ปชป.ฮึดสู้ สนามเลือกตั้ง กทม. จัดรวมพลังสู่ชัยชนะ "อภิรักษ์" เล็งใช้เทคโนโลยีสื่อสารปรับปรุงภาพลักษณ์เป็นพรรคร่วมสมัย ด้าน "องอาจ" ยัน ยังมีเวลาตัดสินใจ ส่งใครชิงผู้ว่าฯ กทม.
วันที่ 8 ก.ย. คณะกรรมการอำนวยการยุทธศาสตร์ กทม. จัดสัมมนา รวมพลังกทม. ปชป.สู่ชัยชนะ โดยมี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานคณะกรรมการกระจายอำนาจ และอดีตผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานเปิดการสัมมนา
โดย นายอภิรักษ์ กล่าวว่า ผ่านมา 15 ปี สำหรับการลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ครั้งแรกของตัวเอง ดังนั้นพฤติกรรมหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในยุคสมัยใหม่ ที่มีการสื่อสารทางออนไลน์มากขึ้น แต่สิ่งที่เหมือนเดิม คือ ความต้องการของคน กทม. ที่อยากให้มีการแก้ไขปัญหาจราจร สภาพแวดล้อมที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ มีอุดมการณ์ในการที่จะสนับสนุนการกระจายอำนาจ ทั้งนี้ จะต้องทำให้คน กทม.รู้ว่า พรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยนแปลงเข้าใจโลกและร่วมสมัย
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการคัดสรรผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ว่า อยู่ระหว่างการสรรหาผู้สมัครซึ่งมีทั้งในส่วนของผู้ที่สนใจเสนอตัวลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ เและผู้ที่มีความเหมาะสมที่ พรรคประชาธิปัตย์ได้พูดคุย จากนั้นจะประชุมเพื่อหาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ตั้งใจทำงาน รับใช้ชาวกรุงเทพฯ
ส่วนนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม.ที่มีรายชื่อเป็นแคนดิเดตก่อนหน้านี้นั้น มีคนในพรรคหลายคนสนับสนุน นายอภิรักษ์ แต่เนื่องจากขณะนี้ยังไม่สามารถรับทราบได้ชัดเจนว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด ดังนั้น ยังมีเวลาตัดสินใจ
ส่วนที่มีรายชื่อของ นางนวลพรรณ ล่ำซำ นั้นมองว่า นางนวลพรรณ เป็นบุคคลที่ประชาชนสนใจ และทุกครั้งที่มีการเลือกผู้ว่าฯ กทม. ประชาชนคาดหวังให้ลงสมัครมาโดยตลอด ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ตั้งเป้าว่า ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.จะต้องเป็นหน้าใหม่หรือหน้าเก่า แต่จะพิจารณาถึงความเป็นนักบริหาร เป็นมืออาชีพและรู้งานของ กทม.ซึ่งสามารถทำงานได้ทันทีหากได้รับเลือกตั้ง
...
นายองอาจ ยังกล่าวถึงคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ กทม.ที่การเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมา พรรคไม่ได้รับเลือกตั้งว่า ปกติชาว กทม.จะพิจารณาการเลือกตั้งในแต่ละครั้ง แยกออกจากกัน เช่น สมัยที่นายอภิรักษ์ลงสมัครผู้ว่า กทม.ครั้งแรก และได้รับชัยชนะ แต่ 6 เดือนต่อมา มีการเลือกตั้งทั่วไป พรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.กทม.เพียง 4 คนเท่านั้น ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ชาว กทม.จะพิจารณาการเลือกตั้งในแต่ละครั้ง โดยดูเฉพาะองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในครั้งนั้นๆ
นายองอาจ กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า
ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่จะต้องแสวงหาความร่วมมือจากหลายฝ่าย เพราะฉะนั้น จะต้องเริ่มต้นจากกรรมาธิการ ที่เป็นจุดเริ่มในการแสวงหาความร่วมมือ เรื่องนี้ไม่มีพรรคใดพรรคหนึ่งสามารถทำสำเร็จได้โดยพรรคเดียว ดังนั้นกระบวนการจึงต้องทำให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมมากที่สุด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ "เลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม."