ถูกฉีกหน้าซ้ำซาก ปรากฏการณ์สภาฯล่ม 2 วันติดๆ ระหว่างโหวตญัตติด่วนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของ คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44พรรคร่วมรัฐบาลพังไม่เป็นท่า ทั้งพ่ายโหวตและองค์ประชุมไม่ครบประจานความล้มเหลวการบริหารจัดการภายในทีม ไม่สามารถควบคุมเสียงพรรคร่วมฯให้ไปในทิศทางเดียวกัน และคอนโทรลสมาชิกให้อยู่พร้อมเพรียงกันในช่วงการลงมติสำคัญได้ทีมงานพรรคร่วมรัฐบาลไม่อยู่ในสภาพพร้อมรบ 18 เสียง และ 14 เสียง ภายในทีมล่องหนไปสองวันติดๆ ไม่ยอมเข้าร่วมประชุม จนเป็นเหตุองค์ประชุมไม่ครบเพลี่ยงพล้ำให้ฝ่ายค้านต่อเนื่อง โหวตญัตติมาตรา 44 ก็แพ้ พอขอนับคะแนนใหม่ก็ปล่อยให้องค์ประชุมล่มกะโชว์ลูกเขี้ยวเล่นบทขี้แพ้ชวนตี สุดท้ายดันมาเสียเหลี่ยมซะเองโมเมมตัมภายในรัฐบาลเสียศูนย์หนัก ไม่สามารถเกณฑ์ ส.ส.ในสังกัดให้ครบองค์ประชุม 249 เสียง เพื่อโหวตล้มการตั้ง กมธ.วิสามัญฯพิจารณาผลกระทบคำสั่งและประกาศมาตรา 44 ได้ญัตติมาตรา 44 ยังคาราคาซังในภาวะเสียงปริ่มน้ำ ภายใต้ไฟต์บังคับที่หัวเด็ดตีนขาดยังไง รัฐบาลก็ปล่อยให้ตั้ง กมธ.ชุดดังกล่าวไม่ได้เนื่องจากเกรงว่า หากปล่อยให้มีการตั้ง กมธ.ขึ้นมา จะเกิดความวุ่นวาย ถูกขุดคุ้ยการใช้อำนาจกระบองยักษ์ว่ามีความถูกต้อง และสร้างผลกระทบความเสียหายตามมาอย่างมากมายจริงหรือไม่สะเทือนไปถึง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะอดีตหัวหน้า คสช. และ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีต้องถูกจับไปขึ้นเขียงซักฟอกใน กมธ. ขึงพืดอีกทางต่อเนื่องจากที่กำลังถูกขยี้ใน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎรจากอดีตที่เคยขี่คอนักการเมือง ถึงเวลาเอาคืนจากฝ่ายการเมืองบ้างตามรายงานข่าวที่ผู้ใหญ่ในรัฐบาลกำชับหนักแน่นไปยังผู้เกี่ยวข้อง ห้ามแพ้โหวตญัตติมาตรา 44 อีกรัฐบาลรีบปิดทางไม่ให้ฝ่ายค้านใช้เวทีตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบมาตรา 44 เป็นสารตั้งต้นบั่นทอนเสถียรภาพรัฐบาล ก่อนตามซ้ำด้วยประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ และเช็กบิลด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจเรือเหล็กโคลงเคลงหนักขึ้น ตั้งท่าต้านทานมรสุมไม่อยู่ ซ้ำลูกเรือยังแตกความสามัคคีรอยร้าวพรรคร่วมรัฐบาลขยายแนวมากขึ้น ที่เห็นชัดๆคือ “พลังประชารัฐ-ภูมิใจไทย” ที่ระหองระแหงกันเรื่องการแบน 3 สารเคมีการเกษตรระดับตัวท็อปในค่ายสีน้ำเงินพากันซัดรุ่นใหญ่ในค่ายพลังประชารัฐ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการวัตถุอันตราย แบบไม่เกรงใจ หลังขยายเวลาแบนสารพิษออกไปเป็นวันที่ 1 มิ.ย.2563เพิ่มน้ำหนักความขัดแย้ง 2 ค่ายให้ถ่างขยายออกไปหรือกรณีสัมพันธภาพ “พลังประชารัฐ-ประชาธิปัตย์” ที่ขบเหลี่ยมแย่งตำแหน่งประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 และความขัดแย้งการทำงานในทีมเศรษฐกิจในอารมณ์ที่ “บิ๊กตู่” ลงมาเคลียร์ปมคาใจกับบิ๊กเนมของพรรคร่วมรัฐบาลอย่างที่เห็นซีนหวานควงแขน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ออกสื่อให้เห็นกันจะจะ ระหว่างการเปิดงาน “THAILAND RUBBER EXPO 2019”ออกแอ็กชันชูความเป็นปึกแผ่นภายในทีมพรรคร่วมฯ “ยิ่งกว่าเหนียว”กลบรอยร้าวในรัฐบาลทันทีทันใด หลังจากเพิ่งพลั้งปากทวงสัญญาลูกผู้ชายพรรคร่วมรัฐบาลอันเป็นผลจากเหตุการณ์สภาฯล่ม ซึ่งมีคนของพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย ทั้งโหวตสวนมติวิปรัฐบาล และโดดร่มไม่เข้าประชุมเอาคืนหลังจากที่ถูกพลังประชารัฐหักดิบเรื่องการยืดเวลาแบน 3 สารพิษ และการขวางลำ “เดอะมาร์ค” ตั้งแท่นประธาน กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญถึงเวลาที่ “บิ๊กตู่” ต้องเลิกลอยตัว เร่งสร้างมิตรภาพ ประคองเสถียรภาพให้ไปตลอดรอดฝั่ง ไม่ให้สถานการณ์รัฐบาลแย่ไปกว่าเดิมตามคิวที่ยังมีด่านสำคัญรออยู่ข้างหน้า ทั้งการโหวตลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 และเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ยังต้องพึ่งพาพรรคร่วมรัฐบาล2 ช็อตสำคัญที่ต้องคุมเสียงในมือให้อยู่ หากยังจูนกันไม่ติดมีหวังได้พังแน่.ทีมข่าวการเมือง