ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    จ่อใช้ พรก.กู้ฉุกเฉิน นายกฯถก 3 ขุนพลเศรษฐกิจ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์31 มี.ค. 2563 05:38 น.
    SHARE

    ‘ชวน’ แนะดึงงบกลางช่วย รพ.

    “ชวน” แนะรัฐบาลดึงงบฯกลางสู้ไวรัสโควิด-19 จัดหาเวชภัณฑ์ป้อนทีมแพทย์ ไม่ควรปล่อยให้ รพ.ต้องขอบริจาค “สุดารัตน์” บี้ผู้นำคายแสนล้านในมือซื้ออุปกรณ์ขาดแคลน หั่นงบฯไขมัน 3 แสนล้านเยียวยาคนเดือดร้อน 5 พันบาท 3 เดือน จี้ ครม.ทบทวนปรับลดงบฯปี 64 ใหม่ แขวะใจเย็นได้กู้เงินแน่ แต่รอใช้ฟื้นฟูหลังการระบาด เหน็บรถถัง เรือดำน้ำ เทียบไม่ได้กับแมสก์หรือชุดกันเชื้อโรคชิ้นเดียว นายกฯเรียกถก “สมคิด-อุตตม-ผู้ว่าฯ ธปท.” เล็งออก พ.ร.ก.เงินกู้ฉุกเฉิน “ธีรยุทธ” ปลุกพลังสังคมสู้สงครามไวรัส คาดอยู่บ้าน 1 เดือนเชื้อเหลือน้อยมาก เตือน เม.ย.ชี้ชะตาประเทศ กระตุกรัฐต้องงัดยาแรงเข้มข้นสุด

    จากกรณีกระทรวงการคลังเตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาท เพื่อใช้แก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจและวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ขณะที่หลายฝ่ายต่างเสนอแนะให้ปรับลดงบประมาณของกระทรวงต่างๆที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะงบฯจัดซื้ออาวุธของเหล่าทัพมาใช้ก่อน ล่าสุดนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นควรให้ใช้งบฯกลางมาจัดซื้อเวชภัณฑ์และอุปกรณ์บุคลากรทางการแพทย์

    “ชวน” นำทีมบริจาค รพ. 1 เเสนสู้โควิด

    เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 มี.ค.ที่โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 เข้าเยี่ยมชมการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลสนาม–ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ขนาด 308 เตียง มีนายสุรพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลและ นพ.ดิลก ภิยโยทัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และข้าราชการต้อนรับ นพ.ดิลกกล่าวว่า พร้อมรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 กั้นพื้นที่บางชั้นเป็นพื้นที่กักตัวบุคลากรทางการแพทย์ที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อและเสี่ยงสูง พร้อมเตรียมสถานที่ไว้รองรับแพทย์ที่ติดเชื้อและรักษาจนหายดีระดับหนึ่งมาพักฟื้น รองรับได้ 300 เตียง ผู้มีผลตรวจเป็นบวกเข้ากักตัวแล้ว 7 คน จากนั้นนายชวนได้บริจาคเงินสนับสนุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ 100,000 บาท และจะไปบริจาคที่ รพ.ศิริราช รามาธิบดี และจุฬาลงกรณ์ ขณะที่นายศุภชัยได้รวบรวมเงินจาก ส.ว. มาบริจาค 850,000 บาท พร้อมเขียนข้อความให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์

    แนะรัฐดึงงบฯกลางมาใช้ดีกว่ากู้เงิน

    นายชวนกล่าวอีกว่า แนะรัฐดึงงบฯกลางมาใช้แก้ปัญหา จากการตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลต่างๆ พบว่า ยังขาดอุปกรณ์ในการป้องกัน การแพร่ระบาดในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมาก จึงเห็นว่ารัฐบาลควรให้การสนับสนุน โดยสามารถจัดสรรงบกลางที่มีอยู่ และไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์ไว้ว่าใช้เพื่ออะไร นำมาสนับสนุนใช้ได้ทันที ไม่ควรต้องปล่อยให้แพทย์และโรงพยาบาลต้องไปคอยขอบริจาค ผู้สื่อข่าวถามว่ามีแนวคิดเสนอออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน นายชวนกล่าวว่า มันคนละเรื่องกัน อันนั้นเป็นเรื่องกรณีงบประมาณทั่วไปแก้ปัญหาโดยรวม ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ เราพูดเจาะจงเฉพาะเรื่องนี้ในการป้องกันไวรัสโคโรนา เพราะมีคนแนะนำว่ารัฐบาลใช้เงินที่มีอยู่นี้ได้ เช่น โรงพยาบาลต้องการอะไร จัดงบฯไปให้เขาเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความต้องการมีมากกว่านี้ ฉะนั้นสามารถจัดงบฯที่มีอยู่ตอนนี้ได้ ส่วนเงินกู้นี้คนละเรื่องกัน เป็นเรื่องของงบประมาณแก้ปัญหาโดยรวม

    “เชาว์” บี้ กทม.พ่นยาชุมชนโรงปูน

    นายเชาว์ มีขวด สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยว่าเคยเตือนแล้ว 2 ครั้งว่าขอให้รัฐเข้าไปดูชีวิตผู้คนในชุมชนแออัดใน กทม.จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปดูแลชาวชุมชนเมืองหรือสลัมที่มีมากกว่าหนึ่งล้านคน ล่าสุดได้รับแจ้งว่าในชุมชนโรงปูน เขตห้วยขวาง พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 3 คน และยังมีกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้ออีกนับ 100 คน มีแนวโน้มว่าอาจแพร่กระจายในวงกว้างทั่วชุมชนเพราะอยู่กันแออัด มีผู้อาศัยกว่า 700 ครัวเรือนหรือกว่า 2,500 คน ยังไม่มีการพ่นยาฆ่าเชื้อ หรือช่วยจัดหาอุปกรณ์ป้องกัน ชาวบ้านอยู่กันอย่างหวาดผวา ขอให้ กทม.มาดูแล อย่าลอยแพคนจนชั้นล่างให้อยู่กันตามยถากรรม

    “เจ๊หน่อย” บี้ควักงบฯกลางแสนล้าน

    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ขอถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมว่า เมื่อประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯแล้วรออะไร มีทั้งเงินมีทั้งอำนาจล้นฟ้า แต่ยังปล่อยให้อุปกรณ์การแพทย์ขาดแคลน มีข้อเสนอให้นายกฯเร่งใช้อำนาจที่มีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ดำเนินการดังนี้ 1.เร่งใช้งบฯกลางที่กองอยู่ในมือนายกฯเป็นแสนล้านบาท ไปใช้ระงับการแพร่ระบาดของโรคและเร่งจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่ขาดแคลนเร่งด่วน 2.ตัดงบฯปี 63 ที่ไม่จำเป็นของทุกกระทรวงออกทั้งหมดให้ได้ 300,000 ล้านบาทหรือเพียงร้อยละ 10 นำมาเยียวยาผลกระทบให้กับผู้เดือดร้อนเดือนละ 5,000 บาท 3 เดือน

    รถถัง-เรือดำน้ำเทียบไม่ได้กับแมสก์

    คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวต่อว่า 3.ขอให้นายกฯนำกรอบการพิจารณางบฯปี 2564 เข้าไปพิจารณาใน ครม.ใหม่เพื่อปรับลดงบฯที่ไม่จำเป็นทุกกระทรวงออก เพื่อนำเงินมาแก้ผลกระทบทางเศรษฐกิจในปีหน้า ส่วนเรื่องเงินกู้ที่รัฐบาลกำลังจะออกกฎหมายมากู้เงิน ขอให้ใจเย็นๆ ต้องกู้แน่ แต่ต้องกู้มาเพื่อใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจครั้งใหญ่หลังการระบาดของโรคต้องใช้เงินอีกหลายแสนล้านบาท ขอย้ำว่ายุทโธปกรณ์เพื่อใช้สู้รบราคาแพงทั้งหลาย เรือดำน้ำ รถถัง ไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคที่กำลังเป็นภัยคุกคามประเทศได้ อาจเทียบไม่ได้กับแมสก์เพียงแผ่นเดียว หรือชุด PPE เพียงชุดเดียว ให้กับคุณหมอของเราในเวลานี้ปรับปรุงการใช้งบฯเสียใหม่ ใช้เงินให้ตรงกับความจำเป็นเร่งด่วน แก้ไขวิกฤติประเทศให้ได้ พี่น้องประชาชนตลอดจนพรรคฝ่ายค้านจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เอง

    กระตุกเร่งใช้จัดซื้อเวชภัณฑ์

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องรัฐบาลให้จัดสรรงบฯกลางปีงบฯ 63 เพื่อจัดสรรไปจัดซื้อเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ให้บุคลากรทางการแพทย์ป้องกันติดเชื้อจากการปฏิบัติหน้าที่ นักรบเสื้อกาวน์เป็นขุนพลส่วนหน้า ควรได้รับการป้องกันดูแลให้ปลอดภัย ปลอดจากการติดเชื้อ แต่ดูเหมือนชุดข้อมูลการบริหารเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ของรัฐบาลจะแตกต่างจากชุดข้อมูลของบุคลากรทางการแพทย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ส่วนหน้าราวกับอยู่กันคนละประเทศ น่ากังวลไปกว่านั้นหากเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ไม่เพียงพอ ห้ามบุคลากรทางการแพทย์โพสต์ร้องเรียน ห้ามโพสต์เปิดรับบริจาค โรงพยาบาลใดเปิดรับบริจาคอยู่ให้ปิด ทั้งนี้ ควรมีการบริหารชุดข้อมูลเวชภัณฑ์ฯแบบรวมศูนย์ จะได้ทราบและบริหารชุดข้อมูลได้ถูกต้อง สอดรับกับสถานการณ์ เช่น หน้ากากอนามัย ชุด PPE ในสต๊อกมีเท่าใด ผลิตได้เท่าใด นำเข้าทั้งซื้อหรือรับบริจาคเท่าใด รวมทั้งหมดเป็นเท่าใด จะจัดส่งเข้าไปในพื้นที่ได้เมื่อไหร่ โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องการใช้ จะได้บริหารได้ว่าต้องรออีกกี่วันจะจัดส่งมาจากส่วนใด จะง่ายในการบริหารจัดการที่เปิดเผยโปร่งใส ตรวจสอบได้ รัฐบาลควรแก้ปัญหาให้ตรงจุดและคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์เป็นสำคัญ

    นายกฯ ถก “สมคิด–อุตตม–ผู้ว่าฯธปท.”

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 11.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ภายหลังนายกฯ เสร็จสิ้นการเป็น ประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา (โควิด-19) ได้เรียก นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าหารือที่ห้องทำงานชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า โดยใช้เวลา 30 นาที โดยหารือเพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชนในระยะที่ 3 สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และการดูแลระบบ เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการใช้งบประมาณแก้ไขปัญหาและหากมีความจำเป็นต้องกู้เงินโดยการออก พ.ร.ก.เงินกู้ฉุกเฉิน เนื่องจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจไม่ใช่แค่ธุรกิจขนาดใหญ่ แต่มีผลกระทบ ถึงประชาชนระดับล่างด้วย

    “ธีรยุทธ” ชูพลังสังคมสู้สงครามโควิด

    นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิดว่า ในช่วงที่คนไทยกำลังเคร่งเครียด วิตกกังวล ขอเสนอมุมมองสร้างความหวัง ความเข้าใจต่อกันและกัน ปัญหาโควิดต้องเข้าใจว่าสังคมไทยและสังคมมนุษย์ กำลังทำสงครามกับเชื้อโรค เพราะโควิดโจมตีความเป็นสังคมของมนุษย์ ต้องอาศัยพลังทางสังคม การปรับกระบวนทัศน์ใหม่ การจัดระเบียบ การจัดการทางสังคมใหม่เป็นมาตรการตอบโต้ เป็นทางเลือกเดียวต้องร่วมกันสู้ โดยทุกคนเป็นนักรบหมด ในช่วงที่เราใช้มาตรการสังคมเก็บตัวอยู่ในบ้าน ถือเป็นยุทธวิธีแนวหน้าสุดในการต่อสู้กับศัตรู

    คาดอยู่บ้าน 1 เดือนเชื้อเหลือน้อยมาก

    นายธีรยุทธกล่าวอีกว่า ถ้าใช้เวลา 1 เดือนถือว่าเชื้อโควิดน่าจะหลงเหลืออยู่น้อยมาก โดยมีแพทย์ พยาบาลเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข เป็นปราการแข็งแกร่งที่ทั้งสู้รบ บัญชาการ ปกปักรักษาทุกคน การเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับมุมมองต่างๆ โดยมองว่าเราเป็นฝ่ายกระทำมีความจำเป็น เพราะแทนที่จะรู้สึกเป็นฝ่ายรับ หดหู่ หมดหวัง โกรธเคืองแพทย์ พยาบาลหรือรัฐ เราจะมองมุมกลับเป็นฝ่ายกระทำที่มีความมุ่งมั่น ความมั่นใจและภูมิใจ ในการต่อสู้ร่วมกันของประชาชน แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและทุกหน่วยงานของรัฐ ส่วนมาตรการ Social Distancing เป็นหัวใจสู้โควิด ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคมีโอกาสกระโดดจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ที่ได้ผลสูงสุดคือการอยู่บ้าน การปิดห้าง ร้านอาหาร ออฟฟิศบางส่วน เท่ากับปิดไม่ให้ผู้คนจำนวนมากได้พบปะกัน เป็นการปิดล้อมบังคับศัตรูเปิดเผยตัว เพื่อทำลายล้างโรคโควิดในที่สุด

    เมษาชี้ชะตา ปท.ต้องยาแรงเข้มข้น

    นายธีรยุทธ์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันใช้มาตรการที่ 3 มาได้ครึ่งทาง ตัวเลขผู้ป่วยที่รายงานกันมาสะท้อนว่ากำลังเกิดผล แต่เดือน เม.ย.นี้เป็นเดือนที่ทุกฝ่ายต้องทุ่มเททำงานอย่างหนักที่สุด ต้องใช้มาตรการเข้มข้นและบังคับใช้จริงจังจึงจะสำเร็จ ที่ผ่านมาแพทย์ พยาบาล สาธารณสุขทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ทันกาล รัฐบาลก็ปรับตัวอย่างถูกต้องที่ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์เป็นผู้นำทางความคิด ตัวเองหันไปพิจารณาภาพรวมและดำเนินมาตรการต่างๆรองรับ ถือว่าทำได้ถูกทาง ไม่สายเกินไป มีโอกาสควบคุมโรคไม่ให้คนติดต่อโรคเกือบทั้งเมืองเหมือนอิตาลี อังกฤษ สเปน อเมริกา แม้มีวัยรุ่นหรือพวกนอกขอบปฏิเสธลองดีสุดโต่งจำนวนหนึ่ง นับรวมคงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่คนไทยร่วมมือ ปรับพฤติกรรมส่วนตัวพอสมควร น่าจะถือได้ว่าคนไทยร่วมแรงร่วมใจในระดับ 70 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป แต่ยังจำเป็นต้องติดตามดูการพัฒนาใกล้ชิด ถ้าดูจากกรณีต่างประเทศทั่วโลก การเลือกเส้นทางเข้มข้นและบังคับจริงจังดูเป็นทางเลือกดีที่สุด โดยเฉพาะการร่วมมือของภาคประชาชนและรัฐบาล ช่วยให้การระบาดไวรัสโควิดในจีนสงบลงได้

    “ยิ่งลักษณ์” ขอบคุณวีรบุรุษยามยาก

    วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ทำให้ทุกคนตกอยู่ในความหวาดกลัวและวิตกกังวล แต่สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ที่เป็นหน่วยหน้าต้องรับภาระหนัก โดยเฉพาะปัจจุบันอุปกรณ์ป้องกันและรักษาโรคยังไม่เพียงพอ วัคซีนยังอยู่ระหว่างคิดค้น แต่ด้วยจรรยาบรรณในวิชาชีพ แพทย์ พยาบาล รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านยังคงทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ ทั้งที่ต้องอยู่ห่างจากครอบครัว บางท่านต้องติดเชื้อ ขอขอบคุณและชื่นชมในความเสียสละ ขอส่งกำลังใจให้ทุกท่าน พวกเราคนไทยทุกคนรับรู้ได้ด้วยใจว่าพวกท่านคือวีรบุรุษในยามยากของคนไทย พวกเราทุกคนควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อลดภาระ เราควรดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง จะได้ต้านโรคและมีภูมิคุ้มกัน ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น หรือการรักษาระยะทางสังคมเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อขอส่งกำลังใจให้หายโดยเร็ว ช่วงนี้ขอให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ตระหนักรู้กับข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างมีสติ จะทำให้รู้ทันกับโรคโควิด-19 ค่ะ แล้วเราจะผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน ด้วยรักและห่วงใยพี่น้องคนไทยทุกคน

    “เลขาฯชวน” บี้ กมธ.ป.ป.ช.งดประชุม

    นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงมาตรการป้องกันการระบาดไวรัสโควิด-19 อาคารรัฐสภาว่า ได้เข้มเรื่องวินัยให้บุคลากรและบุคคลที่ผ่านเข้าออกต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกคน แต่ยังไม่ออกข้อบังคับ จะเพิ่มมาตรการคัดกรองเริ่มตั้งจุดคัดกรองตั้งแต่เวลา 06.30 น. จากเดิม 07.00 น. ที่จอดรถจะเปิดให้ใช้ ชั้นบี 1 เท่านั้นสำหรับบุคคลภายนอกที่ผ่านเข้าออกพื้นที่ การประชุม กมธ.สัปดาห์นี้มี 3 คณะ โดยเฉพาะกมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน มีบุคคลภายนอกต้องมาชี้แจงและบุคลากรสำนักงานเลขาธิการสภาฯต้องปฏิบัติงานกว่า 50 คน ถือว่าไม่ค่อยเหมาะสมที่รวมตัวกัน ต่อไปอาจต้องให้งดหรือเลื่อน การปฏิบัติงานของบุคลากรในวงงานรัฐสภา ที่ให้ทำงานที่บ้าน ประธานสภาฯขอให้พิจารณาให้เหมาะสม ต้องไม่กระทบต่อคุณภาพของงาน

    “เสรีพิศุทธ์” ลุยต่อแก้ปัญหาให้ ปชช.

    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช.กล่าวว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สร้างความเดือดร้อน หวาดวิตกให้ประชาชนอย่างมาก ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยปัจจุบันประชาชนไม่สามารถหาซื้อได้ตามปกติ ทั้งที่เสนอข่าวว่ากำลังการผลิตทำได้ตามปกติ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่การทำงานของ กมธ.ต้องดำเนินต่อไป เพื่อขจัดความเดือดร้อนให้ประชาชนเบาบางลง ทุกคนมีครอบครัวที่ห่วงใย หากตนไม่ทำหน้าที่นี้ใครจะทำ ประชาชนรอความหวังอยู่ ขอให้ กมธ.แต่ละคนเสียสละดูแลตัวเองให้ดี หลีกเลี่ยงอยู่ในที่แออัด รักษาสุขภาพ ออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง แม้กระทั่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯยังมาทำงานที่สภาฯ ต้องปฏิบัติตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ

    ยกโควิดเลื่อนประชุมสามัญพรรค

    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่าการประชุมวิสามัญประจำปีของพรรคการเมืองตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ตามมาตรา 147 ที่ต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่พรรคการเมืองภายในเดือน เม.ย. ไม่เช่นนั้นจะผิดมาตรา 91 โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังพิจารณาหารือก่อนจะประสานมายังรัฐบาลว่ามีเหตุให้ต้องเลื่อนประชุมหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีการสอบถามมาแต่รัฐบาลจะตอบว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นเหตุจำเป็น และเข้าข้อยกเว้นที่ไม่ควรให้พรรคการเมืองประชุม

    พท.พร้อมขยายเวลาออกไป

    น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยทำหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 16 มี.ค.สอบถามไปยัง กกต.ว่าจะให้ขยายเวลาการจัดประชุมใหญ่สามัญของพรรคตามที่กฎหมายระบุให้จัดประชุมภายในวันที่ 30 เม.ย.ออกไปก่อนหรือไม่ จะต้องดำเนินการเพิ่มเติมและต้องแจ้งต่อ กกต.อย่างไรหรือไม่ เรายังไม่ได้รับคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เชื่อว่า กกต.คงพิจารณาจากเหตุผลความจำเป็นที่พรรคเสนอ อีกทั้งขณะนี้มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จึงคาดว่าน่าจะต้องให้ขยายเวลา พรรคพร้อมปฏิบัติตามเราอยากเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

    กกต.ยึกยักยังไม่มีคำตอบให้

    เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงาน กกต. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.เป็นประธานการประชุม กกต. พิจารณากรณีพรรคการเมืองมีหนังสือหารือถึงความเป็นไปได้ที่จะเลื่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคตามที่มาตรา 37 มาตรา 43 และมาตรา 61 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 กำหนดให้พรรคการเมืองต้องจัดประชุมใหญ่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเพื่อรับรองรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองประจำปีและรับรองงบการเงินของพรรคที่ต้องจัดทำภายในเดือน เม.ย.ของทุกปีออกไปโดยไม่ผิดกฎหมาย เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ ที่ประชุม กกต.ยังไม่ได้มีมติใดๆออกมา จะหารือต่อวันที่ 31 มี.ค.ก่อนจะมีมติ ขอให้สำนักงานไปพิจารณาศึกษาข้อกฎหมายเพิ่มเติม รวมถึงแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลที่พรรคการเมืองจะนำมาเป็นเงื่อนไขเลื่อนการประชุมใหญ่ในเดือน เม.ย.ออกไป โดยไม่ขัดกับมาตรา 91 (4) ของกฎหมายเดียวกัน จนทำให้พรรคการเมืองต้องสิ้นสภาพได้หรือไม่ เพื่อความรวดเร็วอาจไม่จำเป็นต้องส่งคำถามไปปรึกษากับรัฐบาล หากเห็นว่าคำตอบมีความชัดเจนเพียงพอแล้ว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1พ.ร.ก.กู้เงินกระทรวงการคลังวิกฤติเศรษฐกิจชวน หลีกภัยงบประมาณข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้