาการได้อย่างกว้างขวาง นำไปสู่การแยกตัวผู้ติดเชื้ออย่างเคร่งครัด หากไม่ดำเนินการจะเกิดการระบาดรอบสองตามมาเหมือนที่เริ่มมีปัญหาแล้วบางประเทศ รัฐบาลต้องทุ่มกำลังงบฯช่วยเหลือทุกกลุ่ม เริ่มปรับระบบการช่วยเหลือทั้งหมดเข้าสู่หลักการการประกันรายได้ให้คนไทยทุกคน ต้องมีเป้าหมายช่วยลดภาระแก่ผู้ประกอบการ แหล่งเงินต้องปรับลดงบฯปี 63 ทั้งหมดที่ไม่สามารถใช้ได้ตามปกติในช่วง 6 เดือนที่เหลือ ออกกฎหมายโอนมาเป็นงบฯเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิดเป็นการเฉพาะจะได้หลายแสนล้านบาท หากไม่พอจึงจะกู้เงินเพิ่ม หากนายกฯจะเชิญผู้นำฝ่ายค้านมาหารือเป็นพิเศษและนำไปสู่ความร่วมมืออนุมัติอย่างรวดเร็ว จะช่วยให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบการเมืองการบริหารของประเทศมากขึ้น ช่วงนี้แม้จะมีอำนาจพิเศษ แต่ต้องไม่ปิดกั้นการตรวจสอบและการมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดเผยโปร่งใส

สภาฯคุมเข้มฉีดยาฆ่าเชื้อทั้งตึก

เมื่อเวลา 10.30 น. นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นำเจ้าหน้าที่ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดภายในอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ชั้น 1 พื้นที่ทำงานของสื่อมวลชนรัฐสภา ชั้น 2 พื้นที่สำนักบริการทางการแพทย์ นายสรศักดิ์ให้สัมภาษณ์ว่า มาตรการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในพื้นที่สื่อมวลชนรัฐสภาจะทำเดือนละครั้งเพื่อให้ปลอดภัยจากเชื้อโรคอันตราย ตลอดเดือน เม.ย.มีแผนฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในพื้นที่ปฏิบัติงานของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ในสำนักต่างๆและห้องประชุมทั้งหมด เพื่อให้บุคลากรและสมาชิกรัฐสภา บุคคลที่ปฏิบัติงานภายในอาคารมีความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัย เดือน พ.ค.มีแผนฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อที่ห้องประชุมสุริยันอีกรอบ ก่อนเปิดสมัยประชุมสภาฯปลาย พ.ค. ส่วนการปิดตึกเวลา 16.30 น. คงลำบาก บริษัท ชิโนไทยยังทำงานตั้งแต่ 07.00-23.00 น. บริษัทจะเอาไปโต้แย้งว่าสำนักงานเลขาธิการสภาฯกีดขวางการทำงาน อาจเกิดการฟ้องร้องกันเป็นเหตุให้ขยายเวลาก่อสร้างออกไปอีก และยังมีแนวทาง ลดบุคลากรในพื้นที่จากเดิมวันละหลักพันคนเหลือหลักร้อยคน เพื่อลดความแออัด ส่วนการประชุมคณะกรรมาธิการ คณะ กมธ. ป.ป.ช.ของดประชุมแล้ว เหลือแค่อนุ กมธ.บางคณะ

เว้นระยะห่างที่นั่ง ส.ส. เปิดสภาฯ

นายสรศักดิ์กล่าวว่า ส่วนมาตรการความปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 ภายในห้องประชุมสภาฯช่วงเปิดประชุมสภาฯช่วงเดือน พ.ค. ได้หารือแนวทางไว้หลายเรื่องได้แก่ 1.การวางระบบประชุมผ่านทางเทคโนโลยีในระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ แต่ติดปัญหากฎหมายไม่รองรับการลงมติ และการอภิปรายแสดงความเห็น รวมทั้งระบบเทคโนโลยียังไม่เสถียร หากใช้งานพร้อมกัน กำลังแก้ไขกันอยู่ 2.การนั่งประชุมในห้องประชุมสุริยัน โดยเว้นระยะห่างที่นั่งตามมาตรฐานที่กำหนด ชั้นล่างห้องประชุมมีความจุ 800 ที่นั่ง และชั้นบน 350 ที่นั่ง จัดโซนที่นั่งให้แต่ละพรรค และให้แต่ละพรรคไปจัดที่นั่งในโซนของพรรคกันเองว่าใครจะนั่งใกล้ใครสะดวกในการประสานงานกัน ล็อกไว้เป็นที่นั่งประจำ จะได้ไม่ต้องลุกเดินกันไปมาซึ่งเป็นไปได้มากที่สุด แต่รอหารือวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านอีกครั้ง

จ่อเลื่อนประชุมงบปี 64 วาระแรก

นายสรศักดิ์กล่าวว่า ส่วนการประชุมงบฯปี 2564 ที่สำนักงบประมาณประสานมาให้เปิดประชุมวาระแรก ระหว่างวันที่ 26-28 พ.ค.นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้สั่งการให้ประสานไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อขอเลื่อนประชุมวาระแรกออกไป 1 สัปดาห์ก่อน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ประยุทธ์ จันทร์โอชานฤมล ภิญโญสินวัฒน์ครม.นัดพิเศษอภิรัชต์ คงสมพงษ์ถูกหั่นงบข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้