กลายเป็นปมเครียดขึ้นสมองรัฐบาลทันทีกรณีร้องเรียนเสียบบัตรลงมติแทนกัน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมากระทุ้งใส่พรรคร่วมรัฐบาลกันเองอย่างพรรคภูมิใจไทยเจตนาเจาะยางคู่แข่งในพื้นที่ตัวเอง แฉว่านายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ไม่อยู่ในที่ประชุมสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563พร้อมยกเคสของนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อีกคนมาขยี้ซ้ำร้อนถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดือดดาลออกมาฉะ ไร้น้ำใจนักกีฬา เอาเรื่องส่วนตัวความแค้นมาเล่นจนเรือเหล็กโคลง สนิมเนื้อในแท้ๆขณะที่เลขาธิการสภาฯก็สรุปออกมารวดเร็วทันใจว่าข้อกล่าวหาของนายนิพิฏฐ์เป็นความจริงในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วก็ไม่มีทางเลือก ล่าสุดนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล เผยว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล 90 คนยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วคาดว่ากระบวนการจะเร็วที่สุดคือถึงมือศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 23 ม.ค.นี้เลยถ้าเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบพบความผิดจริงอาจซ้ำรอย “งบคว่ำ” สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์แต่ไม่ต้องถึงขนาดคว่ำ ลำพังแค่เวลาที่ต้องไต่สวนยืดเยื้อออกไปก็แย่แล้ว อย่างน้อย 2-3 เดือน ยิ่งทำให้การขับเคลื่อนใช้งบประมาณล่าช้าเข้าไปอีก หลังจากลากยาวเหลื่อมมาหลายเดือนแล้วจะเหลือเวลาใช้งบประมาณเพียง 4-5 เดือนเท่านั้นเรื่องนี้ทำเอา “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ถึงกับกุมขมับ หารือเคร่งเครียดกับนายวิษณุ เครืองาม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 2 รองนายกฯ ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ “เจ๊ง”“บิ๊กตู่” สั่งการให้ “สมคิด” ไปคุมกระทรวงคมนาคมเพื่อเตรียมขับเคลื่อนงบลงทุน เมกะโปรเจกต์ ความหวังสุดท้ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซามายาวนานเอาไว้แล้วแต่เจอปมนี้เข้าไปถึงกับไมเกรนขึ้น เศรษฐกิจที่ยังยอบแยบ ก็โงหัวไม่ขึ้น รัฐบาลหนีไม่พ้นโดนด่าเช้าเย็น เงื้อง่าชักช้ายิ่งเสียหาย เป็นอันตรายถึงความอยู่รอดสาหัสยิ่งกว่าคิวอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นเสียอีก ศึกซักฟอกกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลยและก็เป็นประชาธิปัตย์อีกแล้วที่ทำตัวเป็นฝ่ายค้านในรัฐบาลมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ “รัฐอิสระ” เฉยๆ เพิ่มดีกรีความหมั่นไส้ทบทวีคูณเข้าไปอีก ไม่รู้ว่าปรับ ครม.งวดหน้าจะ “เช็กบิล” กันเลยหรือเปล่าขับหอกข้างแคร่ออกไปบางส่วน แล้วหา ส.ส.จากพรรคอื่นเข้ามาเติมเสียงแทนตัวแปรสำคัญอยู่ที่ชะตากรรมของพรรคอนาคตใหม่ ที่ยังมีคดี “เงินกู้” จ่อคอหอยอยู่ ถ้าพรรคถูกยุบก็จะเข้าล็อกชั่วโมงนี้ไม่ใช่แค่พรรคอนาคตใหม่ที่ลุ้นระทึก พรรคอื่นๆก็ลุ้นเพื่อรอช้อน ส.ส.ที่จะกระจัดกระจายแน่ โดยเฉพาะระบบปาร์ตี้ลิสต์ประมาณ 50 คน ดูทรงแล้วอาจโดดเข้าใส่ฝ่ายรัฐบาลมากกว่าครึ่งอาจจะมาแบบกระมิดกระเมี้ยนไปอยู่กับพรรคเล็กๆฝ่ายรัฐบาลแว่วว่า “กลุ่มกิจสังคมใหม่” ที่มีพรรคพลังท้องถิ่นไท พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย พรรคประชาธรรมไทย พรรคไทยศรีวิไลย์ ที่ตอนนี้จับกลุ่มได้ 9 คน ไปตกเขียว ส.ส.อนาคตใหม่ไว้แล้วจนได้เสียงเพิ่มเป็น 15 เสียงเตรียมนำไปต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีใหญ่ 1 เก้าอี้ หรือตำแหน่งรัฐมนตรีเล็ก 2 เก้าอี้ วางแผนกันไว้ไกลขนาดนี้พรรคอนาคตใหม่แม้จะรอดจากคดี “อิลลูมินาติ” ล้มล้างการปกครอง แต่ยังต้องลุ้นคดี “เงินกู้”กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้พรรคตัวเองกู้เงิน 191 ล้านบาท ที่ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตขยายเวลาให้ส่งเอกสารชี้แจงถึงวันที่ 27 ม.ค. ก่อนเข้าสู่กระบวนการไต่สวนและวินิจฉัยเป็นด่านสำคัญที่เซียนการเมืองฟันธงกันว่าไม่น่ารอด อยู่ที่ว่าจะช้า หรือเร็วเท่านั้นจะจบก่อนหรือหลังวันที่ 24 มี.ค. ครบกำหนด 1 ปีหลังเลือกตั้งใหญ่ ที่จะมีผลเกี่ยวโยงกับแต้มปาร์ตี้ลิสต์พลพรรคสีส้มยังต้องเครียดกันต่อไป ทำอะไรก็พะว้าพะวังไม่เต็มไม้เต็มมือ อย่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจเที่ยวนี้ก็ดูละล้าละลังไม่มีแอ็กชันเคลื่อนไหวน่าตื่นตาตื่นใจปล่อยให้พรรคเพื่อไทยเป็นหัวหอกเดินเกมพรรคเดียวท่ามกลางความขัดแย้ง ทำงานซ้ำซ้อน มีทั้งคณะกรรมการกิจการพิเศษ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ คณะกรรมการบริหารพรรค เขย่ารายชื่อยังไม่ลงตัว วันยื่นอภิปรายต้องเลื่อนแล้วเลื่อนอีก จนล่าสุดนัดไว้วันที่ 29 ม.ค.ยังต่อรองปล่อยข่าวขย่มต้นกล้วยกันได้อีกหลายวัน แต่กลัวเหลือเกิน ว่าจะไม่มันเหมือนราคาคุย.ทีมข่าวการเมือง