ข่าว
100 year

ตีรวนยกแรก อ้าง “ญัตติเป็นเท็จ”

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 ก.พ. 2563 05:25 น.
SHARE

วิป รบ.ขอให้แก้ไม่งั้นจะประท้วงหาบิ๊กตู่ฉีก รธน.

“บิ๊กตู่” เตรียมพร้อมรับศึกซักฟอก ฮึ่มจัดการเด็ดขาดสู้เฟกนิวส์ บ่นเหนื่อยแต่ไม่ลาออก “บิ๊กป้อม” บอกแค่พูดความจริง ไม่ต้องตั้งทีมองครักษ์ คำรามเสียงโหวตฝั่งรัฐบาลต้องเป็นเอกภาพ “วิษณุ” ชี้ช่องชิงปิดอภิปรายได้ วิปรัฐบาลเล่นแง่ร้อง “ชวน” ญัตติซักฟอกฝ่ายค้านเป็นเท็จ อ้างกล่าวหานายกฯคนเก่าฉีก รธน.เอามาเชือดนายกฯคนใหม่หลังเลือกตั้ง ไม่แก้ไขประท้วงแหลกตั้งแต่เริ่ม ให้เปิดเวที 25-27 ลงมติ 28 ก.พ. ฝ่ายค้านลั่นไม่มีฮั้วขย่ม “ประยุทธ์” จะอยู่ไม่ได้ ดักคออย่าหนีการตรวจสอบ อนค.จองกฐินขย้ำ 4 รมต. “วันนอร์” โซโล่ 2 ชม. โอ่งัดข้อมูลเด็ดมัดทุจริต “สงคราม” แว่วข่าวมีคนขนกล้วยมาเป็นเครือ “มิ่งขวัญ” ยึดอุดมการณ์แยกทาง ศก.ใหม่ ขอร่วมถล่มปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง “นิพิฏฐ์” ซัด ส.ส.เสียบบัตรแทนกันเป็นอนันตริยกรรมเหมือนพระปาราชิก

พรรคร่วมรัฐบาลผนึกกำลังเต็มที่รับมือศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับเสียงโหวตลงมติ ของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลต้องเป็นเอกภาพ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เตรียมพร้อมข้อมูลพร้อม เปรยสู้กับพวกบิดเบือนเฟกนิวส์เหนื่อยแต่ไม่ลาออก

“บิ๊กตู่” ฮึ่มจัดการเฟกนิวส์อันตราย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 ก.พ. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานมอบโล่เกียรติบัตรให้เด็กและเยาวชนที่ผ่านการประกวดศิลปะโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนด้วยศิลปะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้หัวข้อ “พลังแห่งรัก” มีนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าร่วม โดยนายกฯ ให้โอวาทว่า ไทยมีอัตลักษณ์ วัฒนธรรม มีหลายศาสนา แต่ทุกคนอยู่กันอย่างมีความสุขมาตลอด แม้จะมีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่ทุกคนเข้มแข็งช่วยกันขับเคลื่อนประเทศ ขณะที่สถานการณ์ภาคใต้อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ ความรุนแรงลดลงมาก เราต้องแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้เร็วที่สุด วันนี้ต้องช่วยกันดูเกิดอะไรขึ้นบ้าง ขอเตือนเฟกนิวส์อันตราย การเสพสื่อและโซเชียลมีเดียต้องระวังจะเชื่อ ฟัง อ่าน จะโพสต์ มีกฎหมายอยู่แล้วจะเข้มงวดมากขึ้นไม่ว่าใครบิดเบือน เร่งดำเนินการไปแล้ว เรามีการพัฒนาที่ดีขึ้น หลายอย่างที่ทำไม่เคยทำมาก่อน อาจไม่เข้าใจกันอยู่บ้างก็ไม่เป็นไร

บิดเบือนทำลายชาติไม่ใช่เรื่องสนุก

นายกฯกล่าวว่า อยากเป็นอะไรขอให้ตั้งใจ เหมือนนายกฯตั้งใจไว้แต่เด็กไม่เคยเปลี่ยน เพราะเป็นสัญชาตญาณถึงได้มาเป็นทหาร แต่ไม่ได้คิดว่าจะมาเป็นนายกฯ แม้เป็น ผบ.ทบ.ก็ไม่เคยคิด มันเป็นของมันเอง ทุกคนเกิดมามีทักษะหาให้เจอแสดงออกมาในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ไปแสดงทำให้เกิดความขัดแย้ง บิดเบือน การทำลายประเทศชาติไม่ใช่เรื่องสนุกสนาน จากนั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ ได้ถ่ายภาพร่วมกับคณะ เยี่ยมชมนิทรรศการภาพวาดที่ชนะการประกวด ที่ห้องโถงกลาง ตึกสันติไมตรี

ชี้ต้องเตรียมข้อมูลไว้สู้ศึกซักฟอก

ภายหลังเสร็จสิ้นงาน นายกฯขอยังไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวโดยกล่าวว่า ไว้รอบ่ายทีเดียว หลังเป็นประธานประชุมสรุปสถานการณ์ไวรัสอู่ฮั่นและประชุมทางไกลผ่านทางวิดีโอ (เทเลคอนฟรีแลนซ์) การแก้ปัญหาวิกฤติฝุ่น PM2.5 ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เวลา 14.30 น. จะมีแถลงหลังการประชุม แต่ผู้สื่อข่าวได้พยายามถามก่อนนายกฯกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าว่าได้เตรียมข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจไว้อย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวสั้นๆว่า “การอภิปรายก็คงต้องเตรียมการไว้แหละนะ”

สู้เกรียนคีย์บอร์ดเหนื่อยแต่ไม่ลาออก

ต่อมาเวลา 17.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งระหว่างแถลงหลังการประชุมแก้ปัญหาไวรัสอู่ฮั่น และฝุ่น PM 2.5 ว่า รัฐบาลพยายามทำงานอย่างเต็มที่กับปัญหาที่เกิดขึ้น แต่น่าเสียใจที่บางคนบางกลุ่มพยายามจะขับเคลื่อนทางการเมืองกับสิ่งเหล่านี้ ไม่เป็นประโยชน์กับประเทศเลย ไม่ว่าทำเพราะไม่ชอบตนก็ตาม ยืนยันต่างประเทศ ดำเนินการไม่แตกต่างจากเรา หลายอย่างเราทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ วันนี้ขอร้องสื่อมวลชนว่าอย่าเสนอข่าวในทำนองที่ว่ารัฐบาลไม่ยอมทำอะไร เพราะการเปลี่ยน– แปลงจะทำให้ได้ดังใจคงไม่ได้ ทุกอย่างทำตามระยะเวลา ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ เพราะถ้าใช้กฎหมายบังคับใช้ทั้งหมดก็เป็นปัญหา แต่ก็จำเป็นต้องใช้ โดยเฉพาะเฟกนิวส์ เฮทสปีช วันนี้สั่งการเจ้าหน้าที่ไปแล้วให้ดำเนินคดีโดยเด็ดขาด ต้องสืบหาต้นตอ สืบหาเพื่อมาดำเนินคดีให้ได้ตามกฎหมาย

รับรองตรวจสอบได้หมด

“ขอเตือนสื่อโซเชียลเฟซบุ๊กจะช่องทางใดก็ตาม เข้าข่ายทำผิดกฎหมายดำเนินคดีทันที ขอร้องอย่าเผาบ้านเมืองของท่านด้วยการบิดเบือน ไม่อยากไปทะเลาะกับพวกท่าน แต่ต้องเตือน ขอร้องบรรดานักพูดทั้งหลายและบรรดานักเกรียน มันเท่ตรงไหนพูดเพื่อสร้างความเกลียดชัง เดี๋ยวถูกดำเนินคดีอย่ามาโวยวายแล้วกัน เพราะเป็นการใช้กฎหมายปกติ ไม่ได้ไปใช้อำนาจเผด็จการอะไร ซึ่งเหนื่อยแล้วนะ แต่ไม่ลาออก” นายกฯกล่าว

“บิ๊กป้อม” บอกไม่เตรียมแค่พูดเรื่องจริง

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ว่า “ไม่ต้องเตรียมตัวจะพูดแต่เรื่องจริง จบละ” เมื่อถามว่า สามารถชี้แจงได้ทุกเรื่องหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ก็ชี้แจงเรื่องจริง ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ใช่” เมื่อถามอีกว่า มีบรรดา ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เตรียมจะมาทำหน้าที่องครักษ์พิทักษ์ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตรได้แต่ยิ้มและไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวก่อนออกจากวงสัมภาษณ์ไป

คำรามเสียงรัฐบาลต้องเป็นเอกภาพ

ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่าไม่หนักใจอะไรเลย ตอบตามความจริง ไม่ต้องจัดทีมรับมือหรอก เพราะทำแต่งาน ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่น ส่วนที่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐเตรียมสมาชิกไว้ช่วยแล้วไม่รู้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเองต้องร่วมมือกันอยู่แล้ว ทุกพรรคต้องร่วมกันทำงาน เมื่อถามว่า เมื่อถึงเวลาลงมติคิดว่าทั้ง 6 คนที่ถูกอภิปรายจะได้รับเสียงสนับสนุนเท่ากันหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไร เมื่อถามว่า ได้ขอความร่วมมือพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่การลงมติต้องมีเอกภาพไปในทิศทางเดียวกัน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แน่นอนอยู่แล้ว ทุกพรรคต้องร่วมมือกัน ไม่เช่นนั้นจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลได้อย่างไร เมื่อถามว่า หากไม่เป็นทิศทางเดียวกันจะทำอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ยังไม่เกิด ให้เกิดเสียก่อน

“วิษณุ” ชี้ ปธ.สภาฯคนเคาะวันเปิดเวที

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึง กำหนดวันและเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เรื่องวันยังไม่ทราบ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ อยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบลายมือชื่อของญัตติอยู่ และจะมีหนังสือถามรัฐบาลว่าสะดวกวันใด รัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายต้องมีส่วนบอกว่าพร้อมเมื่อไหร่ คนใน ครม.แม้จะไม่ถูกอภิปรายมีเรื่องที่ต้องพิจารณาด้วยว่ามีวันไหนที่งานคั่งค้างอยู่ แล้วรัฐบาลจะบอกไปว่าสะดวกวันไหน แต่ไม่ใช่เรื่องตายตัว ต้องหารือกับวิปฝ่ายค้านและประธานสภาฯจะดูความเหมาะสม ที่ฝ่ายค้านอยากอภิปรายวันที่ 19 ก.พ. แต่อยู่ที่ประธานสภาฯจะเป็นวันไหนได้ทั้งนั้นก่อนปิดสภาฯ

ชี้ช่องให้สมาชิกเสนอปิดอภิปรายได้

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านเล็งจะอภิปรายไปถึงช่วงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า อยู่ที่ประธานสภาฯ ถ้าอนุญาตให้ถามต้องมีคำตอบ แต่หากสมาชิกจะเสนอปิดประชุมอยู่ที่สมาชิก เพราะการปิดประชุมเป็นอำนาจของสมาชิกเป็นผู้เสนอ และมีผู้รับรองญัตติแล้วจึงโหวตกัน เป็นไปตามข้อบังคับตนไม่ได้ชี้นำ ทุกอย่างขอให้ว่ากันตามข้อบังคับ ไม่ถือเป็นญัตติซ้อนญัตติ เพราะมีข้อยกเว้น ส่วนการคุมเกมเป็นเรื่องของประธานสภาฯ แต่จะเอาอย่างไรต่อไปเป็นเรื่องของสมาชิก ต้องเชื่อมั่นในตัวประธานสภาฯว่าคุมเกมได้ การเตรียมพร้อมชี้แจงดูตามญัตติที่เขายื่นที่ว่าเล่นพวก เอื้อประโยชน์จะเล่นที่ไหน เอื้อประโยชน์ใคร ทุกคนต้องไปคิดดูเอง การอภิปรายคือการกล่าวหา อีกฝ่ายมีหน้าที่แก้ข้อกล่าวหา มีหลักฐานก็นำมาแสดง ในอดีตเคยมีรัฐมนตรีคนหนึ่งเคยถูกอภิปรายเรื่องความเคลื่อนไหวทางเงิน ทำเอาท่านงงเพราะไม่รู้เรื่อง เมื่อลงมติผ่านไปมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบย้อนหลัง สุดท้ายจบไม่มีอะไร เพราะเป็นของปลอม หลักคือต้องชี้แจง เมื่อถามว่า กลัวฝ่ายค้านจะนำเรื่องการเสียบบัตรมาอภิปรายหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีปัญหา รัฐบาลผิดอะไรที่ต้องไปกลัว แต่เกรงไว้ก่อนนั้นดีทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นมันจะประมาท เพราะความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย ส่วนที่วิปรัฐบาลมองว่าญัตติของฝ่ายค้านเป็นเท็จนั้นไม่ทราบ อยู่ที่ประธานสภาฯวินิจฉัย ยอมรับว่าถ้อยคำในญัตติของฝ่ายค้านเป็นถ้อยคำรุนแรง

ตีกรอบอภิปรายไม่ควรเกิน 3 วัน

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมว.ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาวิปรัฐบาล กล่าวว่า กรอบเวลาการอภิปราย วิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลจะพูดคุยหารือความชัดเจนกัน ก่อนที่ประธานสภาฯจะบรรจุวันอภิปราย เบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ช่วงวันที่ 23-24 ก.พ. แต่ต้องประชุมกำหนดความชัดเจนอีกครั้ง จำนวนวันอภิปรายยังถกเถียงกันที่ฝ่ายค้านระบุอยากได้เวลา 5 วัน เยอะไปหรือไม่ รัฐบาลคงต้องดูเนื้อหาสาระที่ฝ่ายค้านจะอภิปราย แต่คิดว่าไม่น่าจะเกิน 2-3 วันน่าจะพอ เมื่อหารือเรื่องวันกันเรียบร้อยแล้วคงต้องประสาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อีกครั้งหนึ่ง เนื้อหาการอภิปรายควรจะพูดถึงเนื้อหาสาระการทำงานที่รับผิดชอบอยู่ ไม่ควรไปพูดในเรื่องที่ไม่ได้รับผิดชอบ ไม่ควรมีเรื่องส่วนตัว ถ้าพูดนอกประเด็นกันมาก คงมีการประท้วงทำให้การอภิปรายล่าช้า

รมต.ทุกคนพร้อมเสิร์ฟข้อมูล “บิ๊กตู่”

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะที่ปรึกษาและกรรมการในคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า รอนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กำหนดวันเวลาอภิปรายกี่วัน รัฐบาลเตรียมพร้อมข้อมูลทุกเรื่องที่คาดว่าจะมีการอภิปราย รวมถึงข้อมูลของรัฐบาลชุดที่แล้ว เราทำงานมาได้ 6 เดือน หวังว่าข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปรายหลักๆ ควรมาจากรัฐบาลชุดนี้ รัฐมนตรีทุกคนเตรียมพร้อมข้อมูลสนับสนุน ทุกพรรคร่วมทำงานกันเป็นทีม ทั้งคะแนนหรือการสนับสนุนเราทำงานกันเป็นระบบ จะไม่มีว่ายื่นครั้งนี้มีแต่พรรค พปชร.ถูกอภิปรายแล้วพรรคร่วมจะไม่ช่วยเหลือกัน เพราะเรามีนายกฯคนเดียวกัน นายกฯถูกอภิปรายข้อมูลทั้งหมดต้องมาจากทุกพรรคร่วม ทุกกระทรวง นายกฯชี้แจงเองหรือมอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องชี้แจงได้ และ ส.ส.มีเอกสิทธิ์ประท้วงหรือปฏิบัติตามข้อบังคับ แต่คะแนนการลงมติพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องเท่ากันหมดหรือไม่ บอกไม่ได้ เป็นเอกสิทธิ์ ส.ส.ทุกคน แต่เชื่อว่าด้วยความสามัคคีทำงานร่วมกันมาตลอดของพรรคร่วมรัฐบาล ทุกพรรคจะไปกำกับให้คะแนนทั้งหมดออกมาได้อย่างเป็นเอกภาพและพร้อมเพรียง

“บี” โอ่จับมือเฟซบุ๊กฟันเฟกนิวส์

นายพุทธิพงษ์กล่าวอีกว่า ส่วนการป้องกันเฟกนิวส์ที่มีมากช่วงนี้ กระทรวงดีอีเอสดำเนินการป้องกันเฟกนิวส์ทุกเรื่องมาตลอด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 ก.พ. ได้พูดคุยกับผู้บริหารเฟซบุ๊กต่างประเทศ เชื่อว่าภายใน 1-2 วันจะมีข่าวดี จากการร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลไทยกับเฟซบุ๊กจะมีกระบวนการติดตาม ทำงานร่วมกันป้องกันข่าวปลอมในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่นที่กระทบความอ่อนไหวของประชาชน รวมถึงเรื่องอื่นถือเป็นครั้งแรกที่เรามีโอกาสได้ร่วมมือกัน คิดว่าคนที่ผลิตเฟกนิวส์ต่างๆต้องระวังแล้ว เพราะเราได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเฟซบุ๊กต่างประเทศ เมื่อถามว่า ข่าวดีที่จะออกมาใน 1-2 วัน จะเป็นลักษณะไหน นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ขอให้คอยดู

รอถก 3 ฝ่ายกำหนดวันระเบิดศึก

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เลขานุการคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 6 คน ภายหลังฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ในวันที่ 5 ก.พ.จะมีการประชุมร่วม 3 ฝ่าย คือรัฐบาล วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน เพื่อกำหนด วันและเวลาการอภิปรายที่ชัดเจนจะเป็นวันใด แต่วิปรัฐบาลเห็นว่าวันที่เหมาะสมควรเป็นวันที่ 20 ก.พ. เป็นต้นไป ใช้เวลาอภิปราย 3 วัน และลงมติ 1 วัน รวมเป็น 4 วัน ส่วนการประท้วงขององครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี หากอภิปรายอยู่ในกรอบ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะไม่ประท้วง แต่หากมีอภิปรายไม่เป็นความจริง ย้อนเรื่องในอดีตต้องประท้วง เมื่อถามว่า มีการพูดคุยกับ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ เพื่อมาสนับสนุนรัฐบาลแล้วหรือไม่ นายชัยวุฒิตอบว่า ยังไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้คงต้องปล่อยให้พรรคเศรษฐกิจใหม่ไปพูดคุยกันก่อน

วิป รบ.ฟ้อง “ชวน” ญัตติเชือดเป็นเท็จ

นายชัยวุฒิกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 3 ก.พ.วิปรัฐบาลได้ยื่นเรื่องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะประเด็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่าเป็นญัตติเท็จ เพราะวิปรัฐบาลเห็นว่ามีข้อความเท็จขัดต่อข้อบังคับการประชุมสภาฯ หรือเป็นญัตติที่ต้องแก้ไขปรับปรุง โดยเฉพาะประเด็นที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์มีพฤติการณ์ไม่ยึดมั่นและศรัทธาต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ และกระทำการให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศ โดยมีพฤติการณ์ไม่เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ ถือเป็นข้อความเท็จชัดเจน ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ไม่เคยฉีก รัฐธรรมนูญเลย พล.อ.ประยุทธ์มาจากการเลือกตั้งตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญทุกประการ จึงชัดแจ้งว่าเป็นญัตติเท็จ ขึ้นอยู่กับประธานสภาฯ จะเป็นผู้พิจารณา ส่วนฝ่ายค้านต้องยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจใหม่หรือไม่ ขึ้นอยู่กับประธานสภาฯจะวินิจฉัย

ขู่ประท้วงแหลกหากไม่แก้ไขญัตติ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ญัตติยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านมีเนื้อเป็นเท็จ เป็นการยื่นอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะนายกฯ คนเก่าที่กล่าวหาฉีกรัฐธรรมนูญ แต่ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ คนใหม่ที่มาตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว จึงต้องส่งยื่นเรื่องไปให้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ฝ่ายค้านทบทวนญัตติดังกล่าวให้ถูกต้อง หากฝ่ายค้านไม่ทบทวน ฝ่ายรัฐบาลจะประท้วงตั้งแต่เริ่มต้นอภิปราย ทำให้การประชุมไม่ราบรื่น เชื่อว่าหากส่งไปให้ฝ่ายค้านแก้ไขโดยทันทีก็สามารถแก้ไขได้ทัน

ขีดเส้นขึ้นเขียง 25-27 ก.พ.ลงมติ 28 ก.พ.

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่รัฐสภา นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวว่า ตนได้เสนอต่อที่ประชุมวิปรัฐบาล ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเวลา 3 วันคือวันที่ 25-27 ก.พ. แล้วลงมติในวันที่ 28 ก.พ.เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 151 การลงมติมิให้กระทำในวันเดียวกับวันที่การอภิปรายสิ้นสุดลง การอภิปรายวันสุดท้าย คือวันที่ 27 ก.พ. ต้องเสร็จก่อนเวลา 24.00 น. พรรค ร่วมรัฐบาลทุกพรรคเห็นด้วย จะได้ส่งเรื่องให้นายกฯ และรัฐบาลรับทราบต่อไป นอกจากนี้วิปรัฐบาลได้ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อขอให้ฝ่ายค้านแก้ไขข้อบกพร่องในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะมีข้อบกพร่อง มีข้อความเท็จและไม่เหมาะสม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 5 ก.พ. เวลา 09.00 น. จะมีการประชุมของตัวแทน 3 ฝ่าย คือรัฐบาล วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน เพื่อวางกรอบและเวลาแต่ละวัน รวมถึงขอความร่วมมือในเนื้อหาในการอภิปรายจะต้องไม่วกวน ซ้ำซาก และไม่อภิปรายเรื่องของรัฐบาลชุดที่ผ่านมาด้วย

“มิ่งขวัญ” แยกวง ศม.ชิ่งหนีไม่ถูกต้อง

เมื่อเวลา 11.13 น. ที่รัฐสภา นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ แถลงจุดยืนทางการเมืองว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่ออกแถลงการณ์ถอนตัวจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน เป็นพฤติกรรมไม่ถูกต้อง ถามกรรมการบริหารพรรคพบว่าไม่มีการแจ้งวาระประชุมล่วงหน้า ไม่แจ้งว่าจะประชุมเรื่องใด ตนไม่ได้รับเชิญให้ไปร่วมประชุมด้วย กระทั่งพรรคมีมติถอนตัวจากการร่วมฝ่ายค้าน นายสุภดิช อากาศฤกษ์ รักษาการหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ โทรศัพท์แจ้งว่าเห็นมติพรรคแล้วหรือยัง เมื่อจะซักถามรายละเอียดก็รีบตัดสาย บอกว่ามีผู้ใหญ่โทร.มา แล้วจะโทร.กลับอีกครั้ง แต่จนถึงขณะนี้นายศุภดิชไม่เคยติดต่อกลับหาเลย ไม่มีพรรคใดทำแบบนี้ หวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกและสุดท้ายที่ตนจะโดนด่า เมื่อรัฐธรรมนูญบอกว่า ส.ส.ไม่จำเป็นต้องทำตามมติพรรค จึงขอยึดมั่นคำพูดที่หาเสียงไว้แต่ต้นไม่เปลี่ยนแปลงว่าจะอยู่กับฝ่ายค้าน แม้จะเป็นคนเดียวก็จะอยู่ เมื่ออุดมการณ์ไปด้วยกันไม่ได้ต่อการตระบัดสัตย์ จะไม่ร่วมอุดมการณ์กันอีกต่อไป ขอประกาศแยกทางจากพรรคเศรษฐกิจใหม่อย่างเด็ดขาด ขอรักษาจุดยืนคำมั่นสัญญาต่อประชาชน ต่อไปพรรคเศรษฐกิจใหม่จะไปทำอะไรไม่เกี่ยวกับตน

ไม่ลาออก ท้าให้พรรคมาขับออก

เมื่อถามว่า เมื่อแยกทางแล้วจะย้ายออกจากพรรคหรือไม่ นายมิ่งขวัญตอบว่า รัฐธรรมนูญให้ ส.ส.มีเอกสิทธิ์ ไม่ต้องทำตามมติพรรค ถ้าตนลาออกจะไม่มีสิทธิอภิปรายไม่ไว้วางใจ คนครึ่งล้านที่เลือกมาจะคิดอย่างไร ยืนยันไม่ได้ยึดติดกับการเป็นรัฐบาล ที่ผ่านมามีหลายรัฐบาลเชิญให้ไปเป็นรองนายกฯคุมเศรษฐกิจ แต่ไม่ไป จะลาออกวันใดก็ได้ไม่ยึดติด ถ้าอยากให้ลาออกพรรคเศรษฐกิจใหม่ต้องมีมติขับออกจากพรรค แต่ถ้าลาออกเองสมาชิกภาพ ส.ส.จะสิ้นสุดลงทันที อยู่กันไปอย่างนี้จะไม่ลาออก แต่จะไม่ทำตามมติพรรค สิ้นสุดอายุสภาฯวันไหนจะไปอยู่ที่อื่น แต่ถ้าถูกขับออกจะไปอยู่พรรคใดยังเร็วเกินไปที่จะบอก แต่คงไปอยู่พรรคที่มีอุดมการณ์การเมืองเหมือนกัน

ขอ 2 ชม.ขยี้ปมเศรษฐกิจปากท้อง

เมื่อถามว่า คิดอย่างไรเมื่อคะแนนพรรคเศรษฐกิจใหม่มาจากการหาเสียงของนายมิ่งขวัญ แต่กลับถูกลอยแพ นายมิ่งขวัญตอบว่า มันกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถ้าพรรคมาแถลงพูดไม่ตรงความจริง จะไม่ทนนิ่งอีกต่อไปจะขอโต้ตอบ สงสัยเหมือนกันว่าอะไรทำให้คนเราเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ว่าอะไรเป็นแรงจูงใจ ขณะนี้ได้ติดต่อไปยังผู้นำฝ่ายค้านขอจองเวลาที่ไม่เคยพูดอภิปรายใดๆเลย รอไปพูดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะขอเวลาเป็น 2 ช่วง ช่วงละ 2 ชั่วโมง รวมเป็น 4 ชั่วโมง อยู่ที่ฝ่ายค้านจะให้หรือไม่จะพุ่งเป้าอภิปรายปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง

พท.ดักคอ “บิ๊กตู่” อย่าหนีซักฟอก

ที่พรรคเพื่อไทย นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายที่ไม่มีรัฐมนตรี 4 กุมารหรือรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย เพราะพิจารณาจากน้ำหนักพยานหลักฐาน ข้อหา พฤติการณ์ ความชัดเจนที่ไม่ควรกระทำ การอภิปรายไม่ต่างจากการดำเนินคดี แต่เอาข้อมูลหลักฐานเป็นหลัก ฝากถึงผู้ถูกอภิปราย นายกฯอย่าหนีการมา ชี้แจงเป็นหน้าที่ในระบอบประชาธิปไตย ฝ่ายค้านมีข้อมูลเด็ดพร้อมเปิดโปง

6 พรรคร่วมฝ่ายค้านถกกรอบซักฟอก

เมื่อเวลา 15.15 น. ที่พรรคเพื่อไทย ตัวแทน 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นายชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และนายปิติพงศ์ เต็มเจริญ โฆษกพรรคเสรีรวมไทย ประชุมกำหนดแนวทางในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยนายสมพงษ์กล่าวว่า วาระการประชุมได้หารือกันถึง 1.กรอบเวลาในการอภิปราย โดยประธานสภาฯกำหนดให้ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านหารือกันมา 2.การวางยุทธศาสตร์ในการอภิปรายร่วมกันของฝ่ายค้าน รวมถึงการกำหนดลำดับผู้ที่จะถูกอภิปราย 3.กำหนดประเด็นในการอภิปรายเพื่อไม่ให้ซ้ำกัน 4.กำหนดเวลาแต่ละพรรคการเมือง ก่อนสรุปเวลาที่จะใช้เพื่อเสนอต่อรัฐบาล

อนค.จัดเต็มจองกฐิน 4 รมต.

นายชัยธวัชกล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่เห็นว่าเวลาที่เหมาะสมในการอภิปรายคือ 3-4 วัน ถ้าจะกำหนด 2 วันอย่างที่รัฐบาลให้ข่าวคงจะไม่เหมาะสม พรรคอนาคตใหม่จะอภิปรายรัฐมนตรีทั้งหมด 4 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ แม้จะเป็นการอภิปรายครั้งแรก แต่เราทำการบ้านเต็มที่

“วันนอร์” โซโล่ 2 ชม.โอ่มีข้อมูลมัดโกง

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า การอภิปรายถือเป็นอาวุธร้ายแรงที่สุดของพรรคฝ่ายค้าน แม้เสียงเราจะไม่สามารถโค่นล้มรัฐบาล แต่เราต้องการให้ประชาชนทราบข้อมูล และรัฐมนตรีทั้ง 6 คนได้ชี้แจง ฝ่ายค้านมีข้อมูลโยงไปถึงการทุจริต การปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย และผิดจริยธรรม การปล่อยไว้จะส่งผลเสียต่อประเทศ ชาติและประชาชน ทั้งนี้พรรคประชาชาติโดยหัวหน้าพรรคจะขอใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการอภิปราย จะเป็นโอกาสดีที่นายกฯและรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงจะได้ชี้แจง เมื่อถามว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่ติดต่อขอใช้เวลาในส่วนของฝ่ายค้านด้วยหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้ประสานกับนายภูมิธรรมและตนว่าต้องการอภิปรายเรื่องเศรษฐกิจ เชื่อว่าข้อมูลของนายมิ่งขวัญจะมีประโยชน์ ส่วนสัดส่วนเวลาการอภิปรายเราจะดูที่ประเด็นเป็นหลัก จะให้เขาพูดจนจบประเด็น

“สงคราม” แว่วๆขนกล้วยมาเป็นเครือ

นายสงครามกล่าวว่า รัฐบาลต้องใจกว้างให้ฝ่ายค้านอภิปรายได้เต็มที่ เพื่อจะได้ทราบว่าฝ่ายค้านและประชาชนมองรัฐบาลอย่างไร มีจุดบกพร่องต้องแก้ตรงไหน หากไม่สามารถแก้ไขได้จะได้ลาออกไปเท่านั้นเอง วันนี้พรรคฝ่ายค้านทุกพรรคทำการบ้านอย่างเต็มที่เราเอาเรื่องจริงมาพูด เพราะมีหลักฐานพิสูจน์ได้ ใครฟังจะได้ประโยชน์แม้แต่รัฐบาลเอง อย่างไรก็ตาม หวังว่าองครักษ์ทั้งหลายคงมีเหตุผล เพราะได้ข่าวมาว่าช่วงนี้ขนกล้วยกันมาเป็นเครือๆก็อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร และอยากให้ทุกคนเฝ้าดูด้วย

ลั่นไม่มีฮั้วโว “บิ๊กตู่” จะอยู่ไม่ได้—ปรับ ครม.

นายปิติพงศ์กล่าวว่า พรรคเสรีรวมไทยทำ การเมืองอย่างตรงไปตรงมา คำว่าฮั้วทางการเมืองนั้นไม่มี ซึ่งอยากเรียกร้องให้ประธานสภาฯยึดมั่นข้อบังคับดำเนินการประชุมอย่างตรงไปตรงมา การอภิปรายเป็นเรื่องของฝ่ายค้าน การจะขอยุติการอภิปรายรัฐบาลและประธานสภาฯไม่มีอำนาจ วันนี้เราเตรียมเอกสารหลักฐานไว้อย่างเต็มที่ขออย่าให้เกมหรือเทคนิคทางการเมืองมาทำการอภิปรายสะดุด นายนิคมกล่าวว่า แม้เราจะเป็นพรรคเล็กและเป็น ส.ส.ใหม่ แต่ข้อมูลที่ได้มาเชื่อว่าจะส่งผลต่อรัฐบาล และเชื่อว่าจะมีการปรับเปลี่ยน ครม. หรือ พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ไม่ได้

“นิพิฏฐ์” ชี้ ส.ส.เสียบบัตรอนันตริยกรรม

เมื่อเวลา 09.30 น. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กหัวเรื่อง “อนันตริยกรรมของนักการเมือง” ว่า ทางพระพุทธศาสนา อนันตริยกรรมหมายถึงกรรมหนักที่สุด ไม่ว่า ใครทำทั้งบรรพชิตและฆราวาส ต้องตกนรกขุมหนักที่สุด หากเป็นพระถือเป็นปาราชิก ขาดจากความเป็นพระทันที ไม่สามารถกลับมาบวชใหม่ได้อีก นักการเมืองเช่นกัน กระทำความผิดบางอย่างถือเป็นความผิดร้ายแรง ถูกตัดสิทธิตลอดชีวิต ไม่สามารถกลับมาเป็นนักการเมืองได้อีก เป็นอนันตริยกรรมในทางการเมืองก็ว่าได้ เพราะเวลาเลือกนักการเมืองเป็นการเลือกด้วยความไว้วางใจว่าบุคคลที่เราเลือกใช้ “ดุลพินิจ” ตัดสินใจแทนเราได้ เข้าใจผิดกันอยู่เสมอว่านักกฎหมายเป็นนักการเมืองได้ดีกว่าอาชีพอื่น มิใช่เลย นักกฎหมายไม่มีความรู้ด้านสาธารณสุขดีกว่าหมอ นักกฎหมายไม่ได้มีความรู้ด้านการศึกษาดีกว่าครู เวลามีกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาเขาจะตัดสินใจได้ดีกว่าครู หรือเวลาเราเลือกนักการเมือง เราจึงเพียงไว้วางใจว่าคนคนนั้นก็สามารถ ไปศึกษาหาความรู้ในด้านต่างๆเอาได้ ที่สำคัญเขาสามารถใช้ “ดุลพินิจ” แทนเราได้อย่างเหมาะสมแม้ในเรื่องที่เขาไม่มีความรู้ความชำนาญก็ตาม

เป็นพระก็ผ้าเหลืองห่มโคนขนุน

“การสามารถใช้ “ดุลพินิจ” แทนผู้ที่เลือกได้อย่างเหมาะสม จึงเป็นเหตุผลสำคัญในทางปรัชญาการเมืองที่ประชาชนใช้เป็นเหตุผลเลือกตัวแทนของตน (เว้นแต่ประชาชนใช้เหตุผลอย่างอื่น) เมื่อตัวแทนไม่ทำหน้าที่ใช้ดุลพินิจตัดสินใจในสภาฯแทนประชาชน แต่กลับมอบสิทธินั้นให้บุคคลอื่นที่ประชาชนไม่ได้เลือกให้ตัดสินใจแทน เช่น กรณีเสียบบัตรแทนกัน ถือว่าตัวแทนคนนั้นละเมิดต่อความไว้วางใจของประชาชน เป็นการกระทำอนันตริยกรรมทางการเมือง แม้สวมเครื่องแบบ ส.ส.อยู่ ก็เหมือนผ้าเหลืองที่นำไปห่มโคนต้นขนุน ไม่ทำให้ขนุนต้นนั้นกลายเป็นพระไปได้ ประชาชนจะกราบไหว้ยังไง ก็เหมือนกราบไหว้ต้นขนุนที่ห่มผ้าเหลืองอยู่ดี” นายนิพิฏฐ์ระบุ

“พรเพชร” ย้ำผิดแน่ต้องฟันวินัย–อาญา

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมสอบพยานหลักฐานหลังรับ 2 คำร้องการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ว่า การบังคับใช้ พ.ร.บ.งบฯอาจกระทบต่อการใช้เงิน แผ่นดิน แต่ศาลรัฐธรรมนูญน่าจะเร่งรัดเพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนของชาติ การวินิจฉัยเป็นไปได้ 2 ทาง คือ 1.ศาลเห็นว่ากระบวนการออกกฎหมายไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องตีตกไปทั้งฉบับ หรือ 2.กระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่อาจไม่ตีตกทั้งฉบับ ขึ้นอยู่กับศาลจะเห็นว่ากระบวนการนี้กระทบต่อเนื้อหาสาระร่างกฎหมายหรือไม่ ขออย่าเดาผลการวินิจฉัย แต่ที่ผิดแน่นอนคือการเสียบบัตรแทนกันต้องเอาผิดทั้งโทษทางวินัยและอาญา ส.ว.ยังไม่พบพฤติกรรมนี้มั่นใจจะไม่เกิดขึ้น กำชับไปแล้วว่าบัตรลงคะแนนสำคัญกว่าบัตรเอทีเอ็ม

ตร.ส่งต่ออัยการฟ้องแฟลชม็อบ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีศาลแขวง 5 (ปทุมวัน) พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน นำตัวนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมนายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร อดีตผู้สมัคร ส.ส.อนาคตใหม่ นครปฐม เขต 5 นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และนายธนวัฒน์ วงค์ไชย แกนนำวิ่งไล่ลุง ส่งฟ้องต่ออัยการคดีแฟลชม็อบสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.62 ใน 5 ข้อหา คือ 1.ร่วมกันจัดชุมนุมโดยไม่แจ้ง 2.ร่วมกันจัดชุมนุมกีดขวางทางเข้าออก หรือรบกวนการปฏิบัติงาน หรือการใช้บริการสถานีรถไฟ 3.ร่วมกันจัดชุมนุมโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ และ 4.ร่วมกันโฆษณาใช้เครื่องขยายเสียง โดยไม่ได้รับอนุญาต 5.ชุมนุมในรัศมีใกล้เขตพระราชฐาน 150 เมตร นายธนาธรกล่าวว่า ยืนยัน จะลงพื้นที่พบประชาชนเช่นเดิม ไม่เบื่อที่จะขึ้นศาล เบื้องต้นอัยการนัดฟังคำสั่งคดีวันที่ 7 ก.พ. เวลา 09.00 น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้