ข่าว
100 year

ดันสุชาติชนมาร์ค พลังประชารัฐคุมแก้รัฐธรรมนูญ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์7 พ.ย. 2562 05:30 น.
SHARE

พท.เย้ย ส.ว.มุกตื้นๆ ตู่-ป้อมอ้างติด ครม. ขอ ‘เลื่อน’ แจง กมธ.

พปชร.งัดชื่อ “สุชาติ” ชิงเก้าอี้ประธาน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญชน “อภิสิทธิ์” “บิ๊กตู่” อ้อมแอ้มไม่ขัดข้องให้แก้ตามที่ประชาชนต้องการ “สมศักดิ์” มาแปลกบอกไม่เชื่อ “มาร์ค” จะรับนั่งหัวโต๊ะ “เสรีพิศุทธ์” เชียร์แต่ยังกังขา ปชป.ไปร่วมรัฐบาล “ประยุทธ์” ได้ไง สภาฯบรรจุวาระญัตติตามปกติ เลื่อนถกตั้ง กมธ.สัปดาห์หน้า ประธาน กมธ.ป.ป.ช.งานเข้า “สิระ-ปารีณา” สวมบทฝ่ายค้านเข้ขวางคลอง ขุดอดีตย้อนเกล็ดไล่ไปสอบซื้อมอเตอร์ไซค์ไทเกอร์ฉาว “ไพบูลย์” โร่ยื่นตีความอำนาจ กมธ.เรียกคนไปสอบ “พี่น้อง 2 ป.” ทำหนังสือขอเลื่อนเข้าชี้แจง “นายกฯตู่” ยังฟิตประชุม ครม.หลังจัดซัมมิต “หมอดู” บุกทำเนียบฯมอบ “หนุมานอุ้มดวง” แก้เคล็ด แถมทักพ้น ก.ย.63 อยู่ยาวแน่ “บิ๊กป้อม”

ลา ครม.ลูกน้องบอกไปภารกิจสำคัญ

หลังจากตั้งตารอให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญนัดแรกในวันที่ 6 พ.ย.ท้ายที่สุดต้องไปรอลุ้นตั้งกันในสัปดาห์หน้า แต่ดูท่าจะไม่ราบรื่น ล่าสุดพรรคพลังประชารัฐเตรียมส่งชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯคนที่ 1 เข้ามาชิงตำแหน่งประธาน กมธ.กับนายอภิสิทธิ์ เวชชีวะ อดีตนายกฯที่พรรคประชาธิปัตย์ นำเสนอ

พปชร.ส่ง “สุชาติ” ชิง ปธ.กมธ.แก้ รธน.

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า ที่ประชุม ส.ส.พรรค เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ได้พิจารณาเสนอบุคคลไปเป็นประธาน กมธ.วิสามัญศึกษาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังพรรคประชาธิปัตย์มีมติเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐส่วนใหญ่ เห็นว่าผู้ที่เป็นประธาน กมธ.ควรมาจาก ส.ส.และควรมาจากแกนนำรัฐบาล ล่าสุดแกนนำพรรคได้หารือตัดสินใจจะเสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ชิงตำแหน่งประธาน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อความสง่างาม สะท้อนว่าสภาฯให้ความสำคัญกับการแก้รัฐธรรมนูญ มีคนกลางอย่างรองประธานสภาฯมาเป็นประธาน ไม่ให้เกิดความแตกแยกทางสังคม ขณะที่นายสุชาติ รับทราบแล้วแต่ยังไม่ตอบรับ อยู่ระหว่างการตัดสินใจ

“บิ๊กตู่” ไม่ขัดข้องต้องแก้สิ่งที่ ปชช.หวัง

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์มีมติเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ เป็นประธาน กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ยังพิจารณาอยู่ คงต้องจัดสรรปันส่วนตามโควตาหรือตามจำนวน กมธ.ทั้งในส่วนรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านให้สมดุล สามารถพูดคุยกันได้อยู่แล้ว ใครจะเป็นก็เป็น ตนไปก้าวก่ายไม่ได้ เป็นเรื่องของระบบรัฐสภา และคุณสมบัติที่จะมาเป็นกรรมาธิการมีอยู่แล้ว แก้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนให้ชัดก่อน ตามที่ประชาชนต้องการต้องดูตรงนั้น ไม่ได้ขัดข้องทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนการศึกษา ไม่ได้แก้วันเดียวเสร็จ

“สนธิรัตน์” หูทวนลมไม่สนชื่อ “มาร์ค”

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์มีมติเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เป็นประธาน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคร่วมรัฐบาลต้องพูดคุยกันเพราะพรรคประชาธิปัตย์มีมติออกมา แต่ พปชร.ยังไม่ได้พูดคุยกัน เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ พรรคเรามีคนมีความรู้ความสามารถพร้อมทำหน้าที่ กมธ. เมื่อถามว่าประธาน กมธ.ชุดนี้ควรเป็นของ พปชร.ที่เป็นแกนนำรัฐบาลหรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ พรรคร่วมรัฐบาลต้องหารือกัน อย่าเพิ่งไปรีบตัดสินใจอะไรกัน

“สมศักดิ์” เชื่อ “อภิสิทธิ์” ไม่รับนั่ง ปธ.

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ อาจไม่รับตำแหน่งประธาน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญเพราะยังไม่ไปถึงขั้นว่าจะแก้รัฐธรรมนูญมาตราใดเป็นเพียงแค่เริ่มต้นว่าจะแก้หรือไม่ สัดส่วน กมธ.เข้าใจว่าจะแบ่งเป็นสัดส่วนของ ครม. 12 คน รัฐบาล 18 คน และฝ่ายค้าน

“อนุทิน” ติงอย่าแก้เพื่ออำนาจตัวเอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะส่งใครเข้าไปร่วม กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 5 พ.ย.พูดคุยกันแล้วไม่ใช่ปัญหาใหญ่ พรรคภูมิใจไทยมี ส.ส. 51 คน ต้องดูดีๆว่าจะส่งใครที่มีความชำนาญ และมีบารมีมากพอที่จะไปพูดคุยได้ ส่วนนายอภิสิทธิ์จะเป็นประธาน กมธ.นั้นพรรคร่วมรัฐบาลต้องหารือร่วมกัน ต้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่เป็นใครก็ได้ที่เหมาะสม ทำแล้วประเทศชาติได้ประโยชน์ ทุกคนเหมาะสมหมดหากมีความตั้งใจทำให้กับบ้านเมือง อย่าทำอะไรเพื่อตัวเองหรือเพิ่มอำนาจให้ตัวเองจากความรู้สึกที่ถูกรัฐธรรมนูญปี 2560 ลดอำนาจรัฐธรรมนูญเป็นของสูงสุดของกฎหมายมีพระปรมาภิไธยอยู่ทำอะไรต้องนึกถึงข้อนี้

ชทพ.นัดถกวางคนร่วม กมธ.

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ต่างจากหลายๆฉบับที่ยังมีประเด็นที่สามารถปรับปรุง ภายในสัปดาห์นี้พรรคจะหารือกันว่าจะส่งใครไปเป็น กมธ.ในทางปฏิบัติต้องดูว่าไม่ว่าจะเป็นในส่วนของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ หรือแม้แต่ภาคเอกชนและประชาชนจะมีส่วนร่วม

“เสรีพิศุทธ์” ชูมือเชียร์คน ปชป.

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์และหลายฝ่ายสนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าดีเพราะนายอภิสิทธิ์มีความรู้ ความสามารถและเคยบอกว่าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นเผด็จการ แต่ตนสงสัยว่าพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ได้อย่างไร หรือคำพูดของหัวหน้าพรรคไม่มีความหมายใช่หรือไม่

“คำนูณ” ชี้แก้ได้ต้องผ่านด่าน ส.ว.

ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.เรียกร้องให้ ส.ว.ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยว่า ขณะนี้ ส.ว.ส่วนใหญ่เห็นว่ารัฐธรรมนูญเพิ่งใช้บังคับหลังการลงประชามติมา และกำลังดูว่า ส.ส.จะมีความเห็นอย่างไร ไม่ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นใดนั้น มีองค์ประกอบที่แตกต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านี้อยู่ 3 ประการ+1 คือ 1.ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 2.ส.ส.ฝ่ายค้าน 3.ส.ว.และ 4.การลงประชามติ องค์ประกอบ 3 ประการแรกนั้นแม้จะทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา แต่ในวาระ 3 ต้องมีเสียงของฝ่ายค้านสนับสนุน 20 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ในวาระที่ 1 และวาระที่ 3 ต้องมีเสียงเห็นด้วยของ ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 อีกทั้งเมื่อผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาแล้วต้องผ่านการลงประชามติอีกด้วย

พท.ซัด ส.ว.มุกตื้นสับขาหลอก

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า กรณีที่ ส.ว.อ้างว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องทำประชามตินั้นเป็นการหาข้ออ้างเพื่อสร้างความชอบธรรม แต่ในข้อเท็จจริงคือการทำประชามติที่ผ่านมาไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เปิดโอกาสให้มีการถกเถียงถึงข้อดีข้อเสีย ที่สำคัญคือเป็นกระบวนการที่ไม่ชอบธรรมและดูถูกประชาชน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ประชาชนมีส่วนร่วมน้อยมาก มีการใช้อำนาจของ คสช.ดำเนินการจับกุม ตั้งข้อหากับกลุ่มคนที่เห็นต่างเป็นจำนวนมาก ดังนั้น อย่ามาอ้างประชาชน เพราะที่มาของ ส.ว.ก็ไม่ได้มาจากประชาชน ไม่แปลกใจที่พรรคพลังประชารัฐและ ส.ว.จะตีรวนการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะทั้งสองกลุ่มหวั่นเสียผลประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ และเสียโอกาสในการเอาชนะการเลือกตั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นคือการใช้แท็กติก การสร้างประเด็น การสร้างข่าวเพื่อสร้างแนวร่วมเท่านั้น

“โรม” กังขาชื่อ “มาร์ค” ขลังจริงหรือ

ที่รัฐสภา นายกรกช แสงเย็นพันธ์ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย นำเครือข่ายภาคประชาสังคม และเยาวชนยื่นหนังสือต่อนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้ผลักดันตั้ง กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญภายในสมัยประชุมสภาฯนี้ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับวุฒิสภา นายรังสิมันต์กล่าวว่า 7 พรรคฝ่ายค้านและพรรคอนาคตใหม่ตั้งใจเข้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ยอมรับว่าเสียงอาจไม่เพียงพอต้องอาศัยพลังจากประชาชนเพื่อทำให้รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ส่วนกระแสสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นประธาน กมธ.นั้นต้องกลับไปถามว่า ชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นที่ยอมรับในสังคมหรือไม่ โดยส่วนตัวแล้วยังไม่มีข้อสรุปเรื่องนี้

“ชำนาญ” อัด “เสรี” เสพติดอำนาจ

นายชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.ตั้งข้อสังเกตการณ์แก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เรื่องแรกที่ระบุว่ายังไม่เห็นว่าจะมีการแก้ในประเด็นไหน คำตอบชัดเจนอยู่แล้วคือ ญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ศึกษาวิธีการแก้ไข เรื่องเนื้อหายังไม่ได้มีการพูดถึง ที่บอกว่า ยังไม่เห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่แน่ใจว่านายเสรีไม่เห็นหรือต้องการเป็นปัญหา ทั้งที่ทุกคนเห็นปัญหากันหมด ที่ชัดเจนคือสูตรคำนวณ ส.ส.แบบพิสดารของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกเรื่องรู้สึกงงอย่างมาก ที่บอกว่า ส.ว. มีหน้าที่ควบคุมความเรียบร้อยในช่วงเปลี่ยนประเทศ 5 ปี อยากถามว่า นายเสรีไปเอามาจากไหน ใครมอบหมายให้ ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งทำหน้าที่นี้ สงสัยว่าเป็นความเคยตัวจาก การสืบทอดอำนาจเสพสุขมายาวนาน อย่าขัดขวางกระบวนการเติบโตของระบอบประชาธิปไตย อย่าทำตัวให้ไปที่ไหนมีแต่คนส่ายหน้าเบ้ปากใส่

สภาฯเลื่อนญัตติตั้ง กมธ. แก้ รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมสภา ผู้แทนราษฎรนัดแรกสมัยที่ 2 วันที่ 6 พ.ย. ที่มีการบรรจุญัตติด่วนการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่า จะตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ในวันที่ 6 พ.ย.นั้น ปรากฏว่า ที่ประชุมสภาฯไม่สามารถพิจารณาญัตติดังกล่าวได้ทัน เนื่องจากการประชุมเริ่มในเวลา 13.30 น. และมีเรื่องพิจารณาจำนวนมาก ทั้งวาระการหารือทั่วไป กระทู้ถามสด กระทู้ถามทั่วไป การพิจารณาให้ความเห็นชอบเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาใช้วิธีหย่อนบัตรลงคะแนนลับทีละคน ซึ่งวาระต่างๆกินเวลาหลายชั่วโมง ทำให้ไม่สามารถพิจารณาญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้โดยจะเลื่อนออกไปพิจารณาในสัปดาห์หน้าแทน

รับรอง “สิระ–ปารีณา” นั่ง กมธ.ป.ป.ช.

จากนั้นเวลา 16.30 น. ที่ประชุมสภาฯได้ให้การรับรองการปรับเปลี่ยนตำแหน่งใน กมธ. สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรหลายคณะ ได้แก่ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ เป็น กมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎรแทน นายทวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เป็น กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและ ประพฤติมิชอบแทนนายพนม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา และนายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคพลังประชารัฐ และนายนพดล แก้วสุพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทยเป็น กมธ.ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมแทนนายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย

งานชุกนัดพิเศษเคลียร์วาระตกค้าง

จากนั้นนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ แจ้งต่อที่ประชุมว่า สมัยประชุมนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2562 -28 ก.พ.2563 รวม 120 วัน แต่เนื่องจากมีวันหยุดนักขัตฤกษ์หลายวัน ดังนั้น ขอความร่วมมือสมาชิกในการประชุมนัดพิเศษ อาจเป็น 1-2 เดือนต่อครั้ง ขณะนี้มีญัตติทั่วไปค้างอยู่ 92 ญัตติ และญัตติที่เสนอใหม่ค้างอยู่ 19 ญัตติ ถ้าไม่ทำอะไรเลย ญัตติเหล่านี้จะค้างต่อไปจนปิดสมัยประชุมก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ขอสมาชิกให้ความร่วมมือด้วย ที่ผ่านมาที่มีการประชุมนัดพิเศษในวันศุกร์สามารถผ่านญัตติที่ค้างอยู่หลายญัตติ สภาฯเป็นหนึ่งใน 3 อำนาจ มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลต้องทำให้เต็มตามหน้าที่ ขอให้สมาชิกทำให้เป็นตัวอย่าง แม้จะไม่มีห้องประชุมเป็นของตัวเอง แต่อยากให้สมาชิกทุกคนรักษาห้องประชุมของวุฒิสภาไว้ให้ดี ขอร้องว่า อย่านำเอาอาหารมากินในห้อง แม้จะเป็นเรื่องเกรงใจที่ต้องนำมาเตือน แต่ต้องเตือนกันเพื่อมิให้ถูกตำหนิได้และให้สภาฯเป็นที่ยอมรับ

“ตู่–ป้อม” ขอเลื่อนแจง กมธ.ป.ป.ช.

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ประธาน กมธ.เป็นประธาน โดยเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร ได้ยื่นหนังสือขอเลื่อนการชี้แจง เนื่องจากติดประชุม ครม. ทั้งนี้ ก่อนเริ่มประชุมนายประสาน หวังรัตนปรานี กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี นำหนังสือของ พล.อ.ประวิตรมายื่นขอเลื่อนการชี้แจง นายประสานกล่าวว่า นอกจากขอเลื่อนการชี้แจงแล้ว พล.อ.ประวิตรยังได้ทำหนังสือชี้แจง 2 ประเด็น เกี่ยวกับเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณตน และการแถลงนโยบายรัฐบาลโดยไม่แสดงที่มาของงบฯโดย พล.อ.ประวิตรยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ

“เสรีพิศุทธ์” ไม่ติดใจอ้างถก ครม.

ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรส่งหนังสือมาขอเลื่อนแถลงข้อเท็จจริงเนื่องจากติดภารกิจประชุม ครม.และก่อนหน้านี้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีส่งหนังสือเลื่อนการชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์มาด้วยเหตุผลเดียวกันคือติดประชุม ครม.เห็นว่าเป็นความจำเป็นที่ต้องเลื่อนจริงๆและ กมธ.ไม่มีปัญหาอะไร ขอให้นายประสานช่วยนำความไปกราบเรียนขอบคุณทั้ง 2 ท่าน ที่ให้ความร่วมมือกับ กมธ. ตนเป็น ส.ส.ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุล ให้เกียรติกันและกัน ไม่นำการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยว

ไม่หวั่น “ปารีณา” ตั้งป้อมสั่งสอน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า กรณีที่นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา และนายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคพลังประชารัฐ ลาออกจาก กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตนั้น ขณะนี้หนังสือลาออกยังมาไม่ถึงตนแต่ทราบข่าวแล้ว เมื่อถามว่า น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี จะเข้ามาเป็น กมธ.แทน และระบุว่าจะสั่งสอน ส.ส.สมัยแรกที่บ้าอำนาจและกร่าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า ตนเป็น ผบ.ตร.มาก่อน ขอถามว่างานปราบปรามและป้องกันการทุจริตเป็นสมัยแรกหรือไม่ แม้จะเป็น ส.ส.สมัยแรก แต่เหตุใด กมธ.ทุกคนจึงไว้ใจให้เป็นประธาน กมธ.การมี กมธ.ลาออกไปไม่เป็นไร พรรคจะส่งใครมาก็มาทำงานร่วมกัน ถ้าทำไม่ได้ก็ว่ากันไป

“สิระ” ตั้งท่ายั่วเล่นบทเข้ขวางคลอง

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ได้ยื่นลาออกจาก กมธ.แก้ปัญหาหนี้สินแห่งชาติเพื่อเข้าเป็น กมธ.ป.ป.ช. การที่ ส.ส.พลังประชารัฐ 2 คน ลาออกจาก กมธ.ป.ป.ช. เพราะกลัวติดคุก เนื่องจากมติต่างๆของ กมธ.นักกฎหมายหลายคนท้วงติงว่าเป็นมติที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ สิ่งที่จะเข้าไปเสนอที่ประชุม กมธ.คือ การทบทวนมติต่างๆของ กมธ. อาทิ การเชิญ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจง และกรณีการรื้อคดีนาฬิกายืมเพื่อนของ พล.อ.ประวิตรว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กมธ.หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อายุเยอะแล้ว หากมีเวลาควรไปโรงพยาบาลตรวจสุขภาพจิตและสุขภาพกายบ้าง รู้สึกเป็นห่วง

“ปารีณา” จ่อย้อนเกล็ด “เสรีพิศุทธ์”

น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี กล่าวว่า ตั้งใจเข้าไปตรวจสอบว่า กมธ.นี้ใช้อำนาจเกินขอบเขตไปบ้างหรือไม่ อยากให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เรียนรู้ว่าการใช้อำนาจ กมธ.ต่างจากการใช้อำนาจตำรวจ ที่ผ่านมามีหลายครั้งใช้อำนาจเกินขอบเขตสุ่มเสี่ยงกระทำผิดกฎหมาย อยากให้วางตัวให้เกียรติคนอื่น พูดจาให้นุ่มนวลลง ส่วนตัวอยากทำหน้าที่ตรวจสอบเกี่ยวกับการจัดซื้อรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจ Tiger สมัยที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เป็น ผบ.ตร. และจะขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นการโต้ตอบทางการเมือง

“ไพบูลย์” ร้องตีความอำนาจ กมธ.

ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสือให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของ ส.ส.และ ส.ว. มาตรา 58 และ 13 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 เพราะเห็นว่าเดิมรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 135 บัญญัติให้ กมธ.ของสภาฯและวุฒิสภา มีอำนาจออกคำสั่งเรียกและมีผลบังคับตามที่กฎหมายแต่รัฐธรรมนูญ 2560 ได้ยกเลิกไปแล้ว ดังนั้นประธาน กมธ. ป.ป.ช.จะออกคำสั่งเรียก มาชี้แจงจะเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ หลังจากนี้จะนำสำเนาหนังสือที่ยื่นและหนังสือตอบรับของผู้ตรวจการฯไปยื่นให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ นำไปเตือนประธาน กมธ. ป.ป.ช.และประธาน กมธ.ชุดต่างๆ ให้ระงับการออกคำสั่งเรียกบุคคลมาชี้แจง จากนั้นสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้แสวงหาข้อเท็จจริงในประเด็นเดียวกัน

เอาผิด “เต้” ตั้งตนผู้นำฝ่ายค้านอิสระ

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ และนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธรรมไทย กรณีแต่งตั้งตัวเองเป็นผู้นำฝ่ายค้านอิสระ นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การที่นายมงคลกิตติ์แต่งตั้งตัวเองและนายพิเชษฐเป็นผู้นำฝ่ายค้านอิสระ และประธานที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านอิสระนั้น ไม่มีกฎหมายฉบับใดหรือรัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้ อาจขัดต่อ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 5 มาตรา 160 ประกอบ มาตรา 115 รัฐสภาทั่วโลกมีแต่ผู้นำฝ่ายรัฐบาลกับผู้นำฝ่ายค้านเท่านั้น การแต่งตั้งตนเองเป็นผู้นำฝ่ายค้านอิสระ ไม่มีปรากฏในรัฐธรรมนูญ อาจเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไม่อาจยอมรับได้

“มงคลกิตติ์” เสนอยกเลิกเพลงชาติ

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ หารือระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า เพลงชาติไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบันใช้มาตั้งแต่ปี 2475 เป็นเวลา 80 กว่าปีแล้ว เนื้อหาไม่ได้เอ่ยยกย่องเทิดทูนสถาบัน เนื่องจากคนแต่งในสมัยนั้นเป็นคณะราษฎร ขณะที่ประเทศอังกฤษยังมีบทเพลงมีเนื้อหาเกี่ยวกับสมเด็จพระราชินีนาถของอังกฤษ ดังนั้นขอเสนอให้ยกเลิกเพลงชาติไทยที่ใช้ในปัจจุบัน เพื่อให้มีการแก้ไขปรับปรุงใหม่ให้มีเนื้อหาเกี่ยวกับสถาบันด้วย ระหว่างนี้ก็ขอให้ใช้เพลงความฝันอันสูงสุดไปพลางๆก่อน เพื่อเตือนสติไม่ให้ท้อถอยในการทำความดี ขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้ตักเตือนให้สมาชิกทุกคนพยายามหลีกเลี่ยงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน

“ยุทธพงศ์” จี้ระงับต่อสัมปทานบีทีเอส

ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักนายกฯ บริเวณสำนักงาน ก.พ. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เพื่อคัดค้านไม่ให้นำเรื่องการขยายสัมปทานการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวของบีทีเอสเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เนื่องจากพบข้อพิรุธหลายประการ พร้อมระบุว่า หากยังมีการดำเนินการเรื่องนี้ต่อจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ รวมทั้ง รมว. มหาดไทย ในสภาฯต่อไป นอกจากนั้นจะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องของกฎหมาย และอาจเอื้อประโยชน์ให้กับบีทีเอส

“บิ๊กป้อม” ลา ครม.ไปภารกิจสำคัญ

ก่อนหน้านี้ เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เข้าร่วมประชุม ครม.ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวก่อนเข้าประชุมว่า พล.อ.ประวิตร แจ้งลาประชุม ครม.เมื่อถามถึงกรณี กมธ. ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เรียกเข้าชี้แจงการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะ ครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ติดประชุม ครม.ได้ทำหนังสือชี้แจงแล้ว ขณะที่ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร ได้ลาประชุมครม.ไปทำภารกิจสำคัญ

นายกฯรณรงค์ทำดีด้วยหัวใจใช้ถุงผ้า

ก่อนการประชุม ครม.ที่หน้าตึกบัญชาการ 1 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และนางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รอง ผอ.สำนักงานจัดหารายได้สภากาชาดไทย นำคณะกรรมการจัดงานกาชาด คณะกุลบุตร-กุลธิดากาชาด ดารานักแสดง เข้าพบนายกฯเพื่อประชาสัมพันธ์งานกาชาดประจำปี 2562 ภายใต้แนวคิด “เย็นศิระเพราะพระบริบาล เกิดสายธารการให้ที่งดงาม” ระหว่างวันที่ 15-24 พ.ย.ที่สวนลุมพินี โดยนายกฯได้ร่วมโหวตเลือกกุลบุตร-กุลธิดากาชาดเบอร์ 13 พร้อมกล่าวว่า เลือกสวยอย่างเดียวไม่ได้ต้องมีสมองมีทัศนคติแสดงออกที่ดี ก่อนร่วมบริจาคเงิน รับมอบเสื้อ และเชิญชวนซื้อเสื้อหารายได้ให้สภากาชาดไทย จากนั้นนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำคณะมอบถุงผ้าเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรม “ทำความดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลด ใช้ถุงพลาสติก Everyday say no to plastic” รณรงค์ใช้ถุงผ้า และลอยกระทง 1 ครอบครัว 1 กระทงเพื่อลดปริมาณขยะ

หมอดูให้ “หนุมานอุ้มดวง” เรียกขวัญ

ขณะที่นายคฑา ชินบัญชร หมอดูชื่อดัง ที่มาร่วมกิจกรรม มอบของขลัง “หนุมานอุ้มดวง” วัดบางกะพ้อม จ.สมุทรสงคราม ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า “ผมคงต้องเหนื่อยเหมือนหนุมานใช่ไหม” นายคฑา ตอบว่า “ไม่ใช่แต่หนุมานคือพวกเรา ดวงเมืองดี น่าอยู่ได้ 4 ปี” นายคฑาให้สัมภาษณ์ว่า ที่มอบหนุมานอุ้มดวงให้นายกฯเพื่อให้หนุมานอุ้มดวงประเทศ เป็นขวัญกำลังใจ จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีมือดีมาช่วยทำงานในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า แต่หนุมานจะซนหน่อยเหมือนจับปูใส่กระด้ง แต่ พล.อ.ประยุทธ์เอาอยู่

ทักระวังสุขภาพพ้น ก.ย.ได้อยู่ยาว

นายคฑากล่าวว่า ดวงนายกฯโดดเด่นมาก เนื่องจากมีดาวอยู่ 3 ดวง ประกอบด้วย ดาวฮกแช ดาวลกฮึง และดาวบริวาร โหงวเฮ้งนายกฯดีมากเช่นกัน แต่สิ่งที่ต้องระวังคือสุขภาพเพราะปี 63 เป็นปีชวดปะทะกับปีเกิดคือปีมะเมียของนายกฯหรือเรียกว่าปีชง การทำงานหากผ่านเดือน มิ.ย.-ก.ย.63 ไปได้แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ยาวอย่างแน่นอน ซึ่งดวงเมืองปี 63 เศรษฐกิจมีปัญหาบ้างแต่การท่องเที่ยวจะดีขึ้นเนื่องจากเป็นปีที่ดาวสวย ถ้าเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดิน การเกษตร การเดินทาง ธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว ขับเคลื่อนไปได้ รวมถึงโลจิสติกส์ การคมนาคม เศรษฐกิจไทยสามารถประคองตัวไปได้ แต่ไม่ได้ใช้คำว่าดี เพราะเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับทั้งโลก

ปลื้มไอเอ็มเอฟชมไทยเดินถูกทาง

จากนั้น นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) นำคณะเข้าพบนายกฯรายงานผลการจัดอันดับความยาก-ง่ายการประกอบธุรกิจ (Doing Business 2020) นายกฯกล่าวว่า ธุรกิจเราต้องเร่งปรับปรุงการบริการให้รวดเร็ว ลดขั้นตอน อะไรไม่ดีแก้กันไป พูดกันแต่ปัญหาสิ่งดีๆไม่ได้พูดคนก็ไม่เข้าใจ กลายเป็นว่ารัฐบาลไม่ทำอะไร เหนื่อยกันแทบตาย ผู้บริหารกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) มาเยือนไทย ชื่นชมมาตรการทางการเงินไทยเดินมาถูกทางแล้ว สถานะทางการเงินเราแข็งแรงและอาจแข็งแกร่งมากในเอเชีย ไม่ใช่ว่าเราจ้องจะกู้เราเป็นประเทศผู้ให้เป็นเจ้าหนี้แล้ว น่าภูมิใจ

เลื่อนแจง กมธ.แล้วยังทำตัวไม่ถูก

ต่อมาเวลา 12.35 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ กมธ. ป.ป.ช.อาจมีหนังสือเชิญครั้งที่ 3 เพื่อให้ชี้แจงกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนและการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ว่า จริงๆแล้ววันนี้ติดประชุม ครม.เดี๋ยวกำลังหารือกันอยู่ว่าควรจะปฏิบัติต่อไปอย่างไร ส่วนที่นายคฑา ชินบัญชร หมอดูชื่อดัง ทำนายว่าในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า จะได้มือดีมาช่วยงานรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ใครจะมาช่วยก็มาบอก”

“ดอน” ลั่นไร้เหตุผลให้ไขก๊อก

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะลาออกจากตำแหน่งหลังเสร็จสิ้นภารกิจการประชุมสุดยอดอาเซียน โดยนายดอนย้อนถามกลับว่า แล้วตนควรลาออกหรือไม่ สงสัยคงต้องทำโหวต ทุกอย่างต้องดูประเด็นอื่นร่วมด้วย เรื่องนี้ยังไม่ได้เป็นประเด็นขึ้นมาในช่วงนี้ เพิ่งเสร็จสิ้นงานประชุมสุดยอดอาเซียน เมื่อถามย้ำว่า ยังไม่คิดที่จะลาออกใช่หรือไม่ นายดอนย้อนถามว่า อยากให้ตนอยู่หรืออยากให้ไป ยืนยันว่าไม่ลาออกพร้อมทำหน้าที่ต่อไป และไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องให้ลาออกหรือไปทำอย่างอื่น

เย้ย “นายกฯตู่” ไม่ได้การยอมรับ

ที่รัฐสภา น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดนายกฯประเด็นการประชุมสุดยอดอาเซียนระหว่างวันที่ 29 ต.ค.-4 พ.ย.ที่ไทยเป็นเจ้าภาพว่า ภาพรวมการประชุมประสบความสำเร็จด้วยดี แต่เมื่อมองถึงการแสดงบทบาทนำของ พล.อ.ประยุทธ์ พบว่าประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ จีน รัสเซีย แคนาดา ไม่ได้ส่งระดับผู้นำมาประชุม แสดงให้เห็นถึงบทบาทในอาเซียน พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้รับการยอมรับ และอยากทราบว่าสิ่งที่ผู้แทนสหรัฐฯที่มาประชุมอาเซียนระบุว่า จะมีการทบทวนการระงับสิทธิจีเอสพีสินค้าไทย 573 รายการนั้นจะเป็นการทบทวนภายใต้เงื่อนไขเดิม หรือต้องเพิ่มเงื่อนไขพิเศษ เช่น การจัดซื้ออาวุธเพิ่มเติมจากสหรัฐฯหรือไม่ ขณะที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ชี้แจงแทนนายกฯว่า สาเหตุที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯไม่มาร่วมเพราะในต้นเดือน พ.ย.จะมีการเลือกตั้งภายในสหรัฐฯหลายรัฐ ส่วนการทบทวนจีเอสพีนั้น สหรัฐฯจะนำผลการหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ไปคุยกับผู้นำสหรัฐฯและผู้แทนการค้าพิเศษของสหรัฐฯต่อไป

2 ส.ว.ใหม่ “มานัต—อภิชาติ” รับหน้าที่

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก (วิปวุฒิสภา) แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมรับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) แทนตำแหน่งที่ว่าง ได้แก่ 1.พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ และ 2.นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ เมื่อประกาศในราชกิจจาฯแล้วจะแจ้งต่อที่ประชุมวุฒิสภาในวันที่ 11 พ.ย.ต่อไป ทั้งนี้ การแต่งตั้ง ส.ว.ดังกล่าว เป็นการแต่งตั้งแทน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ที่ลาออกจากตำแหน่ง และ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน อดีต ผบ.ทอ.ที่เกษียณอายุราชการ พ้นตำแหน่ง ส.ว.ไปตามโควตาผู้นำเหล่าทัพ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุชาติ ตันเจริญอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะประธานกมธ.พรรคพลังประชารัฐแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคประชาธิปัตย์ข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้