ข่าว
100 year

ปิยบุตร ชี้ คดีอิลลูมินาติ ไม่ถึงยุบพรรค เชื่อดับฝันคนเชียร์ยุบอนาคตใหม่

ไทยรัฐออนไลน์17 ม.ค. 2563 16:41 น.
SHARE

“ปิยบุตร” เชื่อ คดีอิลลูมินาติ ม.49 ไม่ถึงยุบพรรค ดับฝันคนเชียร์ยุบอนาคตใหม่ โว ชี้ ผู้ร้องผูกเรื่องโยงมั่ว-มีวาระซ่อนเร้น ชี้ ผลร้าย 3 ประการ หากเกิดกรณียุบพรรค อาจนำบ้านเมืองไปสู่ทางตัน

วันที่ 17 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความลงในเพจเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล ในหัวข้อ “ผลกระทบร้ายแรงของคดีล้มล้างการปกครอง หรือ คดี ‘อิลลูมินาติ’ ที่คุณอาจคาดไม่ถึง” พร้อมอธิบายความเป็นมาของคดี โดยศาลรัฐธรรมนูญจะมีการอ่านคำวินิจฉัยวันที่ 21 มกราคม นั้น 

นายปิยบุตร กล่าวว่า ถ้าเราลองอ่านดูมาตรา 49 จะพบว่า มาตรานี้ไม่ใช่เหตุแห่งการยุบพรรค แต่เป็นเรื่องของคนที่ใช้เสรีภาพเป็นการล้มล้างการปกครอง ถ้าศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ามีบุคคลที่ใช้เสรีภาพในการล้มล้างจริง ก็จะมีคำสั่งให้เลิกการกระทำนั้น ยกตัวอย่างเช่น มีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าการชุมนุมหนึ่งเป็นการล้มล้างการปกครอง ถ้าเห็นแบบนั้น ก็จะสั่งให้เลิกการชุมนุม"

นายปิยบุตร กล่าวว่า มาตรา 49 ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการยุบพรรค และเมื่อไปอ่านคำร้องและคำแถลงปิดคดี จะพบว่าเหตุหนึ่งที่ใช้ คือการที่พรรคอนาคตใหม่มีสัญลักษณ์ของพรรคเป็นสามเหลี่ยมรูปคว่ำ เหมือนสัญลักษณ์ขององค์กรอิลลูมินาติ แต่ถ้าอ่านลงไปดีๆ จะพบวัตถุประสงค์แอบแฝงเร้นซ่อนเอาไว้อยู่ เช่น การเอาการรณรงค์เรื่องการแก้ไข ป.อาญามาตรา 112 ที่ตนทำกับเพื่อนนักวิชาการคณะนิติราษฎร์และเพื่อนนักวิชาการจากหลากหลายมหาวิทยาลัย เอาการแสดงความคิดเห็นในทางวิชาการของตนหลายที่เอามาผูกโยงเต็มไปหมด เอาการให้สัมภาษณ์ของนายธนาธรในหลายครั้งหลายหนตั้งแต่ก่อนตั้งพรรคการเมือง ความเป็นหุ้นส่วนในการลงทุนหุ้นประเดิมเพื่อก่อตั้งวารสารวิชาการที่ชื่อว่า “ฟ้าเดียวกัน” ขึ้นมา เอาเข้ามาผูกเรื่องกัน

"นายณฐพรยังตามมาดูนโยบายของพรรคอนาคตใหม่อีก เช่น การจัดการมรดกบาปของคณะรัฐประหาร คสช., การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชนเหมือนที่เราทำมาแล้วตอนปี 2540, การให้สัตยาบันในธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยการก่อตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ ตนต้องถามว่า นโยบายเหล่านี้เป็นการล้มล้างการปกครองตรงไหน ก็ในเมื่อประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหลายประเทศก็อยู่ในธรรมนูญนี้ ยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศนี้ ไม่มีตรงไหนเลยบอกว่าเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีแต่จะทำให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้นพัฒนาก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยซ้ำไป" นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวว่า การที่ เอาเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ผูกเข้ามา แล้วก็พยายามตีขลุมไปให้ได้ว่า นายธนาธรและตนนั้นมีพฤติกรรมเป็นการล้มล้างการปกครอง ก็ต้องถามว่า ถ้าหากพรรคอนาคตใหม่ล้มล้างการปกครองจริง ทำไมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถึงยอมให้ตั้งพรรค ทำไมพรรคอนาคตใหม่ ถึงได้ลงเลือกตั้ง ได้เสียง จำนวน 6.3 ล้านเสียงกลับมา และยังปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างดี ทำไมวันนี้ตนยังได้เป็นผู้แทนราษฎร ถ้าหากเราเป็นพรรคที่ล้มล้างการปกครองจริง จนถึงวันนี้คงอยู่ไม่ได้ สิ่งที่นายณฐพร โตประยูร ดำเนินการมาทั้งหมดนั้น จึงเป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น

นายปิยบุตร กล่าวด้วยว่า ถ้าหากว่า มีการยุบพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นจริง ผลร้ายไม่ได้เกิดกับนายธนาธร ไม่ได้เกิดกับตน นายธนาธรก็ยังคงรณรงค์ทางการเมืองอย่างต่อเนื่องต่อไป ไม่ได้กลับไปประกอบธุรกิจ ตัดสิทธิตนให้ไม่ได้เป็น ส.ส. ตนก็จะเดินสายอภิปรายแบบในสภา แต่อภิปรายให้พี่น้องประชาชนฟังทั่วประเทศ ส.ส.เราก็จะย้ายไปอยู่ในพรรคใหม่ สมาชิกพรรคเรา 6 หมื่นกว่าคน ก็จะไปต่อแถวสมัครสมาชิกพรรคใหม่อย่างพร้อมเพรียงกัน ดังนั้น ถามว่า ยุบไปแล้วสร้างผลร้ายให้กับธนาธร ให้กับตน ให้กับพรรคอนาคตใหม่ไหม ตนคิดว่าไม่ใช่ แต่ถ้ายุบพรรคด้วยเหตุนี้ จะสร้างผลร้ายในเรื่องอื่นๆ ต่อเนื่องไป ได้แก่

"ผลร้ายประการที่ 1 เรารณรงค์เรียกร้องกันมาโดยตลอดว่าเราต้องการการอภิปราย การทำงานในสภาอย่างสร้างสรรค์ เราต้องการพรรคการเมืองที่ไม่ใช้อิทธิพล ไม่ใช้หัวคะแนน ไม่ได้ใช้เงินใช้ทองเป็นตัวนำ เราต้องการแบบนี้ไม่ใช่หรือ ว่าเราอยากให้เยาวชนคนรุ่นใหม่สนใจการเมือง? แล้ววันนี้พรรคอนาคตใหม่เริ่มต้นทำ น่าจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้กับการเมืองไทยได้ แล้วคุณมาจะทำลายมันลงไปทำไม" นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ผลร้ายประการที่ 2 ปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นเดียวกัน ว่าผู้สนับสนุน คนที่เลือกพรรคอนาคตใหม่มีคนรุ่นใหม่อยู่ในนั้นจำนวนมาก การฆ่าตัดตอนพรรคอนาคตใหม่ด้วยวิธีการยุบพรรค นั่นหมายความว่าคุณกำลังขีดเส้นแบ่งระหว่างรุ่นโดยที่คุณไม่รู้ตัว เป็นการปะทะขัดแย้งกันระหว่างรุ่นกับรุ่น เหมือน Clash of Generations แล้วรุ่นต่อรุ่นนี่ไม่ได้เป็นเรื่องการแบ่งแบบภูมิภาค มันคือการแบ่งทั้งประเทศ รอยปะทะกัน ความขัดแย้งกันระหว่างระหว่างคนรุ่นหนึ่งกับคนอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดีถ้าหากมันจะเกิดขึ้นแบบนั้น


"ผลร้ายข้อที่ 3 นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่นำประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์ มาใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายล้างทางการเมืองกัน แล้วถ้าเกิดศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคจริง สังคมจะคิดเลยว่าธนาธร ตน และพรรคอนาคตใหม่มีพฤติกรรมอย่างนั้นจริง จะผลักดันให้กลุ่มก้อนพลังทางการเมืองกลุ่มนี้ทั้งกลุ่มกลายเป็นศัตรูกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างนั้นหรือ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่" นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวว่า นี่คืออันตรายที่นายณฐพร ไม่รู้ตัว หรือรู้แล้วไม่สนใจก็ไม่ทราบ กองเชียร์อาจจะโห่ร้องดีใจกำจัดพรรคอนาคตใหม่ได้แล้ว แต่หารู้ไม่ว่าคุณกำลังสร้างผลร้ายอื่นๆ ตามมา แล้วตัวคุณจะรับผิดชอบไม่ไหว นี่ไม่ใช่แค่พรรคอนาคตใหม่ ไม่ใช่แค่ธนาธรหรือตนเอง นี่คือความหวังของคนรุ่นหนึ่ง คนรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้นมา แล้วถ้าทำลายด้วยวิธีแบบนี้ เกรงว่าจะนำบ้านเมืองไปสู่ทางตันมากกว่าเดิม ทั้งนี้ มีแต่เพียงอย่างเดียวคือการยอมรับความเป็นจริงว่า พลังทางการเมืองกลุ่มใหม่ พลังทางสังคมกลุ่มใหม่เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย แต่ถ้ายังยืนยันว่าที่ผ่านมาเป็นเรื่องจัดตั้ง ที่ผ่านมาเป็นเรื่องยุยงปลุกปั่น เป็นเรื่องถูกหลอกให้หลงผิด ถ้าคิดแบบนี้ให้ตายก็ไม่มีวันแก้ปัญหาได้ เช่นกัน ถ้าคิดแต่เพียงว่าจัดการอยู่ เอาอยู่ อย่างไรก็ตามพวกเราต้องครองอำนาจอยู่แบบเดิมโดยไม่คิดจะลดถอย ไม่เคยคิดที่จะประนีประนอมกันเลย ตนคิดว่าว่าวิธีการนี้ก็ไม่มีทางแก้ปัญหาได้

“เราผ่านวิกฤตการณ์มา 13 ปี ครั้งนี้เราพยายามจะเริ่มต้นเดินหน้าไปสู่อนาคตแบบใหม่ หาทางออกร่วมกัน อย่าทำลายความหวังของคนไทย อย่าทำลายความหวังของคนรุ่นใหม่ เพียงเพราะต้องการกำจัดผม กำจัดคุณธนาธรออกไปจากการเมืองไทย” นายปิยบุตร กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปิยบุตร แสงกนกกุลยุบอนาคตใหม่อิลลูมินาติธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจอนาคตใหม่พรรคอนาคตใหม่ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้