ลงมติ ยี้กมธ.ป.ป.ช. ทะเลาะไม่เลิกศาล รธน.มีมติรับตีความร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมสั่งเลขาสภาฯ-3 ส.ส. “ฉลอง-ภริม-สมบูรณ์” ทำคำชี้แจงภายใน 4 ก.พ. ภาพทีวีมีอีก “ถาวร” ชักบัตรเข้า-ออกเครื่องลงคะแนน เจ้าตัวอ้างช่องเสียบบัตรไม่พอ ขู่ฟ้องดะใครทำเสียหาย “สุพัชรี” แฉเพิ่ม ส.ส.พัทลุง เขต 1 บินลงหาดใหญ่แต่ดันมีชื่อโผล่กดโหวต “วิษณุ” ออกตัวต้องหาตัวคนผิดมาลงโทษ ทำงบฯเสียหายต้องรับโทษหนัก ขึงขังอาจไปจบที่ศาลฎีกานักการเมือง ส.ว.ผวาสั่งเก็บบัตรไว้ที่ตัวตลอด ฝ่ายค้านยังยึกยักญัตติซักฟอก กมธ.ป.ป.ช.กลายเป็นเวทีตลาดสด “ชวน” ร่วมสังเกตการณ์ยังไม่เกรงใจ “สิระ” กร้าวใส่ “เสรีพิศุทธ์” “เดี๋ยวเจอถอนหงอกตอนแก่” “ลุงตู่” โผล่เซอร์ไพรส์ปลุกเด็กต้านเฟกนิวส์ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติรับคำร้องของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ส.ฝ่ายค้าน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมแจ้งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และ 4 ส.ส. ยื่นคำชี้แจงภายในวันที่ 4 ก.พ.นี้ ศาล รธน.รับตีความ พ.ร.บ.งบฯเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 ม.ค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมปรึกษาพิจารณาคดีกรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของ ส.ส. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) จำนวน 3 คำร้อง ว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และคณะ 109 คน คำร้องนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และคณะ 84 คน และคำร้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย และคณะ 77 คน โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของนายวิรัช และนายสมพงษ์ไว้พิจารณาวินิจฉัย ทั้ง 2 ประเด็นมีประเด็นที่ต้องพิจารณาเป็นประเด็นเดียวกัน จึงให้รวมทั้งสองเรื่องเข้าด้วยกันสั่งเลขาสภาฯ-3 ส.ส.ทำคำชี้แจงพร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ร้องทราบและให้ผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ และนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ยื่นคำชี้แจงเป็นหนังสือพร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 4 ก.พ. ขณะที่คำร้องของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ศาลไม่รับ คำร้องเนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์เนื่องจากมีลายมือชื่อของผู้เสนอความเห็นซ้ำกับคำร้องนายสมพงษ์จำนวน 30 คน จึงทำให้จำนวน ส.ส.ที่เข้าชื่อเสนอ ความเห็นตามคำร้องนี้มีจำนวนไม่ถึง 1 ใน 10 ของ จำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือ 75 คน กรณีจึงไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มีภาพ “ถาวร” ชักบัตรเข้า-ออกผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ มีการเผยแพร่สกู๊ปเรื่องปัญหาเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.ของสถานี โทรทัศน์ช่อง 7 สี ปรากฏภาพนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ในลักษณะใช้มือขวาดึงบัตรใบหนึ่งออกจากช่องเสียบบัตรลงคะแนน และใช้มือซ้ายเสียบ บัตรลงคะแนนอีกใบเข้าไปในช่องเสียบบัตร คล้ายๆกับเป็นการเสียบบัตรลงคะแนนมากกว่าหนึ่งใบ ทำให้ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันหรือไม่เจ้าตัวยันช่องเสียบบัตรไม่พอต่อมานายถาวรแถลงชี้แจงว่า ยืนยันว่าไม่ได้เสียบบัตรแทน แต่เป็นเพราะห้องประชุมจันทรามีเพียง 250 ที่นั่ง ทำให้จุดเสียบบัตรไม่พอต่อจำนวนส.ส. ที่นั่งดังกล่าวเป็นที่ประจำของนายประกอบ รัตนพันธุ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แต่บังเอิญช่วงที่ลงมตินายประกอบไม่ได้อยู่ที่นั่งแต่มีบัตรเสียบคาไว้ ตนจึงดึงบัตรของนายประกอบออก และเสียบบัตรของตนเพื่อลงมติ จังหวะนั้นนายประกอบเดินเข้ามาพอดี ไม่ได้ลงคะแนนแทนใคร เป็นนักกฎหมายและนักการเมืองมา 20 ปี รู้ว่าอะไรเป็นอะไร จะทำอะไรระมัดระวังตัวอยู่แล้ว หากใครเอาข้อมูลไปเผยแพร่ในทางที่เสียหายจะฟ้องหมิ่น ประมาท หรือหากใครนำไปแชร์ในโลกออนไลน์จะฟ้องเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย เมื่อถามว่ากรณีนี้เหมือนเป็นการเอาคืน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายถาวรตอบว่าคงสันนิษฐานไม่ได้ แต่ผู้นำเสนอเรื่องดังกล่าวเป็นสื่อของรัฐ คิดว่าเขาคงทำตามหน้าที่“สุพัชรี” แฉแต้มผี ส.ส.พัทลุง เขต 1ที่รัฐสภา น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าจากการตรวจสอบการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบฯ2563 เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2563 พบว่า ส.ส.พัทลุง เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมสภาฯในวันดังกล่าว แต่ปรากฏว่ามีชื่อลงมติในร่าง พ.ร.บ.งบฯ จากการตรวจสอบพบว่า ส.ส.คนดังกล่าวมีไฟล์ทบินช่วงเวลา 20.50-22.50 น. สายการบินนกแอร์ เดินทางจากสนามบินดอนเมืองไปยังสนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา จึงขอให้สภาฯตรวจสอบกรณีดังกล่าวด้วย เพราะ ส.ส. ทำงานอยู่บนภาษีของประชาชน เมื่อถามว่าจะยิ่ง ทำให้รอยร้าวระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยร้าวขึ้นหรือไม่ น.ส.สุพัชรีตอบว่า ไม่ได้มาในนามพรรค แต่มาในนามส่วนตัว ตามที่ประชาชนร้องเรียน ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ ส.ส.ที่ น.ส.สุพัชรีระบุไม่ได้อยู่ห้องประชุมช่วงลงมติร่าง พ.ร.บ.งบฯ คือ นายภูมิศิษฐ์ คงมี ส.ส.พัทลุง เขต 1 พรรคภูมิใจไทย “วิษณุ” ออกตัวจี้สอบหาคนผิดที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมทางออกไว้แล้ว จะเป็นอย่างไรตนไม่ควรพูด เพราะฝ่ายค้านออกมาเตือนว่าไม่ให้พูดชี้นำ ยังไม่ได้ประเมินหากศาลรัฐธรรมนูญรับไว้พิจารณาจะใช้เวลาเท่าใด แต่เราคิดให้ยาวไว้ก่อน เข้าใจว่าสัปดาห์หน้าสำนักงบประมาณจะเสนอมาตรการรองรับบางอย่างเข้ามา เขาต้องรอฟังศาลฯก่อน ทางออกคิดไว้มากกว่า 3 ทาง คนที่เคยเป็นรัฐบาลจะรู้ว่ามีวิธีการอยู่ สิ่งที่รัฐบาลต้องระวังคือเรื่องวินัยการเงินการคลัง ที่พูดมาทั้งหมดคือทางแก้เรื่องงบประมาณ ไม่เคยพูดว่าการเสียบบัตรแทนกันไม่ใช่ปัญหาร้ายแรง ต้องไม่ละเลยการตรวจสอบหาผู้กระทำผิดในเรื่องนี้ คนทำผิดทำไมจึงยังลอยนวลอยู่คนกดบัตรแทนต้องรับผิดชอบเมื่อถามย้ำว่า หมายถึงคนที่กระทำผิดเสียบบัตรแทนกันใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า “ฮูเอฟเวอร์ ใครก็ตามที่เป็นต้นเหตุจะต้องรับผิดชอบ จนถึงขณะนี้ เราไม่เคยรู้เลยว่าสภาฯสอบกันไปแล้วอย่างไร ได้ความ อย่างไร และยังต้องสอบจนกระทั่งได้ความบางทีอาจจะช้า เห็นหรือไม่จากคดีที่เราชอบอ้างกันเมื่อปี 2556-2557 ที่เสียบบัตรคนหนึ่งหลายใบ มาถึงวันนี้เราก็ยังไม่ได้ยินข่าวเรื่องการลงโทษ กี่ปีมาแล้วล่ะ นั่นแสดงว่าการสอบอาจจะช้า” เมื่อถามว่าคนที่เสียบบัตรแทนกันจนทำให้ พ.ร.บ.งบประมาณล่าช้า ต้องเป็นผู้รับผิดชอบใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า คนเสียบบัตรแทนกันนั้นผิด แน่นอนว่าเขาต้องรับผิดชอบในเมื่อเป็นต้นเหตุ แม้ไม่เกิดความเสียหายก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำนั้น และเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นต้องเป็นความรับผิดชอบอีกหลายเท่า ขณะเดียวกันต้องเตรียมมาตรการป้องกันในอนาคต ต้องระวังเดี๋ยวจะเกิดเหตุอย่างนี้กับกฎหมายอื่นอีก เมื่อถามย้ำว่า คนผิดต้องรับผิดชอบอย่างไร รองนายกฯตอบว่า รับผิดชอบก็คือรับผิดชอบ สุดจะแจกแจงได้อาจไปจบที่ศาลฎีกานักการเมืองเมื่อถามว่าจะมีการฟ้องเอาผิดทางแพ่งด้วยหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่แน่ใจ ไม่ได้บอกว่าสภาฯ ต้องรีบมีคำวินิจฉัย แต่สภาฯต้องสอบข้อเท็จจริง กำลังบอกว่าต้องมีการดำเนินคดี เมื่อมีผลออกมาอย่างไรต้องดำเนินการฟ้อง จะเป็นใครฟ้องก็ได้ ตัวอย่างกรณีนายนริศร ทองธิราช อดีต ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย สภาฯต้องดำเนินการสอบให้จบแล้วส่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อไป เรื่องนี้อาจต้องฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือจะเป็นคดีอาญาธรรมดา หรืออะไรก็แล้วแต่ เมื่อถามว่าต้องเอาผิดกับ ส.ส.ที่เสียบบัตรแทนกันทุกคนใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ว่าใครที่เกี่ยวข้องสมรู้ร่วมคิด วางแผน เมื่อถามว่าแสดงว่าจะมีผลกระทบถึงสมาชิกภาพของ ส.ส.เหล่านั้นด้วยใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า “แอทดิเอ็น นั่นคือจุดหมายปลายทางที่ต้องนำไปสู่อย่างนั้นแต่ระหว่างที่ยังไม่ถึงขั้นนั้นผมก็ตอบไม่ถูก ตอนนี้เอาสั้นๆ ยังไม่มีเหตุที่ต้องไปขยายอะไร ตอนนี้ต้องดำเนินการให้ได้ตัวออกมา ดีแล้วที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ไปยื่นให้ ป.ป.ช.สอบอีกทาง “เทพไท” ชี้ 5 แนวทางผ่าทางตันนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แม้เรื่องจะอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลในฐานะผู้รับผิดชอบงบประมาณแผ่นดิน ต้องหาวิธีการหรือแนวทางแก้ไข ให้ประกาศใช้ พ.ร.บ.งบฯโดยเร็วที่สุด เพราะล่าช้ามา 4 เดือนแล้ว ขณะนี้มีข้อเสนออยู่ 5 แนวทาง คือ 1.การออกเป็น พ.ร.ก.เพื่อบังคับใช้ พ.ร.บ.งบฯ 63 ไปก่อน 2.นำร่าง พ.ร.บ.งบฯที่ได้รับการแก้ไขแล้วเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณา 3 วาระรวด โดยตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา กรณีนี้ ต้องขอความร่วมมือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย 3.นำร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ที่เพิ่งผ่านการลงมติไป กลับมาลงคะแนนใหม่ในวาระ 2 เฉพาะมาตราที่มีปัญหา และลงมติวาระ 3 อีกครั้ง 4.นำร่าง พ.ร.บ. งบฯ 63 ที่เป็นร่างเดิม เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ เพื่อเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ แต่คงเป็นไปไม่ได้จะทำให้เสียเวลาอีกมาก 5.แนวคิดของนายวิษณุ เครืองาม คือนำรัฐธรรมนูญมาตรา 143 มาใช้แก้ปัญหา แต่ส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 143ส.ว.เข้มให้เก็บบัตรไว้ที่ตัวตลอดนายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงว่า ที่ประชุมได้หารือปัญหา ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานวิปวุฒิสภา เห็นควรจะต้องกำหนดมาตรการป้องกันมิให้เกิดการใช้บัตรลงคะแนนโดยไม่ชอบในการประชุมวุฒิสภา โดยที่ประชุมวิปวุฒิสภาพิจารณาแล้วเห็นว่าควรมอบบัตรออกเสียงลงคะแนนให้ ส.ว.ทุกคนเป็นผู้รับผิดชอบบัตรของตนเอง และควรให้ทุกคนนำบัตรออกจากเครื่องลงคะแนนทุกครั้งที่ออกจากห้องประชุมอนค.จ่อฟ้อง “ณฐพร” เล่นไม่เลิกที่รัฐสภา นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ แถลงว่า พรรคอนาคตใหม่เตรียมยื่นฟ้องดำเนินคดีนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 101 กรณีแจ้งความเท็จต่อ กกต. กลั่นแกล้งชงเรื่องยุบพรรคอนาคตใหม่ แม้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้ล้มล้างการปกครองไปแล้ว แต่ยังไม่ยอมหยุด เหมือนพยายามหาเรื่องไม่สิ้นสุด เพื่อให้พรรคอนาคตใหม่เสียหาย หลังจากนี้พรรคอนาคตใหม่จะดำเนินคดีพวกนักร้องทุกคนที่ชอบกลั่นแกล้ง พวกเราจะไม่ทนเพราะเราเหลือทนแล้ว ไม่ใช่ว่าจะมาทำอะไรกับเราได้ทุกอย่างนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พรรคจะรอคัดลอกคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่ระบุว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่มีความผิดฐานล้มล้างการปกครอง เมื่อคัดลอกเสร็จแล้วจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดยื่นเอาผิดนายณฐพร ตาม พ.ร.บ.พรรคการเมืองมาตรา 101 มีโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับหนึ่งแสนบาท นับจากนี้พรรคอนาคตใหม่จะไม่ทน ไม่ถอย จะตอบโต้ผู้กลั่นแกล้งพรรคอนาคตใหม่ฝ่ายค้านยึกยักญัตติยื่นซักฟอกวันเดียวกัน นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า จะยื่นญัตติภายในวันที่ 31 ม.ค.นี้ เพราะมีข้อมูลสำคัญที่ไม่อยากให้ตกหล่นไปในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องกรณีการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.ในการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ไว้วินิจฉัย จะได้นำมาประกอบการพิจารณาประเด็นและบุคคลที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ฝ่ายค้านต้องการให้การอภิปรายเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.กำแพงเพชร ในวันที่ 23 ก.พ.นี้ ก่อนปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 29 ก.พ.ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ยืนยันว่าวันที่ 30 ม.ค. ฝ่ายค้านจะสรุปและมีคำตอบให้กับสังคมแน่นอน ไม่ได้ล่าช้า เราพูดไปแต่ต้นว่าจะอภิปรายหลังช่วงตรุษจีน ยังอยู่ในกรอบเวลา พรรคร่วมฝ่ายค้านมีถึง 7 พรรค การทำงานร่วมกันเพื่อให้มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ต้องใช้เวลา “ชวน” สังเกตการณ์ กมธ.ป.ป.ช.ช่วงสายที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณากรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม นำ ครม.กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ โดยเชิญนายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการ ครม. กับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากนายธีระพงษ์แจ้งขอเลื่อน ขณะที่นายพรเพชรให้เลขาส่วนตัวโทรศัพท์แจ้งว่าไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ ทั้งนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมด้วย โดยนั่งหัวโต๊ะข้างๆ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แต่บรรยากาศการประชุมเริ่มปั่นป่วนตั้งแต่ต้น เมื่อทั้งนายไพบูลย์ นิติตะวัน นายสิระ เจนจาคะ และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ กมธ.ฯ จากพรรคพลังประชารัฐ พยายามฟ้องนายชวน ถึงการทำหน้าที่ของประธานกมธ.ที่ผ่านมา“เอ๋” โวยวายไม่เกรงใจใบมีดโกนผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการถกเถียงเริ่มกลายเป็นการปะทะคารม แม้นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เลขานุการ กมธ.ป.ป.ช. พยายามห้ามปราม แต่ น.ส.ปารีณาไม่สนใจ กล่าวสวนทันทีว่า อยากขอให้ประธานฯ ถอนคำว่าเสือกด้วย ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์สอบถามนายชวนว่า มีอะไรจะกล่าวกับที่ประชุมหรือไม่ นายชวนแจ้งว่า ขอให้ที่ประชุมดำเนินการประชุมไปตามระเบียบวาระปกติ พร้อมนั่งฟังนิ่งๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จึงแจ้งดำเนินการตามระเบียบวาระต่อ แต่การประชุมยังเป็นไปอย่างตะกุกตะกัก เกิดการปะทะคารมระหว่าง 3 ส.ส.พปชร. กับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์อยู่ตลอดเวลา จน น.ส.ปารีณาลุกจากเก้าอี้เดินไปฟ้องนายชวนขอให้เร่งตรวจสอบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แต่นายชวนยังคงนิ่งฟังโดยไม่ได้กล่าวอะไร“สิระ” โดนลูบคมถึงควันออกหูบรรยากาศยิ่งทวีความดุเดือดขึ้น เมื่อเข้าสู่วาระตรวจสอบผลกระทบจากประชาชนที่ได้รับจากโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่หาดกะตะน้อย ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต นายอิทธิพร สังข์แก้ว รองนายกเทศมนตรีตำบลกะรน ในฐานะผู้ยื่นเรื่องตรวจสอบ ระบุว่า นายสิระหนีไม่ยอมรับเรื่องตรวจสอบโรงแรมดังกล่าวที่สร้างอาคารคร่อมลำรางสาธารณะ ทำให้เกิดการโต้เถียงกับนายสิระพักใหญ่ จนนายสิระกล่าวเสียงดังพร้อมสีหน้าที่เริ่มแดงก่ำว่า “ผมไม่ใช่เพื่อนเล่นคุณ ขอให้ประธานฯ ควบคุมอย่าให้บุคคลภายนอกมากล่าวล้อเล่นกับ กมธ.ฯแบบนี้” แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวตัดบทให้ กมธ.ฯทำหน้าที่ตามวาระต่อไปกร้าว “เดี๋ยวเจอถอนหงอกตอนแก่”ขณะที่นายชวนยังคงนั่งรับฟังเฉยๆ ได้แต่อมยิ้มและก้มดูเอกสารในมือ การโต้เถียงอย่างดุเดือดดำเนินไปกว่า 10 นาที โดยนายสิระพยายามเรียกร้องให้ถอนคำว่า “หนี” แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังทำเป็นไม่สนใจและตัดไมค์นายสิระเป็นระยะ ทำให้นายสิระกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า “ปากอย่างนี้ เดี๋ยวมีคดีอีก ตอนแก่ก็ต้องไปเจอกันที่ศาล แม้ท่านจะอายุมากกว่าผม แต่ผมจะถอนหงอกท่าน” โดยไม่มีใครสนใจนายชวนที่นั่งสังเกตการณ์อยู่นิ่งๆ แต่ก็ถอนหายใจเป็นระยะ ก่อนที่นายชวนขออนุญาตออกจากห้องประชุมโดยไม่ได้กล่าวอะไรทั้งสิ้น “ชวน” กรีดบรรยากาศดีไร้ฝุ่น 2.5นายชวนให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ตั้งใจมาเยี่ยมและให้กำลังใจ กมธ.ทุกคณะ เพราะภารกิจของกมธ.จะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลปัญหาประชาชน และบ้านเมือง กมธ.ป.ป.ช.ถือว่ามีปัญหาบ่อยจึงต้องการมาสังเกตการณ์ อยากให้กำลังใจ ต้องหาทางทำงานร่วมกัน หาก กมธ.มีปัญหากันเองไม่สามารถทำความเข้าใจกันได้ จะทำให้การทำงานไม่ราบรื่น มีปัญหาต่อการแก้ปัญหาตามข้อร้องเรียนของประชาชน เมื่อถามว่าบรรยากาศการประชุม กมธ.เป็นอย่างไร นายชวนตอบว่า ไม่ขอออกความเห็นต่อบรรยากาศที่เกิดขึ้น เพราะเห็นอยู่ว่าอากาศดี ไม่มีฝุ่น PM 2.5 “ลุงตู่” โผล่เซอร์ไพรส์เอาใจเด็กเวลา 09.00 น. ที่หอศิลป์วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เข้าร่วมรับฟังข้อเสนอและการประกาศเจตนารมณ์ตามข้อคิดเห็นของสภานักเรียน ที่มีตัวแทนนักเรียนจากทั่วประเทศร่วมกิจกรรม เป็นการสร้างเซอร์ไพรส์แก่เด็กๆ เพราะไม่ได้แจ้งให้ทราบมาก่อน ทำให้เด็กบางคนถึงกับร้องไห้ด้วยความดีใจ จากนั้นนักเรียนได้ประกาศเจตนารมณ์ 4 ข้อร่วมกัน คือ 1. ส่งเสริมให้นักเรียนเลิกใช้ถุงพลาสติก 2. ส่งเสริมจิตอาสาเพื่อสร้างสังคมแห่งความสุข 3. ส่งเสริมให้เด็กไทยรู้ทันก่อนแบ่งปันข่าวปลอม (เฟกนิวส์) และ 4. ส่งเสริมแนวทางป้องกันจากการถูกข่มเหง (บูลลี่) ด้านนายกฯกล่าวว่า ทั้ง 4 ข้อตรงนโยบายรัฐบาล ทุกคนเป็นกำลังสำคัญพัฒนาประเทศ รวมพลังสร้างชาติเป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้องตามหลักสากล มีชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมายาวนานปลุกต้านเฟกนิวส์ทำลายชาติพล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญต้องมีภูมิต้านทาน เรียนรู้คิดเป็นกระบวนการ บางข่าวเขียนบิดเบือนให้คนคล้อยตามเป็นสเต็ป “หลายๆคนรู้จักลุงก็เห็นจากเฟกนิวส์มาเยอะ มีทุกวัน ทำให้สังคมไม่สงบเรียบร้อย การบริหารบ้านเมืองยิ่งลำบาก อย่าไปเชื่อมาก ที่จริงลุงใจดีไม่ใช่คนขี้โมโห แต่บางครั้งทำงานต้องจริงจังหน่อย วันนี้ที่ลุงและอาๆ ทำเพื่อพวกเรา ลุงไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว หวังคนรุ่นใหม่ที่เป็นอนาคตของประเทศ ประเทศไทยอยู่มากี่ร้อยปี กี่รัชกาลแล้วกว่าจะเป็นประชาธิปไตย วันนี้เรามีฐานรากที่ดี ถ้าใครทำให้หลักชัย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อ่อนแอลงและแตกความสามัคคี ประเทศจะไปไม่ได้ ลุงเข้ามาก็เพื่อมาดูแลพวกเราเป็นการชั่วคราว ก็ต้องมีวันจากไปอยู่แล้ว แต่อย่างไรต้องอยู่ด้วยกันในประเทศไทย” ช่วงท้ายนายกฯได้ร่วมร้องเพลงและถ่ายรูปกับนักเรียน พร้อมทำมือเป็นสัญลักษณ์ต้านเฟกนิวส์“พีระวิทย์” มั่นใจไม่หลุด ส.ส.อีกที่รัฐสภา นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่ได้กลับมาเป็น ส.ส.อีกครั้ง ก่อนหน้านี้ได้ไปบนที่วัดสะตือ อ.ท่าเรือ จ.พระนคร-ศรีอยุธยา ต้องนำคณะกลองยาวไปถวายแก้บน จะอยู่กับกลุ่มกิจสังคมใหม่ ยืนยันจะอยู่ฝั่งรัฐบาลและสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์มั่นใจว่า จะไม่หลุดจากตำแหน่ง ส.ส.อีก เพราะคำร้องใบเหลืองของนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ศาลฎีกานัดไต่สวนในเดือน มี.ค. คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือน จึงมั่นใจศาลจะตัดสินเสร็จสิ้นหลังวันที่ 24 มี.ค. ซึ่งจะครบกำหนด 1 ปี ตามกฎหมายการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ“หมอธีทัชฐ์” ยื่นลาออก พปชร.ช่วงเที่ยงที่สำนักงาน กกต. น.สพ.ธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เข้ายื่นหนังสือขอลาออกการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ น.สพ.ธีทัชฐ์กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งกับผู้ใหญ่ในพรรค แค่อยากสร้างพรรคที่มีแนวทางใหม่ หากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบตนก็พร้อมจะเป็นผู้นำให้กับคนรุ่นใหม่ หากพรรคอนาคตใหม่ไม่ถูกยุบก็เชื่อว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้ หลังจากนี้ขอเป็นฝ่ายค้านอิสระนอกสภา จะตรวจสอบทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจตนพร้อมให้ข้อมูลฝ่ายค้าน แต่มองว่าเดินยุทธศาสตร์ผิด เนื่องจากไปมุ่งโจมตีกลุ่มรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ทั้งที่ควรเล่นงานรัฐมนตรีที่มีคดีความอยู่ใน ป.ป.ช. และในศาล เพื่อชี้ให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีคนไม่ดีอยู่ในรัฐบาล และเป็น ส.ส.ในสภา พร้อมกับกล่าวขอโทษนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช หลังกล่าวหาว่าโยกงบประมาณจากหน่วยงานอื่นไปเพาะชำกล้าไม้ รวมทั้งเรื่องขึ้นเงินเดือนให้ภรรยาตัวเอง และเรื่องการซื้อขายตำแหน่งจำนวน 600 ล้านบาทด้วยปชป.เคาะดินเนอร์ทอล์กหาทุนที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อพิจารณาตั้งสาขาพรรค อนุมัติเงินสนับสนุน รับทราบจำนวนสมาชิกพรรคที่เพิ่มขึ้นประจำเดือน ม.ค. มียอดรวม 1,738 คน และมีสมาชิกลาออกรวม 29 คน นอกจากนี้ยังหารือถึงการจัดงานดินเนอร์ทอล์ก ระดมทุนเข้าพรรค เบื้องต้นจะจัดที่โรงแรมเซ็นทราราแกรนด์ ในวันที่ 21 มี.ค. ราคาโต๊ะละ 5 แสนบาท“เพชรภูมิ” ลุยเลือกซ่อมแทนพ่อที่หอประชุม อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ลูกชาย พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2 เดินทางไปลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2 โดยมีนายวราเทพ รัตนากร อดีต รมช.คลัง และ ส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐมาให้กำลังใจ เนื่องจากไม่มีผู้สมัครรายอื่นมาสมัครนายเพชรภูมิได้รับหมายเลข 1 เป็นเลขประจำตัวหาเสียง นายเพชรภูมิเปิดเผยว่า มั่นใจว่าจะได้รับเลือกตั้ง ประชาชนในพื้นที่รู้จักดี ลงพื้นที่กับพ่อมาตลอด จะชูนโยบายเรื่องน้ำ เนื่องจากเขต 2 เป็นพื้นที่ขาดแคลนน้ำเพาะปลูกพท.ขอบายหวังล้างตาที่ปากน้ำผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า มีการพูดคุยกันอย่างกว้างขวางของ ส.ส.ในพรรค ว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2 เพราะมองว่าไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือต้องนำมาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ เพราะเป็นการเลือกตั้งซ่อมที่ไม่ได้เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน และเห็นว่าควรเอาเวลาไปเตรียมความพร้อมทวงพื้นที่คืนในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 ที่จะมีผลต่อจำนวน ส.ส.ในทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ และยังจะส่งผลต่อการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย หากมีการเลือกตั้งก่อนวันที่ 24 มี.ค.